ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
26/11/14 13:15:32

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
948,397 กระทู้ ใน 85,787 หัวข้อ โดย 14,264 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: srindhi
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
:
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: QLT 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: QLT  (อ่าน 2758 ครั้ง)

QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


QLT
« เมื่อ: 25/08/08 19:37:33 »

ควอลลีเทค - QLT
การขยายตัวของธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี ส่งผลดีต่อการเติบโตของบริษัท
 อุตสาหกรรมยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนของบริษัทในกลุ่มพลังงานและ
ปิโตรเคมี เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศ และโครงการเมกะโปรเจ็คต่าง ๆ ที่จะ
เกิดในอนาคต จะทำให้การเติบโตของอุตสาหกรรมมีมากขึ้น และบริษัทเน้นกลยุทธ์ทาง
ด้านงานตรวจสอบเพื่อรับรองคุณภาพงาน จากรายได้ที่แน่นอนและมีความต่อเนื่อง
 ในครึ่งปีหลัง 2551 จาก backlog ที่มีอยู่สูงจะเป็นตัวสนับสนุนรายได้และกำไรให้เติบโต
ดีกว่าในครึ่งปีแรก และบริษัทมีฐานลูกค้าเดิมที่ใช้บริการสูงถึง 80% ประกอบกับจะไม่มี
บันทึกหนี้สงสัยจะสูญที่สูง กำไรสุทธิจึงเติบโต 266.20% YoY เป็น 55.13 ล้านบาท ส่วน
ในปี 2552 คาดจะเติบโตอีก 20.37% เป็น 66.36 ล้านบาท
 อิงบน P/E11 เท่า เทียบเท่า TNDT และมีส่วนลดจากตลาดเอ็มเอไอที่ 13.23 เท่า (ณ 14
ส.ค. 51) ราคาพื้นฐานปี 2551 จะอยู่ที่ 6.05 บาท และจะขยับเป็น 7.30 บาท ในปี 2552
รายละเอียดในการเสนอขายหุ้น
กระดานที่จะเข้าซื้อขาย : เอ็ม เอ ไอ
ทุนชำระแล้วก่อน IPO : 70 ล้านหุ้น (พาร์ 1 บาท)
ทุนชำระแล้วหลัง IPO : 100 ล้านหุ้น
การเสนอขาย IPO : 30 ล้านหุ้น
- 28.50 ล้านหุ้น ให้ประชาชนทั่วไป (IPO)
- 1.50 ล้านหุ้น ให้กรรมการและพนักงาน ใน
ราคาที่มีส่วนลดจาก IPO 20%
นโยบายจ่ายปันผล ไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ
ที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ. ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ผู้จัดการและรับประกันการจัดจำหน่าย บมจ. ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุน 1. ลงทุนอุปกรณ์การทดสอบโดยไม่ทำลาย
45 ล้านบาท
2. ลงทุนอุปกรณ์การทดสอบโดยไม่ทำลาย
ขั้นสูง 25 ล้านบาท
3. ขยายสำนักงานสาขาระยอง 40 ล้านบาท
4. ใช้คืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 10 ล้านบาท
5. เงินทุนหมุนเวียน
สยาม ติยานนท์
Tel. 662 635-1700 #483
Email : siam@phillip.co.th
18 สิงหาคม 2551
บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและรับผิดชอบในการจัดจำ
หน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ของ บมจ.
ควอลลีเทค (QLT)
ราคาพื้นฐานปี 2551
6.05 บาท
อุตสาหกรรม: เอ็มเอไอ
ราคา (52 สัปดาห์ : บาท)
ทุนชำระแล้ว (ล้านหุ้น)
มูลค่าที่ตราไว้ (บาท) 1.00
ผู้ถือหุ้นใหญ่ (24 พ.ค. 2551) %
1 กลุ่มนาย สรรพัชญ์ รัตคาม 30.00
2 กลุ่มนาย สมชาญ ลัพธิกุลธรรม 25.00
3 นาง กุลจิรพัส ธัชกุลดิสม์เดช 18.00
4 กลุ่มเขมวิลาส 10.00
5 นาย พิษณุ มุนิกานนท์ 5.71
6 น.ส. วิมล แซ่เตียว 5.00
7 นาย สุเมธ เตชาชัยนิรันดร์ 4.29
8 น.ส. รัชนีวรรณ รวิรัฐ 2.00
รวม 100.00
ผู้ถือหุ้นใหญ่ หลัง IPO %
1 กลุ่มนาย สรรพัชญ์ รัตคาม 21.00
2 กลุ่มนาย สมชาญ ลัพธิกุลธรรม 17.50
3 นาง กุลจิรพัส ธัชกุลดิสม์เดช 12.60
4 กลุ่มเขมวิลาส 7.00
5 นาย พิษณุ มุนิกานนท์ 4.00
6 น.ส. วิมล แซ่เตียว 3.50
7 นาย สุเมธ เตชาชัยนิรันดร์ 3.00
8 น.ส. รัชนีวรรณ รวิรัฐ 1.40
9 ผู้บริหารและพนักงานบริษัท 1.50
10 เสนอขายแก่ประชาชน 28.50
รวม 100.00
70.00
งบรวม   กำไรสุทธิ    EPS         DPS       BV        ROE      P/E            Yield     P/BV
สิ้นสุด (ล้านบาท)    (บาท)      (บาท)    (บาท)    (%)      (เท่า)          (%)      (เท่า)
12/48 A 10             0.56       NA         2.71     20.46     9.82           NA          2.03
12/49 A 32             1.60       NA         4.04     49.25     3.44           NA          1.36
12/50 A 15             0.33       NA         1.36     20.26    16.67           NA         4.04
12/51 E 55              0.55     0.22         2.91    30.71    10.00          4.00        1.89
12/52 E 66             0.66      0.27        3.36     21.17    8.33            4.91        1.64
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #1 เมื่อ: 25/08/08 19:38:17 »

