ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
27/11/14 21:08:54

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
948,575 กระทู้ ใน 85,826 หัวข้อ โดย 14,262 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: srindhi
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
:
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: THCOM 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: THCOM  (อ่าน 12808 ครั้ง)

THCOM
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« เมื่อ: 29/04/08 12:22:11 »

12:17 29/04/2008
THCOM:ไทยคม เผย Q1/51 เซ็นสัญญาลูกค้าช่องสัญญาณดาวเทียมมูลค่าราว 1 พันลบ.

กรุงเทพ--29 เม.ย.--รอยเตอร์


บมจ.ไทยคม (THCOM) ผู้ให้บริการดาวเทียมเพียงรายเดียวในไทย เผยไตรมาส 1/51

ลงนามในสัญญากับลูกค้าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมที่เป็นช่องรายการโทรทัศน์ และกลุ่มที่ใช้งานโทร

คมนาคมในต่างประเทศ 22 ฉบับ มูลค่ารวมกว่า 33 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.06 พันล้านบาท

"ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ เรามีลูกค้าช่องใหม่กว่า 11 ช่องโทรทัศน์ ทำให้ขณะนี้ดาวเทียม

ไทยคม 5 มีช่องโทรทัศน์รวมทั้งสิ้นแล้วมากกว่า 240 ช่อง" นายคมสัน เสรีภาพงศ์ ผู้อำนวยการ

สำนักการตลาด-ดาวเทียมไทยคม กล่าวในเอกสารเผยแพร่

สำหรับลูกค้ารายใหม่ของไทยคมที่เข้ามาในช่วงไตรมาสแรก เช่น Airtel (อินเดีย),

Korhinoor Broadcasting (อินเดีย), PAK Television Network (ปากีสถาน), AKS

Communication (ปากีสถาน) โดยเป็นการใช้ช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 5 ทั้งหมด

โดยยอดลูกค้าที่ยังมีเข้ามาต่อเนื่องนั้น แสดงให้เห็นว่าลูกค้าในย่านนี้ยังคงมีความต้อง

การใช้ช่องสัญญาณของดาวเทียมอยู่

THCOM เพิ่งเปลี่ยนชื่อจากบมจ.ชินแซทเทลไลท์ มีดาวเทียมที่ยิงขึ้นสู่วงโคจรแล้ว 5

ดวง โดยดาวเทียมไทยคม 5 ที่ยิงขึ้นสู่วงโคจรเมื่อเดือนพ.ค.49 เพื่อทดแทนดาวเทียมไทยคม 3

ที่ถูกปลดระวาง ส่วนดาวเทียมดวงที่ 4 เป็นดาวเทียมไอพีสตาร์ที่รองรับธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง

นายคมสัน กล่าวอีกว่า ดาวเทียมไทยคม ยังเป็นธุรกิจสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้บริษัท

อย่างต่อเนื่อง จากการมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในบริการของลูกค้าและ

ยังสามารถเป็นตัววัดถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจบริการช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมในปีนี้ด้วย

หุ้น THCOM ช่วงเช้าลบ 0.05 บาท มาที่ 9.95 บาท --จบ--


(โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์ เรียบเรียง--วพ--)

((wilawan.pongpitak@reuters.com;โทร.0-2648-9730;Reuters

Messaging:wilawan.pongpitak.reuters.com@reuters.net))
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 12/07/08 13:42:53 »

THCOM แจง Q1/51 กำไรพุ่ง เหตุรายได้ไอพีสตาร์เพิ่ม แถมกำไรอัตราแลก
เปลี่ยน

   นายดำรงค์ เกษมเศรษฐ์ กรรมการ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)
(THCOM) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2551 จำนวน 2,400
ล้านบาท กำไรสุทธิรวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2551 จำนวน 281 ล้านบาท โดยมีราย
ละเอียดการเปลี่ยนแปลงของรายได้และกำไรสุทธิดังต่อไปนี้
   1. รายได้รวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2551 จำนวน 2,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
290 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 13.7 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียว
กันของปีก่อนจำนวน 2,110 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงของรายได้รวมเป็นผลมาจาก
   - รายได้จากธุรกิจบริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับดาวเทียม
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2551 ทั้งสิ้น 1,359 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 424 ล้านบาท หรืออัตรา
ร้อยละ 45.3 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 935 ล้านบาท
เนื่องจากมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการให้บริการไอพีสตาร์จากยอดขายอุปกรณ์ปลายทาง
ไอพีสตาร์ (IPSTAR User Terminal: UT) และจากการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียม
ไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2550
   - รายได้จากธุรกิจให้บริการระบบโทรศัพท์ในต่างประเทศสำหรับไตรมาส 1
ปี 2551 จำนวน 423 ล้านบาท ลดลง 222 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 34.4 เมื่อเปรียบ
เทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 645 ล้านบาท ตามการลดลงของสัด
ส่วนการลงทุนใหม่คือร้อยละ 51 อันเนื่องมาจากการขายเงินลงทุนในบริ ษัท เชนนิ
งตั น อินเวสเม้นท์ส พี ทีอี จํ ากั ด( Shenington ) ในสัดส่วนร้อยละ 49 ให้แก่
บริษัท เอเชีย โมบาย โฮล์ดิ้งส พีทีอี จำกัด ( AMH ) ในขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของ
จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภท Prepaid อย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 1
ปี 2550
   - รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อสำหรับไตรมาส 1 ปี 2551 จำนวน 75
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 97.4 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลา
เดียวกันของปีก่อนจำนวน 38 ล้านบาท เนื่องจากยอดจำหน่ายจานและอุปกรณ์การรับ
สัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ( DTV ) ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2550 รวมถึงราย
ได้ที่เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายจานรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแบบติดรถยนต์ (
Wiworld )
   - กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 1 ปี 2551 จำนวน 491 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 6.5 จาก 461 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2550
เนื่องจากค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
   - ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียในไตรมาส 1 ปี 2551
จำนวนทั้งสิ้น 27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
   2. ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2551 จำนวน 1,911 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
196 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 11.4 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี
ก่อน จำนวน 1,715 ล้านบาท ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก
   - ต้นทุนในการให้บริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องไตรมาส 1 ปี 2551
จำนวน 1,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 261 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 25.4 จาก 1,027 ล้าน
บาท ในไตรมาส 1 ปี 2550มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนตามยอดขาย UT
ที่เพิ่มขึ้น
   - ต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์ในไตรมาส 1 ปี 2551 จำนวน 204 ล้านบาท
ลดลง 129 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 38.7 จาก 333 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2550
ตามการลดลงของสัดส่วนการลงทุนใหม่คือร้อยละ 51 อันเนื่องมาจากการขายเงินลง
ทุนใน Shenington ในสัดส่วน ร้อยละ 49 ให้แก่ AMH
   - ต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อในไตรมาส 1 ปี 2551 จำนวน 61
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 258.8 จาก 17 ล้านบาท ในไตรมาส
เดียวกันของปีก่อนเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนจากการจำหน่าย DTV และ
Wiworld และต้นทุนการให้บริการ HDTV
   - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับไตรมาส 1 ปี 2551 มีจำนวน 359
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 6.2 จาก 338 ล้านบาท ในไตรมาส
1 ปี 2550 สาเหตุหลักจากค่าที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับการปรับตารางการชำระคืน
เงินกู้ยืมของโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์และดาวเทียมไทยคม 5
   3. ดอกเบี้ยจ่ายสำหรับไตรมาส 1 ปี 2551 จำนวน 132 ล้านบาท ลดลง
110 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 45.5 จาก 242 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2550 เนื่อง
จากการจ่ายชำระคืนเงินต้นของโครงการดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) และ
โครงการดาวเทียมไทยคม 5 ในไตรมาส 3 ปี 2550
   4. บริษัทฯ มีภาระภาษีเงินได้ในไตรมาส 1 ปี 2551 ทั้งสิ้น 77 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 59 ล้านบาท จาก 18 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2550
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 12/07/08 13:44:32 »

รายงานข้อพิพาท: บริษัทย่อยกับบริษัท ETT Ltd. ที่ออสเตรเลีย09/06/2551 13:21

         THCOM : รายงานข้อพิพาท: บริษัทย่อยกับบริษัท ETT Ltd. ที่ออสเตรเลีย
ที่ ทค 206/2008
                                               9 มิถุนายน 2551

เรื่อง  รายงานข้อพิพาทระหว่างบริษัทย่อยของบริษัทฯ กับบริษัท ETT Limited
เรียน  กรรมการและผู้จัดการ
      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ้างถึง หนังสือของบริษัทฯ ที่ ทค.204/2008 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2551

      ตามหนังสือที่อ้างถึง บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) ( บริษัทฯ ) ได้รายงานให้
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET ) ทราบว่าบริษัท IPSTAR Australia Pty Ltd ( IPA ) ซึ่ง
เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้บอกเลิกสัญญากับบริษัท ETT Limited ( ETT ) ซึ่งเป็น National
Service Operator ของบริการ iPSTAR ในออสเตรเลีย และ ETT Limited ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครอง
ชั่วคราวจากศาล Supreme Court of New South Wales ขอให้ระงับผลการบอกเลิกสัญญาไว้ก่อน
เพื่อจะได้เจรจาทำความตกลงกัน ดังความละเอียดทราบแล้ว นั้น

      บริษัทฯ ขอเรียนว่า ETT ได้เสนอต่อศาลว่ามีความประสงค์จะเจรจาทำความตกลง
กับ IPA เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกัน และยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ IPA ถ้าหากการให้
ความคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวทำให้ IPA ได้รับความเสียหาย ศาลจึงมีคำสั่งให้ความคุ้มครอง
ชั่วคราวกับ ETT จนถึงวันที่ 13 มิถุนายน 2551 เพื่อให้ ETT และ IPA เจรจาทำความตกลงแก้ไข
ปัญหาระหว่างกัน

      จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ถ้าหากมีความคืบหน้าอย่างใดในเรื่องนี้ บริษัทฯ จะ
รายงานให้ SET ทราบต่อไป

                                                   ขอแสดงความนับถือ



                                                (ดร.ดำรงค์ เกษมเศรษฐ์)
                                                       กรรมการ
                                               บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)


 

ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย     วันที่   09/06/08   เวลา   13:23:13

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 12/07/08 13:45:19 »

บล.ซีมิโก้ : THCOM แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 12.85 บาท

THCOM: ศาลให้ความคุ้มครองชั่วคราว ETT เจรจากับบริษัทย่อย – ซื้อ ราคาพื้นฐาน 12.85
บาท
            ศาลคุ้มครองชั่วคราว ETT จนถึง 13 มิ.ย. 51 ศาลสูงของนิวเซาท์เวลล์ มีคำสั่งให้ความ
คุ้มครองชั่วคราวต่อ ETT กรณีที่บริษัท ไอพีสตาร์ ออสเตรเลีย (IPA) บริษัทย่อยของ THCOM
ยกเลิกสัญญา NSO เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเจรจา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกัน จน
ถึงวันที่ 13 มิ.ย. 51
            คาดผลไม่เปลี่ยนแปลง เราคาดว่า การที่ ETT ไม่สามารถที่จะโน้มน้าวให้ผู้ให้บริการราย
ย่อยโอนย้ายจาก IPA ซึ่งเป็น NSO เดิม น่าจะเป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไข จนเป็นเหตุให้
IPA ต้องตัดสินใจบอกเลิกสัญญา ดังนั้น เราจึงคาดว่า มีความเป็นไปไดน้อยมากที่ ETT และ
IPA จะสามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ กลับไปสู่สถานะเดิมได้ โดยเรายังคงเชื่อว่า การยกเลิกสัญญา
กับ ETT จะไม่มีผลกระทบอย่างเป็นนัยต่อการดำเนินงานของ IPA
             คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 12.85 บาท (DCF) แต่ต้องคำนึงว่า อุปสรรคใน
การทำตลาดไอพีสตาร์จะจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคา THCOM จนกว่าจะมีความคืบหน้าการ
เข้าสู่ตลาดอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะเป็นปลายปี 51 เป็นอย่างเร็ว ดังนั้น การลงทุนใน THCOM จึง
เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวเท่านั้น
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 31/07/08 09:36:56 »

บล.ฟินันซ่า : THCOM แนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ 10.80 บาท
       
Operating profit เป็นบวกในรอบ 10 ไตรมาส
คาดรายได้ 2Q ลดลง 7% QoQ จากยอดขาย UT ที่ชะลอตัว
       เราคาดว่ารายได้จาก IPSTAR ใน 2Q08 จะลดลง 21.4% QoQ เหลือ 631 ลบ.
ตามยอดขาย UT ที่ชะลอตัวลงเหลือ 1.5 หมื่นชุด จาก 2.1 หมื่นชุดในไตรมาสก่อนที่
มีคำสั่งซื้อล๊อตใหญ่จาก TOTขณะที่รายได้จากธุรกิจที่เหลือมีแนวโน้มเติบโต QoQ
ได้แก่ ไทยคม (+4.3% QoQ) เป็น 580 ลบ.จากอัตราการใช้บริการ (U-Rate) ที่เพิ่ม
ขึ้นจาก 69% ใน 1Q08 เป็น 71%, ธุรกิจโทรศัพท์ในลาว &กัมพูชา (+4.9% QoQ
เป็น 444 ลบ.) และอินเตอร์เน็ต (+6.6% QoQ) เป็น 80 ลบ. อย่างไรก็ตามการลดลง
ของรายได้จาก IPSTAR ที่ค่อนข้างผันผวนตามยอดขาย UT จะส่งผลให้รายได้รวม
2Q08 ลดลง 7% QoQ เหลือ 1.73 พันลบ.

แต่เริ่มมีกำไรจากการดำเนินงาน ครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส
        บริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนเพิ่มขึ้น หลังรายได้ของ
IPSTAR เติบโตช้า โดยคาดว่า GPM ใน 2Q08 จะเพิ่มขึ้นจาก 16.4% ใน 1Q08 เป็น
18.3% และ SG&A ลดลง 13%QoQ เหลือ 312 ลบ. และเริ่มมีกำไรจากการดำเนิน
งาน (Operating profit) เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาสที่ 4 ลบ. แต่ยังไม่ครอบคลุม
ดอกเบี้ยจ่ายจึงยังขาดทุนก่อนภาษี (EBT) 79 ลบ. และเมื่อรวมผลขาดทุน FX ~450
ลบ. ทำให้ 2Q08 ขาดทุนสุทธิ 417 ลบ.

