ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
21/09/14 01:00:35

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
940,549 กระทู้ ใน 84,284 หัวข้อ โดย 13,980 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: jetstar
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
:
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: BGH 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: BGH  (อ่าน 12187 ครั้ง)

BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
BGH
« เมื่อ: 14/08/08 14:07:56 »

 หลักทรัพย์ BGH 
 แหล่งข่าว BGH 
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3) 
  วันที่/เวลา 14 ส.ค. 2551 14:02:41   

 

                สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)
                        บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

                                                                สอบทาน
                                                         (หน่วย : พันบาท)
                                                    สิ้นสุดวันที่  30 มิถุนายน
   งบการเงินรวม
                                       ไตรมาสที่ 2              งวด 6 เดือน
              ปี                     2551        2550         2551       2550

     กำไรสุทธิ                     339,417     123,376    1,036,402    546,325
     กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)              0.28        0.10         0.85       0.46


   งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                       ไตรมาสที่ 2              งวด 6 เดือน
              ปี                     2551        2550         2551       2550

      กำไรสุทธิ                     87,546      73,363      283,438    180,529
      กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)             0.07        0.06         0.23       0.15

   ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
        ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
 

    หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
                 ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์
 
     "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
      การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
      ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                               ลงลายมือชื่อ _______________________
                                        ( นาย วัลลภ อธิคมประภา )
                                         กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
                                        ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 14/08/08 14:12:05 »

หลักทรัพย์ BGH 
 แหล่งข่าว BGH 
  หัวข้อข่าว คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงิน ไตรมาสที่ 2/2551 
  วันที่/เวลา 14 ส.ค. 2551 14:09:43   

  ที่ สน.กก.ผอญ.128//2551                     วันที่ 14 สิงหาคม 2551
 
เรื่อง      คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงิน สำหรับงวดสามเดือน
          และหกเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551

เรียน      กรรมการและผู้จัดการ
          ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงการเปลี่ยนแปลงที่
สำคัญในงบการเงินรวมที่ได้สอบทานแล้ว โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ประจำไตรมาสที่ 2/2551 และงวดหกเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551ดังนี้

ผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อย
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 216 ล้านบาท
หรือร้อยละ 175 จากไตรมาส 2/2550 มีสาเหตุหลักโดยสรุปดังนี้
- รายได้รวมในไตรมาสนี้มีจำนวน 5,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 869 ล้านบาท
หรือร้อยละ 20 จากไตรมาสที่ 2/2550 ส่วนใหญ่เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของ
รายได้ค่าบริการคนไข้ โดยรายได้จากผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 และ
รายได้จากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยการเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่
2/2551 นี้มาจากคนไข้ชาวไทยร้อยละ 18 และคนไข้ชาวต่างชาติ
ร้อยละ 24 ทำให้สัดส่วนรายได้จากคนไข้ชาวไทย ต่อชาวต่างชาติ เป็น
ร้อยละ 65 ต่อร้อยละ 35 ในไตรมาสที่ 2/2551 นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจาก
บริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจาก 5 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2/2550 เป็น 40 ล้านบาท
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 637 ในไตรมาสที่ 2/2551 ส่วนใหญ่เกิดจากส่วนแบ่งกำไร
จากบริษัท รามคำแหง จำกัด (มหาชน) จำนวน 35 ล้านบาท

- ในไตรมาสที่ 2/2551 บริษัทมีต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ รวม
2,859 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2/2550 จำนวน 383 ล้านบาท หรือ
ร้อยละ 15  อย่างไรก็ตามอัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่ารักษาพยาบาลนี้
ยังต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการคนไข้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น
เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 42 ในไตรมาส 2/2550 เป็นร้อยละ 44 ในไตรมาสที่ 2/2551

- ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานในไตรมาสที่ 2/2551 มีจำนวน 1,167 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 152 ล้านบาทหรือร้อยละ 15 จากไตรมาสที่ 2/2550 ซึ่งสอดคล้องกับ
การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการคนไข้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าครองชีพให้แก่พนักงาน  อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพใน
การดำเนินงานของบริษัทปรับเพิ่มสูงขึ้นโดยกำไรจากการดำเนินงานหลัก
ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (?Core EBITDA?) 
เพิ่มขึ้นจาก 784 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2/2550 เป็น 1,087 ล้านบาทใน
ไตรมาสที่ 2/2551 โดยสัดส่วน Core EBITDA ต่อรายได้ค่าบริการคนไข้
เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18 ในไตรมาสที่ 2/2550 เป็นร้อยละ 21 ในไตรมาสที่
2/2551 จากอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของรายได้ค่าบริการคนไข้สูงกว่า
อัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน

- บริษัทบันทึกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจำนวน 544 ล้านบาท ใน
ไตรมาสที่ 2/2551 เพิ่มขึ้น 88 ล้านบาท หรือร้อยละ 19 เมื่อเปรียบเทียบกับ
ไตรมาสที่ 2/2550 เนื่องจากมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ
อาคารโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์ เพื่อรองรับการขยายตัวของการให้บริการ
ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามกำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายและภาษี
(?Core EBIT?) เพิ่มขึ้นจาก 328 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2550 เป็น 543 ล้านบาท
ในไตรมาสที่ 2/2551 และสัดส่วน Core EBIT ต่อรายได้ค่าบริการคนไข้เพิ่มจาก
ร้อยละ 8 ในไตรมาสที่ 2/2550 เป็นร้อยละ 11 ในไตรมาสที่ 2/2551

- ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจาก 175 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2/2550 เป็น 146 ล้านบาท
หรือร้อยละ 17 ในไตรมาสที่ 2/2551 จากการปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุน
ของบริษัทในไตรมาสที่ 1/2551  โดยบริษัทชำระคืนภาระหนี้ที่มีหลักประกัน
ก่อนกำหนดจำนวน 7,167 ล้านบาท และบริษัทกู้เงินกู้ระยะยาวที่ไม่มีหลักประกัน
จำนวน 3,500 ล้านบาท และออกหุ้นกู้ที่ไม่มีหลักประกันจำนวน 5,000 ล้านบาท

จากผลการดำเนินงานที่ดี  บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 339 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 216 ล้านบาทหรือร้อยละ 175 จากไตรมาส 2/2550 ทำให้
อัตรากำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3 ในไตรมาสที่ 2/2550
เป็นร้อยละ 6 ในไตรมาสที่ 2/2551 และกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นจาก
0.10 บาทในไตรมาสที่ 2/2550 เป็น 0.28 บาท ในไตรมาสที่ 2/2551
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 168

สำหรับผลการดำเนินงาน สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 490 ล้านบาท
หรือร้อยละ 90 จากงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักโดยสรุปดังนี้
- รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อย สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่
30 มิถุนายน 2551 มีจำนวน 10,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากงวดเดียวกัน
ของปีก่อน ส่วนใหญ่เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการคนไข้ จากรายได้
ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 และจากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยการเพิ่มขึ้นในงวด
ครึ่งปีแรกของปี 2551 นี้มาจากคนไข้ชาวไทยร้อยละ 15 และคนไข้ชาวต่างชาติ
ร้อยละ 24 ทำให้สัดส่วนรายได้จากคนไข้ชาวไทย ต่อชาวต่างชาติ เป็น
ร้อยละ 62 ต่อร้อยละ 38 ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551 นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไร
จากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจาก 7 ล้านบาทในงวดครึ่งปีแรกของปี 2550 เป็น
86 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1,185 ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551 ส่วนใหญ่เกิดจาก
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท รามคำแหง จำกัด (มหาชน) จำนวน 77 ล้านบาท

- ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551 บริษัทมีต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ รวม
5,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากงวดเดียวกันของปีก่อน  อย่างไรก็ตาม
อัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่ารักษาพยาบาลนี้ยังต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของ
รายได้ค่าบริการคนไข้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 44 ในงวด
ครึ่งปีแรกของปี 2550  เป็นร้อยละ 45 ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551 

- ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจำนวน 2,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากงวด
ครึ่งปีแรกของปี 2550   ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการคนไข้
ประกอบกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าครองชีพ
ให้แก่พนักงาน  อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทปรับ
เพิ่มสูงขึ้นโดยกำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา
และค่าตัดจำหน่าย (?Core EBITDA?) เพิ่มขึ้นจาก 1,920 ล้านบาทในงวดครึ่งปีแรก
ของปี 2550  เป็น 2,504 ล้านบาทในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551  โดยสัดส่วน
Core EBITDA ต่อรายได้ค่าบริการคนไข้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 22 ในงวดครึ่งปีแรก
ของปี 2550  เป็นร้อยละ 24 ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551 จากอัตราการเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่องของรายได้ค่าบริการคนไข้สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุน
ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน

- บริษัทบันทึกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจำนวน 1,061 ล้านบาท ในงวด
ครึ่งปีแรกของปี 2551 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 19 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดครึ่งปีแรกของปี
2550 เนื่องจากมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาคารโรงพยาบาล
และเครื่องมือแพทย์ เพื่อรองรับการขยายตัวของการให้บริการที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายและภาษี (?Core EBIT?) เพิ่มขึ้นจาก
1,029 ล้านบาท ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2550 เป็น 1,442 ล้านบาทในงวดครึ่งปีแรก
ของปี 2551 และสัดส่วน Core EBIT ต่อรายได้ค่าบริการคนไข้เพิ่มจากร้อยละ 12
ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2550 เป็นร้อยละ 14 ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551

- ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเป็น 312 ล้านบาทในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551 หรือลดลงร้อยละ 16
จากงวดครึ่งปีแรกของปี 2550 จากการปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุนของบริษัทใน
ไตรมาสที่ 1/2551

จากที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
490 ล้านบาท หรือร้อยละ 90 จากงวดเดียวกันของปีก่อน  ทำให้บริษัทมี
อัตรากำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6 ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2550
เป็นร้อยละ 10 ในงวดครึ่งปีแรกของปี 2551 และกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นจาก
0.46 บาทในงวดครึ่งปีแรกของปี 2550 เป็น 0.85 บาทใน งวดครึ่งปีแรก
ของปี 2551 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 85

ฐานะการเงิน
งบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 บริษัทและ
บริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 27,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,632 ล้านบาท หรือร้อยละ 6
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550  จากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
จำนวน 1,007 ล้านบาท นอกจากนี้เงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจาก 943 ล้านบาท
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 เป็น 1,688 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551
เนื่องจากในไตรมาสที่ 1/2551 บริษัทได้ลงทุนเพิ่มเติมใน
บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) จำนวนรวม 1.45 ล้านหุ้น ในราคา
หุ้นละ 480 บาท รวมเป็นเงิน 694.43  ล้านบาท ทำให้บริษัทฯมีอัตราส่วนการถือหุ้น
ในบริษัทดังกล่าวเพิ่มจากร้อยละ 26.18 เป็นร้อยละ 38.24 ประกอบกับการรับรู้
รายได้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสีย

หนี้สินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 มีจำนวน
15,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,159 ล้านบาท หรือร้อยละ 8 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550
สาเหตุหลักมาจากการปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุนในไตรมาสที่ 1/2551 อย่างไรก็ตาม
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเท่ากับประมาณ 1.0 เท่าซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงจาก
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท (ไม่รวมส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย) มีจำนวน
11,565 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 451 ล้านบาท หรือร้อยละ 4 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550
เนื่องจากกำไรสุทธิครึ่งปีแรกของปี 2551 จำนวน 1,036 ล้านบาท
หักด้วยเงินปันผลจ่ายจำนวน 607 ล้านบาท

สภาพคล่อง
งวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 บริษัทและบริษัทย่อยมีกระแสเงินสด
จากกิจกรรมดำเนินงาน จำนวน 2,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 626 ล้านบาทจากงวดเดียวกัน
ของปีก่อน การเพิ่มขึ้นดังกล่าวส่วนใหญ่เกิดจากกำไรของบริษัทและบริษัทย่อย
ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน รวมจำนวน 1,614 ล้านบาท ลดลง
21 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของการซื้อสินทรัพย์ถาวรหักด้วยการลงทุน
เพิ่มเติมในบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน)
กระแสเงินสดที่ได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 378 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้าง
แหล่งเงินทุนของบริษัท เป็นผลให้บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด
เพิ่มขึ้นเป็น 1,971 ล้านบาท ณ วันที่  30 มิถุนายน 2551 จาก 1,083 ล้านบาท
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550


จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

(นาย วัลลภ อธิคมประภา)
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 15/08/08 13:47:55 »

บล.ฟินันซ่า : BGH แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 09 ที่ 50.00 บาท

กำไร 3 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ยถึง 35% “ซื้อ”
กลยุทธ์ลดราคา กระตุ้นรายได้โต 19% YoY
      การทำโปรโมชั่นต่อเนื่อง จาก 1Q08 โดยเลือกลดราคาค่าห้อง รพ.ในแถบภาค
ตะวันออก (พัทยา& ระยอง) ที่มีอัตราการใช้บริการต่ำ ส่งผลให้รายได้รวม 2Q08 เพิ่ม
ขึ้น 19% YoY เป็น 5.11 พันลบ. โดยจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) เติบโตถึง 21% YoY
เป็น 1,327 คน / วัน และผู้ป่วยนอก (OPD)เติบโต 9% YoY เป็น 9,169 คน / วัน ขณะ
ที่รายได้เฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 5% YoY ทั้ง IPD & OPDเป็น 2.39 หมื่นบาท และ
2,619 บาท ตามลำดับ จาก 1) การปรับขึ้นค่ารักษาเฉพาะทาง และ 2)ความซับซ้อน
ของโรคที่เพิ่มขึ้น

 เยี่ยม !!! กำไร 2Q08 พุ่ง 176% YoY
        อัตราการใช้บริการ IPD ที่เร่งตัวขึ้น ส่งผลดีต่อ GPM ถึง 2 ทาง เพราะ 1) ต้นทุน
ส่วนใหญ่คงที่ 2)IPD มี GPM ที่สูงกว่า OPD จึงส่งผลให้ GPM ใน 2Q08 เร่งตัวขึ้น
เป็น 44.1% (vs 41.9% ใน2Q07) นอกจากนั้น ดอกเบี้ยจ่ายยังลดลง 17% YoY
เหลือ 146 ลบ. จากการ Refinance เงินกู้ช่วงต้นปี หลังปรับโครงสร้างทางการเงินมา
ใช้การบริหารจากส่วนกลางทั้งหมด และสุดท้ายเมื่อบวกแรงเสริมจากส่วนแบ่งกำไร
จาก RAM อีก 40 ลบ.จากการถือหุ้นเพิ่มจาก 19% เป็น 38.2%(vs 2Q07 ไม่มีการรับรู้
กำไรจาก RAM เพราะบันทึกด้วยวิธีราคาทุน) จึงทำให้กำไรสุทธิ 2Q08ออกมาสวย
เพิ่มพุ่ง 176% YoY เป็น 339 ลบ.

คาดกำไรปี 08 สุดหรูพุ่ง 66% YoY เป็น 2.06 พันลบ.
       กำไรสุทธิ 1H08 (1.03 พันลบ.) คิดเป็น 50% ของกำไรทั้งปี เราจึงยังคงไว้
สำหรับแนวโน้มกำไร3Q คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% YoY เป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อ
กัน จากการเข้าสู่ช่วงฤดูฝน และฐานกำไร 3Q07 ถูกถ่วงจากค่าใช้จ่าย JCI ขณะที่ปีนี้
เป็นปีของการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

รพ.ขนาดใหญ่ที่มีการเติบโตสูง แนะนำ “ซื้อ”
        เราชอบ BGH เพราะดำเนินธุรกิจ รพ.แบบเครือข่าย จึงก่อให้เกิดข้อได้เปรียบ
จากการบริหารต้นทุนส่วนกลางทั้งด้านยา, คน, และเงิน เราคาดว่ากำไร 3 ปีข้างหน้า
(08-10) มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย(CAGR) สูงถึง 35.3% จึงแนะนำ “ซื้อ” เป้าปี 09 ที่
50.00 บาท / หุ้น (DCF @ WACC9.6%) Upside 34%

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 15/08/08 13:53:22 »

บล.กรุงศรีอยุธยา : BGH  แนะนำ 'ซื้อ' Fair Price ปี 51 ที่ 48 บาท

กำไรสุทธิ 2Q51 เติบโต 176% YoY
               BGH รายงานกำไรสุทธิใน 2Q51 ที่ 339 ล้านบาท (ต่ำกว่าประมาณการของ
เราประมาณ 20% และต่ำกว่า concensus ประมาณ 5%) ทั้งนี้กำไรสุทธิ ใน 2Q51
ปรับลดลง 51% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล เนื่องจากเป็นช่วง Low season ของธุรกิจ
ซึ่งจะมีคนไข้มาใช้บริการน้อยกว่าปกติ แต่เมื่อเทียบกับงวด 2Q51 กำไรสุทธิปรับ
เพิ่มขึ้น 176% YoY เป็นผลมาจาก 1) กลยุทธ์การปรับลดราคาห้องพักของโรง
พยาบาลในเครือแถบภาคตะวันออก และการที่บริษัทมีการปรับปรุงระบบโรง
พยาบาล ตามมาตรฐานสากล JCI ในปีก่อน ซึ่งช่วยดึงดูดให้คนไข้มาใช้บริการมาก
ขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยต่างชาติ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วย IPD และ OPD ที่มาใช้บริการ
เติบโตเพิ่มขึ้น 27% YoY และ 14% YoY ตามลำดับ 2) ต้นทุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการ
ปรับปรุงระบบ JCI ที่ปรับลดลงจากปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก
2Q50 ที่ 41.9% เป็น 44.5% ใน 2Q51 และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 20%
YoY 3) ผลจากการที่ refinance หนี้เงินกู้ ในเดือน มีนาคม 51 ทำให้ดอกเบี้ยจ่าย
ปรับลดลงประมาณ 17% YoY 4) บริษัทมีกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจาก 5 ล้าน
บาท เป็น 40 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้กำไรจากโรงพยาบาลรามคำแหงมากขึ้น 5) ใน
2Q50 บริษัทมีการบันทึกภาษีจ่ายย้อนหลัง ทำให้อัตราภาษีจ่ายสูงผิดปกติเป็น 48%
ในขณะที่ 2Q51 บริษัทเสียภาษีในอัตราปกติที่ 27%

2H51 เริ่มเข้า High season คาดผลประกอบการยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง
            เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิใน ปี 51 ที่ 2,010 บาท เติบโตเพิ่มขึ้น 62%
YoY บนสมมติฐานที่ผู้ป่วย IPD และ OPD ปรับเพิ่มขึ้น 13%YoY และ8% YoY
ตามลำดับ โดยกำไรในงวดครึ่งปีแรกคิดเป็น 52% ของประมาณการทั้งปีในขณะที่
แนวโน้มใน 2H51 จะเริ่มเข้าช่วง High season ของอุตสาหกรรม จึงคาดว่าผล
ประกอบการทั้งปีจะเป็นไปตามที่เราคาดไว้

คงคำแนะนำ “ซื้อ”
            เนื่องจากในครึ่งปีหลังจะเข้าช่วง High season ของอุตสาหกรรม และหาก
พิจารณาผลประกอบการของ BGH ในปี 51 - 52 ที่เติบโตเฉลี่ย (CAGR) 38% ต่อปี
ซึ่งถือว่าโดดเด่นสุดในกลุ่มโรงพยาบาล ทำให้เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคง
Fair Price ในปี 51 ที่ 48 บาท (อิงวิธี DCF ที่ส่วนลดเท่ากับ 9.8%)            
   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 15/08/08 14:05:07 »

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : BGH แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2551 เท่ากับ
58 บาท

           จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทั้ง IPD และ OPD ทำให้กำไรสุทธิใน Q2/51 ปรับขึ้น
175% yoyตาม SCRI คาด: จำนวนผู้ป่วยรวมเฉลี่ยต่อวันของ IPD ใน Q2/51 ที่ปรับ
ขึ้น 20% yoy เป็น1,316 คน เช่นเดียวกับจำนวนผู้ป่วยรวมของ OPD ที่เพิ่มขึ้น 9%
yoy เป็น 9,169 คน/วัน มีสาเหตุมาจากการกลับมาเปิดพื้นที่ให้บริการอีกครั้งหลังจาก
ปิดปรับปรุงในช่วงปีที่ผ่านมาประกอบกับกระแสการตอบรับที่ดีของผู้ป่วยทั้งในและ
ต่างชาติในมาตรฐาน JCI ของโรงพยาบาลในเครือ ทำให้อัตราการเข้าพักรวมขยับ
ขึ้น (Registered Bed Utilization) เป็น44.8% ใน Q2/51 จาก 37.5% ใน Q2/50
ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการประหยัดจากการดำเนินงาน ทำให้ EBITDA Margin
เพิ่มจาก 18.1% ใน Q1/50 เป็น 21.8% กำไรสุทธิในQ2/51 จึงปรับขึ้นจาก 123 ล้าน
บาทใน Q2/50 เป็น 339 ล้านบาท (หากเทียบ qoq กำไรสุทธิลดลง 51% yoy เนื่อง
จากผลของฤดูกาล)
          SCRI คงประมาณการกำไรปี 2551 ที่ 1,619 ล้านบาท: BGH ประกาศกำไร
สุทธิใน 1H/51เท่ากับ 1,036 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของประมาณการ และคาดผล
การดำเนินงานใน 2H/51จะยังเติบโตใกล้เคียงกับที่ SCRI ประเมินไว้ โดยมีปัจจัย
สนันสนุนจาก จำนวนผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศที่ยังขยายตัว อีกทั้งต้นทุนทางการ
เงินที่ปรับลดลง 1-1.5% ภายหลังจากการrefinancing เงินกู้จำนวน 8,500 ล้านบาท
ซึ่งจะช่วยเสริมให้กำไรสุทธิปี 2551 เติบโตจาก1,244 ล้านบาท ในปี 2550 เป็น
1,619 ล้านบาท
         แนะนำ “ซื้อ” BGH ราคาเหมาะสมปี 2551 เท่ากับ 58 บาท/หุ้น: การเก็บเกี่ยว
ผลจากการลงทุนในช่วงปีที่ผ่านมาและผลจากความเชื่อมั่นในมาตรฐาน JCI ของผู้
ป่วยทั้งในและต่างประเทศ ช่วยหนุนให้แนวโน้มกำไรของ BGH เติบโตอย่างแข็ง
แกร่ง โดย SCRI คาดกำไรสุทธิปี 2551-2553 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 22% CAGR