ประวัติความเป็นมา
บริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2534 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 2 ล้านบาท โดยกลุ่มนายสรรพัชญ์
รัตคาม และนายสมชาญ ลัพธิกุลธรรม เพื่อดำเนินธุรกิจหลักเป็นผู้ให้บริการ ทางวิศวกรรมอิสระ
(Third party engineering service) ซึ่งหมายถึงการทดสอบและให้ความเห็นทางวิศวกรรมใน
ฐานะผู้เชี่ยวชาญอิสระในการตรวจสอบหรือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสากลที่ลูกค้าต้องการ
ลักษณะผลิตภัณฑ์และการให้บริการ
บริษัทให้บริการตรวจสอบและทดสอบวัสดุทางวิศวกรรม โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อควบคุมคุณ
ภาพของวัสดุอุปกรณ์ โดยเฉพาะโครงสร้างโลหะต่าง ๆ ทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และการตรวจ
สอบคุณภาพระหว่างกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมืออุปกรณ์และโครงสร้างต่างๆจะไม่
เกิดความเสียหาย ทั้งนี้แยกประเภทการให้บริการเป็น 2 ประเภทคือ
1. การทดสอบโดยไม่ทำลาย (Non-Destructive Test: NDT)
เป็นการทดสอบหาความบกพร่องหรือความผิดปกติของชิ้นงาน รอยเชื่อมของชิ้นงาน โดยที่ไม่ต้อง
ทำลายชิ้นงาน ไม่ทำให้ชิ้นงานเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ขนาด หรือสมรรถนะ โดยการตรวจสอบ
คุณสมบัติทางฟิสิกส์ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามความผิดปกติของโครงสร้างภายในหรือรอยบก
พร่องที่มีอยู่
การทดสอบโดยไม่ทำลายสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1.1 การทดสอบโดยไม่ทำลายแบบดั้งเดิม (Conventional NDT) เช่น การใช้รังสี และอนุภาคแม่
เหล็ก เป็นต้น เป็นวิธีที่ใช้กันมานาน และยังได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพอยู่ใน ปัจจุบัน
1.2 การทดสอบโดยไม่ทำลายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced NDT) ซึ่งใช้เทคโนโลยีและเครื่อง
มือที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งมีข้อดี คือ ใช้บุคลากร น้อย ระยะเวลาทดสอบ
น้อยกว่า รวดเร็วกว่า และให้ผลที่ชัดเจนและครอบคลุมกว่า
ในปัจจุบันบริษัทสามารถให้บริการทดสอบโดยไม่ทำลายที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอุตสาหกรรม
ได้ทั้งหมด 14 วิธี
2. การตรวจสอบเพื่อรับรองคุณภาพงาน (Inspection & Certifacation)
เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องหรือต่อยอดจากการทดสอบโดยไม่ทำลาย โดยใช้วิธีการทดสอบประ
เภทต่างๆ รวมถึงการทดสอบไม่ทำลายในการตรวจสอบชิ้นงาน และประมวลผลการทดสอบ พร้อม
ทั้งออกรายงานเพื่อรับรองสภาพการใช้งาน รวมถึงความเหมาะสมสำหรับการใช้งาน สำหรับลูกค้า
หลักแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. ลูกค้าที่ต้องการการรับรองตามกฎหมาย เช่น ตรวจสอบเพื่อรับรองถังบรรจุ (LPG NGV ถัง
บรรจุน้ำมัน ถังบรรจุสารเคมีเป็นต้น) หม้อไอน้ำ ภาชนะความดันประเภทต่างๆ และอื่นๆ
2. ลูกค้าที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ
โรงงานปิโตรเคมี แท่นขุดเจาะน้ำมัน ที่ต้องการตรวจสอบและรับรองคุณภาพโรงงานตาม
มาตรฐานการผลิตและการซ่อมบำรุง
การให้บริการตรวจสอบและรับรองคุณภาพมีข้อดีที่สำคัญ คือ มีความแน่นอนของรายได้สูง ลูกค้า
ส่วนใหญ่ใช้บริการตรวจสอบประจำปีอย่างต่อเนื่องโดยจัดทำเป็นสัญญาระยะยาว อาทิ ปตท.,
เอสโซ่, ยูโนแคล ไทยแลนด์, เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต เป็นต้น บริษัทมีสัดส่วนลูกค้าที่
ใช้บริการอย่างต่อเนื่องคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ย 89% ของรายได้จากการตรวจสอบและรับรองสำหรับ
ปี 2549 และ 2550 นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคตสูง ตามการ ขยายตัวของการ
ใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสอบคุณภาพของถังบรรจุ ทั้งถังติดตรึงและ
ถังที่ใช้ในการขนส่ง และอื่นๆตามที่กฎหมายกำหนด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #2 เมื่อ: 25/08/08 19:42:21 »

โครงสร้างรายได้
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและช่องทางการจำหน่าย
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของบริษัทในปัจจุบัน คือ บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตร
เคมี โดยในปี 2550 บริษัทมีสัดส่วนลูกค้าในอุตสาหกรรมพลังงานดังกล่าว คิดเป็น 91% เนื่องจาก
อุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและต้องการความปลอดภัยสูงมาก กลุ่มลูกค้า
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้
1. เจ้าของโครงการ บริษัทจะรับงานจากเจ้าของโครงการโดยตรงในการให้บริการทดสอบโดยไม่
ทำลายและตรวจสอบเพื่อรับรองคุณภาพ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% และ 76% ของรายได้
รวม ตามลำดับ (ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากผู้รับเหมา)
2. ผู้รับเหมา โครงการที่มีขนาดใหญ่ เช่น การสร้างโรงไฟฟ้า การวางท่อก๊าซ เจ้าของโครงการจะ
ว่าจ้างผู้รับเหมาเป็นผู้ดำเนินการแทน โดยบริษัทจะเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาช่วงในส่วนของงาน
ทดสอบและตรวจสอบทางวิศวกรรม โดยบริษัทจะต้องอยู่ในรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับการรับ
รอง (Approved vender list) ของเจ้าของโครงการด้วย
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายรองของบริษัทคืออุตสาหกรรมการก่อสร้าง โดยเฉพาะงานวิศวกรรมใช้โครง
สร้างเหล็ก เช่น รางรถไฟ อุโมงค์ อาคารสูง เป็นต้น ซึ่งต้องการการทดสอบในการควบคุมคุณภาพ
แม้ในปัจจุบันรายได้จากการให้บริการในอุตสาหกรรมนี้ยังคิดเป็นสัดส่วนที่น้อย แต่จะมีสัดส่วนที่
เพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันงานวิศวกรรมโครงสร้างเหล็กเป็นที่นิยมใช้มากขึ้น เนื่องจากก่อ
สร้างได้รวดเร็ว แข็งแรง มีความยืดหยุ่นต่อการป้องกันความเสียหายจากแผ่นดินไหว
ช่องทางการจัดจำหน่ายมี 2 ช่องทาง คือ
(1) การติดต่อลูกค้าโดยตรง สำหรับเจ้าของโครงการแล้วบริษัทจะใช้วิธีการติดต่อนำเสนอบริการ
โดยตรง ซึ่งเมื่อได้รับโอกาสในการให้บริการแล้ว ลูกค้ามักจะใช้บริการอย่างต่อเนื่องและยาว
นาน และมีการแนะนำต่อ ๆ กัน สำหรับในส่วนของผู้รับเหมาบริษัทใช้วิธีการติดต่อโดยตรงเพื่อ
สร้างความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจและใช้บริการต่อเนื่อง
(2) การใช้ภาคราชการเป็นสื่อกลาง การให้บริการตรวจสอบและทดสอบโดยเฉพาะทางด้านการ
ตรวจรับรองถังรับแรงดันสูงและถังแอลพีจี จะเป็นการตรวจสอบตามกฎหมายโดยผู้ตรวจ
สอบต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานราชการจะ
ช่วยแนะนำลูกค้าให้ติดต่อกับผู้ที่ขึ้นทะเบียน ซึ่งบริษัทก็ได้รับการแนะนำอย่างสม่ำเสมอ
สภาพการแข่งขัน
การแข่งขันในอุตสาหกรรมจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการน้อยราย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่อาศัย
ทักษะเฉพาะด้านสูง รวมทั้งต้องมีเงินลงทุนในการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น ทำให้ผู้ประ
กอบการรายใหม่ไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้ง่าย ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการ 9 ราย โดยเป็นราย
ใหญ่ 4 ราย (ข้อมูลจากผู้บริหารบริษัท) มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันประมาณ 83% ของมูลค่าตลาดรวม
ในปี 2549 (วัดจากรายได้:ข้อมูลจาก www.bol.co.th) โดยบริษัทเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจ NDT มี
ส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 นับตั้งแต่ปี 2548 และมีส่วนแบ่งตลาดในปี 2549 ประมาณ 31%
รายได้                              2548                   2549                 2550                 2Q51
                                    มูลค่า      %            มูลค่า   %        มูลค่า    %          มูลค่า    %
การทดสอบโดยไม่ทำลาย 91.16      59.55   135.26   60.87   105.06   49.39      59.60  54.35
การตรวจสอบและรับรอง    60.97     39.83    85.55    38.50   107.06   50.33      49.87  45.47
รายได้อื่น ๆ                    0.95        0.62     1.39      0.63         0.58   0.27        0.20    0.18
รายได้รวม                     153.08    100.00   222.2   100.00   212.70 100.00     109.66 100.00
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
plamuek76
"หน้าด้าน กล้ามั่ว"
Moderator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,520



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 25/08/08 19:43:57 »

ธุรกิจน่าสนใจนะครับ แต่ทำไมกำไรสุทธิเมื่อปี50ถึงลดลงจาก49เยอะจัง Huh
เหมือนปี49จะมีกำไรพิเศษหรืองานอะไรที่เป็นงานใหญ่รึเปล่า Huh
แต่ปี50ก็ยังน้อยกว่าปี48อีก Huh
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