ราคาหุ้นถูกเกินไป ปรับเพิ่มเป็น “ทยอยซื้อ” เป้าใหม่ 10.80 บาท
        ราคาหุ้นปรับตัวลงถึง 32% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (vs SET -19%) ซึ่งเราเชื่อ
ว่าลงแรงเกินไปเพราะความล่าช้าของตลาดจีนและอินเดียเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้มาก่อน
แล้ว ราคาปัจจุบันซื้อขายเพียง 0.4x ของมูลค่าทางบัญชีสิ้นปี 08 @ 14.7 บาท ชี้ให้
เห็นว่ามีความเสี่ยงขาลงจำกัด และให้Upside 71% จากเป้าใหม่ที่อนุรักษ์นิยมโดยให้
ส่วนลด 20% จาก NAV ส่งผลให้เป้าหมายลดลงจาก 13.50 บาท เหลือ 10.80
บาท / หุ้น (Sum of the parts) อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังคงถูกกดดันจากพัฒนาการที่
ล่าช้าของตลาดจีน & อินเดีย และภาวะตลาดโดยรวมไม่เอื้อ จึงแนะนำ “ทยอยซื้อ”
เพื่อความปลอดภัย (ปรับขึ้นจากถือ)            
         
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 31/07/08 10:59:18 »

บล.ซีมิโก้ : THCOM แนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 8.90 บาท

           ราคาหุ้น THCOM จะปรับตัวลงมาแล้วกว่า 37% นับตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จน
ทำให้เราเห็นว่าความเสี่ยงขาลงของราคามีจำกัด เพราะแม้เราจะปรับวิธีการประเมินราคาเป้า
หมายจาก DCF เป็น EV/EBITDA ที่ระดับ 5 เท่า ก็ยังให้ upside มากถึง 40% แต่ขณะเดียว
กัน ความล่าช้าเกินกว่าคาดในการทำตลาด iPSTAR ในจีนและอินเดีย ทำให้ขาดปัจจัยบวกที่จะ
ผลักดันราคาหุ้นได้อย่างมีนัย THCOM จึงน่าจะเหมาะกับการลงทุนระยะยาวมากกว่า

ขาดทุนจากการดำเนินงานมีแนวโน้มลดลงใน 2Q51
           THCOM ยืนยันว่า การยกเลิกสัญญา NSO กับ ETT ไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย UT ใน
ประเทศออสเตรเลียแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี รายได้จาก iPSTAR มีแนวโน้มอ่อนตัวใน 2Q51
หลังคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ของ ทศท. ส่วนใหญ่ส่งมอบไปแล้วใน 1Q51 แต่รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์
ในต่างประเทศ และ DTV ซึ่งยังคงเติบโตดีช่วยประคองให้รายได้รวมยังขยายตัว 1%QoQ และ
5%YoY ขณะที่ยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี จึงรักษา EBITDA margin ได้สูงถึง 29% ทำให้ขาด
ทุนจากการดำเนินงานหลักลดเหลือเพียง 22 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 244 ล้านบาทในช่วง
เดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อรวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จากหนี้ต่างประเทศที่มีกว่า 230
ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดทุนสุทธิจึงยังสูงถึง 482 ล้านบาท

การทำตลาด iPSTAR ในตลาดหลักยังคืบหน้าไม่มาก
            การพูดคุยกับบริษัท ดูเหมือนว่ายังไม่มีพัฒนาการเท่าใดนักในการทำตลาด iPSTAR ใน
ประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งได้รับการจัดสรรช่องสัญญาณรวมกันมากถึง 43% ของทั้งหมด ใน
ขณะที่ประเทศอินเดีย บริษัทยังรออนุมัติติดตั้งเกตเวย์รุ่นที่ 2 และหวังว่าจะได้งานโครงการภาค
รัฐ ขณะที่ประเทศจีน ต้องปรับกลยุทธมาทำค้าปลีกเอง โดยขาย UT ราคาถูก บวกกับค่าบริการ
รายเดือน เพื่อให้ลูกค้ามีกำลังซื้อ

ปรับเพิ่มขาดทุนปี 51 ลุ้นพลิกทำกำไรปี 52
            THCOM เข้าใกล้จุดที่มีกำไรจากการดำเนินงาน ซึ่งเราประเมินว่า อาจจะได้เห็นในช่วง
ครึ่งหลังของปี 51 จากการการเปิดตลาด iPSTAR ใหม่ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเรายัง
คงผิดหวังต่อการรุบคืบเข้าสู่ตลาดอินเดีย จึงใช้สมมติฐานที่ระมัดระวังมากขึ้น เป็นผลให้ขาดทุน
จากการดำเนินงานในปี 51 เพิ่มขึ้นจาก 116 ล้านบาท เป็น 282 ล้านบาท และปรับลดประมาณ
การกำไรปี 52 ลงอีก 77% เหลือ 131 ล้านบาท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 31/07/08 16:12:38 »

ทรีนีตี้-แนะนำ "ซื้อ" THCOM



--------------------------------------------------------------------------------

 


บมจ. ไทยคม (THCOM)  - ซื้อ

คำแนะนำ             ซื้อ
ราคาเป้าหมาย         14.6(+132%)
Median Consensus    12.85           

กำไรจากการดำเนินงานเป็นบวกครั้งแรกใน 10 ไตรมาส
          ผลการดำเนินงานของ THCOM ยังอยู่ในทิศทางดีขึ้น กำไรจากการดำเนินงานกลับเป็นบวกครั้งแรกนับ
แต่ติดลบในไตรมาส 4/48 ที่มีการส่ง iPSTAR ขึ้นสู่วงโคจรเป็นต้นมา อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานหมองลงบ้าง
จากภาระดอกเบี้ยจ่ายไตรมาสละประมาณ 130 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากมูลหนี้ต่างประเทศ 250
ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ราคาหุ้นอาจปราศจากปัจจัยหนุนในระยะสั้น-กลาง แต่เชื่อได้ว่าผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
          - เราคาดยอดส่งมอบ UT ลดลงเหลือ 1.5 หมื่นตัว จาก 2 หมื่นตัวในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามรายได้
จากการจำหน่ายอุปกรณ์ปลายทาง iPSTAR (UT) ลดลงถูกชดเชยด้วย 1) รายได้จากการเซ็นสัญญาให้บริการแพร่ภาพ
ผ่านดาวเทียมของไทยคม 1, 2 และ 5 2) รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลาวและกัมพูชาที่ยังคงเติบโตในระดับ
10% 3) ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงช่ายให้รายได้รับเพิ่มขึ้น
          - บาทอ่อนหนุนความสามารถทำกำไร โดยเราคาด THCOM จะรายงานอัตรากำไรขั้นต้นที่ 21.5% ปรับตัว
ดีขึ้นมากจาก 16.4% ในไตรมาสก่อน และ 18.7% ของช่วงเดียวกันปีที่แล้ว โดยมีสาเหตุสำคัญจากบาทอ่อน และรายได้
ของสายธุรกิจที่เติบโตมาชดเชยมีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับที่สูง (รายได้ส่วนใหญ่ของ iPSTAR ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจนี้มา
จากการขาย UT ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นเพียง 15-20%)
          - กำไรจากการดำเนินงานเป็นบวกครั้งแรกนับแต่ไตรมาส 4/48  ที่ 53 ล้านบาท แต่ไตรมาสนี้ยังขาดทุน
จากภาระดอกเบี้ยจ่าย 129 ล้านบาท อย่างไรก็ตามดอกเบี้ยจ่ายลดลงมากจากปีก่อนหลังการนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น 49%
ใน SHEN ไปชำระคืนเงินกู้ 140 ล้านเหรียญ
          - คาดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 450 ล้านบาทจาก จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทั้งนี้ปัจจุบัน THCOM มีหนี้
สกุลต่างประเทศ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังชำระคืน 10 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่ผ่านมา

ความเห็นและคำแนะนำ
          การฟื้นตัวของผลการดำเนินงานอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นตามที่เราคาดไว้ อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวอาจช้าลง
บ้านหลังจากการยกเลิกสัญญาแบบผู้ให้บริการหลัก (NSO) ที่ออสเตรเลียกับ ETT ซึ่งมีลักษณะประกันรายได้ขั้นต่ำ
เราอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบต่อโครงการ iPSTAR โดยเราจะทบทวนเป้าหมายและราคาเหมาะสมหลังการประชุม
นักวิเคราะห์สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/51 กลางเดือนสิงหาคมนี้ โดยประเมินราคาเหมาะสมปัจจุบันที่ 14.60 บาท
และแนะนำซื้อ

ข้อมูลทางการเงินของ THCOM
   Year       Sales     EBITDA      EV/     Net Profit   ROE    EPS      PER    DPS    Div.Yield   
 End: Dec     (Btm)      (Btm)    EBITDA(x)    (Btm)     (%)    (Bt)     (x)    (Bt)     (%)                                     
  2006        6,846      2,631      8.82        -46       0%   -0.04   -212.2     -       -
  2007        6,435      2,157      6.23      3,040      20%     2.8      3.2     -       -
  2008F       8,251      3,139      3.82        -81       0%   -0.07     -120     -       -
  2009F       8,570      3,392      3.04        324       2%     0.3     21.1   0.06     0.95
  2010F       8,938      3,716      2.27        665       4%    0.61     10.3   0.12     1.94

          โดย บมจ. หลักทรัพย์ทรีนีตี้ ประจำวันที่ 31 ก.ค. 2551

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: 01/08/08 10:09:12 »

บล.โกลเบล็ก : THCOM ระยะสั้น แนะนำถือ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ
หนุน ส่วนระยะยาว แนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสม 10.50 บาท

คาด 2Q51 ขาดทุน เนื่องจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสูง
             คาดผลประกอบการ 2Q51 กลับมาขาดทุน: คาดรายได้ 2Q51 ลดลง 5%
QoQ เนื่องจากรายได้จากธุรกิจ IPSTAR ลดลง โดยยอดจำหน่าย UT ของ IPSTAR
ชะลอตัวลง เนื่องจากยอดซื้อของทีโอทีลดลง ส่วนออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
คาดว่าจะใกล้เคียงกับ 1Q51 ส่วนรายได้จากดาวเทียม conventional คาดว่าจะ
ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากมีลูกค้ารายใหม่ในอินเดียและปากีสถาน นอกจากนั้น ยอด
จำหน่ายจานดาวเทียมและอุปกรณ์ DTV มีแนวโน้มเติบโตสูง สำหรับธุรกิจโทรศัพท์
ในลาวและกัมพูชา คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการยังคงเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เราคาดผลประกอบการปกติจะยังคงขาดทุนแต่ดีขึ้นเมื่อเทียบ
QoQ และ YoY อย่างไรก็ตาม จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่ง THCOM ยังคงมีหนี้กว่า
250 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 470 ล้านบาท ดัง
นั้น จึงคาดว่าผลประกอบการใน 2Q51 ขาดทุนกว่า 470 ล้านบาท พลิกจาก 1Q51 ที่
มีกำไร 281 ล้านบาท และขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 2Q50
            คาดแนวโน้มผลประกอบการปี 51 ยังขาดทุน: เราคาดผลประกอบการปกติใน
2H51 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก โดยธุรกิจ IPSTAR
คาดว่าจะมีการเริ่มเปิดให้บริการในประเทศอินโดนีเชีย, มาเลเชีย และฟิลิปปินส์ ใน
ปี 51 จะเป็นรายได้เสริมที่ดีขึ้น ส่วนที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์คาดว่าใกล้เคียง
1H51 ธุรกิจโทรศัพท์ในลาวและกัมพูชา แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยเงินเฟ้อ แต่
คาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นคาดว่ายอด
จำหน่ายจานดาวเทียมและอุปกรณ์ DTV มีแนวโน้มเติบโตสูง อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม
ธุรกิจ IPSTAR ในจีนและอินเดียที่ยังคงล่าช้าในการสร้างรายได้ ดังนั้น เราจึงคาดว่า
ผลประกอบการปกติในปี 51 จะยังคงขาดทุนราว 360 ล้านบาท แต่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ
ปี 50 ที่ผลประกอบการปกติขาดทุนกว่า 1.5 พันล้านบาท
           แนะนำ ซื้อ เพื่อลงทุนระยะยาว ราคาเหมาะสม 10.50 บาท: คาดว่าแนวโน้ม
การเติบโตของผลประกอบการในอนาคตยังมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจ
IPSTAR ที่ยังมีความสามารถเพิ่มรายได้อีกมากจากการขยายตลาดในหลายๆ
ประเทศ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ ดังนั้น เราจึงแนะนำซื้อ
เพื่อลงทุนระยะยาว โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมระยะยาวด้วยวิธี DCF อิง WACC
12.5% ได้ราคาเป้าหมายที่ 10.50 บาท
          ระยะสั้น แนะนำ ถือ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ หนุนในระยะสั้น: แม้ผล
ประกอบการปกติมีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการในปี 51
ยังคงขาดทุน นอกจากนั้น แนวโน้มธุรกิจ IPSTAR ในจีนและอินเดีย ที่จะเป็นปัจจัย
พลิกผลประกอบการให้ดีขึ้น ยังคงมีแนวโน้มล่าช้า   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 01/08/08 10:28:38 »

บล.สินเอเซีย : THCOM แนะนำ “ซื้อลงทุน” มูลค่าที่เหมาะสม 11.71 บาท

คาด 2Q51 ฟื้นตัวขึ้น... แต่ S-T ไร้ปัจจัยบวกโดดเด่น
             2Q51 ผลการดำเนินงานดีขึ้นจากการฟื้นตัวของกำไรขั้นต้น  โดยเราคาดว่าบริษัทฯ จะ
มีกำไรปรกติ 32 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 210 ล้านบาทใน 1Q51 และขาดทุน 296 ล้านบาท
ใน 2Q50 แม้ว่ารายได้หลักโดยรวมจะทรงตัว ยกเว้นธุรกิจให้บริการโทรศัพท์ในลาวและกัมพูชา
ที่เติบโตดีต่อเนื่อง แต่การควบคุมต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการขายที่ดี ผลักดันให้กำไรขั้น
ต้นฟื้นตัวขึ้น และกำไรจากการดำเนินงาน (Operating profit) จะพลิกฟื้นขึ้นเป็นกำไรครั้งแรก
ในรอบ 6 ไตรมาส โดยเราคาดว่าบริษัทฯ จะมี Operating profit สูงถึง 67 ล้านบาท เทียบกับ
ขาดทุน 2.4 ล้านบาทใน 1Q51 และขาดทุน 9 ล้านบาท ใน 2Q50 ขณะที่ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ
เกิดรายการภาษีรับจำนวน 95 ล้านบาท จากผลขาดทุนที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยน เทียบกับภาษี
จ่ายใน 1Q51 ที่ 77 ล้านบาท แต่หากนับรวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของหนี้สกุลเงินต่าง
ประเทศ ($251 ล้านเหรียญ) จำนวน 395 ล้านบาท จากเงินบาทอ่อนค่าลง THCOM จะมีผล
ขาดทุนสุทธิเท่ากับ 363 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุน 0.33 บาท/หุ้น ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากไตรมาส
แรก แต่ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
                ครึ่งปีหลังคาดว่าผลการดำเนินงานมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง จาก 1) ยอดขาย UT
ของ iPSTAR ที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากที่ในไตรมาสสองได้เซ็นสัญญากับลูกค้าในประเทศมาเลย์
เซียและฟิลิปปินส์, 2) ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มลดลงจากนโยบายการควบคุมที่มี
ประสิทธิภาพขึ้น และ 3) ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจากทยอยชำระคืนเงินต้นในเดือน พ.ค. และ
พ.ย. ตามลำดับ อย่างไรก็ดี THCOM จะยังมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานปรกติในปี 51 อยู่ราว
512 ล้านบาท หรือ -0.47 บาท/หุ้น
                 ขาดปัจจัยบวกหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น เหมาะแก่การลงทุนระยะยาวมากกว่า แม้จะ
ซื้อขายกันในระดับต่ำ แนะนำ “ซื้อลงทุน” ความเสี่ยงจากความล่าช้าของการเจรจากับรัฐบาล
อินเดีย ที่อาจทำให้การเปิดให้บริการต้องล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ช่วงปลายปี และการทำตลาดใน
จีนอยู่ในช่วงเริ่มต้นซึ่งจะทำให้ iPSTAR เติบโตช้ากว่ากำหนด กอปรกับประเด็นการทยอยหมด
อายุของดาวเทียมไทยคม 1 และ 2 ในปี 52 และ 53 จะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น THCOM อย่าง
น้อยไปจนถึงต้นปีหน้า หุ้นจึงหมดความน่าสนใจในระยะสั้น แม้ว่าราคาหุ้นจะทรุดตัวลงถึง 32%
ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้มี upside จากมูลค่าที่เหมาะสมที่ 11.71 บาท อยู่มากถึง 60%
เราจึงแนะนำ “ซื้อลงทุน” (เราได้สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไว้ในประมาณการภายใต้สมมติฐาน
แบบอนุรักษ์นิยม ที่ว่า iPSTAR  จะถึงจุดคุ้มทุน (15%) ได้อย่างช้าในปี 54 และค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม
ขึ้นในอนาคตกรณีดาวเทียมไทยคม 1 และ 2 ทยอยหมดอายุลง)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 06/08/08 09:39:36 »

บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ : THCOM ระยะสั้นแนะนำถือ Target Price 12 บาท

            เราประมาณการผลประกอบการไตรมาส 2/51 ของ THCOM มีผลขาดทุน
387 ล้าบาท จากที่ไตรมาส1/51 มีกำไรสุทธิ 280 ล้านบาท เป็นผลจากขาดทุน
จากอัตราแลกเปลี่ยน 487 ล้านบาทจากที่ THCOM มีเงินกู้สกุลดอลลาร์ประมาณ
240 ล้านดอลลาร์สหรัฐและค่าเงินบาทณ.สิ้นไตรมาส 2 ที่อ่อนค่าลงเหลือ
33.65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จาก 31.62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดีไตรมาส 2
THCOM เริ่มมีกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) เป็นบวก 137 ล้านบาท
           ไตรมาส 2/51 เราคาดว่า THCOM จะมีรายได้จากการขายและบริการ 1,752
ล้านบาท ลดลง 5.6% q-o-q และลดลง 2.3% y-o-y สาเหตุหลักมาจากยอดขาย
อุปกรณ์ปลายทางไอพีสตาร์ (UT) ที่คาดลดลงเหลือ 12,500 ชุด หลังจากไตรมาส
1/51 ทำสถิติสูงสุด 20,957 ชุด อย่างไรก็ดีได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้จากธุรกิจดาว
เทียมแบบเดิม (Conventional Satellite) ที่มีอัตราการเช่าช่องสัญญาณ (Utilization
Rate) เพิ่มขึ้นเป็น 71% จาก 69% ในไตรมาส 1/51 รวมทั้งธุรกิจโทรศัพท์ในต่าง
ประเทศที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจโทรศัพท์ในกัมพูชาไม่ได้รับผล
กระทบจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา โดยที่จำนวนลูกค้ายังคงขยาย
ตัว 15% q-o-q
         สำหรับดาวเทียมไทยคม 6 ในขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องการจัดสร้างเพื่อ
รองรับดาวเทียมไทยคม 1 และไทยคม 2 ที่จะหมดอายุในปี 2552 และ 2553 ตาม
ลำดับ ซึ่งอาจจะให้ลูกค้าไทยคม 1 และไทยคม 2 ไปใช้ดาวเทียมไทยคม 5 และอาจ
จะมีการเช่าใช้ดาวเทียมดวงอื่นให้กับลูกค้า
           ระยะสั้นราคาหุ้น THCOM ยังคงถูกกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 2 ที่
คาดว่าจะออกมาไม่สดใสประกอบกับการให้บริการดาวเทียมไอพีสตาร์ที่จีนและ
อินเดียยังไม่ได้มีการพัฒนาการเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด โดยที่จีนยังอยู่ในช่วงรุกตลาด
ลูกค้ารายย่อย ขณะที่อินเดียยังไม่สามารถนำเข้าอุปกรณ์เกตเวย์ได้ทำให้ในระยะสั้น
เราแนะนำถือ ถึงแม้ว่าราคาหุ้นปัจจุบันจะปรับตัวลงมากและต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้น
ฐานค่อนข้างมาก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: 13/08/08 09:16:05 »

หลักทรัพย์ THCOM 
 แหล่งข่าว THCOM 
  หัวข้อข่าว รายงานข้อพิพาทระหว่างบริษัทย่อยของบริษัทกับบริษัทETT Limited 
  วันที่/เวลา 13 ส.ค. 2551 09:06:31   

  ที่ TC-CP 056/2008
                                                13 สิงหาคม 2551

เรื่อง  รายงานข้อพิพาทระหว่างบริษัทย่อยของบริษัทฯ กับบริษัท ETT Limited
เรียน  กรรมการและผู้จัดการ
      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ้างถึง หนังสือของบริษัทฯ ที่ ทค.212/2008 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2551

             ตามหนังสือที่อ้างถึง บริษัทฯ ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ศาลได้มีคำสั่งให้บริษัท IPSTAR Australia Pty Ltd ("IPA") ซึ่ง
เป็นบริษัทย่อยของบริษัท และบริษัท ETT Limited ("ETT") ไปดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างกัน
โดยวิธีอนุญาโตตุลาการตามข้อ 23 ของสัญญาระหว่าง IPA กับ ETT อย่างไรก็ตามทั้ง IPA และ ETT
ยังมีการเจรจาเพื่อทำความตกลงแก้ไขข้อพิพาทระหว่างกัน และ IPA ยังให้บริการกับลูกค้ารายอื่นใน
ออสเตรเลียตามปกติ ดังความละเอียดทราบแล้ว นั้น

             บริษัทฯ ขอเรียนว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551 IPA และ ETT สามารถตกลง
เพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างกันได้แล้ว และไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการอนุญาโตตุลาการอีกต่อไป
โดย IPA จะให้บริการกับลูกค้าในประเทศออสเตรเลียตามปกติต่อไป

                จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

                                                ขอแสดงความนับถือ



                                                (ดร.ดำรงค์ เกษมเศรษฐ์)
                                                     กรรมการ
                                             บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)



   
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: 14/08/08 09:55:31 »

หลักทรัพย์ THCOM 
 แหล่งข่าว THCOM 
  หัวข้อข่าว ชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2/2551 
  วันที่/เวลา 14 ส.ค. 2551 09:22:58   

  ที่ ทค. 269/2551

                                                                วันที่ 13 สิงหาคม 2551

เรื่อง     ขอนำส่งรายงานการตรวจสอบงบการเงินประจำไตรมาส 2 ปี 2551

เรียน     กรรมการผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. รายงานการสอบทานงบการเงินประจำไตรมาส 2 ปี 2551 ฉบับภาษาไทยจำนวน 1 ฉบับ
           2. รายงานการสอบทานงบการเงินประจำไตรมาส 2 ปี 2551 ฉบับภาษาอังกฤษจำนวน 1 ฉบับ
           3. รายงานคำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปี 2551
           บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ขอนำส่งรายงานการตรวจสอบงบการเงินประจำไตรมาส 2 ปี 2551 สิ้นสุด
วันที่ 30 มิถุนายน 2551 พร้อมกันนี้บริษัทฯ ขอชี้แจงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในผลการดำเนินงาน เมื่อพิจารณา
จากงบการเงินรวมดังนี้
         สำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 มีรายได้รวมจำนวน 3,653 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิรวมจำนวน 1 ล้านบาท โดยมี
รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของรายได้และขาดทุนสุทธิดังต่อไปนี้
         1.    รายได้รวมสำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 3,653 ล้านบาท ลดลง 495 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ
               11.9 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 4,148 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงของ
               รายได้รวมเป็นผลมาจาก
               - รายได้จากธุรกิจบริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับดาวเทียมสำหรับครึ่งปีแรก ปี
                 2551 จำนวน 2,392 เพิ่มขึ้น 400 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 20.1 เมื่อเปรียบเทียบกับ
                 ระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 1,992 ล้านบาท เนื่องจากมีรายได้จากการให้บริการ
                 ไอพีสตาร์เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 52.3 จากงวดเดียวกันปีที่แล้ว จากการเพิ่มขึ้นของ
                 รายได้จากการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) รวมถึงการเพิ่มขึ้นของ
                 รายได้จากยอดขาย IPSTAR User Terminal ("UT")
               - จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ปี 2550 เป็น 1,429,106
                 ราย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2551 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการลดลงของสัดส่วนการลงทุน
                 ใหม่คือร้อยละ 51 อันเนื่องมาจากการขายเงินลงทุนในบริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส
                 พีทีอี จำกัด ("Shenington") ในสัดส่วนร้อยละ 49 ให้แก่ บริษัท เอเชีย โมบาย โฮล์ดิ้งส พี
                 ทีอี จำกัด ("AMH") ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจให้บริการระบบโทรศัพท์ในต่างประเทศ
                 สำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 มีจำนวน 878 ล้านบาท ลดลง 461 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ
                 34.4 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 1,339 ล้านบาท
               - รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อสำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 239 ล้านบาท
                 เพิ่มขึ้น 158 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 195.1 จาก 81 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก ปี 2550
                 เนื่องจากยอดจำหน่ายจานและอุปกรณ์การรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ("DTV")
                 ที่เพิ่มขึ้น
               - กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 54 ล้านบาท ลดลง 621 ล้านบาท หรือ
                 อัตราร้อยละ 92.0 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 675 ล้านบาท
               - ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียในครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 47 ล้าน
                 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน

2.   ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 3,454 ล้านบาท ลดลง 94 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 2.6
     เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน จำนวน 3,548 ล้านบาท ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก
            - ต้นทุนในการให้บริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องสำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน
              2,187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 4.1 จาก 2,101 ล้านบาท ในครึ่งปี
              แรก ปี 2550 มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนตามยอดขาย UT ที่เพิ่มขึ้น
            - ต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์สำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 411 ล้านบาท ลดลง 250
              ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 37.8 จาก 661 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก ปี 2550 ตามการลดลง
              ของสัดส่วนการลงทุนใหม่คือร้อยละ 51 อันเนื่องมาจากการขายเงินลงทุนใน Shenington
              ในสัดส่วน ร้อยละ 49 ให้แก่ AMH
            - ต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อสำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 198 ล้านบาท
              เพิ่มขึ้น 126 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 175.0 จาก 72 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกันของ
              ปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนจากการจำหน่าย DTV ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่าง
              ต่อเนื่อง
            - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 659 ล้านบาท ลดลง 55
              ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 7.7 จาก 714 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก ปี 2550 มีสาเหตุหลักจาก
              การลดลงของค่าที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับการปรับตารางการชำระคืนเงินกู้ยืมของ
              โครงการดาวเทียมไอพีสตาร์และดาวเทียมไทยคม 5 และการลดลงของการรับรู้ค่าใช้จ่าย
              ในการขายและบริหารของบริษัท กัมพูชา ชินวัตร จำกัด ("CamShin") และบริษัท ลาว
              เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ("LTC") ตามสัดส่วนการลงทุนที่ลดลง สุทธิกับการเพิ่มขึ้น
              ของค่าใช้จ่ายทางการตลาดจากธุรกิจบริการดาวเทียม

3.   ดอกเบี้ยจ่ายสำหรับครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 237 ล้านบาท ลดลง 241 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ
     50.4 จาก 478 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการจ่ายชำระคืนเงินต้นของโครงการ
     ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) และโครงการดาวเทียมไทยคม 5 ในไตรมาส 3 ปี 2550

4.   บริษัทฯ บันทึกภาษีเงินได้เป็นรายได้ในครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 38 ล้านบาท ในขณะที่ครึ่งปีแรก
     ปี 2550 มีภาระภาษีเงินได้ทั้งสิ้น 69 ล้านบาท

       สำหรับไตรมาส 2 ปี 2551 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 1,253 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิรวมจำนวน 282 ล้าน
บาท โดยมีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของรายได้และขาดทุนสุทธิดังต่อไปนี้

        1. รายได้รวมสำหรับไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวน 1,253 ล้านบาท ลดลง 785 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ
           38.5 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 2,038 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงของ
           รายได้รวมเป็นผลมาจาก
                    - รายได้จากธุรกิจบริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับดาวเทียมสำหรับไตรมาส 2 ปี
                      2551 ทั้งสิ้น 1,033 ล้านบาท ลดลง 24 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 2.3 เมื่อเปรียบเทียบกับ
                      ระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 1,057 ล้านบาท
                    - จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ปี 2550 เป็น 1,429,106
                      ราย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2551 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการลดลงของสัดส่วนการลงทุน
                      ใหม่คือร้อยละ 51 อันเนื่องมาจากการขายเงินลงทุนใน Shenington ในสัดส่วนร้อยละ 49
                      ให้แก่ AMH ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจให้บริการระบบโทรศัพท์ในต่างประเทศสำหรับ
                      ไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวน 455 ล้านบาท ลดลง 239 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 34.4 เมื่อ
                      เปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 694 ล้านบาท
                    - รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อสำหรับไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวน 164 ล้านบาท
                      เพิ่มขึ้น 121 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 281.4 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของ
                      ปีก่อนจำนวน 43 ล้านบาท เนื่องจากยอดจำหน่าย DTV ที่เพิ่มขึ้น
                    - ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวน 437 ล้านบาท เนื่องจากค่าเงิน
                      บาทปรับตัวอ่อนค่าลง ในขณะที่ ในไตรมาส 2 ปี 2550 มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
                      จำนวน 213 ล้านบาท
                    - ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียในไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวนทั้งสิ้น
                      20 ล้านบาท ลดลง 4 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

        2.   ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวน 1,543 ล้านบาท ลดลง 290 ล้านบาท หรืออัตราร้อย
             ละ 15.8 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน จำนวน 1,833 ล้านบาท ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็น
             ผลมาจาก
                    - ต้นทุนในการให้บริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องสำหรับไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวน
                      899 ล้านบาท ลดลง 175 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 16.3 จาก 1,074 ล้านบาท ใน
                      ไตรมาส 2 ปี 2550
                    - ต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์ในไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวน 207 ล้านบาท ลดลง 121
                      ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 36.9 จาก 328 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2550 ตามการลดลง
                      ของสัดส่วนการลงทุนใหม่คือร้อยละ 51 อันเนื่องมาจากการขายเงินลงทุนใน Shenington
                      ในสัดส่วนร้อยละ 49 ให้แก่ AMH
                    - ต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อในไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวน 137 ล้านบาท
                      เพิ่มขึ้น 82 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 149.1 จาก 55 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปี
                      ก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนจากการจำหน่าย DTV ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่าง
                      ต่อเนื่อง
                    - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับไตรมาส 2 ปี 2551 มีจำนวน 300 ล้านบาท ลดลง
                      76 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 20.2 จาก 376 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2550 มีสาเหตุ
                      หลักจากการลดลงของค่าที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับการปรับตารางการชำระคืนเงิน
                      กู้ยืมของโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์และดาวเทียมไทยคม 5 และการลดลงของการรับรู้
                      ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของ CamShin และ LTC ตามสัดส่วนการลงทุนที่ลดลง
                      สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการตลาดจากธุรกิจบริการดาวเทียม