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 01/09/08 15:02:29 »

Update/บิ๊ก BGH ชี้แม้ได้รับผลกระทบจากการเมืองแต่ยันรักษาอัตรากำไรสุทธิปีนี้
ไว้ที่ระดับ 10% ได้ หลังเน้นกลยุทธ์ลดราคารักษาวอลุ่ม

        BGH รับการเมืองกระทบลูกค้าต่างชาติ แต่มั่นใจอัตรากำไรสุทธิทั้งปีโตเฉลี่ย
10% ชี้ยังเดินหน้าใช้วิธีลดราคาดูดลูกค้าพร้อมใช้วิธีการใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้งเครือ
เพื่อลดต้นทุน ส่วนในระยะ 3 ปีนี้ยังตั้งเป้ารายได้โตปีละไม่ต่ำกว่า17-18% เหตุมีแผน
เปิดรพ.ในต่างประเทศและปรับปรุงรพ.ในต่างจังหวัดเพิ่ม  ล่าสุดแย้มประชุมผู้ถือหุ้น
ปีหน้าเตรียมขอความเห็นรายย่อยดีลีทหุ้นสมิติเวชอ้างสภาพคล่องต่ำและมีค่าใช้
จ่าย
    นายวัลลภ อธิคมประภา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิต
เวชการ จำกัด(มหาชน)  หรือ BGH เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าในปี 2551 จะสามารถ
รักษาอัตรากำไรสุทธิทั้งปีให้อยู่ที่10% โดยในครึ่งปีแรกกำไรสุทธิมีการเติบโต
ประมาณ 9% เกือบ 10% แล้วซึ่งในครึ่งปีหลังคาดว่าจะรักษาการเติบโตของกำไรได้
เช่นกัน เนื่องจากทางโรงพยาบาลในเมืองมีความพร้อมในด้านเครื่องมือและเตียงผู้
ป่วย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในปีนี้ยังมีปัจจัยลบด้านการเมืองที่มีการชุมนุมของกลุ่ม
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและทำให้เกิดปิดสนามบินซึ่งส่งผลให้นักท่อง
เที่ยวลดลง เช่น ภูเก็ตหาดใหญ่ก็จะทำให้ส่งผลให้กระทบต่อรายได้บ้างแต่โรง
พยาบาลก็จะยังใช้กลยุทธ์ในการลดราคาห้องพักและจะพยายามไม่ปรับเพิ่มค่ารักษา
พยาบาลต่างๆเพื่อเป็นการรักษาฐานจำนวนผู้ป่วย
    'ก็จะมีการรักษาค่าใช้จ่ายไม่ให้สูงขึ้นโดยปัจจุบันก็ได้มีการใช้ระบบบัญชี
ร่วมกันรวมถึงการจ่ายเงินเดือนพนักงานและต่อไปก็จะต้องดำเนินนโยบายให้เป็น
แบบรวมกลุ่มมากขึ้นส่วนไตรมาสที่ 3แม้จะมีปัจจัยลบด้านการเมืองเข้ามารวมถึงเป็น
ช่วงเดือนรอมอฎอนที่เป็นช่วงที่ชาวตะวันออกกลางจะไม่เดินทางซึ่งถือเป็นปัจจัยลบ
แต่ในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาสที่ 3 ก็ยังเติบโตได้ โดยเดือนก.ค.คนไข้นอกเพิ่ม
ขึ้น 7%และคนไข้ในเพิ่ม 19% ส่วนเดือนส.ค.ก่อนที่จะมีเหตุการณ์การเมืองก็ยังมี
สัญญาณเพิ่ม'นายวัลลภกล่าว
    ทั้งนี้ในปี 2551-2553 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า17-
18% ซึ่งบริษัทมีแผนในการเปิดโรงพยาบาลเพิ่มทั้งในส่วนของต่างประเทศและปรับ
ปรุงโรงพยาบาลในประเทศไทยโดยในส่วนของต่างประเทศคาดว่าในปลายปีหน้าจะ
มีการเปิดโรงพยาบาลที่กัมพูชาขนาด 100 เตียง และในปลายปีหน้าจะเปิดโรง
พยาบาลที่อาบูดาบี ขนาด 35 เตียง
           นอกจากนี้ในปี 2553ก็จะเปิดโรงพยาบาลที่หัวหินอีกทั้งยังมีแผนที่จะปรับ
ปรุงโรงพยาบาลที่ระยอง ซึ่งปัจจุบันคนไข้ค่อนข้างมากจึงต้องมีการขยายเตียง โดย
การนำพื้นที่ในส่วนที่เป็นออฟฟิศมาปรับปรุงเป็นพื้นที่ในการให้บริการผู้ป่วยนอกจาก
นี้ยังมีแผนในการเพิ่มเตียงที่ศรีราชาและซอยศูนย์วิจัยด้วย
     นายวัลลภกล่าวอีกว่าในการประชุมผู้ถือหุ้นปีหน้าจะมีการขอความเห็นผู้
ถือหุ้นรายย่อยในการเพิกถอนหุ้นของโรงพยาบาลสมิติเวชออกจากการจดทะเบียน
ในตลาดหลักทรัพย์เนื่องจากปัจจุบันสภาพคล่องของสมิติเวชมีค่อนข้างน้อยเพราะ 
BGH ถือหุ้นใหญ่ในสมิติเวชถึง 93% นอกจากนี้การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ทำให้เกิดค่าใช้จ่าย
    'ก็ต้องอธิบายให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยทราบในค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพราะถึงจุด
หนึ่งก็ต้องมีการดีลีทหุ้นออกก็จะมีการขอความเห็นรายย่อยในการประชุมผู้ถือหุ้นปี
หน้า'นายวัลลภ กล่าว

            
            
 

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 05/11/08 13:36:24 »

บีฟิท-แนะนำ "ซื้อ" BGH



--------------------------------------------------------------------------------

 

BGH
อัตราการเติบโตของกำไรชะลอลงต้งแต่ 2H51จากปัจจัยทางการเมือง และเศรษฐกิจ

Stock Recommendation
Long-Term Buy
Previous Long-Term Buy
Expected Fair Price 31.80
Market Price 20.00

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิใน 3Q51, 4Q51 ลง รวมทั้งกำไรสุทธิของทั้งปี 51 และ 52
ลงอีก 9% และ 21% ตามลำดับ จากปัจจัยทางการเมืองในประเทศ และวิกฤติของสถาบันการเงินโลก
ที่ทำให้มีแนวโน้มเกิดภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก และจะมีผลต่อรายได้ของ BGH เพราะรายได้
ของลูกค้าต่างชาติของ BGH ที่มีสัดส่วนสูงประมาณ 18% และมีมาร์จิ้นสูงกว่าลูกค้าในประเทศกำลัง
ลดลง ทำให้มาร์จิ้นของ BGH จะอยู่ในระดับทรงตัว ความไม่สงบทางการเมืองที่ยังมีความเสี่ยงที่จะ
เกิดความรุนแรงขึ้นอีกอาจทำให้ลูกค้าต่างชาติกังวลในเรื่องความปลอดภัย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการ
ดำเนินงานใน 3Q51 จะเพิ่มขึ้น 5% QoQ และ 18% YoY ดังนั้น เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q51 ของ
BGH จะอยู่ที่ 368 ล้านบาท และใน 4Q51 อยู่ที่ 366 ล้านบาท

ความสามารถในการทำกำไรของ BGH น่าจะลดลงใน 2H51 ก่อนที่จะทรงตัวได้ในปี 52
หลังการกระตุ้นเศรษฐกิจโลกเริ่มเห็นผลในช่วง 2H52 แต่หากสถานการณ์ทางการเมืองรุนแรงขึ้นอีกใน
ปี 52 อาจทำให้มาร์จิ้นลดลงมาต่อได้อีกจากการปรับลดราคาค่าห้องลงเพื่อเพิ่มวอลุ่ม แต่ต้นทุนยา
และค่าใช้จ่ายด้านพนักงานกลับสูงขึ้นแม้ว่าบริษัทจะพยายามรักษาค่าใช้จ่ายไม่สูงกว่านี้ แต่หาก
สัดส่วนของลูกค้าต่างชาติลดลงจากปัจจัยทางการเมืองอีก มาร์จิ้นของ BGH อาจหดแคบลงได้อีก
คาดว่ากำไรสุทธิปี 51 และ 52 ของ BGH จะอยู่ที่ 1.9 และ 2.3 พันล้านบาท ตามลำดับ
และประเมินมูลค่าทางพื้นฐานไว้ที่ 31.80 บาท ดังนั้น เราแนะนำ “ซื้อลงทุนระยะยาว” โดยนักลงทุน
ควรระวังความเสี่ยงจากสภาพคล่องการซื้อขายหุ้นที่น้อยด้วย

Company Visit Note :
กรณีพิพาทที่เขาพระวิหารมีผลทำให้จำนวนคนไข้ที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง
โรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง ของ “Royal International Hospital” ได้แก่ Royal Angkor International (ที่เมืองเสียมเรียบ) และ Royal Rattanak International (ที่กรุงพนมเปญ) ได้รับผลระยะสั้นบ้างจากกรณีเขาพระวิหาร

รพ.ที่เสียมเรียบของ BGH ที่เปิดดำเนินการมาเกือบ 2 ปี ได้รับผลกระทบบ้างเนื่องจากมีรายได้
จำนวนมากมาจากนักท่องเที่ยวในปีแรก และแม้ว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวลดลงเหลือ 50% ในปี
ที่ 2 แต่ยังค่อนข้างสูงอยู่ โดยรายได้จากคนไข้เขมรเองเพิ่มสูงถึง 68% จากฐานเดิมที่เล็กอยู่

ดังนั้น ผลประกอบการของ รพ. ที่เสียมเรียบจะยังขาดทุนอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น รพ.ใหม่ๆ มักจะใช้
เวลาประมาณ 3-4 ปี จึงสามารถทำกำไรได้

เนื่องจากค่าก่อสร้าง รพ. ในเขมรจะสูงกว่าการก่อสร้างในไทยประมาณ 1.7 เท่า และต้องเสีย
ภาษีนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์สูงถึง 25% ทำให้ค่ารักษาพยาบาลของ รพ. ในเขมรสูงถึง 60-
70 US$ มากกว่าโพลีเทคนิคของเขมรซึ่งอยู่ที่ 40 US$ แต่สัดส่วนของคนไข้เขมรยังคงเพิ่มขึ้น
เนื่องจากคุณภาพการรักษาพยาบาลในกลุ่ม BGH ที่สูงกว่า และได้รับความเชื่อถือมากกว่า
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของลูกค้าชาวเขมรยังคงมีการเติบโตสูงเนื่องจากค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเข้า
มารักษาในไทย

BGH กำลังมองหาผู้ถือหุ้นชาวเขมรที่สามารถทำให้การดำเนินธุรกิจของ BGH ไม่มีปัญหาใดๆ
ดังนั้น ข่าวดังกล่าวจะเป็นผลบวกต่อ BGH

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2H51 แต่ BGH จะพยายามควบคุม CAPEX
เอาไว้ตามเป้าหมายเดิม

BGH จะเน้นการเติบโตด้วยตัวเอง (Organic Growth) และปรับปรุง Utilization Rate ให้สูงขึ้น
มากกว่าเพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยซึ่งบริษัทคาดว่าจะมีผลบ้างหากพิจารณาจาก
ประสพการณ์ในอดีต แม้ว่าธุรกิจโรงพยาบาลน่าจะได้รับผลน้อยกว่าก็ตาม
ราคาค่ารักษาพยาบาลด้าน IPD เพิ่มขึ้นบ้างเพราะเครื่องมือที่ใฃ้ในการรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น
แต่ BGH ยังพยายามไม่ปรับราคาขึ้น แม้ว่าต้นทุนของ BGH จะสูงขึ้น เช่น ราคายา โดย BGH
จะพยายามควบคุมต้นทุนการดำเนินงานแทน ไม่เพิ่มจำนวนพนักงาน ควบคุมค่าใช้จ่ายด้าน
การแพทย์ และควบคุมการลงทุนที่มีความเสี่ยง BGH คาดว่า CAPEX สำหรับการขยาย
โรงพยาบาลในปี 52 จะอยู่ที่ 1.7-1.8 พันล้านบาท จาก CAPEX ทั้งหมดที่ 2.5-2.6 พันล้านบาท
โดยส่วนที่เหลือจะเป็นการลงทุนในเขมร ส่วนการลงทุนที่หัวหินยังคงอยู่ในขั้นของการพิจารณา
อยู่เท่านั้น และการลงทุนที่อาบูดาบียังอยู่ในขั้นการเจรจากันเท่านั้น ส่วนการลงทุนด้านอื่นที่ไม่
ใหญ่มาก เช่น ระบบ Tele Consulting จะใช้เงินประมาณ 20-30 ล้านบาท แต่จะเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการดำเนินงานสูงมาก โดยเฉพาะระหว่างสาขาต่างทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเรา
มองว่าจะส่งผลบวกด้านต้นทุนเนื่องจาก BGH มีสาขาที่ต้องติดต่อกันจำนวนมากทั้งในและ
ต่างประเทศ

นอกจากนั้น BGH จะชะลอการลงทุนในอุปกรณ์ทันสมัยออกไปก่อนเนื่องจากบริษัทไม่แน่ใจว่า
จะสามารถสร้างรายได้เป็นไปตามแผนหรือไม่ ดังนั้น BGH คาดว่าแผนการดังกล่าวจะทำให้
ROA ของบริษัทดีขึ้นได้

การปรับนโยบายการตั้งสำรองของบริษัทในกลุ่มให้ Conservative เหมือนกันทำให้ค่าใช้จ่ายใน
การดำเนินงานสูงขึ้นใน 3Q51 โดย BGH จะมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นประมาณ 40 ล้านบาท ใน3Q51 นี้

ค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ค. ตามค่าครองชีพที่สูงขึ้นซึ่งยังเห็นผลไม่ชัดใน
2Q51 จะเห็นผลเต็มที่ใน 3Q51 และนโยบายการตั้งสำรองที่สูงขึ้นดั้งกล่าวทำให้ค่าใช้จ่ายในการ
ดำเนินงานของ BGH เพิ่มขึ้น 1.3% YoY ในขณะที่ Direct Cost ลดลง 0.8% YoY

แนวโน้มต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายลดลงในปี 52 แต่การใช้สิทธิ Put ของ Convertible Bond จะ
ทำให้เกิด Dilution Effect ต่อ EPS ประมาณ 6.84%
Convertible Bond จำนวน 92 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่อัตราดอกเบี้ย 3.75% ที่ออกในปี 49 และจะ
ครบไถ่ถอนในปี 2554 แต่มี Put Option ในปี 52 ทำให้ BGH มีการแผนเตรียมรีไฟแนนซ์เงินใหม่
เข้ามาแล้ว ดังนั้น เราคาดว่า BGH มีโอกาสที่จะลดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายลงได้เนื่องจากแนวโน้ม
การลดอัตราดอกเบี้ยในปี 52

อย่างไรก็ตาม การในสิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญจำนวน 92 ล้านหุ้น ในปี 52 ทำให้เราคาดว่า
กำไรต่อหุ้นแบบปรับลดลงเต็มที่ (Fully-Diluted EPS) จะลงมา 6.84% มาอยู่ที่ 1.77 บาท ในปี52

กำไรสุทธิใน 3Q51 จะเพิ่มขึ้นไม่สูงเพราะปัจจัยทางการเมือง และเศรษฐกิจที่เริ่มมีผลบ้างแล้ว

คาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q51 ของ BGH จะอยู่ที่ประมาณ 367.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% YoY และ
8% QoQ เนื่องจากความไม่สงบทางการเมืองที่ทำให้มีการปิดสนามบินที่ ภูเก็ต และสมุย ทำให้
รายได้เพิ่มขึ้นน้อยลงเป็น 14.5% และ 18% ตามลำดับ แต่กรณีพิพาทเรื่องเขาพระวิหารกับเขมร
ไม่กระทบต่อการดำเนินงานของ BGH เท่าไรเนื่องจาก ร.พ. ที่เสียมเรียบ ยังขาดทุนอยู่หลังเปิด
ดำเนินการในปี 50 เราคาดว่ารายได้ค่าบริการคนไข้ใน 3Q51 ของ BGH จะเพิ่มขึ้น 13.06% YoY
มาอยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท โดยมีสมมติฐานให้ จำนวนคนไข้ OPD เพิ่มขึ้น 10% YoY โดยคนไช้คน
ไทยเพิ่มขึ้น 9% และคนไข้ต่างชาติเพิ่มขึ้น 13% และให้จำนวนคนไข้ IPD เพิ่มขึ้น 15% ซึ่งเป็น
การเพิ่มขึ้นของคนไข้ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 15% ดังนั้น คาดว่ารายได้ค่าบริการคนไข้ใน 3Q51 จะ
เพิ่มขึ้น 13% YoY

BGH คาดว่าภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจจะมีผลต่อธุรกิจตั้งแต่ 2H51 เป็นค้นไป ดังนั้น บริษัทจึง
พยายามควบคุมค่าใช้จ่ายโดยการควบคุมจำนวนพนักงาน ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ แต่จะยังไม่
เห็นผลใน 3Q51 นี้เนื่องจาก BGH ปรับเงินเดือนพนักงานเพิ่มขึ้นเพราะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
นอกจากนั้น BGH มีการตั้งสำรองที่สูงขึ้นใน 3Q51 อีก 40 ล้านบาท ดังนั้น เราคาดว่าอัตราส่วน
ของค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมของ BGH จะอยู่ที่ 23.50% เพิ่มขึ้น 1% YoY จาก 22.50% ใน 3Q50
และเพิ่มขึ้น 0.67% QoQ จาก 22.83% ใน 2Q51

ปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 51 และ 52 ของ BGH ลงมาจากแนวโน้มการลดลงของ
อัตราการเติบโตของรายได้ตามภาวะเศรษฐกิจ และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2H51
เราคาดว่ารายได้รวมในปี 51 และ 52 ของ BGH จะเพิ่มขึ้นประมาณ 17.26% และ 6.70%
ตามลำดับ โดย Average Daily Sensus ในปี 51 และ 52 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,321 เตียง/วัน
และ 1,401 เตียง/วัน ตามลำดับ

หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ซึ่งเป็นรายได้หลักของ BGH แล้ว เรา
คาดว่ารายได้บริการทางการแพทย์ (IPD + OPD) จะเพิ่มขึ้น 20% และ 7% YoY ในปี 51 และ
52 ตามลำดับ เนื่องจากแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจในปี 52 จะมีผลต่อกำลังเงินของ
คนไขทั้งในและต่างประเทศ

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ BGH จะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2H51 เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่
เพิ่มขึ้นเพราะอัตราเงินเฟ้อ และต้นทุนยาสูงขึ้น ในขณะที่ BGH พยายามรักษาราคาให้อยู่ใน
ระดับเดิม และเน้นรักษาส่วนแบ่งตลาดมากกว่า แต่แนวโน้มค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมในปี 52 ของ
BGH จะทรงตัวอยู่ในระดับเดิมที่ 28% ในปี 52 เนื่องจากแผนการควบคุมค่าใช้จ่ายด้งกล่าว
เราประเมินมูลค่าพื้นฐานในปี 52 ของ BGH ไว้ที่ 31.80 บาท จากวิธี DFCF โดยกำหนดให้
WACC อยู่ที่ 11.94%, Beta = 0.8 เท่า, g = 4.59% Rf = 4.50% และ Rm = 25% ดังนั้น เรา
แนะนำ “ซื้อลงทุนระยะยาว” โดยเรามองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้น BGH จะเป็นโอกาสของ
การซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาว

          บจ.หลักทรัพย์ บีฟิท ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2551

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: 13/11/08 14:14:43 »

หลักทรัพย์ BGH 
 แหล่งข่าว BGH 
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3) 
  วันที่/เวลา 13 พ.ย. 2551 08:34:46   

   


 
                  สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)
                           บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

                                                                  สอบทาน
                                                          (หน่วย : พันบาท)
                                                      สิ้นสุดวันที่  30 กันยายน
     งบการเงินรวม
                                  ไตรมาสที่ 3                 งวด 9 เดือน
              ปี                2551        2550           2551       2550

     กำไรสุทธิ                358,126     262,540      1,394,528    808,865
     กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)         0.29        0.22           1.15       0.68


     งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                   ไตรมาสที่ 3                งวด 9 เดือน
              ปี                 2551        2550          2551       2550