บอร์ดคุยกับปลาหมึก
http://www.doohoon.com/smf/index.php?board=15.0
https://www.facebook.com/plamuek76


Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #4 เมื่อ: 25/08/08 19:44:49 »

ในประเทศไทยธุรกิจนี้มีการแข่งขันที่ไม่รุนแรง ผู้ประกอบการแต่ละรายจะมีฐานลูกค้าของตนเอง
โดยปกติจะไม่มีการแย่งลูกค้ากันเว้นแต่ลูกค้ามีความประสงค์จะเปลี่ยนผู้ให้บริการ เนื่องจาก
ความแตกต่างด้านคุณภาพการให้บริการ สำหรับคู่แข่งขันจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ให้
บริการด้านการทดสอบโดยไม่ทำลายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced NDT) ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการ
ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทต่างชาติเช่นกัน จึงมีการให้บริการในวงจำกัด เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงเมื่อ
เทียบกับผู้ประกอบการในประเทศไทย
บริษัทไม่มีนโยบายแข่งขันโดยตรงกับผู้ให้บริการจากต่างประเทศ แต่ใช้นโยบายการสร้างพันธ-
มิตรโดยร่วมเป็นคู่ค้ากับบริษัทข้ามชาติ และทำการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาการให้
บริการของตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันที่คาดว่าจะรุนแรงขึ้นในอนาคต เมื่อมี
การเปิดเสรีทาง การค้าและวิศวกรรม
ข้อได้เปรียบหรือจุดเด่นในการแข่งขันของบริษัท ดังต่อไปนี้
􀁺 เป็นผู้นำตลาด โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 30% จากมูลค่าตลาดรวม
􀁺 มีบริการที่ครบวงจร โดยเฉพาะในด้านการให้บริการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ ซึ่งบริษัทมี
บุคลากรในด้านนี้มากกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ และสามารถให้บริการตรวจสอบรับรองตามกฎ
หมายที่เกี่ยวข้องได้ทุกประเภท
􀁺 มีความแน่นอนของรายได้สูง โดยเฉพาะรายได้จากการให้บริการตรวจสอบและรับรองคุณ
ภาพ ซึ่งมีฐานลูกค้าที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่องประมาณร้อยละ 89
􀁺 มีการสร้างมูลค่าเพิ่มของการบริการ โดยการนำผลการทดสอบมาประมวลเพื่อตอบโจทย์
ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
􀁺 มีพันธมิตรทางการค้าที่แข็งแกร่ง ลูกค้าหลักของบริษัท เช่น ปตท., เอสโซ่ (ประเทศไทย)
เป็นต้น ซึ่งมีความมั่นคงและชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าใหม่ ในคุณภาพ
ของผลิตภัณฑ์และการบริการของบริษัท
􀁺 มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงในการทำงาน โดยมีทีมงานความปลอดภัยทำหน้าที่ควบคุมดู
แลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในคุณภาพการบริการยิ่งขึ้น
ภาวะอุตสาหกรรม
การทดสอบโดยไม่ทำลายมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตรวจสอบยืนยันความปลอดภัยในการติดตั้งหรือใช้
งานวัสดุหรือโครงสร้างต่าง ๆ ปัจจุบันประเทศที่พัฒนาแล้วการให้บริการดังกล่าวมีความจำเป็น
แพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน สำหรับประเทศไทย
ยังถูกจำกัดอยู่เฉพาะในบางอุตสาหกรรม ที่ต้องการความปลอดภัยสูงหรือถูกควบคุมโดยกฎ
หมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากอุบัติเหตุและความผิดพลาดสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต
และทรัพย์สินอย่างร้ายแรง
แนวโน้มของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี
การจัดหาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ : ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะฟื้นตัวจาก
วิกฤตและมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ย 5.5% ต่อปี ทำให้เกิดการขยายตัวของการใช้พลังงานในเชิง
พาณิชย์เพิ่มขึ้นทุกปี สำหรับในปี 2550 สำนักนโยบายและแผนพลังงาน โดยการประเมินเบื้องต้น
ความต้องการใช้พลังงานในเชิงพาณิชย์อยู่ที่ระดับ 1,605 เทียบเท่าพันบาร์เรลน้ำมันดิบต่อวัน
เพิ่มขึ้น 3.8% YoY โดยความต้องการก๊าซ ธรรมชาติเพิ่มขึ้น 6.6% ส่วนในปี 2551 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
จากปี 2550 ที่ 4.2% หรืออยู่ที่ระดับ 1,673 เทียบเท่าพันบาร์เรลน้ำมันดิบต่อวัน โดยมีความต้องการ
ใช้ก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้นมากที่สุดที่ 12.4% ทำให้ต้องมีการจัดหาแหล่งพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อ
เนื่อง โดยในปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งปิโตรเลียมที่ค้นพบแล้วทั้ง สิ้น 72 แหล่ง (รวมพื้นที่พัฒนา
ร่วมเจดีเอ) และมีแท่นผลิตปิโตรเลียม 225 แท่น (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2550 จากกรมเชื้อ เพลิงธรรมชาติ)
และมีแผนขยายการสำรวจและเร่งขุดเจาะอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้นทุกปี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #5 เมื่อ: 25/08/08 19:45:53 »

การผลิตน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซธรรมชาติ: ปัจจุบันมีโรงกลั่นน้ำมันมี 6 โรงทั่วประเทศ กำลังการ
ผลิตเพียงพอจะรองรับความต้องการใช้ และยังไม่มีแผนการขยายท่อส่งน้ำมันหรือสร้างโรงกลั่น
เพิ่ม อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติมีอัตราการเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อทดแทนการใช้น้ำมัน
และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการใช้ก๊าซในภาคคมนาคมขนส่ง ประกอบกับความ
ต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อการผลิตไฟฟ้า โดยคาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย
5.78% ต่อปี (ข้อมูลจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 2550-2564 หรือ PDP 2007)
ก๊าซธรรมชาติเป็นผลผลิตจากโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ LPG
(Liquid Petroleum Gas / ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือก๊าซหุงต้ม) และ NGV (Natural Gas Vehicles)
ความต้องการใช้ก๊าซทั้ง 2 ชนิดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2549 และ 2550 ปริมาณการใช้ก๊าซ
LPG เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ 14.1% และ 12.9% จากการใช้งานสำหรับรถยนต์ถึง 51.6% และ
24.2% ในปี 2549 และปี 2550 ส่วนในปี 2551 สำนักนโยบายและแผนพลังงานคาดว่าความต้อง
การในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 3.9 ล้านตัน หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 6.6% จากปี 2550
สำหรับการใช้ก๊าซ NGV มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดเนื่องจากได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ
อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานได้พยากรณ์ความต้องการใช้ NGV สำหรับ
ปี 2551 – 2554 ปีละ 46.25% จาก 69 ล้าน ลบ.ฟุต เป็น 254 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน
จากการขยายตัวของความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดหาและ
ผลิตก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะการลงทุนขยายโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และจัดสร้าง
โรงแยกก๊าซเพิ่มเติม ซึ่งบริษัท ปตท. เป็นผู้ดำเนินการแต่เพียงรายเดียว โดยมีแผนโดยสรุปดังนี้
การขยายโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ
การลงทุนก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ดำเนินการภายใต้แผนแม่บทระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ โดย
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2550 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแผนแม่บทระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ฉบับที่
3 พ.ศ.2544-2554 (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม) ซึ่งอนุมัติแผนการลงทุนก่อสร้างระบบท่อส่งก๊าซธรรม
ชาติจำนวน 14 โครงการในวงเงินลงทุน 165,077 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการวางท่อส่งก๊าซที่คาดว่าจะ
แล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไปสามารถสรุปได้ดังนี้
เส้นทาง ความยาว (กม.) ปีที่เริ่มดำเนินการ
แหล่งอาทิตย์ - แท่นพักท่อพีอาร์พี 191 2551
แหล่งเจดีเอ - แหล่งอาทิตย์ 87 2551
แหล่งอาทิตย์เหนือ - ท่อส่งก๊าซเส้นที่3 40 2551
ไทยน้อย - โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 8 2553
ระยอง - แก่งคอย (ท่อส่งก๊าซเส้นที่ 4) 300 2554
ส่วนต่อขยายท่อส่งก๊าซเส้นที่ 3 274 (ความยาวรวม) 2554-2555
ที่มา: ปตท. และสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ข้อมูล ณ มกราคม 2551)
นอกเหนือจากนี้ยังมีโครงการที่ อยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อการจัดหาจากประเทศเพื่อนบ้าน
ได้แก่
􀁺 ท่อส่งก๊าซฝั่งตะวันตก เพื่อรองรับการจัดหาเพิ่มเติมจากสหภาพพม่า วางท่อในทะเลจาก
สหภาพพม่าเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ความยาวประ มาณ 1,000 กิโลเมตร
􀁺 ท่อส่งก๊าซเพื่อรองรับการจัดหาในอนาคตจากประเทศอินโดนีเซีย วางท่อในทะเลจากชาย
แดนอินโดนีเซียเชื่อมต่อกับราชบุรี ระยอง ทับสะแกและนครศรีธรรมราช ความยาวประมาณ
1,100 กิโลเมตร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #6 เมื่อ: 25/08/08 19:46:38 »