3.   ดอกเบี้ยจ่ายสำหรับไตรมาส 2 ปี 2551 จำนวน 105 ล้านบาท ลดลง 131 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ
     55.5 จาก 236 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2550 เนื่องจากการจ่ายชำระคืนเงินต้นของโครงการดาวเทียม
     ไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) และโครงการดาวเทียมไทยคม 5 ในไตรมาส 3 ปี 2550

4.   ในไตรมาส 2 ปี 2551 บริษัทฯ บันทึกภาษีเงินได้เป็นรายได้จำนวน 115 ล้านบาท ในขณะที่ ใน
     ไตรมาส 2 ปี 2550 มีภาระภาษีเงินได้ทั้งสิ้น 51 ล้านบาท

     จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

                                                      ขอแสดงความนับถือ



                                                   (นายดำรงค์ เกษมเศรษฐ์)
                                                          กรรมการ
                                                  บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

   
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: 14/08/08 09:56:07 »

หลักทรัพย์ THCOM 
 แหล่งข่าว THCOM 
  หัวข้อข่าว คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ 
  วันที่/เวลา 14 ส.ค. 2551 09:27:16   

  คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ: THCOM

                  1. ภาพรวม
                  ในครึ่งปีแรก ปี 2551 บมจ.ไทยคม ("บริษัทฯ") มีรายได้จากการขายและบริการ 3,509
                  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากครึ่งปีแรก ปี 2550 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ
                  ดาวเทียมและธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ สุทธิกับการลดลงของรายได้จากธุรกิจ
                  โทรศัพท์ จากการที่บริษัทฯ รับรู้รายได้จาก บริษัท ลาวเทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด
                  ("LTC") และ บริษัท กัมพูชา ชินวัตร จำกัด ("CamShin") ลดลงหลังการขายเงินลงทุน
                  ใน บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี จำกัด ("Shenington") ในสัดส่วน 49% ให้แก่
                  บริษัท เอเชีย โมบาย โฮล์ดิ้งส พีทีอี จำกัด ("AMH") และส่งผลให้ในไตรมาส 2/2551
                  บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการลดลง 7.9% ในขณะที่มีรายได้จากการ
                  ให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อเพิ่มขึ้น 281.4% จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอด
                  จำหน่ายจานและอุปกรณ์การรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (Direct Television,
                  "DTV")
                  บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานในครึ่งปีแรก ปี 2551 จำนวน 54 ล้านบาท ในขณะที่
                  ครึ่งปีแรกปี 2550 บริษัทฯ ขาดทุนจากการดำเนินงาน 136 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจาก
                  รายได้จากการให้บริการไอพีสตาร์ในครึ่งปีแรกปี 2551 ที่เพิ่มขึ้น 52.3%
                  ในไตรมาส 2/2551 บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 437 ล้านบาท ทำให้
                  ในไตรมาสนี้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 282 ล้านบาท ในขณะที่ ไตรมาส 2/2550 บริษัทฯ มีมี
                  ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 213 ล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนสุทธิเพียง 83 ล้านบาท
                  ในเดือนมิถุนายน 2551 บมจ. ซีเอส ล็อกซอินโฟ ("CSL") ประกาศจ่ายเงินปันผล
                  ระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานสำหรับงวดห้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2551
                  จำนวน 0.23 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทฯ จะได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนการถือหุ้นจำนวน
                  250 ล้านหุ้น รวมเป็นเงินจำนวนประมาณ 57.5 ล้านบาท นอกจากนั้น ในเดือน
                  กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา LTC ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 10 ล้าน
                  เหรียญสหรัฐ


                  2. ภาพรวมธุรกิจ
                  ธุรกิจบริการวงจรดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับดาวเทียม
                  ในเดือนเมษายน 2551 บริษัทฯ ได้ ดำเนินการส่ งมอบอุปกรณ์ปลายทางไอพีส ตาร์
                  (IPSTAR User Terminal: "UT") จำนวน 11,500 ชุด ให้กับ TOT เสร็จสิ้น โดยมีมูลค่า
                  ทั้งสิ้น 269 ล้านบาท และในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญา UT
                  Procurement Contract กับ TOT จำนวน 4,000 ชุด มีมูลค่าทั้งสิ้น 99.2 ล้านบาท
                  เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2551 บริษัทไอพีสตาร์ ออสเตรเลีย พีทีวาย ลิมิเต็ด ("IPA") ซึ่ง
                  เป็นบริษัทย่อยได้ยื่นหนังสือยกเลิกการให้บริการ ตามสัญญาวันที่ 30 ตุลาคม 2550
                  แก่ บริษัท อีทีที ลิมิเต็ด ("ETT") ซึ่งเป็นผู้ให้บริการในประเทศออสเตรเลีย (NSO) โดยมี
                  ผลบังคับใช้ในวันที่ 7 มิถุนายน 2551 ETT ได้คัดค้านหนังสือยกเลิกการให้บริการและ
                  ยื่นขอคุ้มครองต่อศาลสูงแห่งรัฐนิวเซ้าท์เวลส์ ต่อมา ศาลสูงแห่งรัฐนิวเซ้าท์เวลส์มีคำสั่ง
                  คุ้มครอง ETT ชั่วคราว ตามที่ ETT ร้องขอและให้ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการ
                  อนุญาโตตุลาการเพื่อตัดสินชี้ขาดว่าการบอกเลิกสัญญาระหว่าง IPA กับ ETT นั้น
                  เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551 IPA
                  และ ETT สามารถทำความตกลงเพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างกันได้ โดยภาระผูกพันตาม
                  สัญญา Definitive Agreement ที่แต่งตั้ง ETT เป็น National Service Operator จะ
                  สิ้นสุดลง ทั้งนี้ ETT ตกลงคืนอุปกรณ์ปลายทางไอพีสตาร์ที่คงเหลือในคลังสินค้าให้กับ
                  IPA และ IPA ตกลงจ่ายเงินค่า Repurchase Fee ให้ ETT โดย IPA ยังคงให้บริการไอ
                  พีสตาร์ในประเทศออสเตรเลียตามปกติ
                  ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มียอดขาย UT ทั้งสิ้น 21,786 ชุด ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ
                  ส่งมอบ UT ไปแล้วทั้งสิ้น 146,810 ตัว


                  ธุรกิจบริการโทรศัพท์
                  ประเทศกัมพูชาและประเทศลาวมีการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
                  อย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการในประเทศมียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะ
                  ลูกค้าในระบบ Prepaid ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 LTC และ CamShin มีจำนวน
                  ผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ 855,371 ราย และ 573,735 ราย ตามลำดับ
                  เพิ่มขึ้น 19.8% และ 69.8% จาก 713,772 ราย และ 337,954 ราย ณ สิ้นไตรมาส
                  เดียวกันปีที่แล้ว
                  จากการจำหน่ายหุ้นสามัญของ Shenington ในสัดส่วน 49% ให้แก่ AMH ทำให้ บริษัท
                  ฯ รับรู้รายได้และรายจ่ายของ CamShin ในอัตราที่ลดลงจาก 100% เป็น 51% และ
                  ของ LTC ในอัตราที่ลดลงจาก 49%
                  เป็น 24.99% ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ดังนั้นในไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ
                  จึงมีรายได้จากการขายและบริการและค่าใช้จ่ายจากธุรกิจโทรศัพท์ลดลงจากไตรมาส
                  เดียวกันของปีก่อน

                  ธุรกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ
                  ในไตรมาสนี้ บจ. ดีทีวี เซอร์วิส ("DTV") (ชื่อเดิม: บจ. ชิน บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต
                  (ประเทศไทย)) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ มีการเติบโตของยอดจำหน่ายจาน DTV
                  จากไตรมาส 2/2550 โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 DTV มียอดจำหน่ายจาน DTV แล้ว
                  ทั้งสิ้นประมาณ 224,763 ชุด
                  CSL มีรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากไตรมาส 2/2550
                  เนื่องจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบวงจรเช่า (Leased
                  Line) เนื่องจากบริษัทเน้นการขายและการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งมีศักยภาพ
                  ในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ รายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบหมุน
                  โทรศัพท์ (Dial up) และรายได้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) ลดลง
                  เนื่องจากสภาพการแข่งขันสูงในกลุ่มลูกค้ารายย่อย
                  บริษัท ล็อกซเล่ย์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด ("Loxserve") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ
                  CSL มีความประสงค์ที่จะไม่ประกอบกิจการต่อไป และเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551
                  Loxserve ได้จดทะเบียนเลิกกิจการกับกระทรวงพาณิชย์ โดยปัจจุบัน Loxserve อยู่
                  ระหว่างการดำเนินการชำระบัญชี

                  3. ผลการดำเนินงาน
                  ข้อมูลการเงินที่สำคัญ

                  ล้านบาท                            จำนวน                     เปลี่ยนแปลง            จำนวน       เปลี่ยนแปลง                                                     ง                   แปลง
                                     ไตรมาส 2/51  ไตรมาส 1/51 ไตรมาส 2/50  QoQ (%) YoY (%) 6 เดือน 51 6 เดือน 50  YoY (%)
                                                      -
                  รายได้จากการขาย        1,652        1,857       1,794      -11.0%   -7.9%   3,509    3,421       2.8%
                  และบริการ             

                  ส่วนแบ่งกำไรสุทธิ           20           27          24       -25.9%   -16.7%    47       47        0.0%
                  จากบริษัทร่วมตาม
                  วิธีส่วนได้เสีย                         
                                                             
                  ต้นทุนขายและ            1,243        1,553       1,457      -20.0%    -14.7%  2,796    2,834      -1.3%                   2,83
                  บริการ               

                  ค่าใช้จ่ายในการขาย        300           359          376      -16.4%   -20.2%   659       714      -7.7%
                  และบริหาร

                  กำไรจากการ             109          (55)         (39)        n.m.     n.m.    54      (136)      n.m.
                  ดำเนินงาน*                                             
                 
                  กำไรก่อนดอกเบี้ย          759           587         672        29.3%    12.9%   1,346   1,259      6.9%
                  จ่าย ภาษี และ                                                                                        %        %           9
                  ค่าเสื่อมราคา**
                                   
                  กำไรสุทธิ                (282)         281         (83)         n.m.   -239.8%    (1)      52      n.m.
                                                                    -
                  กำไรสุทธิต่อหุ้น           (0.26)        0.26        (0.08)        n.m.   -225.0%   0.00     0.05     n.m.                  n.m.
                  (บาท)                   
                 
                   * กำไรจากการดำเนินงาน = รายได้จากการขายและบริการ - ต้นทุนขายและบริการ - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
                  ** กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และ ค่าเสื่อมราคา = กำไรจากการดำเนินงาน + ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย
                     n.m. = not meaningful

                  รายได้จากการขายและบริการ
                  รายได้จากการขายและบริการรวมในไตรมาส 2/2551 ทั้งสิ้น 1,652 ล้านบาท ลดลง
                  142 ล้านบาท หรือ 7.9% จาก 1,794 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จาก
                  รายได้ที่ลดลงจากธุรกิจโทรศัพท์ และธุรกิจดาวเทียมและเกี่ยวเนื่อง สุทธิกับการเพิ่มขึ้น
                  ของรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ ในขณะที่รายได้ลดลง 205 ล้านบาท หรือ
                  11.0% จาก 1,857 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน มีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้
                  จากธุรกิจดาวเทียมและเกี่ยวเนื่อง

                  บริ ษั ท ฯ มี ร ายได้ จ ากการขายและบริ ก ารในช่ ว งครึ่ ง ปี แ รก ทั้ ง สิ้ น 3,509 ล้ า นบาท
                  เพิ่มขึ้น 97 ล้านบาท หรือ 2.8% จาก 3,412 ล้านบาท ในรอบระยะเวลาเดียวกันปีก่อน
                  เนื่องจากมีรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจดาวเทียมและเกี่ยวเนื่อง และจากธุรกิจอินเทอร์เน็ต
                  และสื่อ สุทธิกับรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจโทรศัพท์

                  รายได้จาก       ไตรมาส 2/51  ไตรมาส 1/51 ไตรมาส 2/50  %QoQ   %YoY 6 เดือน 51 6 เดือน 50  %YoY                                     6     6
                  การขาย 
                  และบริการ
                   
                   บริการ
                   ดาวเทียม         1,033        1,359        1,057     -24.0%  -2.3%   2,392    1,992   20.1%
                   และเกี่ยวเนื่อง
                   
                   บริการ            455          423          694       7.6%   -34.4%   878     1,339  -34.4%
                   โทรศัพท์

                   บริการ
                   อินเทอร์เน็ต        164          75           43       118.7%  281.4%   239      81    195.1%
                   และสื่อ

                   รวม             1,652       1,857        1,794      -11.0%   -7.9%  3,509    3,412   2.8%

                  รายได้จากการให้บริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
                  บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการวงจรดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในไตรมาส
                  2/2551 ทั้งสิ้น 1,033 ล้านบาท ลดลง 24 ล้านบาท หรือ 2.3% จาก 1,057 ล้านบาท
                  ในระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน และลดลง 326 ล้านบาท หรือ 24.0% จาก 1,359 ล้าน
                  บาท ในไตรมาสก่อน ในขณะที่ในครึ่งปีแรกปี 2551 รายได้จากการให้บริการวงจร
                  ดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้น 20.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมี
                  รายละเอียดดังนี้

                  รายได้จาก       ไตรมาส 2/51  ไตรมาส 1/51 ไตรมาส 2/50  %QoQ   %YoY 6 เดือน 51 6 เดือน 50  %YoY                                     6     6
                  การบริการดาวเทียม
                  และเกี่ยวเนื่อง
                   
                  ดาวเทียมไทยคม         572        556          571      2.9%   0.2%    1,128    1,162   -2.9%
                  1A, 2, 5
                  และเกี่ยวเนื่อง
                                                                   
                  ไอพีสตาร์              461        803          486     -42.6% -5.1%    1,264     830    52.3%
                                                               
                  รวม                 1,033      1,359        1,057    -24.0% -2.3%    2,392    1,992   20.1%

                      - รายได้จากการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมและบริการอื่นที่เกี่ยวเนื่อง
                        572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท หรือ 0.2% จาก 571 ล้านบาทในไตรมาส
                        2/2550 และเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท หรือ 2.9% จาก 556 ล้านบาท ในไตรมาส
                        ก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมเพิ่มขึ้น

                      - รายได้ จ ากการให้ บ ริ ก ารไอพี ส ตาร์ 461 ล้ า นบาท ลดลง 25 ล้ า นบาท หรื อ
                        5.1% จาก 486 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2550 จากรายได้จากการขาย UT ที่
                        ลดลง สุทธิกับรายได้จากการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพี
                        สตาร์) ที่เพิ่มขึ้น