     กำไรสุทธิ                  78,364     131,179       361,802    311,708
     กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)          0.06        0.11          0.30       0.26

    ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
 

     หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
                  ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

    "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
     การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
     ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                               ลงลายมือชื่อ _______________________
                                         ( นาย วัลลภ อธิคมประภา )
                                          กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
                                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ



 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 14/11/08 11:44:47 »

 หลักทรัพย์ BGH 
 แหล่งข่าว BGH 
  หัวข้อข่าว คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงินไตรมาสที่ 3/2551 
  วันที่/เวลา 13 พ.ย. 2551 09:14:00   

  ที่ สน.กก.ผอญ.154/2551                     วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551

เรื่อง คำอธิบายและวิเคราะห์งบการเงิน สำหรับงวดสามเดือน
      และเก้าเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน
งบการเงินรวมที่ได้สอบทานแล้ว โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ประจำไตรมาสที่ 3/2551
 และงวดเก้าเดือน สิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2551 ดังนี้

ผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อย
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96 ล้านบาท
หรือร้อยละ 36 จากไตรมาส 3/2550 มีสาเหตุหลักโดยสรุปดังนี้
- รายได้รวมในไตรมาสนี้มีจำนวน 5,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 805 ล้านบาทหรือร้อยละ 17
จากไตรมาสที่ 3/2550 ส่วนใหญ่เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการคนไข้
โดยรายได้จากผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และรายได้จากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นร้อยละ 15
โดยการเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 3/2551 นี้มาจากคนไข้ชาวไทยร้อยละ 13 และ
คนไข้ชาวต่างชาติร้อยละ 21 ทำให้สัดส่วนรายได้จากคนไข้ชาวไทย ต่อชาวต่างชาติ
เป็นร้อยละ 66 ต่อร้อยละ 34 ในไตรมาสที่ 3/2551 นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจาก
บริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3/2550 เป็น 54 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 2,393 ในไตรมาสที่ 3/2551 ส่วนใหญ่เกิดจากส่วนแบ่งกำไรจาก
บริษัท รามคำแหง จำกัด (มหาชน) จำนวน 48 ล้านบาท

- ในไตรมาสที่ 3/2551 บริษัทและบริษัทย่อย มีต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ รวม
3,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 3/2550 จำนวน 513 ล้านบาท หรือร้อยละ 20
ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าครองชีพให้แก่พนักงาน
ประกอบกับการปรับเพิ่มขึ้นของค่ายา อย่างไรก็ตามอัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุน
ค่ารักษาพยาบาลนี้สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการคนไข้ ทำให้
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากร้อยละ 44 ในไตรมาส 3/2550 เป็นร้อยละ 42.2
ในไตรมาสที่ 3/2551

- ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานในไตรมาสที่ 3/2551 มีจำนวน 1,156 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 105 ล้านบาทหรือร้อยละ 10 จากไตรมาสที่ 3/2550 ซึ่งสอดคล้องกับ
การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการคนไข้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้น
จากการปรับค่าครองชีพให้แก่พนักงาน นอกจากนี้บริษัทและบริษัทย่อยได้ปรับนโยบาย
การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของโรงพยาบาลทั้งเครือข่ายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
โดยยึดหลักความระมัดระวัง เป็นผลให้หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพ

ในการดำเนินงานของบริษัทปรับเพิ่มสูงขึ้นโดยกำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนหัก
ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ("Core EBITDA") เพิ่มขึ้นจาก
987 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3/2550 เป็น 1,109 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3/2551
โดยสัดส่วน Core EBITDA ต่อรายได้ค่าบริการคนไข้ปรับลดลงจากร้อยละ 21.3
ในไตรมาสที่ 3/2550 เป็นร้อยละ 20.6 ในไตรมาสที่ 3/2551

- บริษัทและบริษัทย่อยบันทึกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจำนวน 550 ล้านบาท
ในไตรมาสที่ 3/2551 เพิ่มขึ้น 64 ล้านบาท หรือร้อยละ 13 เมื่อเปรียบเทียบกับ
ไตรมาสที่ 3/2550 เนื่องจากมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ
อาคารโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์ เพื่อรองรับการขยายตัวของการให้บริการ
ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามกำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายและภาษี
("Core EBIT") เพิ่มขึ้นจาก 500 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3/2550 เป็น
559 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3/2551 และสัดส่วน Core EBIT ต่อรายได้
ค่าบริการคนไข้ลดลงจากร้อยละ 10.8 ในไตรมาสที่ 3/2550 เป็นร้อยละ 10.4
ในไตรมาสที่ 3/2551

- ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจาก 163 ล้านบาทในไตรมาสที่ 3/2550 เป็น 159 ล้านบาท
หรือร้อยละ 3 ในไตรมาสที่ 3/2551 จากการปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุนของ
บริษัทในไตรมาสที่ 1/2551 โดยบริษัทชำระคืนภาระหนี้ที่มีหลักประกันก่อนกำหนด
จำนวน 7,167 ล้านบาท และบริษัทกู้เงินกู้ระยะยาวที่ไม่มีหลักประกันจำนวน
3,500 ล้านบาท และออกหุ้นกู้ที่ไม่มีหลักประกันจำนวน 5,000 ล้านบาท

จากผลการดำเนินงานที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน
358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96 ล้านบาทหรือร้อยละ 36 จากไตรมาส 3/2550
ทำให้อัตรากำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.6 ในไตรมาสที่ 3/2550
เป็นร้อยละ 6.5 ในไตรมาสที่ 3/2551 และกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นจาก
0.22 บาทในไตรมาสที่ 3/2550 เป็น 0.29 บาท ในไตรมาสที่ 3/2551
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 32

สำหรับผลการดำเนินงาน สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 586 ล้านบาท
หรือร้อยละ 72 จากงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักโดยสรุปดังนี้

- รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อย สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551
มีจำนวน 16,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่
เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการคนไข้ จากรายได้ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นร้อยละ 20
และจากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยการเพิ่มขึ้นในงวด 9 เดือนของปี 2551 นี้
มาจากคนไข้ชาวไทยร้อยละ 14 และคนไข้ชาวต่างชาติร้อยละ 23 ทำให้สัดส่วนรายได้

จากคนไข้ชาวไทย ต่อชาวต่างชาติ เป็นร้อยละ 63 ต่อร้อยละ 37 ในงวดเก้าเดือนแรก
ของปี 2551 นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจาก 9 ล้านบาทในงวด
เก้าเดือนแรกของปี 2550 เป็น 140 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1,479
ในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2551 ส่วนใหญ่เกิดจากส่วนแบ่งกำไรจาก
บริษัท รามคำแหง จำกัด (มหาชน) จำนวน 125 ล้านบาท

- ในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2551 บริษัทและบริษัทย่อยมีต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ
รวม 8,848 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 จากงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม
อัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่ารักษาพยาบาลนี้ยังต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้
ค่าบริการคนไข้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 44.2 ในงวดเก้าเดือนแรก
ของปี 2550 เป็นร้อยละ 44.3 ในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2551

- ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจำนวน 3,424 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากงวด
เก้าเดือนแรกของปี 2550 ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการคนไข้
ประกอบกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าครองชีพให้แก่พนักงาน
อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทปรับเพิ่มสูงขึ้นโดยกำไร
จากการดำเนินงานหลักก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย
("Core EBITDA") เพิ่มขึ้นจาก 2,930 ล้านบาทในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2550
เป็น 3,613 ล้านบาทในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2551 โดยสัดส่วน Core EBITDA
ต่อรายได้ค่าบริการคนไข้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21.6 ในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2550
เป็นร้อยละ 22.7 ในงวดเดียวกันของปี 2551 จากอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ของรายได้ค่าบริการคนไข้สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่ารักษาพยาบาล
และค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน

- บริษัทบันทึกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจำนวน 1,612 ล้านบาทในงวดเก้าเดือนแรก
ของปี 2551 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 17 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2550 เนื่องจากมี
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาคารโรงพยาบาลและเครื่องมือแพทย์
เพื่อรองรับการขยายตัวของการให้บริการที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามกำไรก่อนหัก
ดอกเบี้ยจ่ายและภาษี ("Core EBIT") เพิ่มขึ้นจาก 1,552 ล้านบาท ในงวด
เก้าเดือนแรกของปี 2550 เป็น 2,001 ล้านบาทในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2551 และ
สัดส่วน Core EBIT ต่อรายได้ค่าบริการคนไข้เพิ่มจากร้อยละ11.5 ในงวด
เก้าเดือนแรกของปี 2550 เป็นร้อยละ 12.6 ในงวดเดียวกันของปี 2551

- ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเป็น 471 ล้านบาทในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2551 หรือลดลงร้อยละ
12 จากงวดเก้าเดือนแรกของปี 2550 จากการปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุนของบริษัทใน
ไตรมาสที่ 1/2551

จากที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,395 ล้านบาท

เพิ่มขึ้น 586 ล้านบาท หรือร้อยละ 76 จากงวดเดียวกันของปีก่อน
ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.9 ใน
งวดเก้าเดือนแรกของปี 2550 เป็นร้อยละ 8.5 ในงวดเก้าเดือนแรก
ของปี 2551 และกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นจาก 0.68 บาทใน
งวดเก้าเดือนแรกของปี 2550 เป็น 1.15 บาทใน งวดเดียวกัน
ของปี 2551 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 69

ฐานะการเงิน
งบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 กันยายน 2551 บริษัทและบริษัทย่อย
มีสินทรัพย์รวม 28,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,848 ล้านบาท หรือร้อยละ 7
จากวันที่ 31 ธันวาคม 2550 จากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน
1,065 ล้านบาท นอกจากนี้เงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 943 ล้านบาท
จากวันที่ 31 ธันวาคม 2550 เป็น 1,714 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2551
เนื่องจากในไตรมาสที่ 1/2551 บริษัทได้ลงทุนเพิ่มเติมในบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง
จำกัด (มหาชน) จำนวนรวม 1.45 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 480 บาท รวมเป็นเงิน
694.43 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯมีอัตราส่วนการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวเพิ่มจาก
ร้อยละ 26.18 เป็นร้อยละ 38.24 ประกอบกับการรับรู้รายได้
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสีย

หนี้สินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 กันยายน 2551 มีจำนวน 15,566 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 1,044 ล้านบาท หรือร้อยละ 7 จากวันที่ 31 ธันวาคม 2550 สาเหตุหลักมาจาก
การปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุนในไตรมาสที่ 1/2551 อย่างไรก็ตามอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน
เท่ากับประมาณ 1 เท่าซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2550

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท (ไม่รวมส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของบริษัทย่อย) มีจำนวน
11,935 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 821 ล้านบาทหรือร้อยละ 7 จากวันที่ 31 ธันวาคม 2550
เนื่องจากกำไรสุทธิเก้าเดือนแรกของปี 2551 จำนวน 1,395 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่าย
จำนวน 607 ล้านบาท

สภาพคล่อง
งวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 บริษัทและบริษัทย่อยมีกระแสเงินสดจาก
กิจกรรมดำเนินงานจำนวน 3,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 630 ล้านบาทจากงวดเดียวกันของปีก่อน
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวส่วนใหญ่เกิดจากกำไรของบริษัทและบริษัทย่อย ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปใน
กิจกรรมลงทุน รวมจำนวน 2,248 ล้านบาท กระแสเงินสดที่ได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน
จำนวน 215 ล้านบาท เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างแหล่งเงินทุนของบริษัท เป็นผลให้
บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดเพิ่มขึ้นเป็น 2,029 ล้านบาท
ณ วันที่ 30 กันยายน 2551 จาก 1,199 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

(นาย วัลลภ อธิคมประภา)
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่



 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 19/11/08 14:17:56 »

บล.เกียรตินาคิน : BGH แนะนำซื้อ ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 52 เท่ากับ 30.50 บาท


              ผลประกอบการ 3Q/51 ของ BGH ใกล้เคียงคาด กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 36% Y-O-Y
และ 6% Q-O-Q เป็น 358 ล้านบาท การเติบโตเป็นผลบวกต่อเนื่องจากกลยุทธ์ราคา หนุน
ปริมาณการใช้บริการ OPD และ IPD เพิ่มขึ้น ประกอบกับได้ประโยชน์จากค่ารักษาเฉลี่ยเพิ่ม
ขึ้น ตามการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน ทั้งนี้แม้เริ่มเห็นสัญญาณการใช้บริการในเดือน ต.ค.51
มีอัตราการเติบโตชะลอตัวลง แต่ผู้บริหารมั่นใจยังสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ขณะเดียว กันเรา
ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ BGH จากการหันมาเน้นขยายฐานผู้ใช้บริการในประเทศ เพื่อลดความ
เสี่ยงจากผู้ใช้บริการต่างชาติ และความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ทำให้ BGH ยังได้ประโยชน์ใน
แง่การประหยัดจากขนาด จึงเห็นว่าผลประกอบการปีนี้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 2Q/51 คาดผล
ประกอบการปี 51 - 52 เติบโต (CAGR) เฉลี่ย 27% เด่นสุดในกลุ่มการแพทย์ 3 บริษัทที่ศึกษา
               
แม้เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวของการใช้บริการในเดือน ต.ค.51 แต่มั่นใจสามารถคุมต้นทุนได้ดี
              ผลประกอบการ 3Q/51 ของ BGH ใกล้เคียงคาด มีกำไรสุทธิ 358 ล้านบาท (คาด
กำไรสุทธิ 342 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 36% Y-O-Y และ 6% Q-O-Q เราเห็นว่าการเติบโตดังกล่าว
เป็นผลบวกต่อเนื่องจากกลยุทธ์ราคา หนุนปริมาณการใช้บริการ OPD และ IPD เพิ่มขึ้น 13%
Y-O-Y เป็น 1,854 คน/วัน และ 15% Y-O-Y เป็น 1,398 คน/วัน ตามลำดับ ขณะเดียวกันยังได้
ประโยชน์จากค่ารักษาเฉลี่ยของผู้ใช้บริการ OPD และ IPD ที่เพิ่มขึ้น 6% Y-O-Y ตามการ
รักษาโรคที่มีความซับซ้อน
               สำหรับแนวโน้ม 4Q/51 ผู้บริหาร BGH ระบุ ในงาน “Opportunity day” วานนี้ แม้
เริ่มเห็นสัญญาณการใช้บริการในเดือน ต.ค.51 มีอัตราการเติบโตชะลอตัวลง แต่มั่นใจยัง
สามารถควบคุมต้นทุนได้ดี เบื้องต้นเราคาดว่า BGH จะมี Operating margin และ EBITDA
margin ดีขึ้นต่อเนื่องจากใน 3Q/51   
       
อยู่ระหว่างดำเนินการเสนอซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ คาดระยะยาวเป็นบวกต่อ BGH
             BGH อยู่ระหว่างดำเนินการเสนอซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bonds) ตั้งแต่
วันที่ 14 พ.ย.51 – 19 พ.ย.51 หุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าวออกและเสนอขายผู้ลงทุนในต่าง
ประเทศ เมื่อปี 2549 และจะครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 12 ก.ค. 2554 ทั้งนี้ BGH ยังไม่ได้ระบุ
ราคารับซื้อคืน แต่เบื้องต้นกำหนดวงเงินในการรับซื้อคืนประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เราเห็น
ว่าการเสนอซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ จะเป็นบวกต่อ BGH โดยเฉพาะลดความเสี่ยงจากผลการใช้
สิทธิแปลงสภาพ Convertible Bond เป็นหุ้นสามัญ ซึ่งมีจำนวนคงเหลือประมาณ 92,000
หน่วย ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 36.30 บาท และมีอัตราใช้สิทธิ 1 ต่อ 1,051.24 หุ้น หรือสามารถแปลง
เป็นหุ้นสามัญประมาณ 96.7 ล้านหุ้น ประกอบกับปัจจุบันราคาหุ้น BGH ปรับตัวลงต่ำกว่าราคา
ใช้สิทธิ จึงมีความเป็นไปได้ที่ผู้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพจะตอบรับข้อเสนอ

แนะนำ “ซื้อ” การเติบโตของผลประกอบการเด่นสุดในกลุ่มการแพทย์ 3 บริษัทที่ศึกษา
              คงเห็นว่าผลประกอบการปีนี้ของ BGH ผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 2Q/51 ขณะเดียวกันผล
ประกอบการ 9M/51 คิดเป็น 79% ของประมาณการปี 51 ซึ่งคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,774 ล้าน
บาท กำไรต่อหุ้น 1.46 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 43% Y-O-Y การเติบโตของผลประกอบการปี 51
ประกอบกับฐานะการเงินที่ดีขึ้น จึงประมาณการเงินปันผลปี 51 ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท คิด
เป็น Dividend yield 3% (จ่ายปีละครั้ง) สำหรับแนวโน้มปี 52 คาดเติบโต 11% Y-O-Y เป็น
1,970 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.62 บาท/หุ้น จากการเน้นขยายฐานผู้ใช้บริการในประเทศ เพื่อลด
ความเสี่ยงจากผู้ใช้บริการต่างชาติ และความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ทำให้ BGH จะได้
ประโยชน์ในแง่การประหยัดจากขนาด เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 52 เท่ากับ 30.50 บาท
(DCF WACC 10%)

         
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: 19/11/08 14:20:03 »

 สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : BGH แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2552 เท่ากับ
40 บาท

Strong business outlook with a hefty cashflow
        ธุรกิจโรงพยาบาลมีลักษณะ Defensive และมีความผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจ
ในระดับต่ำ เนื่องจากการเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อีกทั้งแนวโน้ม
ประชากรของประเทศไทยเริ่มเข้าสู่วัยชรา ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องเข้ารับการ
รักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลในประเทศมีแนวโน้มขยาย
ตัวอย่างแข็งแกร่ง และ SCRI ประเมิน BGH เป็นอีกกลุ่มโรงพยาบาลที่จะได้รับผล
บวกจากการเติบโตอุตสาหกรรมโรงพยาบาล โดยคาดอัตราการเข้าพักรักษาตัวของผู้
ป่วย (Registered Bed Utilization) ปัจจุบันที่อยู่ระดับ 62% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
เป็น 70% ในอีก 3 ปีข้างหน้า จะช่วยหนุนให้กำไรสุทธิปี 2551-2553 เติบโต 18%
CAGR นอกจากนี้ ลักษณะธูรกิจของโรงพยาบาลที่สร้างกระแสเงินสดในระดับสูง ส่ง
ผลให้บริษัทมีสภาพคล่องสูงเพียงพอที่จะรองรับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ได้ ดังนั้น SCRI ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BGH โดยมีราคาเหมาะสมปี 2552 เท่ากับ
40 บาท/หุ้น

Investment Theme
   นโยบายการคงราคาเป็นกลยุทธ์สำคัญ ที่ทำให้รายได้ปี 2552 ขยายตัวเพิ่ม
ขึ้น 9.6% yoy: แม้เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างเต็มตัวในปี 2552 แต่
SCRI ประเมินการชะลอตัวของการเข้ารักษาตัวของผู้ป่วยต่างชาติจะเกิดขึ้นในระยะ
สั้นเท่านั้น เพราะผู้ป่วยต่างชาติส่วนใหญ่ที่เข้ามารักษาในเมืองไทยจะเข้ารักษาโรค
ที่มีความรุนแรงและไม่สามารถเลื่อนระยะเวลาออกไปได้ นอกจากนี้การรุกทำตลาด
ใหม่ที่มีการเติบโตสูงกว่า 80% ในช่วงปีที่ผ่านมา อาทิ กลุ่มลูกค้าโอมาน กาตาร์ และ
เอธิโอเปีย เป็นต้น ประกอบกับ การคงราคาค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลใน
กรุงเทพฯและการลดราคาค่าห้องของโรงพยาบาลในเครือนอกกรุงเทพฯ จะช่วย
กระตุ้นยอดการเข้ารักษาของผู้ป่วยในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้น และทำแนวโน้มราย
ได้ของ BGH จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 20,129 ล้านบาทในปี 2551 เป็น 22,060 ล้าน
บาท
   ประหยัดจากขนาดการดำเนินงาน ส่งผลให้ EBITDA Margin ยังอยู่สูงกว่า
22% ช่วยหนุนกำไรสุทธิปี 2552 เติบโต 17% yoy CAGR: การคงค่าห้องให้อยู่ใน
ระดับเหมาะสม ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยปี 2551 มีแนวโน้มขยับขึ้นทั้ง IPD และ OPD
และทำให้อัตราการเข้ารักษาตัวรวมของผู้ป่วยปี 2552 คาดจะขยับขึ้นจากระดับ 62%
ในปี 2551 เป็น 65% ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ BGH สามารถใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ในเครือ
ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด อาทิ การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ร่วมกับระหว่างโรง
พยาบาลในเครือ ช่วยให้เกิดการประหยัดจากขนาดการดำเนินงาน ส่งผลให้
EBTIDA Margin ยังยืนอยู่ในระดับสูงเฉลี่ยกว่า 22% และทำให้กำไรสุทธิปี 2552
ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1,619 ล้านบาทในปี 2551 เป็น 1,888 ล้านบาท
   ลักษณะธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ทำให้ BGH สามารขยายการ
ลงทุนและหนุนให้ผลการดำเนินงานในอนาคตเติบโตแข็งแกร่ง: โครงสร้างรายได้
ของ BGH ใน 3Q51 มาจากกลุ่มลูกค้าทั่วไป (SelfPay) คิดเป็นสัดส่วนสูงกว่า 78%
ของรายได้รวม สร้างกระแสเงินสดให้บริษัทไม่ต่ำกว่าไตรมาสละ 2,000-3,000 ล้าน
บาท ประกอบกับ การใช้ระบบ Cash Pooling และประหยัดจากการ Refinance หนี้
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดเพียงพอ ที่พร้อมรองรับการขยาย
การลงทุนในการสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่หัวหินที่มีอุปสงค์การเข้ารักษาตัวใน
ระดับสูง และรวมถึงการเตรียมที่จะขอรับ JCI เพิ่มอีก 4 แห่งภายในปี 2552 ที่โรง
พยาบาล BNH, กรุงเทพภูเก็ต, กรุงเทพพัทยา และกรุงเทพสมุย จะช่วยเสริมความ
เชื่อมั่นของคุณภาพการให้บริการของบริษัทให้เพิ่มสูงขึ้น เป็นจุดเสริมสำคัญที่ทำให้
ธุรกิจโรงพยาบาลในประเทศไทยยังขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งและคาดจะทำให้กำไร
สุทธิในอีก 3 ปีข้างหน้าของ BGH เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 18% CAGR