การจัดสร้างโรงแยกก๊าซ
ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงแยกก๊าซ 5 โรง ซึ่งดำเนินการโดย ปตท. ทั้งหมด มีแผนการจัดสร้างโรงแยก
ก๊าซหน่วยที่ 6 และหน่วยที่ 7 โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในปี 2553 และ 2554 ตาม ลำดับ
ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตจากเดิมที่มีอยู่ 4.1 ล้านตันต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 6.7 ล้านตันต่อปี และ
8 ล้านตันต่อปี ตามลำดับ
กระบวนการผลิตปิโตรเลียมทุกขั้นตอน ตั้งแต่แหล่งสำรวจและแท่นขุดเจาะ โรงกลั่นน้ำมัน โรง
แยกก๊าซ ถังบรรจุ จำเป็นต้องได้รับการควบคุมและตรวจสอบโดยอาศัยการทดสอบโดยไม่ทำลาย
ซึ่งจะมีรายได้ส่วนหนึ่งจากการให้บริการรายปี (Recurring Income) จากการตรวจสอบแหล่งขุด
เจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และโรงงานที่มีอยู่เดิม และรายได้อีกส่วนหนึ่งที่เติบโตตามการ
ขยายการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นโอกาสให้ธุรกิจ
การทดสอบโดยไม่ทำลายเติบโตต่อเนื่อง
แนวโน้มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
อุตสาหกรรมกรรมปิโตรเคมีเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องของการผลิตพลังงานจากน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ
โครงสร้างของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแบ่งออกได้เป็น 3 ขั้น คือ
􀁺 อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้น เป็นการนำก๊าซปิโตรเลียมหรือผลิตภัณฑ์ในรูปของน้ำมันมาแปร
สภาพเป็นสารโอเลฟินส์หรืออะโรเมติกส์
􀁺 อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลาง เป็นการนำผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้นไป
ผ่านกระบวนการแปรรูปต่างๆ
􀁺 อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลาย เป็นการนำผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลางไป
ผ่านกระบวนการแปรรูปต่าง ๆ เช่นเม็ดพลาสติก วัสดุสังเคราะห์ ซึ่งจะถูกนำไปให้ในการผลิต
ของอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ
ปัจจุบันการพัฒนาของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทยอยู่ภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรมปิโตร
เคมีระยะที่ 3 ซึ่งกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในระยะ 15 ปี (2546 – 2561) โดยเน้นการผลิต
ปิโตรเคมีจากก๊าซธรรมชาติ (Gas base) เพื่อลดต้นทุน ซึ่งแผนแม่บทดังกล่าวได้กำหนดแผนการ
ลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไว้ดังนี้
นอกจากนี้ในแผนแม่บทยังได้มีการกำหนดมูลค่าเงินลงทุนเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยตั้งแต่
ปี 2547 – 2561 แผนการลงทุนดังนี้
อุตสาหกรรม กำลังการผลิต (KTA) ภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะที่ 3
ปิโตรเคมี จนถึงปี 2546 ปี 2561
ขั้นต้น 5,532 5,622
ขั้นกลาง 2,922 6,098
ขึ้นปลาย 6,402 6,006
ที่มา: สถาบันปิโตร (ปรับปรุงข้อมูล ณ พฤษภาคม 2550)
ปี มูลค่าเงินลงทุน (ล้านเหรียญสหรัฐ)
2547-2550 5,051
2551-2555 4,211
2556-2561 2,917
มูลค่ารวม 12,179
ที่มา: สถาบันปิโตร (ปรับปรุงข้อมูล ณ พฤษภาคม 2550)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #7 เมื่อ: 25/08/08 19:47:42 »

การทดสอบโดยไม่ทำลายและการตรวจสอบและรับรองคุณภาพจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรม
ปิโตรเคมี เนื่องจากในกระบวนการผลิตมีการใช้ถังบรรจุความดันสูง ถังบรรจุสารเคมีอันตราย
และสารกัดกร่อน ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสอบ (Plant shutdown inspection) ตามมาตรฐานการ
ซ่อมบำรุงประจำปี ดังนั้นการขยายการลงทุนจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจได้เป็นอย่างดี
ความต้องการและการจัดหาพลังงานไฟฟ้า
การดำเนินการของโรงไฟฟ้าแม้ความซับซ้อนจะไม่เท่ากับการผลิตปิโตรเลียมและปิโตรเคมี แต่ก็
ต้องได้รับการควบคุม จากการทดสอบโดยไม่ทำลายรวมถึงการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ ซึ่ง
ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปแบบของงานติดตั้งโรงไฟฟ้าใหม่ ในปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ตรวจสอบที่ได้รับการ
รับรอง (Approved vender list) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ และผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ทำให้ได้รับ
งานตรวจสอบโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสในการเติบโตตามการขยายตัวของการผลิตไฟ
ฟ้ากำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าของประเทศไทย ณ 30 มิถุนายน 2550 มีจำนวน 28,522 เมกะวัตต์
โดยเป็นการผลิตติดตั้งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ(กฟผ.) 56% จากผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระ (IPP) และผู้
ผลิตเอกชนรายเล็ก (SPP) 35% และ 7% ส่วนที่เหลือเป็นการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯได้จัดทำแผนพัฒนกำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 2550-2564 (PDP 2007) ซึ่งได้
รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเมื่อ 4 มิถุนายน 2550 โดยพยากรณ์ความ
ต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในปี 2550-2564 มีการเติบโตเฉลี่ย 5.78% และจัดทำแผนการผลิตให้
เพียงพอต่อการใช้ ซึ่งในปี 2564 กฟผ.ตั้งเป้ากำลังผลิตติดตั้งไฟฟ้ารวมไว้ที่ 58,231 เมกะวัตต์
โครงการในอนาคต
บริษัทวางแผนในการขยายธุรกิจทั้งในส่วนการบริการ และการขยายฐานลูกค้า ดังต่อไปนี้
1. ลงทุนในเครื่องจักรเพื่อขยายการให้บริการ
บริษัทมีแผนการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต้องมีการลงทุนด้านเครื่องมือ
และอุปกรณ์เพิ่มเติม โดยระหว่างไตรมาสที่ 4 ของปี 2551 ถึงปี 2553 มีแผนการลงทุน สำหรับ
Conventional NDT มูลค่า 45 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการการทดสอบแบบดั้งเดิมยังคงมีอยู่
อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมในปัจจุบันทำให้ประเทศไทยมีความต้อง
การ Advanced NDT เพิ่มมากขึ้นตามแนวโน้มต่างประเทศที่ Advanced NDT มีการใช้งานอย่าง
แพร่หลาย เนื่องจากสามารถรองรับการทดสอบบางประเภทที่ Conventional NDT ไม่สามารถทำ
ได้ บริษัทจึงต้องเตรียมตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่ง
ขันในอนาคต คาดว่าจะทยอยลงทุนภายในปี 2551 – 2553 มูลค่า 25 ล้านบาท
2. ขยายพื้นที่ให้บริการที่สำนักงานใหญ่จังหวัดระยอง
ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 ไร่ ให้บริการกลุ่มลูกค้าในบริเวณนิคมอุตสาห-
กรรมมาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง ที่ผ่านมาลูกค้าในบริเวณดังกล่าวมีการขยายตัวอย่างรวด
เร็ว ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องมีการเพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งเพิ่มพื้นที่
ในการจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ในการฝึกอบรม โดยมีโครงการ
ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 1,000 ตารางเมตรในที่ดินปัจจุบัน ใช้เงินลงทุน 40 ล้านบาทในปี 2552-2553
ปัจจัยความเสี่ยง
1. ความเสี่ยงในการเรียกชำระเงินจากผู้รับเหมา เจ้าของโครงการจะว่าจ้างผู้รับเหมาหลัก เป็นผู้
ดำเนินก่อสร้างโครงการ โดยบริษัทเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาช่วงในส่วนของงานทดสอบและตรวจ
สอบทางวิศวกรรม หากผู้รับเหมาหลักไม่สามารถดำเนินโครงการสำเร็จ บริษัทอาจไม่
สามารถเรียกเก็บเงินได้หรือได้รับชำระล่าช้าจนส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #8 เมื่อ: 25/08/08 19:48:56 »

2. ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงบุคลากร โดยการให้บริการที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะ
ด้านในงานตรวจสอบและงานวิศวกรรมบริการ จึงจำเป็นต้องอาศัยบุคลากร ซึ่งหากสูญเสีย
บุคลากรหรือมีบุคลากรที่ไม่มีความสามารถ อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท
3. ความเสี่ยงจากการรับรองผลงาน ในการให้บริการของบริษัทมีการตรวจรับรองการใช้งาน
ของวัสดุที่ตรวจสอบโดยการอ้างอิงจากผลการทดสอบ จึงมีความเสี่ยงในกรณีชิ้นงานที่บริษัท
ให้การรับรองเกิดความเสียหาย โดยมีหลักฐานว่าบริษัทมีการประเมินผลผิดพลาด อาจทำให้
บริษัทต้องมีภาระรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
4. ความเสี่ยงในการแข่งขันจากคู่แข่งขันต่างประเทศจากการเปิดเสรีทางการค้าและบริการ
ทางวิศวกรรม นโยบายการเปิดเสรีทางการค้าซึ่งรวมถึงการเปิดเสรีการให้บริการทางวิศว-
กรรมเปิดโอกาสให้คู่แข่งขันเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ซึ่งบริษัทข้ามชาติส่วนใหญ่มีความชำนาญ
ในการให้บริการทางด้านการทดสอบโดยไม่ทำลายขั้นสูง
5. ความเสี่ยงจากการเสนอขายหุ้นราคาต่ำให้แก่ผู้บริหาร (ที่ไม่ใช่กรรมการบริษัท) และพนัก
งานบริษัท ที่ออกเสนอขาย 1.50 ล้านหุ้น โดยราคาเสนอขายต่ำกว่าราคาขายให้กับประชาชน
ทั่วไป 20% ซึ่งทั้งหมดจะมีระยะเวลาการห้ามขายตามเกณฑ์การห้ามผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้น
และผู้ เกี่ยวข้องขายหุ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด (Silent Period) เป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้ง
แต่เริ่มทำการซื้อขายหลักทรัพย์ ภายหลังครบกำหนดระยะเวลา 6 เดือน จะสามารถทยอย
ขายได้จำนวน 25% ของหุ้นทั้งหมดที่ถูกห้ามขาย
6. ความเสี่ยงในการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน บริษัทมีความประสงค์จะเสนอขายหุ้น
ต่อประชาชนในครั้งนี้ก่อนที่จะได้รับการพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ทั้งนี้ บริษัทได้
ยื่นคำขออนุญาตนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอเมื่อ 27 พฤษภาคม
2551 และบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการ
เงินได้พิจารณาคุณสมบัติของบริษัทในเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าบริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะ
สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอได้ ยกเว้นคุณสมบัติการกระจายหุ้นให้
แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนไม่ต่ำกว่า 300 ราย จึงยังมีความไม่แน่นอนที่จะได้รับอนุญาตให้
เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงอาจมีความเสี่ยง
เกี่ยวกับสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นของบริษัทในตลาดรอง และอาจไม่ได้รับผลตอบแทน
ตามราคาที่คาดการณ์ไว้ หากหลักทรัพย์ของบริษัทไม่สามารถเข้าจดทะเบียนได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #9 เมื่อ: 25/08/08 19:49:50 »

ผลประกอบการในปี 2550
รายได้ของบริษัทจะมาจากการให้บริการทดสอบโดยไม่ทำลาย (NDT) ซึ่งราว 90% ลูกค้าจะอยู่
ในกลุ่มผู้รับเหมาโครงการ ซึ่งบริษัทจะให้บริการรับเหมาช่วงของงาน NDT ส่วนการให้บริการตรวจ
สอบและรับรองคุณภาพ กลุ่มลูกค้าหลักราว 76% เป็นเจ้าของโครงการโดยตรง มีการตรวจสอบ
โรงงานประจำปีและการตรวจสอบเพื่อการรับรองตามกฎหมาย ซึ่งรายได้ของบริษัทจากทั้ง 2 ส่วน
จะอยู่ที่ราว 50%:50% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นใกล้เคียงกัน เท่ากับเป็นการกระจายความเสี่ยงจาก
แหล่งที่มาของรายได้ ซึ่งในปี 2550 รายได้บริการลดลง 4.17% YoY เป็น 212.12 ล้านบาท เมื่อเทียบ
กับปี 2549 ที่โต 45.41% เนื่องจากในปี 2549 ได้รับงานตรวจสอบท่อส่งก๊าซจึงทำให้รายได้ในส่วน
ของ NDT เติบโตสูง เมื่อเทียบกับปี 2550 โครงการขนาดใหญ่ลดลง แต่จากกลยุทธ์ที่เน้นงานตรวจ
สอบและรับรองคุณภาพทำให้มีการเติบโตและชดเชยงาน NDT รายได้จึงปรับลงไม่มาก แม้รายได้
จะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับปรับตัวดีขึ้นเป็น 36.12% ในปี 2550 เทียบกับ 30.28% ในปี 2549
จากการควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 34.34% จากค่าใช้ของพนักงานที่
เพิ่มขึ้นตามการปรับโครงสร้างองค์เพื่อเตรียมเข้าจดทะเบียน ประกอบกับได้มีการบันทึกหนี้สงสัย
จะสูญของบริษัท นาแคป เอเชีย แปซิฟิก (ประเทศไทย) ในโครงการวางท่อก๊าซธรรมชาติจำนวน
17.23 ล้านบาท และบริษัทมีสิทธิประโยชน์จาก BOI ในบางส่วนงาน ทำให้กำไรสุทธิในปี 2550
ลดลง 52.84% YoY เป็น 15.05 ล้านบาท หากไม่นับรวมบันทึกหนี้สงสัยจะสูญบริษัทจะมี กำไรสุทธิ
ที่ 32.28 ล้านบาท เติบโต 15.18% YoY
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #10 เมื่อ: 25/08/08 19:50:29 »