                        อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการไอพีสตาร์ในครึ่งปีแรกปี 2551
                        ทั้งสิ้น 1,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 434 ล้านบาท หรือ 52.3% จากงวดเดียวกันปีที่
                        แล้ว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทย
                        คม 4 (ไอพีสตาร์) รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากยอดขาย UT ที่เติบโตขึ้น
                        โดยในครึ่งปีแรกมียอดขาย UT 42,743 ชุด เพิ่มขึ้น 22,496 ชุด หรือ 111.1%
                        จาก 20,247 ชุด ในงวดหกเดือนแรกปีที่แล้ว

                  รายได้จากการให้บริการระบบโทรศัพท์
                  บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ในไตรมาส 2/2551 ทั้งสิ้น 455 ล้านบาท
                  ลดลง 239 ล้านบาท หรือ 34.4% จาก 694 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2550 เนื่องมาจาก
                  บริษัทฯ รับรู้รายได้จาก LTC และ CamShin ลดลงตามสัดส่วนการลงทุนที่ลดลงหลัง
                  การขายเงินลงทุนใน Shenington ในสัดส่วน 49% ให้แก่ AMH อย่างไรก็ตาม LTC
                  และ CamShin ยังคงมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากทั้งในประเทศลาว และประเทศกัมพูชา
                  มีการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจำนวนผู้ใช้บริการ
                  โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภท Prepaid ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 LTC และ CamShin มี
                  จำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ 855,371 ราย และ 573,735 ราย
                  ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 19.8% และ 69.8% จาก 713,772 ราย และ 337,954 ราย ณ สิ้น
                  ไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว

                  เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เพิ่มขึ้น 32
                  ล้านบาท หรือ 7.6% เนื่องจากทั้ง LTC และ CamShin มีรายได้เพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ใช้
                  โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภท Prepaid ที่เพิ่มขึ้น โดยจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมเพิ่มขึ้น
                  2.6% และ 14.2% ตามลำดับ จาก 833,575 ราย และ 502,411 ราย ณ สิ้นไตรมาส
                  ก่อน

                  รายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ
                  บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อในไตรมาส 2/2551 ทั้งสิ้น 164
                  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121 ล้านบาท หรือ 281.4% จาก 43 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2550
                  และเพิ่มขึ้น 89 ล้านบาท หรือ 118.7% จาก 75 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน เนื่องจาก
                  ยอดจำหน่าย DTV ที่เพิ่มขึ้น และจากการที่บริษัทฯ เริ่มมีรายได้จากการจำหน่าย DTV
                  ในประเทศกัมพูชาและประเทศลาวตั้งแต่ไตรมาสที่แล้วและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
                  โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ มียอดจำหน่ายของ DTV แล้วทั้งสิ้นประมาณ
                  224,763 ชุด เพิ่มขึ้น 79,001 ชุด จากไตรมาสก่อน

                  ต้นทุนขายและบริการ
                  บริษัทฯ มีต้นทุนรวมในไตรมาส 2/2551 ทั้งสิ้น 1,243 ล้านบาท ลดลง 214 ล้านบาท
                  หรือ 14.7% จาก 1,457 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 310 ล้าน
                  บาท หรือ 19.9% จาก 1,553 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน จากการลดลงของต้นทุนในการ
                  ให้ บ ริ ก ารดาวเที ย ม และการให้ บ ริ ก ารโทรศั พ ท์ สุ ท ธิ กับ การเพิ่ม ขึ้ น ของต้ น ทุ น การ
                  ให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ โดยสัดส่วนต้นทุนรวมต่อรายได้จากการขายและบริการ
                  รวมเท่ากับ 75.2% เปรียบเทียบกับ 81.2% ในไตรมาส 2/2550

                  ต้นทุนรวมสำหรับครึ่งปีแรกปี 2551 จำนวนทั้งสิ้น 2,796 ล้านบาท ลดลง 38 ล้านบาท
                  หรือ 1.3% จาก 2,834 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการลดลง
                  ของต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการให้บริการดาวเทียม
                  และต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ

                  ต้นทุนขาย       ไตรมาส 2/51  ไตรมาส 1/51 ไตรมาส 2/50  %QoQ   %YoY 6 เดือน 51 6 เดือน 50  %YoY
                  และบริการ     

                   บริการ
                   ดาวเทียมและ       899         1,288        1,074    -30.2% -16.3%   2,187   2,101     4.1%   
                   เกี่ยวเนื่อง                             
                                                                                                         
                   บริการ            207          204          328      1.5%  -36.9%    411     661      -37.8%                                 661      37.8
                   โทรศัพท์
                                                           
                   บริการ            137           61           55     124.6%  149.1%   198      72       175.0%
                   อินเตอร์เน็ต
                   และสื่อ
                                                                           
                   รวม             1,243        1,553        1,457    -19.9%  -14.7%   2,796  2,834      -1.3%

                  ต้นทุนการให้บริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
                  ต้น ทุนในการให้บริการวงจรดาวเทีย มและธุ รกิ จ ที่เกี่ ย วเนื่องในไตรมาส 2/2551 มี
                  จำนวนทั้งสิ้น 899 ล้านบาท ลดลง 175 ล้านบาท หรือ 16.3% จาก 1,074 ล้านบาท ใน
                  ระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน และลดลง 389 ล้านบาท หรือ 30.2% จาก 1,288 ล้าน
                  บาท ในไตรมาสก่ อ น ในขณะที่ ใ นครึ่ ง ปี แ รกปี 2551 ต้ น ทุ น ในการให้ บ ริ ก ารวงจร
                  ดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้น 4.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมี
                  รายละเอียดดังนี้


                   ต้นทุนจากบริการ   ไตรมาส 2/51  ไตรมาส 1/51 ไตรมาส 2/50  %QoQ   %YoY 6 เดือน 51 6 เดือน 50  %YoY
                   ดาวเทียมและ 
                   เกี่ยวเนื่อง

                   ดาวเทียมไทย                                                                                                 -
                   คม 1A, 2, 5         358           336         350      6.5%   2.3%   694       700      -0.9%                                                                              0.9%
                   และเกี่ยวเนื่อง
                             
                   ไอพีสตาร์             541           952         724     -43.2%  -25.3% 1,493     1,401      6.6%                                   6.6%
                                                                 
                   รวม                 899         1,288       1,074     -30.2%  -16.3% 2,187     2,101      4.1%

                         ต้นทุนในการให้บริการดาวเทียมไทยคม 1A, 2, 5 และบริการที่เกี่ยวเนื่องใน
                         ไตรมาส 2/2551 มีจำนวนทั้งสิ้น 358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท หรือ 6.9%
                         จาก 350 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 38 ล้านบาท หรือ
                         11.3% จากไตรมาสก่อน มีสาเหตุหลักจากต้นทุนค่าสัมปทานที่เพิ่มขึ้นตามการ
                         เพิ่มขึ้นของรายได้

                         ต้นทุนการให้บริการไอพีสตาร์ 541 ล้านบาท ลดลง 183 ล้านบาท หรือ 25.3%
                         จาก 724 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 411 ล้านบาท หรือ
                         43.2% จาก 952 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน เนื่องจากการบันทึกต้นทุนที่ลดลง
                         จากกรณีการสิ้นสุดสัญญากับ ETT อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปีแรกปี 2551 บริษัทฯ
                         มีต้นทุนการให้บริการไอพีสตาร์ 1,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92 ล้านบาท หรือ
                         6.6% จากงวดเดียวกันปีที่แล้ว มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนตาม
                         ยอดขาย UT ที่เพิ่มขึ้น

                  ต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์
                  ต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์ในไตรมาส 2/2551 จำนวนทั้งสิ้น 207 ล้านบาท ลดลง
                  121 ล้านบาท หรือ 36.9% จาก 328 ล้านบาทในไตรมาส 2/2550 เนื่องมาจากบริษัทฯ
                  รับรู้ต้นทุนของ LTC และ CamShin ลดลงตามสัดส่วนการลงทุนที่ลดลงหลังการขาย
                  เงินลงทุน 49% ใน Shenington ให้แก่ AMH ในไตรมาส 3/2550 อย่างไรก็ตาม LTC
                  และ CamShin ยังคงมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2550 และไตรมาส 1/2551 โดย
                  LTC มีการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาซึ่งเป็นผลมาจากสินทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้นจากการ
                  ขยายโครงข่ายโทรศัพท์ในประเทศลาว ในขณะที่ CamShin มีการเพิ่มขึ้นของต้นทุน
                  Interconnection Charge จากรายการส่งเสริมการขายให้โบนัสในการโทรออกไปทุก
                  เครือข่าย และค่าไฟฟ้าจากการขยายจำนวนสถานีฐาน และทำให้ต้นทุนการให้บริการ
                  โทรศัพท์เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท หรือ 1.5% จาก 204 ล้านบาท

                  ต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ
                  ต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อในไตรมาส 2/2551 จำนวนทั้งสิ้น 137 ล้านบาท
                  เพิ่มขึ้น 82 ล้านบาท หรือ 149.1% จาก 55 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
                  เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนจากการจำหน่าย DTV ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่าง
                  ต่อเนื่องในประเทศไทย กัมพูชา และลาว สุทธิกับการลดลงของการรับรู้ต้นทุนการ
                  ให้บริการอินเทอร์เน็ตของ LTC และ CamShin ตามสัดส่วนการลงทุนใหม่ และเมื่อ
                  เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ต้นทุนเพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท หรือ 124.6% จาก 61 ล้าน
                  บาท จาก การเพิ่มขึ้นของต้นทุนจากการจำหน่าย DTV ในประเทศไทย กัมพูชา และ
                  ลาว

                  ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
                  บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และค่าตอบแทนกรรมการ (SG&A) ใน
                  ไตรมาส 2/2551 รวมทั้งสิ้น 300 ล้านบาท ลดลง 76 ล้านบาท หรือ 20.2% จาก 376
                  ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีสาเหตุหลักจากการลดลงของค่าที่ปรึกษา
                  ทางการเงินสำหรับการปรับตารางการชำระคืนเงินกู้ยืมของโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์
                  และดาวเทียมไทยคม 5 และการลดลงของการรับรู้ค่าใช้จ่าย SG&A ของ CamShin
                  และ LTC         ตามสัดส่วนการลงทุนที่ลดลง สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทาง
                  การตลาดจากธุรกิจบริการดาวเทียม และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ค่าใช้จ่าย
                  SG&A ลดลง 59 ล้านบาท หรือ 16.4% จาก 359 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน สาเหตุ
                  หลักเนื่องจากการลดลงของค่าที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับการปรับตารางการชำระคืน
                  เงินกู้ยืมของโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์และดาวเทียมไทยคม 5

                  ดอกเบี้ยจ่าย
                  บริษัทฯ มีดอกเบี้ยจ่ายทั้งสิ้น 105 ล้านบาท ลดลง 131 ล้านบาท หรือ 55.5% จาก 236
                  ล้านบาท ในไตรมาส 2/2550 เนื่องจากการจ่ายชำระคืนเงินต้นของโครงการดาวเทียมไทย
                  คม 4 (ไอพีสตาร์) และโครงการดาวเทียมไทยคม 5 ในไตรมาส 3/2550

                  กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
                  ค่าเงินบาทมีการปรับตัวอ่อนค่าลง ทำให้ในไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ ขาดทุนจากอัตรา
                  แลกเปลี่ยนทั้งสิ้น 437 ล้านบาท ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนมีกำไรจากอัตรา
                  แลกเปลี่ยนจำนวน 213 ล้านบาท

                  ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
                  ในไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ มีส่วนได้เสียในกำไรของบริษัทร่วมกลุ่ม CSL ทั้งสิ้น 20
                  ล้านบาท ลดลง 4 ล้านบาท หรือ 16.7% จาก 24 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกันของปี
                  ก่อน และลดลง 7 ล้านบาท หรือ 25.9% จาก 27 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน สาเหตุหลัก
                  เนื่องจาก CSL มีกำไรสุทธิลดลง 16.7% และ 24.2% จากไตรมาส 2/2550 และ
                  ไตรมาส 1/2551 ตามลำดับ โดยสาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าเช่าเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นจาก
                  การเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อวงจรเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของ
                  ลูกค้าได้ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้นในธุรกิจให้บริการ
                  อินเทอร์เน็ตธุรกิจและธุรกิจสิ่งพิมพ์ประเภทโฆษณาย่อย
                  เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน CSL มีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากไตรมาส
                  ก่อน อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้มีการตัดจำหน่ายค่าความนิยม (Write-off goodwill)
                  ของ Loxserve จำนวน 16 ล้านบาท ที่ยังคงเหลืออยู่ในงบดุลเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวน
                  จากการที่ Loxserve        จดทะเบียนเลิกกิจการกับกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 29
                  พฤษภาคม 2551 ทำให้ CSL มีกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสก่อน

                  ภาษีเงินได้
                  บริษัทฯ สามารถนำผลขาดทุนสะสม (Loss carry forward) ที่เกิดขึ้นมาเพื่อลดฐานใน
                  การคํ านวณภาษี เ งิ น ได้ในอนาคตส่ ง ผลให้บ ริ ษั ท ฯ บั น ทึก ภาษี เ งิ น ได้ เ ป็ น รายได้ ใน
                  ไตรมาส 2/2551 ทั้งสิ้น 115 ล้านบาท ในขณะที่ ไตรมาส 2/2550 บริษัทฯ มีภาระภาษี
                  เงินได้ทั้งสิ้น 51 ล้านบาท

                  4. ฐานะทางการเงิน
                  ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 29,267 ล้านบาท ลดลง 834 ล้านบาท
                  หรือ 2.8% จาก 30,101 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550 มีสาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาและ
                  ตัดจำหน่ายอาคารและอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทาน เงินสดและรายการเทียบเท่า
                  เงินสดที่ลดลงจากการชำระภาษีค้างจ่ายจากการจำหน่ายหุ้นสามัญของ Shenington
                  ในสัดส่วน 49% ให้แก่ AMH และจากการชำระคืนเงินต้นของโครงการดาวเทียมไทยคม
                  4 (ไอพีสตาร์) และโครงการดาวเทียมไทยคม 5 ในไตรมาส 2/2551 สุทธิกับการเพิ่มขึ้น
                  ของอาคารและอุปกรณ์

                  ส่วนประกอบหลักของสินทรัพย์

                   สินทรัพย์                            30 มิถุนายน 2551            31 ธันวาคม 2550
                                                      จำนวน    ร้อยละ           จำนวน   ร้อยละ
                                                    (ล้านบาท)    ของ          (ล้านบาท)    ของ
                                                             สินทรัพย์รวม                สินทรัพย์รวม
                                             
                   สินทรัพย์หมุนเวียน                     3,913      13.4         4,313      14.3
                   เงินลงทุนในบริษัทร่วม                   428        1.5          676        2.2
                   อาคารและอุปกรณ์                     5,009      17.1         4,505      15.0
                   อาคารและอุปกรณ์ภายใต้               17,930       61.3       18,777       62.4
                   สัญญาสัมปทาน
                   สินทรัพย์ไม่มีตัวตน                    1,274         4.4        1,302       4.3