Valuation & Recommendation
   แนะนำ “ซื้อ” BGH ราคาเหมาะสมปี 2552 เท่ากับ 40 บาท/หุ้น: ฐานะการ
เงินที่มีความแข็งแกร่งตามแนวโน้มผลการดำเนินงานที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้ BGH
มีสภาพคล่องในระดับสูง โดยมี EBITDA สูงกว่า 4,494 ล้านบาท และเพียงพอที่จะ
รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจในอนาคต อีกทั้งจำนวนผู้ป่วยยังคงมีแนวโน้มขยาย
ตัวต่อเนื่อง ช่วยหนุนให้แนวโน้มกำไรของ BGH เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดย SCRI
คาดกำไรสุทธิปี 2551-2553 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 18% CAGR ดังนั้นแนะนำ
ซื้อ ราคาเหมาะสม 40 บาท/หุ้น










 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: 25/11/08 13:46:22 »

เคจีไอ-แนะนำ "ซื้อ" BGH



--------------------------------------------------------------------------------

 

บมจ. รพ. กรุงเทพดุสิตเวชการ: กลยุทธ์การตรึงค่ารักษาพยาบาลจะช่วยหนุนจำนวนคนไข้  -  ซื้อ
ราคาปัจจุบัน (บ.)          16.4
ราคาเป้าหมาย (บ.)        36.0
Upside (%)             119.5

สรุปประเด็นสำคัญ และข่าวล่าสุด
          - เน้นเพิ่มจำนวนคนไข้ด้วยการใช้กลยุทธ์การตรึงราคาค่ารักษาพยาบาล
          - กลยุทธ์ที่เน้นผู้ป่วยชาวไทยควรช่วยหนุนกำไร
          - ทบทวนแผนการลงทุนจากสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวย
          - คงแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 36.00 บาท

เน้นเพิ่มจำนวนคนไข้ด้วยการใช้กลยุทธ์การตรึงราคาค่ารักษาพยาบาล
          จากความสำเร็จของกลยุทธ์การตรึงราคาค่ารักษาพยาบาลในกลุ่มโรงพยาบาลภาคตะวันออกที่เริ่มในไตรมาส 2/51 ซึ่งทำให้ BGH มีจำนวนคนไข้นอกและคนไข้ในช่วงไตรมาส 3/51 เพิ่มขึ้น 10% YoY และ 15% YoY ตามลำดับ ทำให้ BGH มีแผนใช้กลยุทธ์ดังกล่าวกับทุกโรงพยาบาลในเครือต่อเนื่องไปในปี 52 เรามีมุมมองเป็นบวกต่อกลยุทธ์ดังกล่าว เพราะน่าจะทำให้ความต้องการการรักษาพยาบาลโดยเฉพาะจากคนไข้ไทยน่าจะยังคงเติบโตต่อไปได้ แม้จะมีปัญหาความไม่สงบทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ที่จะกระทบต่อการบริโภคของประชาชน ตลอดจนการใช้จ่ายสำหรับการดูแลสุขภาพ  BGH คาดรายได้ในปี 52 จะเติบโตที่ 9%-12% อย่างไรก็ตาม เรามีมุมมองที่ระมัดระวังกว่าบริษัทฯ โดยเราคาดรายได้ปี 52 จะเติบโตได้ที่ 6.6% หรือ 2.22 หมื่นล้านบาท

ด้วยสัดส่วนรายได้ที่สูงในคนไข้ไทยจะช่วยหนุนผลประกอบการ
          จากปัญหาวิกฤติการเงินของโลกและการออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศหลังเกิดปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ BGH น่าจะได้รับผลกระทบจากจำนวนคนไข้ต่างประเทศที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ด้วย 66% ของรายได้รวมมาจากกลุ่มคนไข้ไทย ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการของ BGH จึงไม่น่าได้รับผลกระทบมากนัก อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ทำให้ตลาดเกิดความกังวลว่าคนไข้ไทยของ BGH อาจจะมีการเปลี่ยนไปใช้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลระดับกลางถึงระดับล่างแทน แต่เรามองว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวไม่น่าที่จะเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกลุ่มคนไข้ไทยของ BGH เป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของเศรษฐกิจน้อยกว่า เมื่อผนวกกับการใช้กลยุทธ์ในการตรึงราคาค่ารักษาพยาบาล น่าจะทำให้ BGH รักษากลุ่มคนไข้ไทยนี้ไว้ได้ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนพฤติกรรมการรักษาพยาบาลจริง จำนวนคนไข้ไทยของ BGH น่าจะยังคงโตต่อได้จากโรงพยาบาลรามคำแหง (RAM) ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้มีรายได้ในระดับกลาง (BGH ถือหุ้น RAM อยู่ 38.2%)

ทบทวนแผนการลงทุนจากสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวย
          จากสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ BGH มีการทบทวนแผนการลงทุนของบริษัทฯ โดยวางแผนใช้เงินลงทุนส่วนใหญ่ในการซื้ออุปกรณ์และเครื่อง มือแพทย์เพื่อทดแทนหรือซ่อมแซมของเดิม เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ มากกว่าที่จะใช้เงินลงทุนอย่างหนักเพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างในอดีต แม้ว่าเรายังไม่มีรายละเอียดของขนาดการลงทุนที่ชัดเจนในปี 52 เนื่องจากบริษัทฯ ขอรอดูและประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะกำหนดงบการลงทุนในไตรมาส 1/52 แต่เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อการทบทวนแผนการลงทุนของ BGH เนื่องจากการลงทุนที่สูงในสภาวะที่ตลาดไม่เอื้ออำนวยและบริษัทฯมีรายได้ไม่แข็งแกร่งมาก จะทำให้เกิดความเสี่ยงเชิงลบต่อผลประกอบ การและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ได้

การซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพทำให้ Dilution effect ลดลง
          BGH ได้ทำการซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ (3.75% Convertible bond due 2011) จำนวน 30.11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคารับซื้อคืนที่ 108% จำนวนเงินรวมที่ใช้ในการซื้อคืนเท่ากับ 32.52 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.1 พันล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่ 35.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ) โดยบริษัทฯ จะใช้แหล่งเงินทุนภายในจากการดำเนินงานเพื่อชำระราคา ซึ่งขณะนี้ BGH มีเงินสดในมือราว 1.9 พันล้านบาท เราคาดประโยชน์ที่ BGH จะได้รับ คือ i) การลดค่าใช้จ่ายทางการเงินราว 93 ล้านบาท จากประโยชน์ของอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่ำกว่า เนื่องจากในกรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพทำการใช้สิทธิขายคืนหุ้นกู้นี้ในเดือน มิ.ย. 52 BGH จะต้องอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่ 38.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่า 35.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ณ ขณะนี้ และ ii) การลดลงของ Dilution effect การยกเลิกหุ้นสามัญที่ออกมารองรับการแปลงสภาพของหุ้นกู้ดังกล่าว จะทำให้ dilution effect ลดลงจาก 8% เหลือ 5.4% นั่นคือ จำนวนหุ้นสามัญจดทะเบียน (รวมหุ้นที่ออกมาเพื่อรองรับการแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพที่เหลืออยู่) ลดลงจาก 1,312.3 ล้าน เหลือ 1,279.4 ล้านหุ้น ทำให้ ราคาเป้าหมายของเราปรับเพิ่มขึ้นจาก 35.00 บาท เป็น 36.00 บาท

ไม่ได้รับผลกระทบจากการขอรับมาตรฐาน JCI
          แม้ว่าโรงพยาบาลในเครืออีก 5 แห่ง (โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต, BNH, โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย, โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา) กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับมาตรฐาน Joint Commission International (JCI) ซึ่งเป็นมาตรฐานการให้บริการการแพทย์สากล ในปี 52 แต่ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมดังกล่าวไม่น่ามีผลกระทบต่อผลประกอบการของ BGH อย่างมีนัยสำคัญเหมือนในปี 50 เนื่องจากโรงพยาบาลเหล่านั้นมีสาธารณูปโภคและลักษณะอาคารที่พร้อมและทันสมัย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงต่าง ๆ เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานนั้นมีไม่มากนัก (คาดการณ์ที่ 70-80 ล้านบาท)

แนะนำ”ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 36.00 บาท
          เรายังชอบ BGH และคงแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายในปี 2552 ที่ 36.00 บาท เราเชื่อว่ากลยุทธ์การตรึงราคาค่ารักษาพยาบาลจะส่งผลดีและปัจจัยบวกสำคัญต่อกำไรของบริษัทฯ ในปีหน้า อย่างไรก็ดี เรามองว่าตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะเหมาะสมในการเข้าซื้อหุ้น เนื่องจากราคาหุ้นน่าจะยังคงได้รับปัจจัยลบจากปัญหาความไม่สงบทางการเมือง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

          โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551

 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
timing
ใจ เย็น เยน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 604



« ตอบ #12 เมื่อ: 25/11/08 22:29:52 »

ในฐานะที่อยู่แถวนี้ ขอบอกว่า รพ.กรุงเทพพัทยา เริ่มกลับมามีผู้ป่วยมากขึ้นตามช่วง high season แล้ว เดือนที่แล้วยังรออยู่ว่าน่าจะใกล้ high season  อาจมาช้าหน่อย แต่ก็ถือว่าดีกว่าคาด เพราะเหตุการณ์ยังไม่สงบ  อย่างไรก็ตาม ยังไม่เท่า 2 ปีที่ผ่านมา คงต้องรอดู
ขณะนี้ผมยังไม่มีหุ้นนี้น่ะครับ .. รอ timing
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อย่าเชื่อ  ถ้าเขาพูดด้วยเหตุผลบางเบา
อย่าเข้า  ถ้ายังไม่ต่ำกว่ามูลค่า (ที่เหมาะสม)
อย่าช้า  ถ้าถึงเวลาตีแตก!

Re: BGH
timing
ใจ เย็น เยน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 604



« ตอบ #13 เมื่อ: 26/11/08 12:03:07 »

อ้ว.. ตอนที่ผมโพสท์ ยังไม่ทราบว่าปิดสนามบินสุวรรณภูมินะครับ   Embarrassed
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อย่าเชื่อ  ถ้าเขาพูดด้วยเหตุผลบางเบา
อย่าเข้า  ถ้ายังไม่ต่ำกว่ามูลค่า (ที่เหมาะสม)
อย่าช้า  ถ้าถึงเวลาตีแตก!

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #14 เมื่อ: 29/05/09 13:39:17 »

กลุ่มการแพทย์

กรุงเทพดุสิตเวชการ – BGH - ซื้อ

ราคาพื้นฐาน :           25.70         
คำแนะนำ :             ซื้อ         
ราคาปิด (28 พ.ค. 52) : 20.40

ทั้งปีมองอัตราการเติบโตของรายได้ที่ 1.57%
          - 1Q52 ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการลดลงของผู้ป่วยต่างประเทศ รายได้จึงลดลง 6%YoY แต่รายได้จากผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้น 2%YoY เพราะมีแคมเปญ“ไทยช่วย ไทย”
          - ไตรมาสที่ 2 กำไรจะลดต่ำลงเพราะเป็นช่วง Low Season และยังได้รับผลกระทบจาก ปัญหาการเมือง การประกาศ พรก.ฉุกเฉินในช่วงเดือนเมษายน รวมถึงไข้หวัด 2009 ด้วย ทั้งปีคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,586.76 ล้านบาท  ลดลง 4.5%YoY
          - ราคาพื้นฐานเป็น 25.70 บาทต่อหุ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ”

1Q52 กำไรสุทธิดีเกินคาด บริหารค่าใช้จ่ายได้ดี และมีเครดิตภาษีประมาณ 39 ล้าน บาท
          EBITDA Margin ใน 1Q52 เท่ากับ 23.2% ดีขึ้นจาก 4Q51 ที่ 20.2% เพราะมีการบริหาร ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รายได้ใน 1Q52 เท่ากับ 5,312.32 ล้านบาท ลดลง 1.60%YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.19 %QoQ โดยรายได้จากผู้ป่วยในประเทศเท่ากับ 3,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%YoY ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยในประเทศ โดยการลดค่า บริการลงตามแคมเปญ “ไทยช่วยไทย”แต่ในส่วนของผู้ป่วยต่างประเทศรายได้ลดลง 6%YoY เป็น 2,061 ล้านบาท เพราะจำนวนผู้ป่วยหลักจากประเทศ UAE อังกฤษและสหรัฐ อเมริกาลดลง (แต่ผู้ป่วยจากญี่ปุ่น และเยอรมันยังคงเติบโต)

           การลดลงของผู้ป่วย ต่างชาติ ทำให้รายได้ในส่วนผู้ป่วยใน ( IPD) ลดลง 7%YoY ) เพราะจำนวนผู้ป่วยครองเตียงของผู้ป่วย ในต่อวัน(Average Daily Census:ADC) อยู่ที่ 1,349 เตียงต่อวัน ลดลง 3%YoY โดยเป็นผู้ ป่วยต่างประเทศประมาณ 385 เตียงต่อวัน ลดลง 11%YoY ในในขณะที่ผู้ป่วยนอก (OPD) ยังเพิ่มขึ้นประมาณ 2%YoY จำนวนผู้ป่วยนอกต่อวันเท่ากับ 9,787 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 3%YoY โดยเป็นผู้ป่วยต่างประเทศ 2,140 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 4%YoY โครงสร้างรายได้ของ BGH แบ่งเป็นรายได้จาก IPD 55% จาก OPD 43% และอื่นๆ 2% รายได้ IPD ที่ลดลงมีผลกระทบ กับอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงด้วย
 
           แต่บริษัทก็มีนโยบายลดต้นทุนโดยเฉพาะในส่วนพนักงาน โดยการลดการทำงานล่วงเวลา (OT) จึงทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้น 32.05% ลดจาก 32.35% ใน 4Q51 และจาก 37.06% ใน 1Q51 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคิดเป็น 20.63% ต่อยอดขายใกล้เคียงกับใน 1Q51 ที่ 20.39% ต่อยอดขายลดลงมากหากเทียบกับ 4Q51 ที่ 24.67% เพราะใน 4Q51 มีค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มเข้ามา ส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากการ ดำเนินงาน 606.75 ล้านบาท ภาษีจ่ายเพียง 100.77 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะมีการเครดิตภาษี กลับประมาณ 39 ล้านบาท จากการจ่ายภาษีเกินไปใน 4Q51 ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นอีกในไตรมาส อื่นๆ รวมแล้วบริษัทมีกำไรสุทธิ 454.44 ล้านบาท

คงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1,586.76 ล้านบาท ลดลง 4.5%YoY
          ใน 2Q52 จะได้รับผลกระทบจากหลายๆ ปัจจัยเพราะ
          1) เป็นช่วง Low Season 
          2) ปัญหาทางการเมือง มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉินในช่วงเมษายน ซึ่งบริษัทประกันในต่าง ประเทศจะไม่จ่ายค่ารักษาให้กับการเข้ามารักษาในประเทศที่มีปัญหาทางการเมืองอยู่ ทำให้ ผู้ป่วยต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลง
          3) ไข้หวัด 2009 จะกระทบกับการเดินทางของต่างชาติ

          ทางฝ่ายฯ ประมาณการรายได้ในปี 2552 ให้เติบโตที่ 1.57% เท่านั้น โดยมีรายได้ประมาณ 21,520.89 ล้านบาท โดยคาดว่าในไตรมาสที่ 3 และ 4 รายได้จะดีกว่าใน 2Q52 ที่ได้รับผลกระทบ โดยตรงจากปัจจัยลบหลายประการ โดยคาดว่าจะมีอัตรากำไรขั้นต้น 32.91%(รวมค่าเสื่อมราคา) ลดลงจากปีก่อนที่ 34.15% ส่งผลให้ปีนี้มีกำไรสุทธิลดลง 4.5%YoY เป็น 1,586.76 ล้าบาท แต่ในปี 2553 คาดว่าผละประกอบการจะดีขึ้นจากการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งย่อมทำให้รายได้จาก IPD สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเป็น 33.35% และคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,769.88 ล้าน บาท

ราคาพื้นฐาน 25.70 บาทต่อหุ้น
          ราคาพื้นฐานในปี 2552 เท่ากับ 25.70 บาทต่อหุ้น ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"

          โดย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 29 พ.ค. 2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #15 เมื่อ: 29/05/09 13:40:56 »

Bangkok Dusit Medical Services - BGH

SCRI Rating          C*
*มีแนวโน้มปรับลดความเสี่ยงจากการลงทุน
Stock Value          Bt32.00

Thai patients will be a key to grow in 2009
          แม้ BGH จะปรับเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2552 ลงจากเดิม 15% เป็น 4% โดยประเมินจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม SCRI ประเมินประมาณการดังกล่าวมีความอนุรักษ์นิยมเกินไปและคาดจำนวนผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศที่จะกลับมาเติบโตอีกครั้งในช่วง 2H/52 จากการปรับกลยุทธ์โดยการออกแพคเกจต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเข้ารักษาตัวผู้ป่วยในประเทศ ประกอบกับการขยายฐานลูกค้าต่างชาติใหม่และผลบวกจากค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้ SCRI ยังคงประมาณการรายได้ปี 2552 เติบโต 8%

           สำหรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการประหยัดจากการใช้สินทรัพย์ อีกทั้ง การลดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรของบริษัทยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยผลักดันให้กำไรปี 2552 ยังขยายตัว 14% yoy ดังนั้น SCRI ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2552 เท่ากับ 32 บาท และ SCRI มีแนวโน้มปรับลดระดับความเสี่ยงจากการลงทุนใน BGH จากระดับ C เนื่องจากบริษัทสามารถให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อเนื่องนับจากมีทีมงานใหม่เข้ามาตั้งแต่กลางปี 2552 เป็นต้นมา

Year-end 31 Dec                    2007      2008     2009F     2010F     2011F
Sales  (Bt m)                    18,423    21,188    22,848    24,941    27,359
Gross Profit (Bt m)               8,187     9,309    10,190    11,174    12,280
EBITDA (Bt m)                     3,991     4,577     4,949     5,455     5,980
EBITDA (%chg)                     18.75     14.69      8.11     10.24      9.62
Normalized Profit (Bt m)          1,244     1,662     1,888     2,250     2,511
Net Profit (Bt m)                 1,244     1,662     1,888     2,250     2,511
EPS (Bt)                           1.04      1.39      1.52      1.78      1.95
EPS (%chg)                         -7.1     33.48      9.73     16.92       9.5
DPS (Bt)                            0.5       0.6      0.61      0.71      0.78
Dividend Yield (%)                 2.45      2.94      2.99      3.49      3.82
BVPS (Bt)                          9.15     10.22     10.25     11.94     12.98
P/E (x)                           19.61     14.69     13.39     11.45     10.46
P/BV (x)                           2.23         2      1.99      1.71      1.57
Source : Company Data / SCRI estimates

INVESTMENT THEME
          -  จำนวนผู้ป่วยในประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้รายได้ปี 2552 ยังเติบโต 8%: แม้ตัวเลขผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ารักษาตัวในเดือนเม.ย. 2552 จะยังลดลง yoy เพราะอยู่ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องและผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสสายพันธ์ใหม่ แต่สถานการณ์การเมืองและการติดต่อของโรคที่เริ่มควบคุมได้ ทำให้เริ่มมีสัญญาณการเข้ารักษาตัวของผู้ป่วยต่างชาติที่ดีขึ้นในเดือน พ.ค. 2552 เมื่อเทียบ qoq นอกจากนี้ การทำโปรโมชันเพื่อกระตุ้นการเข้ารักษาตัวของโรงพยาบาลในเครือ ส่งผลบวกชัดเจน ทำให้ตัวเลขการเข้ารักษาตัวของผู้ป่วยในประเทศยังเติบโตสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกลุ่ม OPD  อีกทั้ง การหาตลาดลูกค้าใหม่อย่างสม่ำเสมอ อาทิ กลุ่มผู้ป่วยจากออสเตรเลียที่คาดจะเริ่มเข้ามารักษาตัวเพิ่มขึ้นใน 2H/52 คาดจะทำให้แนวโน้มตัวเลขผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศใน 2H/52 กลับมาขยายตัวโดดเด่น hoh และทำให้รายได้ปี 2552 เพิ่มขึ้น 8% yoy เป็น 22,848 ล้านบาท 