Backlog ที่มีจะช่วยสร้างการเติบโตในปี 2551
ในครึ่งปีแรก 2551 รายได้บริการมีการเติบโต 2.33% YoY มาอยู่ที่ 109.47 ล้านบาท จากการคัด
เลือกลูกค้ามากขึ้น โดยหันมาบริการลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อป้องการความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจาก
การเรียกเก็บหนี้ แต่การควบคุมต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้กับบริการจึงทำให้ต้นทุนลดลง 0.66%
YoY และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นจาก 36.66% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 38.51% ค่าใช้จ่าย
บริหารปรับตัวลง 1.18% YoY จากการเลิกเช่าที่ของสำนักงานที่ระยองกับชลบุรีในเดือน ธ.ค. 2550
และซื้อที่ดินดังกล่าวแทน จึงมีกำไรสุทธิที่ 21.51 ล้านบาท เพิ่ม ขึ้น 19.82% YoY
สำหรับในครึ่งปีหลังการเติบโตจะดีขึ้นมาก จาก Backlog ที่จะรับรู้รายได้อีก 150 ล้านบาท และ
ทางฝ่ายฯคาดว่าจะมีการรับรู้รายได้ระหว่างทางอีกราว 10% ของ Backlog จึงคาดว่ารายได้
บริการในครึ่งปีหลังจะอยู่ที่ 165 ล้านบาท เติบโตจากครึ่งปีแรก 50.73% และจากช่วงเดียวกันของ
ปีก่อนที่ 56.93% แต่เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ต้นทุนดำเนินงานของบริษัทจึง
เพิ่มขึ้นและมีการให้เงินช่วยเหลือแก่พนักงานปลายไตรมาส 2 จึงปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลงจาก
ในครึ่งปีแรกที่ 38.51% เป็น 36.50% แต่ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 35.57% และค่าใช้จ่าย
บริหารเพิ่มขึ้น 4.94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงคาดว่ารายได้ทั้งปี 2551 จะอยู่ที่ 274.47 ล้าน
บาท เพิ่มขึ้น 29.39% YoY และมีกำไรสุทธิที่ 55.13 ล้านบาท เติบโต 266.20% YoY แต่หากไม่นับ
รวมผลของการบันทึกหนี้สงสัยจะสูญในปี 2550 กำไรสุทธิก็จะเติบโตที่ 70.79% YoY สำหรับในปี
2552 จากการเติบโตของอุตสาหกรรมที่มีอย่างต่อเนื่องและค่าเฉลี่ยของรายได้ในช่วง 4 ปี (ปี 2548-
2551e) มีการเติบโตเฉลี่ยที่ 16% ต่อปี คาดในปี 2552 จะยังรักษาการเติบโตที่ 16% YoY ไว้ได้
จากการเข้าจดทะเบียนและการลงทุนอุปกรณ์ที่ทำให้มีบริการเพิ่มขึ้น รายได้จะอยู่ที่ 318.38 ล้าน
บาท โดยยังเน้นงานตรวจสอบเพื่อรับรองที่มีลูกค้าเดิมใช้งานอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีกำไรสุทธิที่
66.36 ล้านบาท
ประเมินราคาพื้นฐานบน P/E 11 เท่า
มองการเติบโตของบริษัทจะยังมีต่อเนื่อง จากการลงทุนของธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี กฎข้อบัง
คับทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้นและเข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับพลังงานทดแทน ทั้งยานพาหนะ อุปกรณ์
แหล่งเติมเชื้อเพลิง ฯลฯ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น รวมถึงโครงการเมกะโปรเจ็คที่จะเกิดขึ้น
ในอนาคต ล้วนแต่สนับสนุนในภาวะอุตสาหกรรมมีการเติบโตได้ต่อเนื่อง ซึ่งในแง่การแข่งขันของผู้
บริการเช่นเดียวกับบริษัทยังมีไม่มาก และแต่ละแห่งมีฐานลูกค้าเป็นของตนเอง โดยบริษัทมีฐาน
ลูกค้าเดิมที่ใช้บริการต่อเนื่อง 3 ปีที่ผ่านมาสูงถึง 80% และมีการเติบโตของการใช้บริการอย่างต่อ
เนื่อง ทำให้บริษัทมีรายได้ที่มั่นคงในระดับที่ดี
ในเชิงเปรียบเทียบกับ TNDT ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกันและจดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอ จะเห็นว่าทิศ
ทางของรายได้มีการเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน อัตรากำไรขั้นต้นก็อยู่ในกรอบ 35-40% เหมือนกัน
แต่ค่าใช้จ่ายบริหารของบริษัทที่สูงกว่า TNDT เกือบหนึ่งเท่าตัว เนื่องจากกลยุทธ์ที่ต่างกันจากการ
กันเน้นงานทางด้านตรวจสอบและรับรองคุณภาพที่มีรายได้แน่นอนและต่อเนื่องกว่างานตรวจ
สอบโดยไม่ทำลาย จึงมีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรโดยเฉพาะวิศวกรที่ได้ใบอนุญาตประเภทต่างๆ
มากกว่า และมองว่าเป็นข้อดีต่อการขยายงานและรายได้ในอนาคต แม้อาจเป็นภาระต่อบริษัทที่
ต้องสร้างการเติบโตของรายได้ให้เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ได้รับการส่งเสริมจาก BoI ทำให้ภาระภาษี
จ่ายลดลง และยังมีการลงทุนอุปกรณ์ใหม่ ๆ เพื่อของการส่งเสริมจาก BoI อีก ทางฝ่ายฯ ประเมิน
ราคาพื้นฐานที่ P/E 11 เท่า เทียบเท่า TNDT ที่อิง 11 เท่า ซึ่งมีส่วนลดจากตลาดเอ็มเอไอที่ 13.23
เท่า (ข้อมูลวันที่ 14 ส.ค. 2551) คำนวณกำไรต่อหุ้นแบบ Fully Diluted ราคาพื้นฐานในปี 2551
อยู่ที่ 6.05 บาท และจะเพิ่มเป็น 7.30 บาทในปี 2552 ตามการเติบโตของกำไรสุทธิ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #11 เมื่อ: 25/08/08 20:01:16 »

ธุรกิจน่าสนใจนะครับ แต่ทำไมกำไรสุทธิเมื่อปี50ถึงลดลงจาก49เยอะจัง Huh
เหมือนปี49จะมีกำไรพิเศษหรืองานอะไรที่เป็นงานใหญ่รึเปล่า Huh
แต่ปี50ก็ยังน้อยกว่าปี48อีก Huh
เข้าใจว่าสร้าง office ถาวรหรือเปล่า Huh Huhจำใด้ว่า48 สร้างofficeที่บ้านบึงนะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: 25/08/08 20:29:37 »

 Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #13 เมื่อ: 25/08/08 20:33:35 »

คือผมว่ารายรับ ก็เติบโตพอใช้นะครับแต่กำไรสุทธิยังแกว่ง น่าจะมาจากการลงทุน ในสินทรัพย์และอุปกรณ์ต่างๆ ฃึ่งการลงทุนนี้ผมว่า จะน้อยลง น่าจะทำให้กำไรสุทธิสูงขึ้นครับ  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #14 เมื่อ: 25/08/08 20:34:32 »

Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin
ท่านก็เอาฃะหน่อย ปะไร 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: 27/08/08 13:10:31 »