                  สภาพคล่อง
                  ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ มีอัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน
                  1.04 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2550 มีสาเหตุหลักจากการชำระภาษีค้างจ่าย
                  จากการจำหน่ายหุ้นสามัญของ Shenington ในสัดส่วน 49% ให้แก่ AMH ทำให้ภาษี
                  เงินได้ค้างจ่ายลดลง 1,219 ล้านบาท

                  เงินลงทุน
                  บริษัทฯ บันทึกเงินลงทุนโดยวิธีส่วนได้เสียในกลุ่ม CSL ในรายการเงินลงทุน โดย ณ สิ้น
                  ไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ มีเงินลงทุนในบริษัทร่วมทั้งสิ้น 428 ล้านบาท ลดลง 248 ล้าน
                  บาท หรือ 36.7% จาก 676 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550 เนื่องจากรับรู้ผลประกอบการของ
                  CSL ในช่วงหกเดือนแรกปี 2551 ตามสัดส่วนจำนวน 47 ล้านบาท สุทธิกับเงินปันผล
                  จ่ายของ CSL จำนวน 107 ล้านบาท และการลดลงจากการลดทุนจำนวน 188 ล้าน
                  บาท

                  อาคารและอุปกรณ์สุทธิ
                  บริษัทฯ มีอาคารและอุปกรณ์สุทธิ (PPE) ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 ทั้งสิ้น 5,009 ล้าน
                  บาท เพิ่มขึ้น 504 ล้านบาท หรือ 11.2% จาก ณ สิ้นปี 2550 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 4,505
                  ล้านบาท มีสาเหตุหลักจากการซื้อสินทรัพย์เพิ่มในงวดหกเดือนจำนวน 766 ล้านบาท
                  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์สำหรับการขยายธุรกิจโทรศัพท์ในประเทศกัมพูชาและลาว
                  สุทธิกับค่าเสื่อมราคา/ค่าตัดจำหน่ายอาคารและอุปกรณ์จำนวน 333 ล้านบาท โดย
                  PPE ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 ได้รวมสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานของ CamShin ซึ่ง
                  เป็นกิจการร่วมค้าเป็นจำนวนเงินประมาณ 1,476 ล้านบาท ลดลงสุทธิประมาณ 135
                  ล้านบาท จาก 1,611 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550

                  อาคารและอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานสุทธิ
                  บริ ษัท ฯ มีอาคารและอุ ปกรณ์ ภายใต้ สั ญญาสัมปทานสุท ธิ ณ สิ้ นไตรมาส 2/2551
                  ทั้งสิ้น 17,930 ล้านบาท ลดลง 847 ล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2550 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น
                  18,777 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจากการตัดค่าเสื่อมราคาในงวดหกเดือนที่ผ่านมา

                  สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
                  บริษัทฯ มีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 ทั้งสิ้น 1,274 ล้านบาท โดย
                  บริ ษั ท ฯ มี ค่ า เสื่ อ มราคาและค่ า ตั ด จํ า หน่ า ย การปรั บ ปรุ ง การแปลงค่ า เงิ น ตรา
                  ต่างประเทศ สุทธิกับสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนา UT ทำให้สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
                  ลดลง 28 ล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2550 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 1,302 ล้านบาท

                  เงินกู้ยืม และ ส่วนของเจ้าของ
                  ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ มีเงินกู้ยืมสุทธิทั้งสิ้น 9,333 ล้านบาท ลดลง 512 ล้าน
                  บาท จาก 9,845 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550 สาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินต้นของ
                       โครงการดาวเทียมไอพีสตาร์และดาวเทียมไทยคม 5 การชำระคืนเงินกู้สำหรับการขยาย
                       ธุรกิจโทรศัพท์ของ CamShin และการชำระคืนเงินกู้ของ DTV
                       ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 16,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133
                       ล้านบาท จาก 16,684 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550 สาเหตุหลักเนื่องจากบริษัทฯ มีกำไร
                       จากการแปลงค่างบการเงินของหน่วยงานในต่างประเทศ 110 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ
                       สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 จำนวน 1 ล้านบาท และทุนเรือนหุ้น
                       ที่ออกเพิ่มจำนวน 23 ล้านบาท
                       จากเงิ น กู้ ยื ม ที่ ล ดลงและส่ ว นของผู้ ถื อ หุ้ น ที่ เ พิ่ ม ขึ้ น ในงวดหกเดื อ นสิ้ น สุ ด วั น ที่ 30
                       มิถุนายน 2551 ทำให้บริษัทฯ มีอัตราส่วนเงินกู้ยืมสุทธิต่อส่วนทุน 0.55 เท่า ลดลงจาก
                       0.59 ณ สิ้นปี 2550
                       งบกระแสเงินสด
                       บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30
                       มิถุนายน 2551 ทั้งสิ้น 9 ล้านบาท ในขณะที่มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปเพื่อการลงทุน
                       ทั้งสิ้น 205 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้ออุปกรณ์สำหรับการให้บริการ
                       ดาวเทียมและการขยายธุรกิจโทรศัพท์ โดยบริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรม
                       จัดหาเงินทั้งสิ้น 470 ล้านบาท โดยมีการชำระเงินกู้ยืมระยะยาว 635 ล้านบาท จากการ
                       ชำระคืนเงินต้นของโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์และดาวเทียมไทยคม 5 การชำระคืน
                       เงินกู้สำหรับการขยายธุรกิจโทรศัพท์ของ CamShin และการชำระคืนเงินกู้ของ DTV
                       บริษัทฯ มีเงินสดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 ทั้งสิ้น 1,730 ล้านบาท

           ในเอกสารชุดนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต (ไม่ว่าจะเป็นการประมาณการทางด้านการเงินหรือการประมาณการ

           ทางด้านธุรกิจในส่วนอื่นๆ) ตัวอย่างของคำที่ใช้ในการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น "อาจจะ", "จะ", "คาดว่า", "ประมาณ", "เชื่อว่า" เป็น

           ต้น แม้ว่าประมาณการดังกล่าวจะประเมินขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นฐาน บริษัทฯ ไม่สามารถรับประกันหรือยืนยันได้ว่า การประมาณการดังกล่าว

           จะเกิดขึ้นตรงตามที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ในอนาคต ดังนั้นผู้ใช้ข้อมูลดังกล่าวจึงควรระมัดระวังในการใช้ข้อมูลประมาณการข้างต้น




 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: 15/08/08 13:35:57 »

บล.กิมเอ็ง : THCOM แนะนำถือ ราคาเหมาะสมตามวิธี sum-of-the-parts ที่ 12.12
บาท

EBT เริ่มเป็นบวก แต่มีผลขาดทุนสุทธิ 282 ล้านบาทจาก F/X
         เมื่อวานนี้ THCOM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/51 ดีกว่าคาดด้วยกำไรก่อนภาษี
(EBT) 22 ล้านบาท (เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 2.5 ปี), กำไรปกติ 155 ล้านบาท (เนื่องจาก
บันทึกรายการภาษีเป็นบวก) และขาดทุนสุทธิ 282 ล้านบาท (หลังรวมขาดทุนจากอัตราแลก
เปลี่ยน 437 ล้านบาท อันเกิดจากเงินกู้ 252 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง)
ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นได้แก่ต้นทุนที่ลดลง ทั้งจากการค่าใช้จ่ายในการขายและ
บริหาร (SG&A) ที่ควบคุมได้ดีลดลง 16% qoq, อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8.4% จากไตรมาส
ก่อนหน้า และ ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง 21% qoq หลังจากชำระหนี้คืนระหว่างไตรมาส ด้านผลการ
ดำเนินงานนั้น รายได้จากดาวเทียมลดลง 24% qoq เป็น 1.0 พันล้านบาทอันเนื่องมาจากการ
เลื่อนการรับรู้ยอดขาย iPSTAR user terminal เป็นครึ่งปีหลัง ส่วนรายได้จากบริการโทรศัพท์
ในอินโดจีนและรายได้จากการขายจานดาวเทียม DTV มีการเติบโตดี

ถือ รอความคืบหน้าของ iPSTAR ในอินเดีย
               หุ้น THCOM ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับต่ำกว่าราคาเหมาะสมตามวิธี sum-of-the-
parts ที่ 12.12 บาท/หุ้นค่อยข้างมาก อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นยังมีแนวโน้มถูกกดดันต่อเนื่องจาก
นักลงทุนผิดหวังที่ไม่เห็นความคืบหน้าในการรุกตลาดอินเดีย หลังจากที่มีข่าวได้รับอนุมัติจาก
รัฐบาลอินเดียตั้งแต่เกือบ 6 เดือนที่แล้ว โดยผู้บริหารของบริษัทยังไม่สามารถให้ข้อมูลกำหนด
การที่ชัดเจนได้ ดังนั้น เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำจาก ทยอยสะสม เป็น ถือ รอความคืบหน้าของ
ตลาดอินเดีย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: 15/08/08 13:58:34 »

บล.ไซรัส : THCOM แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 7 บาท

             ผลประกอบการในไตรมาส 2/51 ดีขึ้นตามคาด โดยกลับมามีกำไรปกติ (ก่อนภาษี)
42.3 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ขาดทุนปกติ 134.6 ล้านบาท และจากไตรมาส 2/50 ที่ขาด
ทุนปกติ 331.3 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงดอกเบี้ย
จ่ายเพราะชำระคืนหนี้
              แต่ในด้านรายได้ ถือว่าน่าผิดหวังเพราะลดลงมากกว่าคาดคือ 11.1% q-q สาเหตุหลัก
มาจากการลดลงของธุรกิจหลัก (~64% ของรายได้รวม) คือดาวเทียมทั้งไทยคมแบบดั้งเดิม
(Conventional satellite) และ IPSTAR
               แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/51 จะดีขึ้นแต่ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง
ในครึ่งปีหลัง ในทางตรงกันข้ามอัตราเงินเฟ้อของจีนที่อยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ
ของประชากร ซึ่งทำให้แนวโน้มของธุรกิจ IPSTAR ในจีนมีความท้าทายมากขึ้น นอกเหนือจาก
ตลาดโดยรวมที่สร้างยอดขายได้ช้ามากอยู่แล้ว ขณะที่ตลาดในอินเดียยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
จากเมื่อ 3 เดือนก่อน
                หลังจากที่เราปรับลดราคาเป้าหมายและคำแนะนำลงเป็น “ถือ” ราคาหุ้นค่อนข้างทรง
ถึงลงแม้ว่าผลประกอบการในไตรมาสนี้จะดีขึ้นก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนหมดความสนใจ
ในหุ้นตัวนี้ และการถือครองหุ้นของต่างชาติก็ลดลงต่อเนื่องเช่นกัน เช่นเดียวกับเราที่รู้สึกผิดหวัง
กับพัฒนาการของ IPSTAR ในตลาดจีนและอินเดีย แม้ว่าด้วย Rating จะเป็น “ถือ” เพรายังมี
Upside 11.1% แต่แนะนำ “ถือเพื่อรอขายเมื่อราคารีบาวน์ด”
      
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: 05/09/08 12:07:12 »

บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ : THCOM แนะนำซื้อลงทุน ราคาเป้าหมายปี 2551 เท่ากับ 12
บาท

   ความคืบหน้าการให้บริการดาวเทียมไอพีสตาร์ที่อินเดีย (ประมาณ 17.5% ของ
ขีดความสามารถไอพีสตาร์)   ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการนำเข้าอุปกรณ์เกตเวย์  หลังจาก
ที่มีความล่าช้ากว่าที่มีการคาดการณ์ไว้มากจากความยุ่งยากในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ  คาดว่า
จะใช้เวลาในการติดตั้งเกตเวย์ 4 แห่งประมาณ 2 เดือนและสามารถให้บริการได้ภายในปีนี้  ที่
ตลาดอินเดียทางดาวเทียมไอพีสตาร์จะเน้นการใช้งานโทรศัพท์ทางไกลชนบท  อินเตอร์เนต
โรงเรียน และการเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ  (GSM Trunking) 
   ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้คาดดาวเทียมไอพีสตาร์จะสามารถให้บริการได้เพิ่มขึ้นใน
หลายประเทศ  ได้แก่ อินเดีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งที่ฟิลิปปินส์ได้เปิดให้บริการ 
สำหรับในปี 2552 คาดว่าจะให้บริการได้ที่ประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน  ทำให้ดาวเทียมไอพีสตาร์
สามารถให้บริการครบทั้งหมด 14 ประเทศ
   ทางผู้บริหารของ THCOM คาดว่าธุรกิจไอพีสตาร์จะถึงจุดคุ้มทุนในปี 2552 (จุดคุ้ม
ทุนของไอพีสตาร์มีลูกค้า 2.5 แสนราย หรือมีอัตราการใช้แบนด์วิธ 15% ปัจจุบันไอพีสตาร์มี
ลูกค้า 1.37 แสนราย)  หลังจากที่ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้เริ่มถึงจุดคุ้มทุนในแง่ของ EBITDA
โดยที่มี EBITDA ในช่วงครึ่งปีแรก 153 ล้านบาท (EBITDA ของธุรกิจไอพีสตาร์ไตรมาส 1-2
เท่ากับ 25 ล้านบาทและ 128 ล้านบาทตามลำดับ)

EBITDA แยกตามประเภทธุรกิจ (ล้านบาท)
ธุรกิจ   Q3/07   Q4/07   Q1/08   Q2/08
ธุรกิจดาวเทียมแบบเดิม   307   307   343   371
ธุรกิจไอพีสตาร์   -67   -103   25   128
ธุรกิจโทรศัพท์   244   225   211   236
ธุรกิจสื่อและอินเตอร์เนต   4   23   9   24
รวม   488   452   588   759

   สำหรับการลงทุนในหุ้น THCOM เรายังคงแนะนำ “ซื้อลงทุน”  ราคาหุ้นของ
THCOM ในปีนี้ปรับตัวลงแรง 48% YTD ซึ่งลดลงมากกว่าเมื่อเทียบกับตลาดและกลุ่ม ICT
ที่ลดลง 24% และ 7% ตามลำดับ) จากที่ผลประกอบการของ THCOM ในปีนี้ยังคงไม่น่าประทับ
ใจเมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่น อย่างไรก็ดีราคาหุ้นปัจจุบัน 5.30 บาทต่ำกว่ามูลค่าหุ้นตามบัญชี
(Book Value) ที่เท่ากับ 15.31 บาทและราคาเป้าหมายปี 2551 ซึ่งเท่ากับ 12 บาท โดยที่คาด
หวังผลประกอบการของ THCOM จะมีการพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: 05/09/08 12:13:30 »