          -  การประหยัดจากขนาดการดำเนินงานและการลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2552 เพิ่มขึ้น 14% yoy: แม้การออกแพ็กเกจเพื่อกระตุ้นการเข้ารักษาตัวของผู้ป่วยในประเทศ อาจทำให้บริษัทมีอัตรากำไรที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากธุรกิจโรงพยาบาลเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนคงที่สูง ดังนั้น ยิ่งมีจำนวนผู้ป่วยเข้ารักษาตัวมากเท่าใด ก็จะช่วยลดต้นทุนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การเข้ารักษาตัวของผู้ป่วยในประเทศที่เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการประหยัดจากขนาดการดำเนินงาน ซึ่งสามารถชดเชยกับอัตรากำไรที่ลดลงจากการออกโปรโมชันต่างๆ อีกทั้ง BGH ยังวางนโยบายลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อาทิ ลดการให้ OT เป็นต้น ปัจจัยดังกล่าว ช่วยหนุนให้ EBITDA Margin ปี 2552 ยังเติบโตจาก 21.6% ในปี 2551 เป็น 21.66% และส่งผลต่อเนื่องให้กำไรสุทธิปี 2552 เพิ่มขึ้นจาก 1,662 ล้านบาทใน 2551 เป็น 1,888 ล้านบาท

          -  ธุรกิจโรงพยาบาลยังมีการขยายตัว ทำให้ผลการดำเนินงานในอีก 3 ปีข้างหน้าของ BGH ยังเติบโตมั่นคง 15% CAGR: การวางโครงข่ายทั่วประเทศของ BGH เพื่อรองรับการเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากประเทศไทยจะเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2567 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 นอกจากนี้ การพัฒนากลุ่มโรงพยาบาลในเครือให้ได้รับมาตรฐานสากลอย่างสม่ำเสมอ โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการยื่นขอ JCI โรงพยาบาล BNH, โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาและภูเก็ต ซึ่งปัจจัยดังกล่าว จะช่วยดึงดูดให้ผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาตัวเพิ่มมากขึ้น และหนุนให้กำไรสุทธิปี 2552-2554 ปรับตัวเฉลี่ย 15% CAGR โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 1,888 ล้านบาทในปี 2552 เป็น 2,250 และ 2,511 ล้านบาท ตามลำดับ

          -  ความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุม อาจทำให้ประมาณการต่ำกว่าที่ SCRI คาดได้: แม้คาดธุรกิจโรงพยาบาลในประเทศจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว หลังจากเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ เนื่องจากการเจ็บป่วยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อีกทั้งประโยชน์จากค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทำให้จำนวนผู้ป่วยต่างชาตินิยมเข้ามารักษาตัวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอ ช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงพยาบาลในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเติบโตสูงกว่า 24% เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยการเติบโตของตลาดที่ประมาณ 9% CAGR อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยง อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ภาวะระบาดของโรคภัยและรวมถึงภาวะสงคราม เป็นต้น เป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งอาจกระทบให้จำนวนผู้ป่วยทั้งในและต่างชาติของ BGH ปรับตัวลดลง และทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2552 ออกมาต่ำกว่าที่ SCRI ประมาณการไว้ที่ 1,888 ล้านบาท

RECOMMENDATION & RATING
          แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2552 เท่ากับ 33.50 บาท: การกระตุ้นการเข้ารักษาตัวของผู้ป่วยในประเทศผ่านการออกโปรโมชั่นต่างๆ ช่วยชดเชยการชะลอตัวลงของจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ และทำให้ภาพของผลการดำเนินงานระยะสั้นยังทรงตัวได้ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม SCRI ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ ประกอบกับจำนวนผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศคาดจะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้งใน 2H/52 อีกทั้ง การลดต้นทุนในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยผลักดันให้กำไรปี 2552 ของ BGH ยังเติบโตอย่างมั่นคง ดังนั้น SCRI แนะนำ ซื้อ โดยมีมูลค่าเหมาะสมปี 2552 เท่ากับ 32 บาท/หุ้น (DCF, WACC 10.3% Growth 3%) (หมายเหตุ: การปรับ Rm และ Rf จาก 14% และ 5% เป็น 11.5% และ 4% ส่งผลให้มูลค่าเหมาะสมเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 30 บาท/หุ้น)

Company Profile
          BGH ประกอบธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ ปัจจุบันมีโรงพยาบาลอยู่ในเครือทั้งหมด 19 แห่ง อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพฯ โรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นต้น โดยกลุ่ม BGH มีจำนวนเตียงที่สามารถรองรับผู้ป่วยทั้งสิ้น 2,967 เตียง

SCRI Score
          แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2552 ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น จากการวางกลยุทธ์ในการดำเนินงานที่วางไว้อย่างเหมาะสม ประกอบกับการควบคุมและรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัท ยังเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ย นอกจากนี้ เครือข่ายที่อยู่ทั่วประเทศและระบบ Cash Pooling ทำให้สภาพคล่องในการดำเนินงานยังอยู่ในระดับเหมาะสมและพร้อมรองรับกับความผันผวนของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปี 2552
 
         ทั้งนี้ ในช่วงกลางปี 2551 เป็นช่วงที่บริษัทมีการปรับเปลี่ยนการให้บริการด้านข้อมูล โดยนำทีมนักลงทุนสัมพันธ์ที่มีความรู้และความสามารถเข้ามาช่วยเสริม ส่งผลให้บริษัทสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่นักลงทุนและนักวิเคราะห์สม่ำเสมอ แต่เนื่องจากการประเมินบรรษัทภิบาลของบริษัทจะพิจารณาทั้งปี ทำให้คุณภาพของบรรษัทภิบาลของ BGH อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้  ดังนั้น SCRI รวบรวมคะแนนจากการประเมินความเสี่ยงข้างต้นได้ที่ระดับ 55 คะแนน และจัดอันดับหุ้น  BGH เพียงระดับ C

          อย่างไรก็ตาม SCRI มีแนวโน้มปรับลดเสี่ยงจากการลงทุนใน BGH สำหรับงวดกลางปี 2552 จากความเชื่อมั่นด้านความโปร่งใสในการเผยแพร่ข้อมูลและแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ยังเติบโตอย่างมั่นคง

Corporate Governance
          -  คณะกรรมการบรรษัทภิบาล  ให้คะแนนด้านบรรษัทภิบาล แก่ BGH ต่ำกว่าระดับ “ดี”
          -  สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินยอมรับงบการเงินของ BGH งวด ปี 2551 อย่างไม่มีเงื่อนไข

              โดย  สถาบันวิจัยนครหลวงไทย ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม  2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
plamuek76
"หน้าด้าน กล้ามั่ว"
Moderator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,520



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 30/05/09 17:08:42 »

Bangkok DusitMedical Services (BGH)
Analyst Presentation
First Quarter 2009 Results
May 28, 2009
http://bgh.listedcompany.com/misc/presentation/Analyst_1Q09.pdf
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

บอร์ดคุยกับปลาหมึก
http://www.doohoon.com/smf/index.php?board=15.0
https://www.facebook.com/plamuek76


Re: BGH
ออมสิน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,526


สิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือ ความไม่แน่นอน


« ตอบ #17 เมื่อ: 01/06/09 09:41:53 »

ทันหุ้น- โบรกประสานกำลังวินิจฉัยหุ้น BGH พื้นฐานยอดเยี่ยมยอดผู้ป่วยในและนอกแห่เข้าใช้บริการล้นหลาม คาดปีนี้ผลงานเด่นฟันรายได้ 8% หนุนกำไรเติบโตฉุ่มฉำปอดถึง 14% แนะ “ซื้อ” วางเป้าหมายพิชิตใจนักลงทุนที่32.00 บาท
 บริษัทหลักทรัพย์ นครหลวงไทย จำกัด แนะนำ ซื้อ หุ้น บริษัท  กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ราคาเป้าหมาย 32.00 บาท คาดจำนวนผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศที่จะกลับมาเติบโตอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 จากการปรับกลยุทธ์โดยการออกแพคเกจต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเข้ารักษาตัวผู้ป่วยในประเทศ ประกอบกับการขยายฐานลูกค้าต่างชาติใหม่และผลบวกจากค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าคู่แข่ง
 ดังนั้นฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการรายได้ปี 2552 เติบโต 8% สำหรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการประหยัดจากการใช้สินทรัพย์ อีกทั้ง การลดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรของบริษัทยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยผลักดันให้กำไรปี 2552 ยังขยายตัว 14% จากปีก่อน  ดังนั้นฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 2552 เท่ากับ 32 บาท และ SCRI มีแนวโน้มปรับลดระดับความเสี่ยงจากการลงทุนใน BGH จากระดับ C เนื่องจากบริษัทสามารถให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อเนื่องนับจากมีทีมงานใหม่เข้ามาตั้งแต่กลางปี 2552 เป็นต้นมา
     บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเหมาะสมของหุ้น BGH ไว้ที่ 25.70 บาท ทางฝ่ายวิจัยประมาณการรายได้ในปี 2552 ให้เติบโตที่ 1.57% เท่านั้น โดยมีรายได้ประมาณ 21,520.89 ล้านบาท โดยคาดว่าในไตรมาสที่ 3 และ 4 รายได้จะดีกว่าในไตรมาส 2/52 ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยลบหลายประการ
 ทั้งนี้คาดว่าจะมีอัตรากำไรขั้นต้น 32.91% (รวมค่าเสื่อมราคา) ลดลงจากปีก่อนที่ 34.15% ส่งผลให้ปีนี้มีกำไรสุทธิลดลง 4.5% จากปีก่อนเป็น 1,586.76 ล้าบาท แต่ในปี 2553 คาดว่าผละประกอบการจะดีขึ้นจากการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งย่อมทำให้รายได้จาก IPD สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเป็น 33.35% และคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,769.88 ล้าน บาท
           ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น BGH  ( 29 พ.ค.52 ) ปิดซื้อขายที่ 20.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 33.13 ล้านบาท



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #18 เมื่อ: 01/06/09 12:18:34 »

BGHเตรียมออกหุ้นกู้3พันล้าน

ครึ่งหลังฟื้นตัวเป้าหมาย24บ.

BGH เตรียมออกหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท รองรับสิทธิ์ขายคืนหุ้นกู้แปลงสภาพเดือนมิ.ย. ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง 20 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ปรับเป้ารายได้ไตรมาส 2 ลง 3-4% เนื่องจากเป็นช่วงที่อ่อนแอสุด ปัจจัยด้านฤดูกาลและความไม่แน่นอนทางการเมืองคาดครึ่งหลังปี 52 จะดีกว่าครึ่งปีแรก โบรกแนะซื้อที่ราคา 24 บาท

รายงานข่าวจากบทวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.เคจีไอ เปิดเผยว่า บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BGH จะออกหุ้นกู้ A-Rating มูลค่า 3 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็นหุ้นกู้อายุ 5 ปี 2.0 พันล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ย 4.80% และหุ้นกู้อายุ 7 ปี 1.0 พันล้านบาทที่อัตราดอกเบี้ย 5.35%เพื่อรองรับการขายคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bond: CB) ในเดือน มิ.ย.2552 การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทในแง่ที่บริษัทจะสามารถลดต้นทุนทางการเงินได้ประมูล 20% ของมูลค่าพื้นฐาน ประประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี

เนื่องจากต้นทุนทางการเงิน CB อยู่ที่ 6.25% (รวมข้อกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน 38.16  บาท  ต่อ 1 $US และราคาขายคืนพรีเมี่ยมแล้ว) แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงอย่างไม่มีนัยสำคัญ แต่มีมุมมองเป็นบวกต่อการขายคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ เพราะทำให้การปรับตัวของราคาหุ้น จากการแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญลดลงในอนาคตโดยหุ้นกุ้แปลงสภาพที่เหลืออยู่จำนวน 56 ล้านเหรียญสหรัฐ สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ 58.9 ล้านหุ้นหรือคิดเป็นการปรับตัวของราคาหุ้นที่ 5%

สำหรับผลประกอบการไตรมาส  1/52  ที่ออกมานั้นไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว  และความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายในด้านการดูแลสุขภาพ และผลกระทบจากฐานที่สูงไตรมาส 1/51 โดยในไตรมาส 1/52 รายได้จากคนไข้ไทยเพิ่ม 1.6%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้จากคนไข้ต่างชาติลดลง 6.2% จากการลดลงของการให้บริการคนไข้ใน(IPD)เป็นหลัก

จากการลดลงของ  GDP ไตรมาส 1/52 ที่ -7.1% ทำให้บริษัทปรับลดเป้ารายได้ปี 2552 ลงเหลือ 3-5% จากเดิมที่ 8-10% ซึ่งอ้างอิงอัตราการขยายตัวของ GDP ที่ 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนขณะที่ยังคงมีมุมมองที่เป็นลบต่อกลุ่มบริการทางการแพทย์รวมถึง BGH ในปีนี้ จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและภาพลักษณ์ของประเทศในด้านการท่องเที่ยวที่ถูกกระทบจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองโดยเราคาดว่ารายได้ของบริษัทจะลดลงเหลือ  19.3 พันล้านบาท หรือลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้บริษัท เปิดเผยว่าคนไข้จาก UAE ที่ลดลงในไตรมาส 1/52 นั้นเกิดจากกลุ่มคนไข้ดังกล่าวมี  Brand Loyalty ต่ำและมีความอ่อนไหวด้านราคาสูง ขณะที่กลุ่มคนไข้ชาวญี่ปุ่นยังมีการเติบโตที่ดี 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนทำให้กลุ่มคนไข้ชาวญี่ปุ่นครองอันดับหนึ่งในรายได้จากคนไข้ต่างประเทศ ด้วย 4.7% ของรายได้รวม

โดยไตรมาส 1/52 บริษัทวางแผนเจาะตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างรายได้จากคนไข้ชาวต่างชาติให้แข็งแกร่งมากขึ้น      ขณะที่บริษัทมองคนไข้จากประเทศออสเตรเลียคือกลุ่มเป้าหมายใหม่เนื่องจากรายได้จากกลุ่มคนไข้ชาวออสเตรเลียมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากกลุ่มคนไข้ชาวออสเตรเลียคิดเป็น 2% ของรายได้รวมในไตรมาส 1/52 เพิ่มจาก 1.5% ในปี 2551

อย่างไรก็ตามโดยปกติไตรมาส  2 จะเป็นไตรมาสที่แย่สำหรับบริษัท เนื่องจากมีวันหยุดยาวในช่วงสงกรานต์และอยู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ไตรมาส 2/52 จะเป็นไตรมาสที่ผลประกอบการจะตกต่ำเป็นพิเศษ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการประกาศภาวะฉุกเฉินเดือนเม.ย.จากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยาโดยบริษัทเผยว่ารายได้ลดลง 3-4% และค่อยๆ ดีขึ้นช่วง 3 อาทิตย์แรกเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่ราคาหุ้น BGH ปรับตัวต่ำกว่าราคาตลาดอยู่ 6.8% นับตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นการสะท้อนถึงผลประกอบการไตรมาส 2/52 ที่จะอ่อนแอจากปัจจัยด้านฤดูกาลและแนวโน้มที่เป็นลบในภาพลักษณ์ของประเทศจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง

อย่างไรก็ดีคาดว่าการดำเนินงาน รวมถึงผลประกอบการของ BGH จะดีขึ้นครึ่งหลังของปี 52 จากระดับความมั่นใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่การเมืองเริ่มนิ่งรวมถึงกลุ่มการบริการการแพทย์จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นด้วย ดังนั้นยังแนะนำ"ซื้อ"โดยมีราคาเป้าหมาย 24 บาท

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #19 เมื่อ: 13/11/09 13:11:52 »

ยูไนเต็ด-แนะนำ "BUY" BGH

BANGKOK DUSIT MEDICAL  SERVICES : BGH
BUY: Target Price (Bt) 29.50

กำไรสุทธิ 3Q52 ฟื้นตัวแรงกว่าคาดถึง 19% ที่ 569 ล้านบาท 
          -  รายได้รวม 3Q52 เริ่มขยายตัวอีกครั้งตามผลบวกฤดูกาลและไข้หวัด 2009
          -  อัตราการใช้เตียงที่เพิ่มขึ้นหนุนอัตรากำไรขั้นต้น 3Q52 ดีดตัวเป็น  32.9%
          -  แถมอัตราภาษีจ่ายก็ลดลงเหลือ 20%  จึงส่งผลแจ้งกำไรสุทธิที่ 569 ล้านบาท (+59%YoYและ +95%QoQ)
          -  เรามีแนวโน้มปรับประมาณการกำไรทั้งปี 52 ขึ้น หลังกำไร 9M52 ออกมาดีกว่าคาด
          -  คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 29.50 บาท 

Investment Theme :

       เหตุการณ์ :  BGH ประกอบธุรกิจหลักกิจการโรงพยาบาลเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดประเทศไทย ด้วยโรงพยาบาลในเครือกว่า 17 แห่งทั่วประเทศไทย และ 2 แห่ง ในประเทศกัมพูชา โดยสำหรับภาพรวมผลการดำเนินงาน 3Q52 ฟื้นตัวดีกว่าคาดราว 19% ที่ 569 ล้านบาท หรือเทียบเท่า EPS ราว 0.47 บาทต่อหุ้น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแต่ละรายการ ดังนี้
 
         รายได้รวม 3Q52 เริ่มขยายตัวอีกครั้งที่ 5,633 ล้านบาท โดยปัจจัยกระตุ้นหลัก เบื้องต้น เราประเมินเป็นผลสืบเนื่องจาก 1) ผลกระทบแง่บวกด้านฤดูกาลที่เป็นช่วงหน้าฝน , 2) อานิสงส์ของการเกิดการตื่นตัวของผู้บริโภคเกี่ยวกับไข้หวัด 2009 ในช่วงต้น 3Q52 ประกอบกับจุดเด่นของกลุ่มบริษัทที่มีศูนย์ Lab สามารถตรวจโรคดังกล่าวเป็นของตนเอง จึงผลักดันมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.52  และ 3) ความสำเร็จในการทำตลาดต่อเนื่องของลูกค้ากลุ่มคนไทย ดังนั้น จึงผลักดันรายได้ค่าบริการรวม 3Q52 เริ่มฟื้นตัวอีกครั้งตามเป้าที่ผู้บริหารตั้งไว้ที่ 5%YoY และ  11%QoQ ที่ 5,633 ล้านบาท

          ประสิทธิภาพการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นมาก ผลักดันกำไรสุทธิฟื้นเกือบเท่าตัวจาก 2Q52  ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการช่วง 3Q52 ที่เริ่มปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) ก็ทำให้อัตราการใช้เตียง (utilization rate) ใน 3Q52 ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วง 2Q52 ต่ำกว่า 60% เป็นราว 70-75% อีกครั้ง ประกอบกับประสิทธิภาพในการคุมต้นทุนการดำเนินงานที่เริ่มเห็นผล ก็ส่งผลดันอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA Margin) ใน 3Q52 ดีดตัวสูงกว่า 310 BPS จาก 2Q52 สู่ระดับ 26.2% แถมด้วยอัตราภาษีจ่ายก็ลดลงเหลือราว 19% ของ EBT ดังนั้น จึงทำให้บริษัทแจ้งกำไรสุทธิ 3Q52 ฟื้นตัวแรง  59%YoY และ 95%QoQ มาอยู่ที่  569 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบปีครึ่ง
 
        ผลกระทบ : ประกาศผลการดำเนินงาน 3Q52 ดีกว่าเราคาดมาก 19% เพราะ1) อัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ฟื้นตัวแรงกว่าคาดราว 36 BPS และ 2) มีอัตราภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าเราคาดไว้ที่ 28% เหลือ 19%ของ EBT จึงส่งผลภาพรวมกำไร 9M52 คิดเป็นสัดส่วนราว 82% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 52 ของเรา ในขณะที่แนวโน้ม 4Q52 เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของภาวการณ์ท่องเที่ยวไทยและการเป็นช่วงฤดูหนาว  ดังนั้น เราจึงเตรียมปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 52 ขึ้นจากปัจจุบันที่ 1,588 ล้านบาท หลังเข้าร่วมประชุมในสัปดาห์หน้า
 
         คำแนะนำ : ด้วยผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวโดดเด่นประกอบกับ Upside gain ที่มีมากขึ้น ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยคงราคาเป้าหมายปี 53 ที่ 29.5 บาทอิงวิธี DCF ( อิง wacc ที่ 8.2%  )

          BGH ประกอบธุรกิจหลักกิจการโรงพยาบาลเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วย Market capital สูงกว่า 43,722 ล้านบาท โดยปัจจุบัน มีโรงพยาบาลในเครือกว่า 17 แห่งในประเทศไทย และ 2 แห่ง ในประเทศกัมพูชา ปี 51 มีสัดส่วนรายได้แบ่งเป็นจากลูกค้าชาวไทยราว 64% และต่างชาติ 36% ของรายได้ทั้งหมด

           โดย  บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน  2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #20 เมื่อ: 16/11/09 13:15:17 »

บัวหลวง-แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร"BGH

          กรุงเทพดุสิตเวชการ - เติบโต YoY ครั้งแรกตั้งแต่ไตรมาส 4/51

          คำแนะนำพื้นฐาน:      ซื้อเก็งกำไร
          เป้าหมายพื้นฐาน:     26.40 บาท
          ราคา (13/11/09):  24.90 บาท     