นายสรรพัชญ์ รัตคาม กรรมการผู้จัดการ บมจ. ควอลลีเทค  ผู้ให้บริการทดสอบและตรวจสอบวัสดุทางวิศวกรรมชั้นนำของไทย  เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอขายได้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ก่อนที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท และทุนชำระแล้วก่อนการเสนอขายหุ้น 70 ล้านบาท โดยจะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป จำนวน 28.5 ล้านหุ้น และจะเสนอขายต่อผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 1.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
         กรรมการผู้จัดการ บมจ.ควอลลีเทค  เชื่อว่า นักลงทุนจะสนใจหุ้นของบริษัทฯ เนื่องจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี ที่มีความจำเป็นต้องใช้การทดสอบและตรวจสอบทางวิศวกรรมยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทฯ มีประสบการณ์ในการดำเนินกิจการดังกล่าวมากว่า 17 ปี อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นคู่ค้ากับบริษัทสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น บมจ. ปตท. (PTT)  บมจ. บางจากปิโตรเลียม  (BCP) และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นต้น
         ในปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 50 มีรายได้รวม 212.70 ล้านบาท และในปัจจุบันเฉพาะงวด 3 เดือนแรกของปี 2551 มีรายได้รวม 54.41 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเท่ากับ 11.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า
         รายได้หลักของบริษัทฯ มาจากการให้บริการใน 2 ส่วน คือ การให้บริการ ทดสอบโดยไม่ทำลาย (NDT) ส่วนใหญ่เป็นการทดสอบสำหรับการก่อสร้างหรือติดตั้งโครงสร้างใหม่ โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้จาก NDT 28.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 5.54 โดยส่วนใหญ่เป็นการขยายบริการให้กับลูกค้าเดิม ขณะที่รายได้จากบริการตรวจสอบรับรองคุณภาพ อยู่ที่ 25.81 ล้านบาท
         สำหรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมการทดสอบและตรวจสอบทางวิศวกรรมนั้น ต้องยอมรับว่า อยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการน้อยราย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่อาศัยทักษะเฉพาะด้านสูง รวมทั้งต้องมีเงินลงทุนในการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้โดยง่าย
         บมจ. ควอลลีเทค  ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการทดสอบและตรวจสอบวัสดุทางวิศวกรรม (Third party inspection service) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อความปลอดภัยของวัสดุอุปกรณ์ โดยเฉพาะโครงสร้างโลหะต่างๆ ทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมืออุปกรณ์และโครงสร้างต่างๆ ได้คุณภาพถูกต้องตามข้อกำหนดมาตรฐานสากล  รวมถึงการทดสอบและตรวจสอบระหว่างกระบวนการผลิต เพื่อไม่เกิดความเสียหาย จนส่งผลให้กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงัก 
         ปัจจุบัน บริษัท เป็นผู้นำตลาด โดยครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 31 ดังนั้น ธุรกิจนี้ จัดว่ามีการแข่งขันที่ไม่รุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละรายมักจะมีฐานลูกค้าเป็นของตนเอง โดยปกติจะไม่มีการแย่งลูกค้ากัน นอกจากลูกค้ามีความต้องการที่จะเปลี่ยนผู้ให้บริการ เนื่องจากความแตกต่างด้านคุณภาพและความปลอดภัยของการให้บริการ ทางด้านคู่แข่งขันจากต่างประเทศนั้น บริษัทฯไม่มีนโยบายแข่งขันโดยตรง แต่ใช้นโยบายการสร้างพันธมิตรโดยร่วมเป็นคู่ค้ากับบริษัทข้ามชาติหลายราย เพื่อให้บริการการทดสอบทางด้าน Advanced NDT


--อินโฟเควสท์ โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/เสาวลักษณ์/รัชดา โทร.0-2253-5050 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: 27/08/08 13:12:07 »

"ควอลลีเทค" เดินหน้าเข้าตลาดเอ็ม เอ ไอ พร้อมกระจาย 28.5 ล้านหุ้น ไตรมาส 3 ปีนี้
Monday, 21 July 2008 14:40 -- การเงิน ลงทุน หุ้น
“ควอลลีเทค” ผู้ให้บริการทดสอบโดยไม่ทำลาย และบริการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ ชั้นนำของไทย พร้อมเสนอขายหุ้น IPO ไตรมาส 3 นี้ ตั้ง บล.ฟิลลิป เป็นที่ปรึกษา ระบุอยู่ระหว่างยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต. เตรียมกระจาย 28.5 ล้านหุ้น ผู้บริหารมั่นใจพื้นฐานแกร่ง หลังรายได้โตต่อเนื่อง เฉพาะงวด 3 เดือนแรก โกยรายได้ 54.41 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจแข่งขันน้อยราย ทำให้มีโอกาสเติบโตสูง

นายสรรพัชญ์ รัตคาม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลลีเทค จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทดสอบและตรวจสอบวัสดุทางวิศวกรรมชั้นนำของไทย ที่ได้รับการรับรองคุณภาพโดย ISO 9001 : 2000 และ ISO 17025 เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอขายได้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ก่อนที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท และทุนชำระแล้วก่อนการเสนอขายหุ้น 70 ล้านบาท โดยจะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปจำนวน 28.5 ล้านหุ้น และจะเสนอขายต่อผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 1.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

สำหรับ บริษัท ควอลลีเทค จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการทดสอบและตรวจสอบวัสดุทางวิศวกรรม (Third party inspection service) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อความปลอดภัยของวัสดุอุปกรณ์ โดยเฉพาะโครงสร้างโลหะต่างๆ ทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมืออุปกรณ์และโครงสร้างต่างๆ ได้คุณภาพถูกต้องตามข้อกำหนดมาตรฐานสากล รวมถึงการทดสอบและตรวจสอบระหว่างกระบวนการผลิต เพื่อไม่เกิดความเสียหาย จนส่งผลให้กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงัก

บริษัทฯแบ่งประเภทการให้บริการเป็น 2 ประเภทคือการทดสอบโดยไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing) หรือ NDT และการตรวจสอบเพื่อรับรองคุณภาพ (Inspection & Certification) ซึ่งรวมไปถึงการตรวจสอบและรับรองถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวและระบบท่อของก๊าซ LPG และ CNG

“บริษัทฯมีสัดส่วนรายได้จากการให้บริการทั้งสองประเภทใกล้เคียงกัน โดยกลุ่มลูกค้า คือ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง ซึ่งได้แก่ อุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี โดยบริษัทฯ ให้บริการตรวจสอบการติดตั้งเครื่องจักร และการซ่อมบำรุงประจำปีของโรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี โรงแยกก๊าซ โรงบรรจุก๊าซ โรงผลิตไฟฟ้า รวมทั้งผู้ใช้ถังบรรจุ เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ต้องถูกตรวจสอบตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัย เช่น หม้อไอน้ำ (Boiler) เครน ถังเก็บและจ่ายก๊าซ LPG ถัง NGV ถังบรรจุสารเคมีอันตราย ถังรับแรงดันสูง เป็นต้น” นายสรรพัชญ์ กล่าว

ทางด้านผลการดำเนินงานนั้น บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2550 มีรายได้รวม 212.70 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ในธุรกิจประเภทนี้ และในปัจจุบันเฉพาะงวด 3 เดือนแรกของปี 2551 มีรายได้รวม 54.41 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเท่ากับ 11.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า

“รายได้หลักของบริษัทฯ มาจากการให้บริการใน 2 ส่วน คือ การให้บริการ ทดสอบโดยไม่ทำลาย (NDT) ส่วนใหญ่เป็นการทดสอบสำหรับการก่อสร้างหรือติดตั้งโครงสร้างใหม่ โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้จาก NDT 28.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 5.54 โดยส่วนใหญ่เป็นการขยายบริการให้กับลูกค้าเดิม ขณะที่รายได้จากบริการตรวจสอบรับรองคุณภาพ อยู่ที่ 25.81 ล้านบาท” กรรมการผู้จัดการ บมจ.ควอลลีเทค กล่าว

สำหรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมการทดสอบและตรวจสอบทางวิศวกรรมนั้น ต้องยอมรับว่า อยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการน้อยราย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่อาศัยทักษะเฉพาะด้านสูง รวมทั้งต้องมีเงินลงทุนในการจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้โดยง่าย

บริษัท ควอลลีเทค จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำตลาด โดยครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 31 ดังนั้น ธุรกิจนี้ จัดว่ามีการแข่งขันที่ไม่รุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละรายมักจะมีฐานลูกค้าเป็นของตนเอง โดยปกติจะไม่มีการแย่งลูกค้ากัน นอกจากลูกค้ามีความต้องการที่จะเปลี่ยนผู้ให้บริการ เนื่องจากความแตกต่างด้านคุณภาพและความปลอดภัยของการให้บริการ ทางด้านคู่แข่งขันจากต่างประเทศนั้น บริษัทฯไม่มีนโยบายแข่งขันโดยตรง แต่ใช้นโยบายการสร้างพันธมิตรโดยร่วมเป็นคู่ค้ากับบริษัทข้ามชาติหลายราย เพื่อให้บริการการทดสอบทางด้าน Advanced NDT