บล.ฟาร์อีสท์ : THCOM แนะนำ“ถือ” มูลค่าเหมาะสมที่ 7.90 บาท

ธุรกิจ iPSTAR เริ่มเป็นบวกดัน 2Q51 มีกำไรปกติ 137 ล้านบาท แต่ช่วง 2H51 ยังต้องจับตา
ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มเพียงทรงตัว
                 รายได้รวมใน 2Q51 ลดลง 7.9% YoY มาอยู่ที่ 1,652 ล้านบาท สาเหตุหลักจาก
การรับรู้ธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลาวและกัมพูชาที่ลดลงเหลือ 51% หลังจากขายเงินลง
ทุนใน SHENINGTON ออกไป 49% รวมถึงรายได้จาก iPSTAR ที่ลดลงราว 5% YoY ตาม
ยอดขาย User Terminal (UT) ที่อ่อนตัวลง ด้านต้นทุนในการขายและให้บริการลดลงอย่างมีนัย
สำคัญถึง 14.8% YoY มาอยู่ที่ 1,243 ล้านบาท คิดเป็นกำไรขั้นต้น 34.3% เทียบกับในช่วง
2Q50 ที่มีกำไรขั้นต้น 21.7% สาเหตุหลักมาจาก iPSTAR ที่มีต้นทุนการให้บริการลดลงถึง
25.3% YoY หรือคิดเป็นจำนวนเงินราว 183 ล้านบาทหลังยกเลิกสัญญากับ ETT ผู้ให้บริการใน
ออสเตรเลีย ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 20.1% มาอยู่ที่  300 ล้านบาท หลักๆ มา
จากการับรู้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จาก SHENEINGTON ที่ลดลง รวมแล้ว THCOM ใน 2Q51 มี
กำไรปกติจำนวน 137 ล้านบาท เทียบกับใน 2Q51 ที่ขาดทุนปกติจำนวน 303 ล้านบาท แต่ทั้งนี้
ใน 2Q51 THCOM มีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 437 ล้านบาท เทียบกับใน
2Q51 ที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 213 ล้านบาท โดยรวม THCOM รายงานขาดทุนสุทธิ
282 ล้านบาท เทียบกับ 2Q51 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 83 ล้านบาท
                ด้านแนวโน้มผลประกอบการในช่วง 2H51 เรามองว่า THCOM น่าจะทำได้เพียงทรง
ตัวหลังจากรายการสั่งซื้อ UT จาก TOT เริ่มชะลอตัวตาม Bandwidth ที่เริ่มเต็มไปบ้างแล้วโดย
เฉพาะในแถบอีสาน ทำให้เชื่อได้ว่าการสั่งซื้อของ TOT ในล๊อตต่อๆ ไปจะมีขนาดที่เล็กลงล่าสุด
THCOM ได้รับรายการสั่งซื้อใหม่จำนวน 4,000 UT เทียบกับล๊อตก่อนหน้าที่มีขนาดถึง
11,500 UT ทำให้เป้าหมาย UT สะสมที่ 200,000 UT ภายในปีนี้มีความยากมากขึ้น เมื่อ
เทียบกับยอดขาย UT สะสม ณ สิ้น 2Q51 ที่ 142,940 UT และยอดขาย UT ใน 2Q51 ซึ่งอยู่ที่
21,876 UT ประกอบกับรายจ่ายที่ลดลงได้จากกรณี ETT ที่ยังต้องจับตาว่าเป็นผลยั่งยืนในระดับ
ใดว่าหาก THCOM ต้องดำเนินการเองหลังจากนี้ 

ตลาดจีนยังอยู่ในขั้นลองผิดลองถูก ตลาดอินเดียคาดเห็นผลปีหน้า
               ตลาดสำคัญอย่างจีนซึ่งคิดเป็น 26.2% ของ Capacity ยังถือได้ว่ายังอยู่ในช่วงลองผิด
ลองถูก แม้ว่าจะได้รับใบอนุญาตและพร้อมให้บริการมาปีเศษ สาเหตุหลักก็มาจากพันธมิตรคือ
Chainasat ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนที่ปัจจุบันเองก็ยังไม่นิ่งโดยอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้าง
การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลจีน อย่างไรก็ดี THCOM ก็คาดหวังว่าความล่าช้าในตลาด
จีน จะคุ้มค่ากับการรอคอยโดยล่าสุด THCOM เห็นโอกาสในตลาด Rural Telephone และ
School Internet ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหลังจากการปฏิรูปอุตสาหกรรม Telecom ลงตัว ด้าน
ตลาดอินเดีย (17.5% ของ Capacity) ยังคงติดอยู่ที่กระบวนการนำเข้า Gateway แต่ใน
ภาพรวมยังดูมีโอกาสมากกว่าจีน โดยในอินเดีย THCOM มีความต้องการของลูกค้าบางส่วนที่
พร้อมจะหันมาใช้บริการกับ THCOM อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้แม้ว่า THCOM จะคาดหวังว่าจะสามารถ
ติดตั้ง Gateway พร้อมให้บริการได้ทันในปีนี้ เราก็ยังมองว่ารายได้ที่สามารถคาดหวังได้อย่างมี
นัยสำคัญ คงต้องรอไปถึงปีหน้า

คงแนะนำเดิม “ถือ” แม้ว่าปีหน้ามีโอกาสคุ้มทุน เนื่องจาก Upside คือตลาดจีน และอินเดีย
ยังมีความล่าช้า
                เรามองว่า THCOM มีโอกาสที่จะสามารถกลับมามีกำไรได้ในปี 52 ตามสมมุติฐาน
ที่ว่ายอดขาย UT สะสมจะถึง 250,000 UT แม้ว่าตลาดจีน และอินเดียจะขาดความคืบหน้าแต่
ธุรกิจ iPSTAR น่าจะได้รับแรงส่งบ้างจากตลาด มาเลย์เซีย, อินโดฯ และฟิลิปปินส์ ที่คาดหวังได้
มากกว่าในปีหน้า อย่าไรก็ดีระหว่างที่รอคอยความคืบหน้าในตลาดต่างๆ ข้างต้น เรามองว่ามี
โอกาสที่ราคาหุ้นอาจอ่อนตัวลงไปอีก โดยเฉพาะในภาวะที่แนวโน้มผลประกอบการ 2H51 ที่น่า
จะทำได้เพียงทรงตัว ระหว่างนี้เราจึงยังคงคำแนะนำเดิม “ถือ” โดยยังคงมูลค่าเหมาะสมไว้ที่
7.90 บาท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: 09/10/08 13:47:22 »

บล.สินเอเซีย : THCOM มูลค่าหุ้นที่เหมาะสม 9.54 บาท แนะนำ “ทยอยสะสม” 

THCOM: ลูกค้านิวซีแลนด์พุ่ง 230%
          THCOM ฟุ้งลูกค้าไอพีสตาร์ที่นิวซีแลนด์โตทะลุ 228% หลังให้เบต์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่วงการ
สื่อสารเจ้าถิ่นทำตลาดให้ คลอดแพ็กเกจรายเดือนแค่ 49 เหรียญ ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ ลูกค้า
แห่ใช้ตรึม หวังยึดเป็นแบบเจาะตลาดเอเชีย-แปซิฟิกต่อไป (ข่าวหุ้น)

ความเห็น:
          เราเชื่อว่าความมุ่งมั่นและการสนับสนุนอย่างจริงจังของรัฐบาลออสเตรเลียในการนำ
Internet Broadband ให้เข้าถึงประชากรของประเทศที่อยู่ในชนบท ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่าน
มาการร่วมมืออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องระหว่างรัฐบาลออสเตรเลีย THCOM และ Baycity ซึ่ง
เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ในประเทศ และด้วยการปรับรูปแบบบริการและการใช้งาน
เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อย ราคาจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อจูงใจให้
มีการใช้บริการเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรเลียได้ทำการต่อสัญญาใน
การให้การสนับสนุนโครงการไอพีสตาร์อีก 3 ปี (2009-2011) และได้ทำการต่อสัญญากับผู้ให้
บริการอินเตอร์เน็ต (Service Provider) ในออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว
           เชื่อว่าการเสนอแพ็คเกจราคาถูกนอกจากจะส่งผลให้ยอดขาย UT ในออสเตรเลียเพิ่มสูง
ขึ้นรวดเร็วแล้ว (1UT ต่อ 1 ครอบครัว) ปริมาณการใช้ Bandwidth ก็จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ตาม ซึ่งรายได้จากการใช้ Bandwidth จะมีอัตรากำไรที่สูงกว่าเนื่องจากแทบจะไม่มีต้นทุน
Business model ของไอพีสตาร์ในลักษณะนี้ จะถูกนำไปใช้ในประเทศอื่นๆ เช่นกัน แนวโน้ม
ฐานลูกค้าที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว จะช่วยผลักดันให้มีการใช้งาน Bandwidth มากขึ้น และต่อ
ไปเชื่อว่าจะมีการเสนอแพ็คเกจมีมีหลายบริการรวมกันทำให้รายได้/UT มีแนวโน้มสุงขึ้น
          ประเด็นสำคัญของ THCOM ตอนนี้ อยู่ที่อินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างการเซ็นสัญญาระหว่าง
รัฐบาลอินเดีย-SP-THCOM ซึ่งคาดว่าปลายปีนี้น่าจะลงตัว ปัจจุบัน TCHOM ได้ทำการสร้าง
Ground terminal สำหรับติดตั้ง Gateway ของไอพีสตาร์แล้ว เหลือเพียงนำชิ้นส่วน
อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งรออนุมัตินำเข้าจากทางการเท่านั้น คาดว่า 2 เดือนจะติดตั้งเรียบร้อย
เราเชื่อว่า หากบริษัทฯ สามารถตกลงและเซ็นสัญญากันเรียบร้อย ตลาดอินเดียจะเติบโตได้เร็ว
กว่าตลาดของจีน ซึ่งจะมีปัญหาด้านทำการตลาดที่ยากกว่า (รายย่อย) แต่สำหรับอินเดียแล้ว
โครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการของภาครัฐ เป็นตลาด Wholesale แม้ยอดขาย UT จะไม่มาก
เพราะจะติดตั้งเชื่อมระหว่างมณฑลเท่านั้น แต่เชื่อว่าปริมาณการใช้ Bandwidth จะค่อนข้างสูง
เพราะประชากรหนาแน่นความต้องการใช้งานมาก โครงการหลักของภาครัฐคือการให้บริการ
เชื่อมต่อโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยระบบบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม (Mobile Trunking:
CDMA และ GSM) ซึ่ง iPSTAR Mobile Trunking สามารถสนับสนุนบริการโทรศัพท์เคลื่อน
ที่ได้ทุกรูปแบบ ทั้งการโทรภายในและต่างประเทศทุกระบบ รวมทั้ง voicemail และ non-
voice applications อื่นอีกมากมาย ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เพียงแต่นำอุปกรณ์ปลายทาง หรือ UT
ไปติดตั้งในพื้นที่ห่านงไกล และเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมไอพีสตาร์ทำได้สะดวกกว่า

คำแนะนำ:
          ราคาหุ้นต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี แนะนำ “ทยอยสะสม”: ราคาหุ้น THCOM ปรับตัวลงกว่า
70% ช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้ราคาซื้อขายกันที่ส่วนลดค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับมูลค่า
หุ้นที่เหมาะสมใหม่ที่ 9.54 บาท และยังต่ำกว่า BV ที่ 15 บาท ขณะที่ปัจจัยบวกจากความคืบ
หน้าโครงการไอพีสตาร์ในจีนและอินเดียเริ่มชัดเจนขึ้น แม้ยังต้องใช้เวลาในการทำตลาดอีก 3-6
เดือน แต่หากไม่คำนึงถึงทั้ง 2 ตลาด เรายังเชื่อว่า THCOM จะเริ่มมีกำไรได้ในปี 2009 จาก
ปัจจัยข้างต้น และแม้ว่าต้นทุนโครงการไอพีสตาร์จะเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดเอง แต่ดอกเบี้ย
จ่ายที่ลดลงหลังยืดอายุการชะระหนี้ ช่วยลดแรงกดดันดังกล่าวลงได้ เราจึงปรับคำแนะนำ
จาก “ถือ” เป็น “ทยอยสะสม”  ความเสี่ยงของ THCOM อยู่ที่ความล่าช้าของการทำตลาดไอพี
สตาร์ในอินเดียและจีน โดยเฉพาะจีนที่ต้องใช้วิธีการทำงานแตกต่างจากลูกค้าอื่น            
            
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: 10/10/08 13:36:17 »

บล.สินเอเซีย : THCOM แนะนำ “ทยอยสะสม” มูลค่าหุ้นที่เหมาะสม 9.54 บาท

            จีน-อินเดียมีพัฒนาการภาพรวมดีขึ้น: จากการเข้าประชุมกับผู้บริหารวานนี้ เรามีมุมมอง
ที่ดีขึ้นต่อความคืบหน้าของโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ โดยเฉพาะอินเดีย ที่ปัจจุบันขั้นตอนที่
เกี่ยวข้องกับทางราชการเสร็จสิ้นลงแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ติดตั้ง
Gateway (4 แห่งที่ Delhi และ Mumbi) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาราว 2 เดือน จากนั้นจะทำการติด
ตั้ง Gateway ก่อนที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ในปีหน้า ขณะที่จีนนั้น อยู่ระหว่างการ
วางแผนการทำการตลาดร่วมกับ China Satcom เพื่อศึกษาปริมาณความต้องการของแต่ละ
บริการที่จะเกิดจากไอพีสตาร์
            ทั้งนี้ บริษัทฯ จะต้องมีการวางแผนการทำการตลาดร่วมกับ NSO ทั้งจีนและอินเดียอย่าง
ใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถให้บริการและตอบสนองให้ตรงกับความต้องการของแต่ละประเทศให้
มากที่สุด โดยรูปแบบการให้บริการหลักๆ ของไอพีสตาร์ นอกจากบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง
(Internet Broadband) โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตโรงเรียน แล้ว ยังมี Rural Telephone และ
การให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยระบบบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียม (Mobile
Trunking: CDMA และ GSM) ซึ่งที่อินเดียจะเริ่มด้วยบริการนี้ก่อน ขณะที่จีนจะเริ่มให้บริการ
โทรศัพท์ทางไกลในชนบท (Rural Telephone) ก่อน เนื่องจากที่มีความต้องการสูงมาก
iPSTAR ตัวขับเคลื่อนหลัก พร้อมผลักดันปี 2009 ให้มีกำไร: แม้ว่าการทยอยเปิดให้บริการใน
ตลาดใหม่และการติดตั้ง Gateway ของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง
ในปีนี้ (มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, เกาหลี) และอีก 2 แห่งที่ญี่ปุ่น,ไต้หวัน ปีหน้า ตลอดจน
คำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เหล่านี้ จะสนับสนุนรายได้ของ iPSTAR ที่
จะมาจาการขาย UT และรายได้ค่าบริการ (Airtime) ให้ขยายตัวได้ต่อเนื่องได้ ขณะที่ความ
สำเร็จของการเปิดให้บริการในจีนและอินเดียซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด (43.7.% ของ Capacity
ทั้งหมด) ซึ่งหากทำได้เร็วกว่าที่คาด จะผลักดันให้รายได้และกำไรของ THCOM ขยายตัวขึ้น
อย่างรวดเร็วและอาจถึงจุดคุ้มทุนที่ 15% ได้เร็วกว่าที่เราคาดไว้ว่าจะถึงจุดคุ้มทุนช่วงปลายปี
2010 นอกจากนี้ อัตราการใช้ช่องสัญญาณของ Convention Satellite ทั้ง 3 ดวง เฉลี่ยที่ราว
70% และการเติบโตที่ดีต่อเนื่องของธุรกิจในอินโดจีน ยังเป็นส่วนสนับสนุนหลักให้กับรายได้ของ
THCOM เช่นกัน
            ราคาหุ้นต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี แนะนำ “ทยอยสะสม”: ราคาหุ้น THCOM ปรับตัวลงกว่า
70% ช่วงเกือบ 4-5 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้ราคาซื้อขายกันที่ส่วนลดค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ
มูลค่าหุ้นที่เหมาะสมใหม่ที่ 9.54 บาท และยังต่ำกว่า BV ที่ 15 บาท ขณะที่ปัจจัยบวกจากความ
คืบหน้าโครงการไอพีสตาร์ในจีนและอินเดียเริ่มชัดเจนขึ้น แม้ยังต้องใช้เวลาในการทำตลาดอีก
3-6 เดือน แต่หากไม่คำนึงถึงทั้ง 2 ตลาด เรายังเชื่อว่า THCOM จะเริ่มมีกำไรได้ในปี 2009
จากปัจจัยข้างต้น และแม้ว่าต้นทุนโครงการไอพีสตาร์จะเพิ่มขึ้นจากการทำการตลาดเอง แต่
ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงหลังยืดอายุการชะระหนี้ ช่วยลดแรงกดดันดังกล่าวลงได้ เราจึงปรับคำแนะนำ
จาก “ถือ” เป็น “ทยอยสะสม”  ความเสี่ยงของ THCOM อยู่ที่ความล่าช้าของการทำตลาดไอพี
สตาร์ในอินเดียและจีน โดยเฉพาะจีนที่ต้องใช้วิธีการทำงานแตกต่างจากลูกค้าอื่น ขณะที่ความ
เสี่ยงกรณีรัฐบาลอินเดียอาจไม่ให้การสนับสนุนโครงการก็หมดไป หลังจากที่รัฐได้ต่อสัญญาไป
อีก 3 ปี (สิ้นสุดปี 2011) แล้วเมื่อ ก.ย. ที่ผ่านมา            
      