          เหนือคาด: BGH รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/52 ที่ 569 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 55% YoY และ 95% QoQ ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเรา 12% และสูงกว่าประมาณการตลาด 17% จากส่วนแบ่งกำไรจากโรงพยาบาลรามคำแหงที่สูงกว่าคาดและอัตราภาษีที่ลดลง (ในเดือน ก.ค. ได้เครดิตภาษีเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพ) ในไตรมาส 3/52 BGH มีกำไรจากการไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพ 6 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 563 ล้านบาท
 
         ประเด็นสำคัญจากผลประกอบการ: ไตรมาส 3/52 เป็นไตรมาสแรกที่กำไรขยายตัว YoY ตั้งแต่ไตรมาส 3/51 (ปิดสนามบินในเดือน ธ.ค.51) ผลกำไรที่น่าประทับใจมีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สัดส่วนกำไรปรับเพิ่มขึ้นจากการบรรลุการประหยัดจากขนาด (economies-of-scale) รายได้รวมอยู่ที่ 5.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY จากการที่คนไข้ไทยจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ 2009 (รายได้จากคนไข้ไทยปรับเพิ่มขึ้น 7% YoY) จำนวนคนไข้ในโดยรวมปรับเพิ่มขึ้น 10% YoY และคนไข้นอกปรับเพิ่มขึ้น 8% YoY รายได้จากคนไข้ต่างชาติทรงตัว YoY อัตราภาษีปรับลงมาอยู่ที่ 19% ในไตรมาส 3/52 จากระดับปกติที่ 30% เนื่องจากมีเครดิตภาษีจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพ กำไรปรับเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว QoQ จากช่วงไฮซีซั่นและไข้หวัดใหญ่ 2009

          แนวโน้ม: เราคาดการเติบโตที่แข็งแกร่ง YoY เป็นตัวแลข 2 หลักในไตรมาส 4/52 แต่ปรับลดลง QoQ จากข้อมูลที่มีอยู่ตั้งแต่ต้นไตรมาสถึงปัจจุบัน รายได้คาดว่าจะขยายตัวที่ 2-3% YoY

          ประเด็นที่เปลี่ยนแปลง: กำไร 9 เดือนแรกของปี 2552 คิดเป็น 81% ของประมาณการทั้งปี 2552 ของเรา (และตลาด) เราคาดว่ากำไรทั้งปี 2552 จะสูงกว่าประมาณการของเราและตลาดเล็กน้อย

          คำแนะนำ: เรายังคงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ด้วยราคาเป้าหมายปี 2553 ที่ 26.40 บาท (คิดลด 20% จากมูลค่าตามวิธี DCF, WACC 11.10% และ terminal growth 2%) โดยมีปัจจัยหนุนหลักจาก 1) กำไรที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY ในไตรมาส 4/52-2/53 จากฐานการเปรียบเทียบที่ต่ำและการลดโปรโมชั่นด้านราคา (เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค.52 โดย BGH ได้ปรับราคาลงตั้งแต่ไตรมาส 4/51-2/52) 2) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/52-1/53 ที่สูงกว่าคาด ซึ่งจะเป็น upside ต่อประมาณการของเรา (20% ของรายได้ BGH มาจากโรงพยาบาลในเมืองท่องเที่ยวหลัก) และ 3) มาร์จิ้นมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดรวมของโรงพยาบาลใหม่ 19 แห่งในปี 2553 เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ต้นทุนการตลาดคิดเป็น 2% ของรายได้รวม หรือ 400 ล้านบาทต่อปี) BGH ซื้อขายในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ด้วย PER ปี 2553 ที่ 17.1 เท่า (ค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ 21.4 เท่า) และ PBV 2.1 เท่า (ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4 เท่า)

          โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2552

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #21 เมื่อ: 23/11/09 12:54:30 »

เคจีไอ-แนะนำ "ซื้อ" BGH

บมจ. รพ. กรุงเทพดุสิตเวชการ:  แนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง   -   ซื้อ
ราคาปัจจุบัน (บ.)         24.90
ราคาเป้าหมาย (บ.)       28.50
Upside (%)             14.50

สรุปประเด็นสำคัญ และข่าวล่าสุด
          - แนวโน้มรายได้แข็งแกร่งในเดือน ต.ค.
          - สัดส่วนรายได้จากคนไข้ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น = อัตรากำไรที่สูงขึ้น
          - ปรับเพิ่มกำไรในปี 2552-53 อีก 1.8-8.7%
          - คงแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ที่ 28.50 บาท

แนวโน้มรายได้แข็งแกร่งในเดือน ต.ค.
          เราได้เข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ โดย BGH เผยว่าแนวโน้มรายได้จากการดำเนินงานยังคงดีต่อเนื่องในเดือน ต.ค. ซึ่งรายได้รวมเติบโต 3.0% YoY มาจากรายได้จากคนไข้ชาวต่างชาติเป็นหลัก โดยรายได้จากคนไข้ชาวต่างชาติเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก บรรยากาศทางการเมืองในประเทศที่ดีขึ้น และการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว โดย BGH คาดว่ารายได้จากคนไข้ชาวต่างชาติจะเป็นปัจจัยหลักสำหรับรายได้และกำไรในไตรมาส 4/52

สัดส่วนรายได้จากคนไข้ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น = อัตรากำไรที่สูงขึ้น
          จากการที่มีสัดส่วนรายได้จากคนไข้ชาวต่างชาติ ทำให้เราเห็นว่า BGH คือผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการฟื้นตัวของอุตฯ ท่องเที่ยว โดย BGH มีความ สามารถในการเข้าถึงคนไข้ต่างชาติได้มากกว่า โดยเฉพาะคนไข้ต่างชาติประเภทนักท่องเที่ยว (Tourists) และคนไข้ต่างชาติประเภทการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ Medical Tourists) เนื่องจาก BGH มีโรงพยาบาลในเครือจำนวนมากกระจายในกรุงเทพและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ (เช่น พัทยา ภูเก็ต สมุย)

          โดยรายได้ของโรงพยาบาลที่พัทยาและภูเก็ตคิดเป็น 15.0% ของรายได้รวม นอกจากแนวโน้มที่ดีของตลาดคนไข้ต่างชาติจะทำให้รายได้รวมแข็งแกร่งขึ้นแล้ว สัดส่วนรายได้จากคนไข้ต่างชาติต่อรายได้รวมที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากคนไข้ต่างชาติมีการใช้ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลต่อคนที่สูงกว่า (ตารางที่ 1) เราคาดว่าสัดส่วนของรายได้จากคนไข้ต่างชาติต่อรายได้รวมจะอยู่ที่ 35.0% ในไตรมาส 4/52 จาก 33.0% ในไตรมาส 3/52 และจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 35.0% ในไตรมาส 4/52 จาก 32.9% ในไตรมาส 3/52

โรงพยาบาลในประเทศกัมพูชาไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
          บริษัทฯ มีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 100 เตียงในพนมเปญ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 3 ในประเทศกัมพูชา และ BGH มีแนวโน้มชะลอการก่อสร้างจากแผนการเดิมที่คาดว่าจะเปิดทำการได้ในปี 2553 ออกไปเพื่อรอบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น สำหรับการดำเนินงานของโรงพยาบาลอีก 2 แห่ง คือโรงพยาบาล Royal Angkor International ในเสียมเรียบ (ขนาด 50 เตียง) และโรงพยาบาล Royal Rattanak International ในพนมเปญ (ขนาด 30 เตียง) นั้น BGH ยังไม่เห็นผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา และหุ้นส่วนชาวกัมพูชายังให้การสนับสนุนการดำ เนินงานเป็นอย่างดี เราเห็นผลกระทบที่จำกัดต่อ BGH เนื่องจากโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งในกัมพูชานั้นไม่ได้สร้างรายได้และกำไรให้แก่ BGH อย่างมีนัยสำคัญ

ปรับเพิ่มกำไรสุทธิในปี 2552-53 อีก 2.4-8.7%
          จากกำไรที่ดีเกินคาดในไตรมาส 3/52 เราได้ทำการ i) ปรับเพิ่มรายได้จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลอีก 7.2-9.1% ในปี 2552-53 มาจากรายได้จากคนไข้ไทยที่ดีเกินคาดในรอบ 9 เดือนแรกของปี 52 และ ii) ปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง เพื่อสะท้อนสัดส่วนรายได้จากคนไข้ต่างชาติต่อรายได้รวมที่ลดลง เป็นผลให้ประมาณการกำไรในปี 2552-53 ของเราเพิ่มขึ้น 2.4-8.7% จากประมาณการเดิม

คงแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ที่ 28.50 บาท
          BGH เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มบริการการแพทย์ โดยผลประกอบการมีแนวโน้มแข็งแกร่งตามการฟื้นตัวของอุตฯท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ คงแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ที่ 28.50 บาท (จาก 28.00 บาท)

          โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #22 เมื่อ: 23/11/09 12:55:27 »

เกียรตินาคิน-แนะนำ "ซื้อ"BGH

BGH (Bangkok Dusit Medical Service PCL.)
Sector  :  Health care

คำแนะนำ             :  ซื้อ
Fair Value’53 (Bt)  :  29.00
Closed Price (Bt)   :  24.90
Up-side Gain        :  16.5%
Dividend Yield 53F  :  2.2%

          ผลประกอบการ 3Q/52 ดีกว่าคาด 18% จาก 2 เหตุผล 1) การใช้บริการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าชาวไทย โดยเฉพาะลูกค้า IPO มีอัตราการใช้บริการเตียงขยับขึ้นเป็น 70% หนุน Gross margin ปรับตัวดีขึ้น Y-O-Y และ Q-O-Q เป็น 43.2% 2) การนำค่าใช้จ่ายซื้อคืนหุ้นกู้ก่อนครบอายุในอัตราส่วนลดมาลดหย่อนภาษี ทำให้ค่าใช้จ่ายภาษีน้อยกว่าคาด หนุน Net profit margin ฟื้นตัวสู่ 10.1% ดีสุดนับจาก 5 ไตรมาสก่อน แนวโน้ม 4Q/52 ผู้บริหาร BGH ยังมีมุมมองบวก จากการใช้บริการของลูกค้าต่างชาติมีสัญญาณดีขึ้น

          คาดหวังการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว เป็นปัจจัยหนุน ส่วนปี 2553 มองผลประกอบการดีขึ้นจากปีนี้ จากปัจจัยเศรษฐกิจฟื้นตัว และเดินหน้าบริหารสินทรัพย์ในกลุ่มฯ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการปี 52 และ 53 จากเดิม 12% และ 7% ตามลำดับ สะท้อนการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เริ่มเห็นผลบวกและดีกว่าคาด  ซึ่งจะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจุดเด่นเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้มีแนวโน้มเห็นการเติบโตชัดเจนหากเศรษฐกิจฟื้นตัว แนะนำ “ซื้อ”

ผู้บริหาร BGH มีมุมมองบวกต่อแนวโน้ม 4Q/52 หวังอานิสงค์การท่องเที่ยว หนุนการใช้บริการ
          ผลประกอบการ 3Q/52 มีกำไรสุทธิ 569 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% Y-O-Y และ 95% Q-O-Q ดีกว่าคาด 18% เนื่องจาก 1) ลูกค้าชาวไทยมีปริมาณการใช้บริการดีกว่าคาด โดยเฉพาะลูกค้า IPO มีอัตราการใช้บริการเตียงขยับขึ้นเป็น 70% จาก 60% ใน 2Q/52 และ 65% ใน 3Q/51 หนุน Gross margin ปรับตัวดีขึ้น Y-O-Y และ Q-O-Q เป็น 43.2% และ 2) การนำค่าใช้จ่ายซื้อคืนหุ้นกู้ก่อนครบอายุในอัตราส่วนลดมาลดหย่อนภาษี ทำให้ค่าใช้จ่ายภาษีน้อยกว่าคาด หนุน Net profit margin ฟื้นตัวเป็น 10.1% ดีสุดนับจาก 5 ไตรมาสก่อนหน้า
 
         แนวโน้ม 4Q/52 ผู้บริหารของ BGH ยังมีมุมมองบวก จากการใช้บริการของลูกค้าต่างชาติเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น อีกทั้งคาดหวังอานิสงค์การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว เป็นอีกปัจจัยหนุนปริมาณผู้ใช้บริการดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีเรากังวลการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงปลายเดือน พ.ย.-ต้นเดือน ธ.ค. อาจเป็นปัจจัยลบต่อการตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทย เบื้องต้นคาดผลประกอบการ 4Q/52 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากใน 3Q/52 แต่เทียบกับใน 4Q/51 จะเห็นการเติบโตจากฐานกำไรสุทธิต่ำกว่าปกติ จากผลกระทบเหตุการณ์ปิดสนามบินช่วงปลายปีก่อน

ปรับเพิ่มประมาณการปี 52 และ 53 สะท้อนการบริหารสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าคาด
          ผลประกอบการ 9M/52 คิดเป็น 85% ของประมาณการ ส่วนปี 2553 แม้ผู้บริหาร BGH ระบุอยู่ระหว่างทำแผนธุรกิจของกลุ่มฯ แต่ยังมีมุมมองต่อผลประกอบการดีขึ้นจากปีนี้ จากปัจจัยบวกเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น ประกอบกับ BGH ยังเดินหน้าปรับปรุงการใช้สินทรัพย์ภายในเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพ

          มากขึ้น เราเห็นว่าการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด และเริ่มเห็นผลบวกจากการปรับปรุงการใช้สินทรัพย์ภายในเครือข่าย ทำให้การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ของกลุ่ม BGH มีแนวโน้มดีกว่าคาด จึงปรับเพิ่มประมาณการปี 52 และ 53 จากเดิม 12% และ 7% ตามลำดับ คาดปี 52 มีกำไรสุทธิ 1,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% Y-O-Y ส่วนปี 53 คาดกำไรสุทธิ 1,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% Y-O-Y และประมาณการเงินปันผลปี 52-53 ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท (จ่ายปีละครั้ง) คิดเป็น Dividend yield 2.2%

แนะนำ “ซื้อ” มีแนวโน้มเห็นการเติบโตชัดเจน หากเศรษฐกิจกลับฟื้นตัว
          เราเห็นว่าการที่ BGH อยู่ในช่วงปรับปรุงการใช้สินทรัพย์ภายในเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ทำให้ในระยะสั้นผลประกอบการปรับตัวค่อนข้างผันผวน ขณะที่ในระยะยาวมีมุมมองบวกจากการบริหารสินทรัพย์มีประสิทธิภาพ และได้ประโยชน์จาก Economy of scale สม่ำเสมอ จะช่วยให้รักษาระดับความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเห็นว่าจุดเด่นสำคัญด้านเครือข่ายโรงพยาบาลครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้มีแนวโน้มเห็นการเติบโตชัดเจนหากเศรษฐกิจกลับฟื้นตัว ทั้งนี้การปรับเพิ่มประมาณการปี 52 และ 53 ดังกล่าว ทำให้มูลค่าเหมาะสมปี 53 ของ BGH ขยับขึ้นเป็น 29 บาท จากเดิม 28.50 บาท (DCF WACC @ 11%) แนะนำ “ซื้อ”

ผู้บริหาร BGH มีมุมมองบวกต่อแนวโน้ม 4Q/52 หวังอานิสงค์การท่องเที่ยว หนุนการใช้บริการ
          ผลประกอบการ 3Q/52 มีกำไรสุทธิ 569 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% Y-O-Y และ 95% Q-O-Q ดีกว่าคาด 18% เนื่องจาก 1) ลูกค้าชาวไทยมีปริมาณการใช้บริการดีกว่าคาด โดยเฉพาะลูกค้า IPO มีอัตราการใช้บริการเตียงขยับขึ้นเป็น 70% จาก 60% ใน 2Q/52 และ 65% ใน 3Q/51 หนุน Gross margin ปรับตัวดีขึ้น Y-O-Y และ Q-O-Q เป็น 43.2% และ 2) การนำค่าใช้จ่ายซื้อคืนหุ้นกู้ก่อนครบอายุในอัตราส่วนลดมาลดหย่อนภาษี ทำให้ค่าใช้จ่ายภาษีน้อยกว่าคาด หนุน Net profit margin ฟื้นตัวเป็น 10.1% ดีสุดนับจาก 5 ไตรมาสก่อนหน้า
          แนวโน้ม 4Q/52 ผู้บริหารของ BGH ยังมีมุมมองบวก จากการใช้บริการของลูกค้าต่างชาติเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น อีกทั้งคาดหวังอานิสงค์การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว เป็นอีกปัจจัยหนุนปริมาณผู้ใช้บริการดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีเรากังวลการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงปลายเดือน พ.ย.-ต้นเดือน ธ.ค. อาจเป็นปัจจัยลบต่อการตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทย เบื้องต้นคาดผลประกอบการ 4Q/52 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากใน 3Q/52 แต่เทียบกับใน 4Q/51 จะเห็นการเติบโตจากฐานกำไรสุทธิต่ำกว่าปกติ จากผลกระทบเหตุการณ์ปิดสนามบินช่วงปลายปีก่อน

ปรับเพิ่มประมาณการปี 52 และ 53 สะท้อนการบริหารสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าคาด
          ผลประกอบการ 9M/52 คิดเป็น 85% ของประมาณการ ส่วนปี 2553 แม้ผู้บริหาร BGH ระบุอยู่ระหว่างทำแผนธุรกิจของกลุ่มฯ แต่ยังมีมุมมองต่อผลประกอบการดีขึ้นจากปีนี้ จากปัจจัยบวกเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น ประกอบกับ BGH ยังเดินหน้าปรับปรุงการใช้สินทรัพย์ภายในเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพ

Business Description
          ดำเนินธุรกิจสถานพยาบาลเอกชน  มีรูปแบบบริหารจัดการเป็นศูนย์แพทย์เฉพาะทาง ภายใต้ชื่อ “ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ” (Bangkok Hospital Medical Center)” ประกอบด้วย “รพ.กรุงเทพ”  “รพ.หัวใจกรุงเทพ”  “รพ.วัฒโนสถ”  และ “รพ.กรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล” 

Stock Information
ทุนจดทะเบียน (ล้านบาท)          1,312.26
ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว (ล้านบาท)   1,214.50
มูลค่าที่ตราไว้ (บาท)             1.00
นโยบายจ่ายเงินปันผล             ขึ้นกับผลประกอบการ
PE (X)                       19.11
P/BV (X)                     2.33
Book Value (บาท)             10.68
Market Cap. (ล้านบาท)         30,241
Free Float (%)               43.35
SAA Consensus (บาท)          28.30

Sector Information
P/E (X)      15.56
P/BV (X)      2.37

          โดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน  2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #23 เมื่อ: 23/11/09 12:56:12 »

เอเซีย พลัส-แนะนำ "ซื้อ" BGH


กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH)  -  ซื้อ
ราคาปัจจุบัน          24.90    บาท
Fair Value         29.10    บาท
มูลค่าตลาด          30,241    ล้านบาท
งวด 4Q52 ยังเติบโตต่อเนื่องในระดับสูง จากฐานที่ต่ำในปีก่อน

         * งวด 4Q52 ยังดีต่อเนื่องจากผลฤดูกาล และนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายที่รัดกุม
         * คาดกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2553 ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก
         * ผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่อง ราคาหุ้นมี Upside 19.8% ยืนยัน “ซื้อ”

งวด 4Q52 ยังดีต่อเนื่องจากผลฤดูกาล และนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายที่รัดกุม
          จากการประชุมนักวิเคราะห์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้บริหารของ BGH เปิดเผยว่าในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ารายได้ของ BGH ยังสามารถเติบโตราว 3%yoy จากความรุนแรงของโรคที่เพิ่มขึ้น และจากจำนวนผู้ป่วยไทยที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติยังทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมากเนื่องจากในช่วงเดือนธันวาคมของปีก่อน BGH มีฐานผู้ป่วยต่างชาติที่ค่อนข้างต่ำ

         จากผลกระทบของการปิดสนามบิน บวกกับช่วงปลายปีคาดว่าได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากนช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว นอกจากนี้ BGH ยังมีนโยบายควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การออกแพ็คเก็จรักษาโดยโรคในราคาเดิม แต่ตัดบริการบางรายการที่ไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของคนไข้ออกไป รวมทั้งลดการค่าโฆษณาผ่านสื่อ โดยหันมาเน้นจัดงาน Health Fair จัดงานสัมมนา และออกบูทส์ตามห้างสรรพสินค้าแทน จึงคาดว่าในงวด 4Q52 จะยังเห็นกำไรเติบโตในระดับสูงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

คาดกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2553 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
          ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยจึงเชื่อว่ากำไรทั้งปี 2552 ของ BGH จะสามารถทรงตัวจากปีก่อนหน้าได้ ขณะที่ในปี 2553 บริษัทยังดำเนินนโยบายแบบอนุรักษ์นิยม โดยชะลอแผนการลงทุนและเปิดกิจการรพ.ใหม่ออกไปก่อน อาทิ รพ.กรุงเทพหัวหิน เลื่อนไปเปิดในปี 2554 แทน และยังคงนโยบายควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นค่ายาและค่ารักษาพยาบาลในปี 2553 รวมทั้งมีการออกแพ็กเก็ครักษาโรครูปแบบใหม่เพื่อกระตุ้นให้คนมารักษามากขึ้น นอกจากนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก บวกกับการที่รพ.ในเครือข่ายได้รับมาตรฐาน JCI (มาตรฐานรพ.ระดับสากล)คาดว่าจะทำให้ผู้ป่วยต่างชาติมาใช้บริการเพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยจึงคาดว่ากำไรสุทธิปี 2553 จะกลับมาเติบโตอีกครั้งราว 9%

ผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่อง ราคาหุ้นมี Upside 19.8% ยืนยัน “ซื้อ”
          แนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง บวกกับมูลค่าพื้นฐานหุ้นปี 2553 อิงวิธีDCF อยู่ที่ 29.10 บาท ยังมี Upside 19.8% จึงยืนยัน “ซื้อ”


          โดย บมจ. หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2552

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #24 เมื่อ: 23/11/09 12:56:53 »

ยูไนเต็ด-แนะนำ "BUY" BGH

BANGKOK DUSIT MEDICAL  SERVICES : BGH
BUY: Target Price (Bt) 31.50

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 52-53 ขึ้น 5-7%ต่อปี
          -  เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
          -  ล่าสุด รายได้รวมเดือนต.ค.52 ยังขยายตัวต่ออีก 3%YoY
          -  ผู้บริหารประเมินมีพื้นที่ให้บริการเพียงพอรองรับจำนวนผู้ป่วยที่จะสูงขึ้นอีก 2-3 ปี
          -  ปรับประมาณการกำไรทั้งปี 52-53 ขึ้นจากเดิม 7%และ 5% ตามลำดับ
          -  คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ที่ 31.50 บาท (เดิม ราคาเป้าหมาย 29.50 บาท)

Investment Theme :

     เหตุการณ์ :  BGH ประกอบธุรกิจหลักกิจการโรงพยาบาลเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดประเทศไทย ด้วยโรงพยาบาลในเครือกว่า 17 แห่งทั่วประเทศไทย และ 2 แห่ง ในประเทศกัมพูชา โดยจากงานประชุมร่วมกับผู้บริหารเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 พ.ย.52) เราสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
          มองได้กระแสการตื่นตัวของไข้หวัด 2009 หนุน ทำให้แจ้งผลประกอการ 3Q52 โตโดดเด่น โดยจากการระบาดของไข้หวัด 2009 โดยเฉพาะช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.52 ทำให้ประชาชนมีการตื่นตัวในการใส่ใจและดูแลสุขภาพมากขึ้น ส่งผลบวกทางอ้อมต่อจำนวนผู้ใช้บริการของกลุ่มรพ.ใน 3Q52 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งกว่า 4%YoY สำหรับกลุ่ม OPD และ 8%YoY สำหรับ IPD ซึ่งทำให้บริษัทมีรายได้ค่าบริการพลิกขยายตัวครั้งแรกของปีที่ราว 5%YoY ในขณะเดียวกัน ด้วยผลประโยชน์ของการเกิดการประหยัดต่อขนาด (Economic of scales) ประกอบกับประสิทธิผลของการใช้กลยุทธ์การควบคุมรายจ่ายการดำเนินงานที่มีมากขึ้น ก็ผลักดันอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA Margin) ใน 3Q52 ดีดตัวแรงเช่นกันจากระดับ 23.1% ใน 2Q52 เป็น 26.2%  และทำให้บริษัทแจ้งกำไรสุทธิ 3Q52  ฟื้นตัวก้าวกระโดดทำจุดสูงสุดในรอบปีครึ่งที่  569 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นกว่า  59%YoY และ 95%QoQ ตามลำดับ

          เริ่มเห็นสัญญาณรายได้ผู้ป่วยต่างชาติสูงขึ้นอีกครั้งในเดือนก.ย.52  ด้วยสภาวะเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ส่งสัญญาณกำลังผ่านพ้นภาวะถดถอย , การเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูการท่องเที่ยวประกอบกับความสำเร็จในการทำการตลาดในการขยายฐานลูกค้าประเทศใหม่ๆ ของบริษัทเพิ่มขึ้น เช่น ออสเตรเลีย รวมถึง การได้รับมาตรฐานการรักษาซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่าง JCI เพิ่มอีก 3 แห่ง (ได้แก่ รพ.บีเอ็นเอช, กรุงเทพภูเก็ต และกรุงเทพพัทยา) ก็ทำให้บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่เดือนก.ย.52 และผู้บริหารประเมินช่วยสนับสนุนแนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q52 ยังสดใสต่อเนื่อง โดยล่าสุด เผยรายได้รวมเดือนต.ค.52 เบื้องต้นยังขยายตัวต่อเนื่องอีกราว 3%YoY
 
        ประเมินมีพื้นที่บริการเพียงพอรับการเติบโตของผู้ป่วยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า แม้ปัจจุบัน บริษัทจะมีอัตราใช้เตียงเฉลี่ยทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็นราว 70% ของเตียงทั้งหมดแล้วและมีหลาย รพ.ในเครือ (เช่น ระยอง, หาดใหญ่และสมิติเวชสุขุมวิท) ที่เริ่มเต็มกำลังการผลิตแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารประเมินยังคงมีพื้นที่การให้บริการเพียงพอสำหรับการขยายกำลังเตียงได้อีกมากและคาดรองรับผู้ป่วยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าได้ไม่ยากนัก
 
        ผลกระทบ : ด้วยผลการดำเนินงาน 3Q52 ที่ออกมาดีกว่าเราคาดมากประกอบกับทิศทางผลการดำเนินงาน 4Q52 และปี 53 ก็ยังมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังมีประเด็นการเริ่มกลับมาระบาดอีกครั้งของโรคไข้หวัด 2009 ระลอกใหม่ ดังนั้น เราจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 52-53 ขึ้นจากเดิม 7% และ 5% ตามลำดับ เป็น 1,704 ล้านบาทและ 1,920 ล้านบาท
 
         คำแนะนำ : ด้วยผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวโดดเด่นประกอบกับ Upside gain ที่มีมากขึ้น ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายปี 53 ใหม่ที่ 31.5 บาทอิงวิธี DCF ( อิง wacc ที่ 8.2%  )
          ปัจจัยเสี่ยง:  ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงไม่โตตามที่คาด

          BGH ประกอบธุรกิจหลักกิจการโรงพยาบาลเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วย Market capital สูงกว่า 43,722 ล้านบาท โดยปัจจุบัน มีโรงพยาบาลในเครือกว่า 17 แห่งในประเทศไทย และ 2 แห่ง ในประเทศกัมพูชา ปี 51 มีสัดส่วนรายได้แบ่งเป็นจากลูกค้าชาวไทยราว 64% และต่างชาติ 36% ของรายได้ทั้งหมด

              โดย  บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน  2552

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #25 เมื่อ: 01/12/09 12:25:22 »

BGH     

ประกอบธุรกิจสถานพยาบาลเอกชน มีรูปแบบบริหารจัดการเป็นศูนย์แพทย์เฉพาะทาง ภายใต้ชื่อ ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ Ž (Bangkok Hospital Medical Center)Ž ประกอบด้วย รพ.กรุงเทพŽ รพ.หัวใจกรุงเทพŽ  รพ.วัฒโนสถŽ และ รพ.กรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลŽ 

จากคาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะหนุนให้ผลประกอบการในปีหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทยังคงเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และจากที่โรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา ได้รับการรับรอง JCI (มาตรฐานของโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก) ทำให้ในปีนี้บริษัทมีรงพยาบาลในเครือได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวเพิ่มเติมอีก 3 โรงพยาบาล ได้แก่ BNH โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่กลุ่มลูกค้าเป็นชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

โดยในปีหน้าคาดว่าจะได้รับการรับรองเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย  นอกจากนี้บริษัทยังมีการทำการตลาดเพื่อเจาะตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่วนในระยะยาวคาดว่าบริษัทจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากนโยบายการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติด้านการรักษาพยาบาลที่รัฐบาลเพิ่งได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานชุดพิเศษเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์โดยหวังว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเงินภาคบริการที่เกี่ยวข้องได้มากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี เนื่องจากบริษัทมีเครือข่ายโรงพยาบาลกระจายตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ทั่วประเทศ   

คำแนะนำ  ซื้อ  แนวรับ 24   บาท   แนวต้าน  25   บาท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #26 เมื่อ: 25/02/10 21:16:32 »

หลักทรัพย์ BGH 
 แหล่งข่าว BGH 
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3) 
  วันที่/เวลา 25 ก.พ. 2553 09:25:57   


   




               สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3)
                        บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

                                                             ตรวจสอบ
                                                       (หน่วย : พันบาท)
                                                  สิ้นสุดวันที่  31 ธันวาคม
       งบการเงินรวม
                                                      งวด 1 ปี
               ปี                             2552                2551

            กำไรสุทธิ                     1,725,183           1,662,079
            กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)                1.42                1.37


        งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                                      งวด 1 ปี
               ปี                             2552                 2551

            กำไรสุทธิ                       922,617              347,526
            กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)                0.76                 0.29

      ประเภทของความเห็นของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน :
      ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
 

       หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
                     ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

       "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้
        จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้น
        ฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                               ลงลายมือชื่อ _______________________
                                          ( นางนฤมล  น้อยอ่ำ )
                                     ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน
                                        ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: BGH
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #27 เมื่อ: 14/05/10 18:03:30 »

หลักทรัพย์ BGH 
 แหล่งข่าว BGH 
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่1(F45-3) 
  วันที่/เวลา 14 พ.ค. 2553 08:55:48   

   




 
                สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่1(F45-3)
                        บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

                                                                 สอบทาน
                                                         (หน่วย : พันบาท)
                                                      สิ้นสุดวันที่  31 มีนาคม
       งบการเงินรวม
                                                   ไตรมาสที่ 1
               ปี                            2553                   2552

          กำไรสุทธิ                        753,570                454,443
          กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)                 0.62                   0.37


       งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                                   ไตรมาสที่ 1
               ปี                            2553                   2552

          กำไรสุทธิ                        665,320                582,809
          กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)                 0.55                   0.48

       ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
 

  หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
                ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

  "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
   การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
   ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                               ลงลายมือชื่อ _______________________
                                          ( นางนฤมล น้อยอ่ำ )
                                      ประธานเจ้าหน้าที่ด้านบริหารการเงิน
                                        ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: BGH
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,295


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 23/07/10 14:12:06 »

10:20  23/07/2010 
Daily Stock : BGH : บล.เกียรตินาคิน


     23 ก.ค.--บล.เกียรตินาคิน

     Distributor - Bisnews AFE

BGH
(Bangkok Dusit Medical Service PCL.)
Sector  :  Health care

คำแนะนำ              :   ซื้อเมื่ออ่อนตัว
Fair Value'53 (Bt)   :   29.00
Closed Price (Bt)    :   28.25
Up-side Gain         :   2.6%
Dividend Yield 53F   :   2.6%
 
     คาด 2Q/53 มีกำไรสุทธิ 318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จาก 2Q/52 แต่ลดลง 58% จาก 1Q/53
การหดตัวแรงกว่า 50% เนื่องจากผลกระทบการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ลูกค้าชาวต่างชาติบางส่วนชะลอ
เดินทาง อีกทั้งเป็นช่วง low season ของการใช้บริการ ส่งผลให้รายได้ลดลง 13% ขณะเดียวกันการใช้
ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ลดลงตามการใช้บริการ และค่าใช้จ่ายบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ฉุด EBITDA
margin และ Operating margin ลงเหลือ 20% และ 12% ตามลำดับ อย่างไรก็ดีการเติบโตจาก
2Q/52 มีปัจจัยบวกการใช้บริการของลูกค้าชาวไทย ประกอบกับอัตราค่าบริการเฉลี่ยสูงขึ้น 5% จาก
Intensity ขณะที่การทำ Cost pooling ของกลุ่ม BGH ช่วยรักษาอัตรากำไร และลดดอกเบี้ยจ่ายลง
8% แม้ระยะสั้น BGH จะมีแรงกดดันจากแนวโน้ม 2Q/53 หดตัวแรงจาก 1Q/53 แต่ครึ่งปีหลัง 53 เรายัง
มีมุมมอง "บวก" จากผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัว ตามการใช้บริการ โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติเริ่มมี
สัญญาณดีขึ้น อีกทั้งจุดเด่นเครือข่ายโรงพยาบาลกระจายตัว จะทำให้มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง แนะนำ "ซื้อ
เมื่ออ่อนตัว"

คาดผลประกอบการ 2Q/53 เพิ่มขึ้น 9% จาก 2Q/52
     เราคาดว่าผลประกอบการ 2Q/53 ของ BGH มีกำไรสุทธิ 318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จาก 2Q/52
แต่ลดลง 58% จาก 1Q/53 การหดตัวแรงกว่า 50% เนื่องจากผลกระทบการชุมนุมทางการเมือง ทำให้
ลูกค้าชาวต่างชาติบางส่วนชะลอเดินทางเข้ามาไทย อีกทั้งยังเป็นช่วง low season ของโรงพยาบาล ส่ง
ผลให้รายได้ลดลง 13% จาก 1Q/53 เหลือ 5,190 ล้านบาท ขณะเดียวกันการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่
ลดลงตามการใช้บริการของลูกค้า และค่าใช้จ่ายบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ทำให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลง
ในอัตราน้อยกว่ารายได้ ฉุด EBITDA margin และ Operating margin ลงเหลือ 20% และ 12%
ตามลำดับ   
     อย่างไรก็ดีการเติบโตจาก 2Q/52 มีปัจจัยบวกการใช้บริการของลูกค้าชาวไทย ประกอบกับอัตราค่า
บริการเฉลี่ยสูงขึ้น 5% จาก Intensity (การรักษาโรคที่มีความซับซ้อน) หนุนรายได้เพิ่มขึ้น 3% ขณะที่
การทำ Cost pooling ของกลุ่มโรงพยาบาลเครือข่าย และปรับโครงสร้างหนี้ ช่วยรักษาระดับอัตรากำไร
และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลง 8%

ทิศทางครึ่งปีหลัง 53 จะเห็นสัญญาณการใช้บริการที่ดีขึ้น
     ในครึ่งปีหลัง 53 เราคาดว่าการใช้บริการของทั้งลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติ มีแนวโน้มดีขึ้น
จากครึ่งปีแรก 53 จาก 3 เหตุผล 1) แรงกดดันทางการเมืองคลายลง ทำให้หลายประเทศทยอยลด
ระดับคำเตือนเดินทางมาไทย 2) การออกแพคเกจ "Happy health Happy life" มีการตอบรับดีจาก
ตลาด ได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่ม อีกทั้งยังหวังต่อยอดการรักษาโรคเฉพาะทาง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถใน
การทำกำไร 3) ผลบวกด้านฤดูกาลจากสภาพอากาศที่เป็นช่วงฤดูฝน-หนาว

     โดยภาพรวมเราคาดว่าผลประกอบการ 3Q/53 ของ BGH มีแนวโน้มฟื้นตัวจาก 2Q/52 แต่อาจ
ชะลอลงจาก 3Q/52 เนื่องจากใน 3Q/52 มีการระบาดของโรคไข้หวัด 2009 (H1N1) ทำให้ฐานรายได้
ค่อนข้างสูง จากการใช้บริการทั้ง OPD และ IPD เพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้เกิดประโยชน์ Economy of
scale จากการใช้สินทรัพย์

แนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" มีแนวโน้มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง 53
     ระยะสั้น BGH อาจมีแรงกดดันจากแนวโน้ม 2Q/53 หดตัวแรงจาก 1Q/53 แต่เรายังมีมุมมอง
"บวก" จากผลประกอบการครึ่งปีหลัง 53 มีแนวโน้มฟื้นตัว ตามการใช้บริการ โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติ
เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ขณะเดียวกันเราชอบ BGH จากจุดเด่นด้านเครือข่ายโรงพยาบาลกระจายตัวครอบคลุม
กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้มีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องจากการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ และลด
ความเสี่ยงการกระจุกตัวของรายได้ คาดผลประกอบการปีนี้มีกำไรสุทธิ 1,854 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.53
บาท เพิ่มขึ้น 7% จากปี 52 และคาดเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.75 บาท (yield 2.6%) ประเมินมูลค่า
เหมาะสมปี 53 ที่ 29 บาท (DCF WACC @ 11%) แนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: BGH
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,295


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #29 เมื่อ: 23/07/10 14:14:40 »

10:19  23/07/2010 
Company Update : BGH : บมจ.หลักทรัพย์ เอเชีย พลัส


     23 ก.ค.--บมจ. หลักทรัพย์ เอเชีย พลัส

     Distributor - Bisnews AFE
 
Company Update
กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH)
ยอดผู้ป่วยเริ่มฟื้นตัว หลังปัญหาการเมืองคลี่คลาย

คำแนะนำการลงทุน
ซื้อ

ราคาปัจจุบัน  : 28.25 บาท
Fair Value : 35.64 บาท
มูลค่าตลาด   : 34,310 ล้านบาท

แม้ได้รับผลกระทบจากการเมือง แต่กำไรงวด 2Q53 ยังเติบโตได้ราว 4% yoy 
     จากการประชุมกับผู้บริหาร BGH วานนี้ ทำให้ฝ่ายวิจัยคาดว่าแม้ในงวด 2Q53 BGH จะได้รับผล
กระทบจากปัญหาการเมือง ซึ่งทำให้ยอดผู้ป่วยนอกลดลงราว 4% yoy ขณะที่ยอดผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว
1% yoy อย่างไรก็ตามเนื่องจาก BGH และ รพ.ในเครือ มีนโยบายส่งเสริมการรักษาแบบต่อเนื่องและ
ครบวงจรมากขึ้น บวกกับโรคต่างๆมีความซับซ้อนรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลต่อรายของทั้งผู้ป่วยใน
และผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 5% yoy จึงคาดว่าโดยรวมแล้วรายได้ค่าบริการจะเติบโตได้ราว 3% yoy
แต่จะถูกหักล้างไปบางส่วนจากต้นทุนค่าบริการ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
จากการเพิ่มจำนวนบุคคลากรทางการแพทย์ในบางพื้นที่ เพื่อรองรับผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน และการซ่อมแซม
อาคารบางส่วนเพื่อรองรับการต่ออายุมาตรฐาน JCI ทำให้คาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานที่ทรงตัว
ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามคาดว่าภาระดอกเบี้ยจ่ายจะลดลง 9% yoy เนื่องจากได้
ชะลอการขยายการลงทุนขนาดใหญ่ออกไปก่อน ซึ่งช่วยให้มีกำไรสุทธิในงวด 2Q53 จำนวน 303 ล้านบาท
หรือคิดเป็นการเติบโตราว 4% yoy สูงกว่าการเติบโตของรายได้ แต่ชะลอตัวลง 60% qoq เมื่อเทียบกับ
งวด 1Q53 ที่มีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์จำนวน 754 ล้านบาท

คาดยอดผู้ป่วยฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง..ผลักดันให้กำไรปี 2553 เติบโต 21% yoy       
     หากเป็นไปตามคาดการณ์ดังกล่าวข้างต้น จะทำให้กำไรในช่วง 1H53 มีสัดส่วนราว 51% ของ
ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2553 ประกอบกับคาดว่าหลังจากปัญหาการเมืองคลี่คลายไปแล้ว จะทำให้ยอดผู้
ป่วยค่อยฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติ อีกทั้งในไตรมาส 3 ของทุกปี เป็นฤดูฝน จึงมักมีการระบาดของโรคติดต่อ
ต่างๆ เช่น ไข้หวัด และไข้เลือดออก ทำให้คาดว่ายอดผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นจากงวด 2Q53 อย่างมีนัยฯ จากทั้ง
ผู้ป่วยไทยและต่างชาติ ขณะที่ในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยว จึงคาดว่ายอดผู้ป่วยต่างชาติจะเติบโตต่อ
เนื่อง ตามยอดนักท่องเที่ยวที่เข้ามามากขึ้น ซึ่งจะผลักดันการเติบโตรายได้และกำไรในช่วง 2H53 ให้ใกล้
เคียงกับงวด 1H53 ได้ ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการไว้ตามเดิม โดยคาดว่ากำไรสุทธิทั้งปี 2553 จะ
เติบโตถึง 21% yoy

คงคำแนะนำ "ซื้อ" และยังเลือกเป็น Top Pick กลุ่ม       
     จากกำไรในปี 2553 ที่คาดว่าจะเติบโตโดดเด่นสุดในกลุ่ม ประกอบกับในช่วงปลายปี 2553 BGH มี
แผนจะเปิดให้บริการผู้ป่วยนอกที่ รพ. แห่งใหม่ในหัวหิน และจะเปิดรับผู้ป่วยเต็มรูปแบบในปี 2554 หลัง
จากนั้นจะเปิดให้บริการที่ปากช่อง จะช่วยเพิ่มฐานรายได้ในอนาคต โดยมูลค่าพื้นฐานหุ้นที่อิงวิธี DCF อยู่ที่
35.64 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบัน 26% และยังคาดหมาย Div. Yield ปี 2553 ที่  2.8%
ฝ่ายวิจัยจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" และเลือกเป็น Top Pick กลุ่ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: BGH
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,295


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 27/07/10 17:08:17 »

11:07  27/07/2010 
BGH แนะนำ "ซื้อลงทุน" : บล.ยูไนเต็ด จก.(มหาชน)