กรรมการผู้จัดการ บมจ.ควอลลีเทค กล่าวด้วยว่า เชื่อว่า นักลงทุนจะสนใจหุ้นของบริษัทฯ เนื่องจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี ที่มีความจำเป็นต้องใช้การทดสอบและตรวจสอบทางวิศวกรรมยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทฯ มีประสบการณ์ในการดำเนินกิจการดังกล่าวมากว่า 17 ปี อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นคู่ค้ากับบริษัทสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นต้น

บริษัท ควอลลีเทค จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทดสอบและตรวจสอบวัสดุทางวิศวกรรม ดำเนินธุรกิจด้วยพันธกิจสำคัญคือความมุ่งมั่นให้บริการในงานวิชาชีพภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ การพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องเติบโตอย่างมั่นคงก้าวหน้า และให้ลูกค้าประทับใจในการบริหารที่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และมีคุณภาพ และได้รับการรับรองด้านคุณภาพโดย ISO 9001: 2000 และ ISO 17025

http://www.newswit.com/news/2008-07-21/0740-0be52f0e6a51f052c71660b2c42260d4/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: 27/08/08 13:13:56 »

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า บมจ.ควอลลีเทค ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก(IPO)ที่ 4.20-4.80 บาท/หุ้น ส่วนช่วงราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อผู้บริหารและพนักงานของบริษัทกำหนดไว้ที่ 3.36-3.84 บาท/หุ้น
 ทั้งนี้บริษัทฯจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยมีบล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในครั้งนี้ 
         บมจ.ควอลลีเทค ได้นับ 1 Filing เมื่อวันที่  27 พฤษภาคม 2551 โดยบริษัทฯต้องการจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนจำนวน 28.5 ล้านหุ้นหรือคิดเป็น 28.5%ของทุนชำระแล้วภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้  และจะเสนอขายต่อผู้บริหารและพนักงานบริษัทจำนวน 1.5 ล้านหุ้นหรือคิดเป็น 1.5%ของทุนชำระแล้วภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้
         ทั้งนี้ หุ้นที่เสนอขายต่อผู้บริหารและพนักงานของบริษัททั้งหมดจะมีระยะเวลาการห้ามขายตามเกณฑ์การห้ามผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้น และผู้เกี่ยวข้องขายหุ้นหรือหลักทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กำหนด(Silent Period)เป็นเวลา 1 ปี
         เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนครั้งนี้จะนำไปใช้ในการลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการให้บริการจำนวนประมาณ 70 ล้านบาท, ใช้ขยายสำนักงานสาขาระยองเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของลูกค้าเป็นจำนวนประมาณ 40 ล้านบาท และใช้คืนเงินกู้ยืมประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะสำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการขยายกิจการของบริษัท
         ควอลลีเทค เป็นผู้ให้บริการทางวิศวกรรมอิสระ หมายถึงการทดสอบและให้ความเห็นทางวิศวกรรมระดับสากลในฐานะผู้เชี่ยวชาญอิสระให้กับองค์กรต่าง ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบหรือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสากลที่ลูกค้าต้องการ การให้บริการทางวิศวกรรมของบริษัทฯมี 2 ส่วนได้แก่ การทดสอบโดยไม่ทำลาย(Non-Destructive Testing:NDT) และการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ(Inspection and Certification)

http://www.ryt9.com:80/news/2008-08-20/41657580/
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: 27/08/08 13:35:07 »

http://www.qualitech-ndt.com/
 Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: QLT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: 03/09/08 14:09:41 »

นายวิชา โตมานะ ผู้อำนวยการฝ่ายวานิชธนกิจ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) และในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบมจ.ควอลลีเทค และบมจ.แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า ขณะนี้บริษัทฯยังคงยืนยันที่จะดำเนินการตามแผนการขาย IPO ของหุ้น บมจ.ควอลลีเทค และบมจ.แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้จะถึงขั้นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกมาก็ตาม แต่เท่าที่ดูเหตุการณ์ยังไม่ได้พัฒนาไปถึงขั้นร้ายแรง แต่อย่างไรก็ดีคงจะต้องรอดูเหตุการณ์การเมืองต่อไป
 "ปีนี้เราอยากจะขาย IPO หุ้น ควอลลีเทค และ  แฮลเซี่ยนฯ โดยหุ้น ควอลลีเทค ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำบุ๊คบิวด์กับนักลงทุนสถาบัน ซึ่งจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า หากผลออกมาได้รับการตอบรับดีก็จะเดินหน้าขาย IPO ต่อไป และตอนนี้ก็ยังเหลือเวลาตัดสินใจอีกประมาณ 2 สัปดาห์ที่จะดูเหตุการณ์การเมืองได้ ส่วนหุ้น แฮลเซี่ยนฯ ก็มีแผนจะขายช่วงไตรมาส 4/51 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของก.ล.ต.อยู่"นายวิชา กล่าว
         นายวิชา กล่าวอีกว่า หุ้นทั้งสองตัวมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีด้วยกันทั้งคู่ มีขนาดไม่ใหญ่ และมีการจ่ายเงินปันผลที่ดี โดยทั้งสองตัวจะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(MAI) ซึ่งตลาดฯนี้มองว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
         "การเมืองเป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว และหุ้นที่ถูกขายส่วนใหญ่เป็นหุ้นบลูชิพ ดัชนีของตลาด MAI ปรับตัวลงไม่เท่าดัชนี SET เพราะนักลงทุนต่างชาติไม่สนใจหุ้นในตลาด MAI อยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงนี้ mood ตลาดฯมันไม่ดี ก็ต้องรอดูอีกทีในช่วงใกล้ ๆ ขายก่อน แต่ด้วยภาวะตลาดฯอย่างนี้อาจจะทำให้นักลงทุนรายย่อยหันมาสนใจลงทุนหุ้น IPO พื้นฐานดีก็ได้"นายวิชา กล่าว
         บมจ.ควอลลีเทค ต้องการจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนจำนวน 28.5 ล้านหุ้น โดยกำหนดช่วงราคาขาย  4.20-4.80 บาท/หุ้น และจะเสนอขายต่อผู้บริหารและพนักงานบริษัทจำนวน 1.5 ล้านหุ้น โดยกำหนดช่วงราคาขาย ไว้ที่ 3.36-3.84 บาท/หุ้น โดยคาดว่าจะเสนอขายในช่วงวันที่ 22-24 ก.ย.2551
         ควอลลีเทค เป็นผู้ให้บริการทางวิศวกรรมอิสระ หมายถึงการทดสอบและให้ความเห็นทางวิศวกรรมระดับสากลในฐานะผู้เชี่ยวชาญอิสระให้กับองค์กรต่าง ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบหรือประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสากลที่ลูกค้าต้องการ การให้บริการทางวิศวกรรมของบริษัทฯมี 2 ส่วนได้แก่ การทดสอบโดยไม่ทำลาย(Non-Destructive Testing:NDT) และการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ(Inspection and Certification)
         ส่วนบมจ. แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ ต้องการจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไป(IPO)จำนวน 60.75 ล้านหุ้น โดยเป็นบริษัทฯที่ดำเนินธุรกิจผลิต รับจ้างผลิต และจำหน่ายเครื่องมือที่ใช้ในการตัดเฉือนโลหะ เพื่อรองรับงานด้านอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยบริษัทฯได้แบ่งลักษณะผลิตภัณฑ์เป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1.ธุรกิจผลิตเครื่องมือตัดเฉือนโลหะ 2.ธุรกิจผลิตเครื่องมือ และ 3. ธุรกิจผลิตชิ้นงานโลหะ


--อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/รัชดา โทร.0-2253-5050 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์ 
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: QLT « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!