       
        27 ก.ค.--บมจ. ยูไนเต็ด

        Distributor - Bisnews AFE
 
BANGKOK DUSIT MEDICAL  SERVICES : BGH

        BGH ประกอบธุรกิจหลักกิจการโรงพยาบาลเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วย
Market capital สูงกว่า 43,722 ล้านบาท โดยปัจจุบัน มีโรงพยาบาลในเครือกว่า 17 แห่งใน
ประเทศไทย และ 2 แห่ง ในประเทศกัมพูชา ปี 52 มีสัดส่วนรายได้แบ่งเป็นจากลูกค้าชาวไทยราว 64%
และต่างชาติ 36% ของรายได้ทั้งหมด


LONG TERM BUY: Target Price 2010 (Bt) 31.50
                                                                               
Target Price 2011 (Bt) 34.50

แม้ถูกกดดันจากปัจจัยการเมือง แต่คาดกำไร 2Q53 โต 11%YoY 
        * ความวุ่นวายทางการเมืองช่วงกลาง2Q53 ฉุดผู้ป่วยต่างชาติหดตัวอีกครั้ง-4-8%YoY
        * แต่ความซับซ้อนในการรักษาโรคที่เพิ่มขึ้น ก็ช่วยดันรายได้ยังจะโตต่อ 3%YoY
        * ผลประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดที่ลดลงและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้น ฉุดอัตรากำไร
สุทธิจะลดลงเหลือ 6.2% (แต่ก็ยังดีกว่า 2Q52 ที่ 5.8%)
        * เราประมาณการกำไรสุทธิ 2Q53 โต 11%YoY ที่ 323 ล้านบาท (ลดลง -57%QoQ)
        * ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานใน 2H53
        * แนะนำ "ซื้อลงทุน" โดยมีราคาเป้าหมายปี 53-54 ที่ 31.50 บาทและ 34.5 บาท

Investment Theme :
        เหตุการณ์ :  BGH ประกอบธุรกิจหลักกิจการโรงพยาบาลเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดประเทศไทย
ด้วยโรงพยาบาลในเครือกว่า 17 แห่งทั่วประเทศไทย และ 2 แห่ง ในประเทศกัมพูชา โดยสำหรับแนว
โน้มผลการดำเนินงาน 2Q53  เราสรุปสาระสำคัญได้ดังต่อไปนี้

        * แม้มีปัญหาการเมืองฉุด แต่คาดรายได้บริการยังขยายตัวต่อได้  จากสถานการณ์ความวุ่นวาย
ทางการเมืองในช่วงกลาง 2Q53 ที่ผ่านมาและได้ส่งผลหลายประเทศมีการออกคำเตือนในการระมัดระวัง
เดินทางมาไทย ซึ่งฉุดจำนวนผู้ป่วยต่างชาติของบริษัทใน 2Q53 ชะลอตัวอีกครั้งราว -4%YoY สำหรับกลุ่มผู้
ป่วยนอกและกว่า -8%YoY สำหรับกลุ่มผู้ป่วยใน ในขณะที่ด้านจำนวนผู้ป่วยชาวไทยก็ได้รับแรงกดดันจาก
ปัญหาการเดินทางและการระมัดระวังในการใช้จ่าย จึงทำให้กลุ่มผู้ป่วยนอกหดตัวราว -3%YoY แต่กลุ่มผู้
ป่วยในยังโตได้ที่ 4%YoY อย่างไรก็ตาม ด้วยความซับซ้อนในการรักษาโรค (Intensity)ที่สูงขึ้นเฉลี่ย
5%YoY เป็น 2,300 บาทต่อครั้งสำหรับกลุ่ม OPD และ 24,000 บาทต่อคืนสำหรับกลุ่ม IPD ซึ่งผลักดัน
เราประมาณการรายได้ค่าบริการโดยรวม 2Q53 ยังขยายตัวต่อได้ราว 3%YoY ที่ 5,226 ล้านบาท 

        * ผลประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดที่ลดลง ฉุดอัตราทำกำไรลงชั่วคราว ด้วยอัตราการใช้
เตียงที่ลดลงจากระดับ 64%เหลือ 57%ของกำลังการรองรับใน 2Q53 ดังนั้น จึงทำให้ผลประโยชน์ต่อการ
ประหยัดต่อขนาดลดลง ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการดำเนินงานส่วนใหญ่กว่าครึ่งเป็นต้นทุนคงที่และมีบันทึกราย
จ่ายพิเศษบางส่วนเพื่อเตรียมต่ออายุมาตรฐาน JCI  จึงส่งผลดันอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT
Margin) จะชะลอตัวลงชั่วคราวเหลือ 12.4% จากระดับ 19.9%ใน 1Q53 แต่ก็ยังสูงกว่าช่วง 2Q52 ที่
อยู่ระดับ 11.6% ส่วนด้านภาระดอกเบี้ยจ่ายและอัตราภาษีที่เราคาดไม่เปลี่ยนแปลงจาก 2Q52 มากนัก ดัง
นั้น จึงคาดการณ์ 2Q53 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 323 ล้านบาท (+11%YoY)

        * เริ่มเห็นการฟื้นตัวจำนวนผู้ป่วยรวม จึงยังคงเป้ารายได้ทั้งปีโต 7-10%  โดยแม้สถานการณ์
รายได้รวมใน 2Q53 จะโตต่ำกว่าเป้า อย่างไรก็ตาม ด้วยการเติบโตของรายได้ช่วง 1Q53 ที่ค่อนข้าง
โดดเด่นกว่า 13%YoY ประกอบกับปัจจุบัน ก็เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยแล้ว โดยยอดผู้ใช้
บริการกลุ่ม OPD และ IPD เดือนมิ.ย.53 ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่เฉลี่ย 10,000 รายต่อวันและ 1,400 รายต่อ
วันแล้วจากระดับ 9,000 รายต่อวันและ 1,300 รายต่อ วันในช่วงเดือนพ.ค.53 อีกทั้ง ด้วยช่วง 2H53
จะเป็น high season ของธุรกิจโรงพยาบาล เพราะเป็นหน้าฝนและฤดูท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนั้น เบื้องต้น
ผู้บริหารจึงยังคงเป้าอัตราการเติบโตของรายได้ทั้งปี 53 ที่ 7-10% และคงอัตรากำไรสุทธิที่ 8-9%ของ
รายได้

        ผลกระทบ : ด้วยเรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน 2H53  โดย
เฉพาะในช่วง 4Q53 ที่คาดกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติกลับมาโตดีอีกครั้ง ดังนั้น เราจึงคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี
53-54 ที่ 1,919 ล้านบาทและ 2,249 ล้านบาท ตามลำดับหรือเติบโตกว่า 11%YoY และ 17%YoY และ
มีโอกาสปรับประมาณการกำไรเพิ่ม หากทิศทางการฟื้นตัวดีขึ้นกว่าคาด

        คำแนะนำ :  กำไรสุทธิปี 53 ที่จะโตสูงสุดของกลุ่มรพ.ที่เราศึกษากว่า 11% กอปรกับราคาหุ้น
ที่ยังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยธุรกิจโรงพยาบาลในภูมิภาคเดียวกัน ดังนั้น เราจึงแนะนำ "ซื้อลงทุน" โดยมี
ราคาเป้าหมายปี 53-54 ที่ 31.5 บาทและ 34.5 บาทอิงวิธี DCF
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: BGH
รวยเงียบ
เล่นหุ้นสนุกจัง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,152



« ตอบ #31 เมื่อ: 02/09/10 23:06:45 »

Q2 2010

ผู้ป่วยคนไทยเติบโต 5% yoy และผู้ป่วยต่างชาติลดลง 1% yoy
 รายได้ OPD เติบโต 1% yoy รายได้ IPD เติบโต 6% yoy
 รายได้โรงพยาบาลส่วนภาคตะวันออกเติบโต :- BCH(+26%), BRH(+21%), BTH(+14%)
    ภาคใต้เติบโต  :- BSH(+18%) and BPK(+13%).
    สำหรับ  SNH(12%) and BKH(+24%)
โรงพยาบาลส่วนที่ได้รับช่วงผลกระทบทางการเมือง BNH (-19%) and BMC(-2%)

 Cheesy Cheesy Cheesy
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อยู่ในตลาดให้นาน เก็บกำไรเหมาะสม

Re: BGH
รวยเงียบ
เล่นหุ้นสนุกจัง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,152



« ตอบ #32 เมื่อ: 02/09/10 23:09:18 »

สัดส่วนรายได้ แต่ละโรงพยาบาล

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อยู่ในตลาดให้นาน เก็บกำไรเหมาะสม

Re: BGH
รวยเงียบ
เล่นหุ้นสนุกจัง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,152



« ตอบ #33 เมื่อ: 02/09/10 23:12:32 »

เติบโตอย่างแข่งแกร่ง

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อยู่ในตลาดให้นาน เก็บกำไรเหมาะสม

Re: BGH
รวยเงียบ
เล่นหุ้นสนุกจัง
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,152



« ตอบ #34 เมื่อ: 02/09/10 23:16:56 »

ถือกันยาวๆ อย่าตกรถกันหน่า  Grin Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อยู่ในตลาดให้นาน เก็บกำไรเหมาะสม

Re: BGH
lee lin zhong
ลี
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,550


คิดถึงเสมอ


« ตอบ #35 เมื่อ: 03/09/10 03:40:58 »

ถือกันยาวๆ อย่าตกรถกันหน่า  Grin Grin

โห ๆ  อิ ๆ   อุ๊บ ๆ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

แนวขำๆ 

ก่อนซื้อหุ้น เช็ควันซื้อ วันขายไว้ให้เรียบร้อย

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #36 เมื่อ: 28/11/11 12:44:17 »

โบรกเกอร์เตะตัดขาหุ้นBGH

BGH โดนสกัด วงการเงินสั่งแนะแค่ “ถือ” ชี้แม้พื้นฐานหุ้นดี แต่อัพไซด์หุ้นเหลือน้อย แถมราคาซื้อขายเริ่มแพง เชื่อกำไรงวดไตรมาส 4 ยืนเหนือระดับ 900 ล้านบาท ดันฐานกำไรทั้งปีกระฉูดแตะ 4,500 ล้านบาท เสริมความแกร่งไม่หยุด เล็งขยายฐานลูกค้าระดับล่าง-กลางเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BGH ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ปิดอยู่ที่ระดับ 73.50 บาท ทางนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด ประเมินว่า แม้ปัจจัยพื้นฐานของ BGH จะมีศักยภาพการเติบโตโดดเด่นจากการขยายเครือข่ายผ่านการควบรวม แต่จุดเด่นดังกล่าว ได้สะท้อนสู่ราคาหุ้นไปพอสมควร

โดยระดับราคาได้ปรับขึ้นต่อเนื่องนับจากต้นปีถึง 60% และดีกว่าตลาด 70% นอกจากนี้การปรับเพิ่มประมาณการงวดปี 2554-2556 ทำให้ BGH มีมูลค่าเหมาะสมในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 78 บาท จากเดิม 63 บาท มีอัพไซด์ 6% อีกทั้ง คาดว่าแนวโน้มไตรมาส 4 ยังไม่ใช่ช่วงผลประกอบการที่ดีสุด

ดังนั้น จึงทำให้ระยะสั้น BGH ไม่น่ามีประเด็นเอื้อต่อการเก็งกำไร ขณะที่ระยะยาว BGH ยังมีความเสี่ยงด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งผลให้ Operating margin และ EBITDA margin ในอนาคต และอาจไม่เป็นไปตามที่ประมาณการจึงแนะนำ “ถือ”

สำหรับผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 4 โดยในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. รายได้จากการให้บริการของกลุ่ม BGH ยังมีแนวโน้มของการเติบโตเฉลี่ย 10% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน หลังจากจำนวนผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะ IPD มีอัตราเพิ่มขึ้นมากกว่า OPD ประกอบกับโรงพยาบาลในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีอัตราการใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 70% เช่น พัทยา, หัวหิน และภูเก็ต

ขณะที่รายได้ของเครือพญาไท และเปาโลมีผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้รายได้ IPD ทรงตัว ส่วนรายได้ OPD ลดลง 20%

นอกจากนี้จะเห็นค่าใช้จ่ายเร่งตัวขึ้น จากการป้องกันน้ำท่วมประมาณ 70-80 ล้านบาท ดังนั้น ในเบื้องต้นจึงคาดว่ากำไรสุทธิงวดไตรมาสนี้จะอยู่ที่ระดับ 910 ล้านบาท ลดลง 30% จากงวดไตรมาส 3 แต่โตขึ้น 90% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการงวดปี 2554-2556 เพื่อสะท้อนแนวโน้มรายได้เติบโตดีกว่าคาด และผลจากการปรับอัตราภาษีปี 2555-2556 โดยจะมีกำไรสุทธิงวดปี 2554 อยู่ที่ระดับ 4,410 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากงวดปี 2553 ที่ได้ 2,295 ล้านบาท ส่วนงวดปี 2555 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 5,535 ล้านบาท

ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากภาวะราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมามาก ทำให้เหลืออัพไซด์ 7.5% จึงปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” กำหนดราคาพื้นฐาน 79 บาท สำหรับงบไตรมาส 4 จะชะลอตัวตามฤดูกาลและมีค่าใช้จ่ายพิเศษ 70-75 ล้านบาทจากเหตุการณ์น้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม รายได้เดือนต.ค.-พ.ย.จะเติบโตขึ้น เนื่องจากผลการโอนย้ายผู้ป่วยโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบและโรงพยาบาลในต่างจังหวัด โดยคาดการณ์กำไรทั้งปี 2554 ไว้ที่ระดับ 4,544 ล้านบาท ส่วนงวดปี 2555 มีกำไรสุทธิ 5,021 ล้านบาท และปี 2556 จะมีโอกาสทำกำไรสุทธิ 5,591 ล้านบาท

ทั้งนี้ BGH มีแผนที่จะเน้นการขยายตัวในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่างมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ โดยมองไปที่ตัวเปาโลเมโมเรียลซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมฐานลูกค้าให้มีมากขึ้นประกอบกับ MARGIN ที่ดีอยู่แล้ว โดยมุ่งเน้นไปในทิศทาง COMMUNITY HOSPITAL คือ ราคาไม่แพงมากนัก ขนาดไม่ใหญ่ ดึงดูดประชาชนระดับกลาง-ล่างให้สามารถเข้ามาใช้บริการได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #37 เมื่อ: 10/02/12 13:16:52 »

.


* 10-2-2555 13-15-44.png (32.65 KB, 676x315 - ดู 737 ครั้ง.)

* 10-2-2555 13-16-00.png (43.77 KB, 677x349 - ดู 735 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #38 เมื่อ: 15/02/12 20:06:33 »

ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถเก็บ BGH เพิ่มอีก0.13% รวมถือ 20.01%

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้รับแบบรายงานการได้มา หุ้นของบมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH)โดย นาย ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ซึ่งเป็นการได้มา  เมื่อวันที่ 01/02/2555 จำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มาคิดเป็น  0.13% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น  20.01% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #39 เมื่อ: 29/02/12 20:11:37 »

วันที่/เวลา 29 ก.พ. 2555 17:27:27   
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ประจำปี (F45-3) 
  หลักทรัพย์ BGH 
  แหล่งข่าว BGH 
  รายละเอียดแบบเต็ม   

           สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
                บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

                                     (หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                                       
                                     ประจำปี
                                     ตรวจสอบ
       สิ้นสุดวันที่                            31 ธันวาคม
             ปี                             2554         2553
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                4,385,987    2,295,063
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                     3.00         1.88
     ต่อหุ้น (บาท)           


งบการเงินเฉพาะกิจการ                               
                                     ประจำปี
                                     ตรวจสอบ
       สิ้นสุดวันที่                            31 ธันวาคม
             ปี                             2554         2553
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                2,297,012      995,511
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                     1.57         0.82
     ต่อหุ้น (บาท)           

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน                 
      ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต

หมายเหตุ                                           

      โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
 งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์
 
 "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
 ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
 เรียบร้อยแล้ว"



                         ลงลายมือชื่อ ___________________________
                                    ( นางนฤมล น้อยอ่ำ )
                                    ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน
                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #40 เมื่อ: 05/03/12 13:02:27 »

.


* 5-3-2555 13-02-26.png (41.44 KB, 683x358 - ดู 675 ครั้ง.)

* 5-3-2555 13-02-46.png (38.71 KB, 680x279 - ดู 661 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #41 เมื่อ: 13/03/12 14:10:12 »

BGH เผยเข้าซื้อหุ้น BH เพิ่มอีก 6.05% สรุปถือหุ้นเป็น 20.28%

นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH)  เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำการซื้อหุ้นสามัญของบมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH)ทั้งหมดจำนวน 44.2 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.05 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของ BH ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2,234,854,865.53 บาท จึงเป็นผลให้บริษัทถือหุ้นใน BH รวมทั้งสิ้น 148,027,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.28 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของ BH โดยการเข้าลงทุนดังกล่าวใช้แหล่งเงินทุนจากเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ และแหล่งเงินทุนภายนอกจากสถาบันการเงิน

ภายหลังจากรายการดังกล่าว BH จะกลายเป็นบริษัทร่วมของบริษัทซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถรับรู้ผลการดำเนินงานของ BH ตามวิธีส่วนได้ส่วนเสียในงบการเงินรวมของบริษัทได้ ทั้งนี้ เริ่มจากวันที่บริษัทเข้าถือหุ้นใน BH เกินกว่าร้อยละ 20
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #42 เมื่อ: 14/03/12 12:46:57 »

.


* 14-3-2555 12-46-39.png (43.13 KB, 680x394 - ดู 639 ครั้ง.)

* 14-3-2555 12-47-06.png (64.54 KB, 685x512 - ดู 651 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #43 เมื่อ: 14/03/12 13:03:53 »

.


* 14-3-2555 13-04-07.png (17.03 KB, 677x138 - ดู 632 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #44 เมื่อ: 14/03/12 15:03:00 »

BGH เพิ่มทุน 154.55 ล้านหุ้นเพื่อเสนอขาย PO-PP,ปันผล 1.10 บ./หุ้น

บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ(BGH)เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวาระพิเศษในวันนี้มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจาก 1,545,458,883 บาท เป็น 1,700,004,771 บาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ บุคคลในวงจำกัด วิธีใดวิธีหนึ่งหรือทั้งสองวิธี รวมแล้วจะไม่เกินร้อยละ 5 ของทุนชำระแล้วหรือ 77,272,944 หุ้น

พร้อมกันนั้น ที่ประชุมยังมีมติให้จ่ายเงินปันผลอัตรา 1.10 บาท/หุ้น จ่ายในวันที่ 4 พ.ค.55 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) 28 มี.ค.55 วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 29 มี.ค.55 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 26 มี.ค.55
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #45 เมื่อ: 14/03/12 15:04:03 »

BGH ลบ 2.74% หลังประกาศเพิ่มทุน 154.55 ล้านหุ้น ขาย PO-PP

หุ้น BGH ราคาอ่อนตัวลง 2.74% มาอยู่ที่ 79.75 บาท ลดลง 2.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 214.22 ล้านบาท เมื่อเวลา 14.32 น. โดยเปิดตลาดที่ 82.75 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 83.75 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 79.50 บาท

บ่ายนี้ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ(BGH)แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวาระพิเศษในวันนี้มีมติให้เพิ่มทุน154,545,888 หุ้น โดยจัดสรรให้แก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ บุคคลในวงจำกัด วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือทั้งสองวิธีรวมแล้วจะไม่เกินร้อยละ 5 ของทุนชำระแล้วหรือ 77,272,944 หุ้น

พร้อมมีมติให้จ่ายเงินปันผลอัตรา 1.10 บาท/หุ้น กำหนดจ่ายในวันที่ 4 พ.ค.55
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #46 เมื่อ: 15/03/12 12:58:18 »

.


* 15-3-2555 12-58-01.png (39.7 KB, 684x374 - ดู 639 ครั้ง.)

* 15-3-2555 12-58-21.png (36.95 KB, 677x302 - ดู 642 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #47 เมื่อ: 16/03/12 13:20:37 »

.


* 16-3-2555 13-19-53.png (12.64 KB, 680x132 - ดู 612 ครั้ง.)

* 16-3-2555 13-20-19.png (45.23 KB, 677x369 - ดู 627 ครั้ง.)

* 16-3-2555 13-20-33.png (30.62 KB, 680x235 - ดู 621 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #48 เมื่อ: 11/06/12 13:40:50 »

BGH มาร์เก็ตแคปพุ่งแสนล้าน

BGH มาร์เก็ตแคปพุ่งเฉียด 140,000 ล้านบาทในรอบ 12 ปี "หมอเสริฐ" ชี้กลยุทธ์ Share Swap ช่วยหนุนธุรกิจโตก้าวกระโดด มั่นใจปี 2555 รายได้ทะยานแตะ 45,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 37,000 ล้านบาท

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BGH
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #49 เมื่อ: 11/06/12 13:54:20 »

BGH ปิดดีลซื้อกิจการต่างด้าวผุดแผนเด็ดตั้งโรงงานผลิตยา

BGH ประกาศศักดาเร่งปิดดีลซื้อโรงพยาบาลต่างประเทศหวังสยายปีกธุรกิจในอนาคต พร้อมเจรจาพันธมิตรตั้งโรงงานผลิตยา-ห้องแล็บ โบรกเกาะติดพื้นฐานแข็งโป๊กแนะ "ซื้อ" ให้เป้าหมาย 111 บาท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ
หน้า: [1] 2 ขึ้นบน ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์ 
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: BGH « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!