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #19 เมื่อ: 16/10/08 11:52:07 »

11:42 16/10/2008
THCOM:ไทยคม ยืนยันขยายลงทุนในกัมพูชา,รายได้ไม่กระทบแม้มีเหตุไทยปะทะกัมพูชา

กรุงเทพฯ--16 ต.ค.--รอยเตอร์


บมจ.ไทยคม(THCOM) ผู้ให้บริการดาวเทียมเพียงรายเดียวในไทย ยืนยันยังคงเดินหน้า

ลงทุนธุรกิจโทรคมนาคมในกัมพูชา โดยตั้งเป้าขยายสถานีฐานให้ครบ 1 พันแห่งภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่

มองรายได้ และกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย(EBITDA)ยังไม่ถูกกระทบ

แม้มีเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชาเมื่อวานนี้

"ที่ผ่านมาเราลงทุนค่อนข้างเยอะ เราขยายสถานีฐานจาก 300 เป็น 700 แห่ง ซึ่งตอน

นี้เราลงทุนไปหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะขยายเป็น 1 พันแห่งในสิ้นปีนี้ ซึ่งยัง on course อยู่...

ภาวะการแข่งขันขณะนี้เราหยุดลงทุนไม่ได้ เพราะเราเป็น market leader หยุดเมื่อไหร่เราจะ

เสียโอกาส"นายดำรงค์ เกษมเศรษฐ์ ประธานกรรมการ THCOM กล่าว

เขากล่าวถึงเรื่องนี้ ในการประชุมกับนักวิเคราะห์ทางโทรศัพท์

เขา กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกัมพูชา 28% เป็น

อันดับ 2 รองจาก MOBITEL ที่มีส่วนแบ่งตลาด 57% และมีฐานลูกค้าทั้งสิ้นเกือบ 8 แสนราย

ขณะที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 0.9-1.0 ล้านรายในสิ้นปีนี้

THCOM ลงทุนในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกัมพูชา โดยถือหุ้น 51% ในเชนนิงตัน อินเวส

เม้นท์ส พีทีอี (Shenington) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมในลาวและกัมพูชา

ขณะที่หุ้นส่วนที่เหลือถือโดยบริษัท เอเชีย โมบาย โฮล์ดิ้งส พีทีอี จำกัด (AMH)จากสิงคโปร์

ขณะที่วานนี้ทหารไทยและกัมพูชาได้เกิดการปะทะกันบริเวณตามแนวชายแดน

หลังมีข้อพิพาทพื้นที่ระหว่างกัน โดยเหตุดังกล่าวส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บอย่างน้อย 5 ราย

นายดำรงค์ มองว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังจำกัดอยู่บริเวณตามแนวชายแดน ซึ่ง

ยังห่านงไกลจากสถานที่ตั้งในกรุงพนมเปญ ขณะที่เชื่อว่าจะไม่มีเหตุรุนแรงเหมือนกับในช่วงเผา

สถานฑูตไทยในกัมพูชา เมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา

เขาเชื่อว่า รัฐบาลของกัมพูชา ไม่ต้องการที่ให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศเหมือน

ครั้งก่อน ที่บริษัทได้รับความเสียหายจากการทำลายอาคารที่ทำการของบริษัท คิดเป็นมูลค่าราว

8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาก็ได้รับผิดชอบทั้งหมด

"ในภาพใหญ่ยังไม่เห็นผลกระทบด้านรายได้ และ EBITDA แต่มีความเสี่ยง worst

case ในเรื่องของ fix asset ที่อาจจะเสียหาย"นายดำรงค์ กล่าว

เขา เชื่อว่าสถานีฐานที่มีอยู่ 700 แห่งทั่วประเทศ ไม่น่าจะถูกทำลายเช่นกัน

นายดำรงค์ ระบุว่าปัจจุบันบริษัทมีพนักงานกว่า 400 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นพนักงาน

ชาวกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ยังคงทำงานตามปกติ ขณะที่พนักงานที่เป็นคนไทยนั้น ยืนยันว่าจะยังไม่มี

การอพยพจนกว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจนออกมา ซึ่งขณะนี้สถานฑูตไทยในกัมพูชา ยังไม่ได้มีสัญญาณใด

ออกมา โดยระบุเพียงแต่ให้อยู่ในที่ตั้งเท่านั้น

เขายังกล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนก่อนที่มีการเลือกตั้งในกัมพูชา ได้มีการอพยพพนักงาน

และผู้บริหารคนไทยออกจากกัมพูชา ประมาณ 1 สัปดาห์ แม้ไม่มีเหตุรุนแรง แต่ก็กลับทำให้เกิด

ความไม่เชื่อมั่นต่อพนักงานที่เป็นชาวกัมพูชา

ราคาหุ้น THCOM ช่วงเช้านี้ลบ 0.26 บาท มาที่ 2.50 บาท--จบ--


(โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์ รายงานและเรียบเรียง--บร--)

((wilawan.pongpitak@reuters.com;โทร.0-2648-9730;Reuters

Messaging:wilawan.pongpitak.reuters.com@reuters.net))



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #20 เมื่อ: 11/11/08 09:12:27 »

หลักทรัพย์ THCOM 
 แหล่งข่าว THCOM 
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3) 
  วันที่/เวลา 11 พ.ย. 2551 09:09:26   

                  สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)
                           บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

                                                          สอบทาน
                                                      (หน่วย : พันบาท)
                                             สิ้นสุดวันที่  30 กันยายน
 งบการเงินรวม
                                     ไตรมาสที่ 3          งวด 9 เดือน
              ปี                    2551        2550        2551        2550

   กำไร (ขาดทุน) สุทธิ            (114,962)    3,143,444    (116,099)    3,195,213
   กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    (0.10)        2.88        (0.11)       2.92


  งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                       ไตรมาสที่ 3         งวด 9 เดือน
              ปี                    2551        2550        2551        2550

   กำไร (ขาดทุน) สุทธิ          (324,943)      4,462,033    (746,996)    4,280,027
   กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)   (0.30)          4.09       (0.68)       3.92

  ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
 

  หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
                ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

  "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
   การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
   ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                               ลงลายมือชื่อ _______________________
                                         ( นายดำรงค์  เกษมเศรษฐ์ )
                               ตำแหน่ง กรรมการ
                                         บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)



   
     
   
 
     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #21 เมื่อ: 11/11/08 09:13:15 »

หลักทรัพย์ THCOM 
 แหล่งข่าว THCOM 
  หัวข้อข่าว ชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3/2551 
  วันที่/เวลา 11 พ.ย. 2551 09:09:25   

  ที่ ทค. 387/2551

                                                                  วันที่ 10 พฤศจิกายน 2551

เรื่อง     ขอนำส่งรายงานการตรวจสอบงบการเงินประจำไตรมาส 3 ปี 2551

เรียน     กรรมการผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. รายงานการสอบทานงบการเงินประจำไตรมาส 3 ปี 2551 ฉบับภาษาไทยจำนวน 1 ฉบับ
           2. รายงานการสอบทานงบการเงินประจำไตรมาส 3 ปี 2551 ฉบับภาษาอังกฤษจำนวน 1 ฉบับ
           3. รายงานคำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2551
           
           บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ขอนำส่งรายงานการตรวจสอบงบการเงินประจำไตรมาส 3 ปี 2551 สิ้นสุด
วันที่ 30 กันยายน 2551 พร้อมกันนี้บริษัทฯ ขอชี้แจงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในผลการดำเนินงาน เมื่อพิจารณา
จากงบการเงินรวมดังนี้

           สำหรับไตรมาส 3 ปี 2551 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 1,681 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิรวมจำนวน 115 ล้าน
บาท โดยมีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของรายได้และขาดทุนสุทธิดังต่อไปนี้

         1. รายได้รวมสำหรับไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวน 1,681 ล้านบาท ลดลง 5,198 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ
            75.6 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 6,879 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงของ
            รายได้รวมเป็นผลมาจาก

                    - รายได้จากธุรกิจบริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับดาวเทียมสำหรับไตรมาส 3 ปี
                      2551 ทั้ ง สิ้ น 1,147 ล้ า นบาท เพิ่ ม ขึ้ น 282          ล้ า นบาท หรื อ อั ต ราร้ อ ยละ 32.6 เมื่ อ
                      เปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนจำนวน 865 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้น
                      ของรายได้จากการขายอุปกรณ์ปลายทางของไอพีสตาร์ (IPSTAR User Terminal, "UT")
                      และจากการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียม

                    - จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ปี 2550 เป็น 1,613,832
                      ราย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2551 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในช่วงไตรมาส 3 ปี 2550 มีการ
                      ลดลงของสัดส่วนการลงทุน ใหม่คือ ร้อ ยละ 51 อันเนื่องมาจากการขายเงินลงทุนใน
                      บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี จำกัด ("Shenington") ในสัดส่วนร้อยละ 49 ให้แก่
                      บริษัท เอเชีย โมบาย โฮล์ดิ้งส พีทีอี จำกัด ("AMH") ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจให้บริการ
                      ระบบโทรศัพท์ในต่างประเทศสำหรับไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวน 485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
                      เพียง 15 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 3.2 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน
                      จำนวน 470 ล้านบาท

                    - รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อสำหรับไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวน 150 ล้านบาท
                      เพิ่มขึ้น 88 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 141.9 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี
                      ก่อนจำนวน 62 ล้านบาท เนื่องจากยอดจำหน่ายจาน DTV ที่เพิ่มขึ้น

                    - ในไตรมาส 3 ปี 2551 ไม่มีรายการกำไรจากการขายเงินลงทุน ในขณะที่ในไตรมาส 3 ปี
                      2550 มีกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 5,127 ล้านบาท จากการจำหน่ายหุ้นสามัญของ
                      Shenington ในสัดส่วน 49% ให้แก่ AMH

                    - ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวน 146 ล้านบาท เนื่องจากค่าเงิน
                      บาทปรับตัวอ่อนค่าลง ในขณะที่ ในไตรมาส 3 ปี 2550 มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
                      จำนวน 287 ล้านบาท

                   - ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียในไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวนทั้งสิ้น
                     33 ล้านบาท ลดลง 8 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 19.5 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

        2.   ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวน 1,824 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 222 ล้านบาท หรืออัตราร้อย
             ละ 13.9 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน จำนวน 1,602 ล้านบาท ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็น
             ผลมาจาก

            - ต้นทุนในการให้บริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องสำหรับไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวน
              1,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 8.2 จาก 1,006 ล้านบาท ใน
              ไตรมาส 3 ปี 2550 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนตามยอดขาย UT และต้นทุนค่า
              สัมปทานตามการเพิ่มขึ้นของรายได้

            - ต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์ในไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวน 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45
              ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 19.1 จาก 235 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2550 เนื่องจากการ
              เพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาซึ่งเป็นผลมาจากสินทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้นจากการขยายโครงข่าย
              โทรศัพท์ในประเทศลาว และการเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าจากการขยายจำนวนสถานีฐานใน
              ประเทศกัมพูชา สุทธิกับการลดลงของการรับรู้ต้นทุนตามสัดส่วนการลงทุนใหม่คือร้อย
              ละ 51 อันเนื่องมาจากการขายเงินลงทุนใน Shenington ในสัดส่วนร้อยละ 49 ให้แก่
              AMH ในไตรมาส 3 ปี 2550 โดยช่วงวันที่ 1-25 กรกฎาคม 2550 บริษัทฯ รับรู้ต้นทุนตาม
              สัดส่วนเดิมคือร้อยละ 100

            - ต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อในไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวน 117 ล้านบาท
              เพิ่มขึ้น 66 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 129.4 จาก 51 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปี
              ก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนจากการจำหน่ายจาน DTV ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
              อย่างต่อเนื่อง

            - ค่ า ใช้ จ่ า ยในการขายและบริ ห ารสํ า หรั บ ไตรมาส 3 ปี 2551 มี จํ า นวน 339 ล้ า นบาท
              เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 9.4 จาก 310 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2550 มี
              สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าที่ปรึกษาทางการตลาดสำหรับโครงการดาวเทียมไอพี
              สตาร์ ค่าใช้จ่ายทางการตลาดจากกลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ ค่าใช้จ่ายทางการตลาด
              จากธุรกิจโทรศัพท์จากการโฆษณาทางโทรทัศน์และการจัดโปรโมชั่นที่เพิ่มขึ้น สุทธิกับ
              การลดลงของการรับรู้ค่าใช้จ่าย SG&A ของ CamShin และ LTC ตามสัดส่วนการลงทุน
              ที่ลดลง

        3.   ดอกเบี้ยจ่ายสำหรับไตรมาส 3 ปี 2551 จำนวน 103 ล้านบาท ลดลง 74 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 41.8
             จาก 177 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2550 เนื่องจากการจ่ายชำระคืนเงินต้นของโครงการดาวเทียมไทยคม
             4 (ไอพีสตาร์) และโครงการดาวเทียมไทยคม 5 ในไตรมาส 2 ปี 2551 และการจ่ายชำระคืนเงินต้นของ
             บจ. ดีทีวี เซอร์วิส ("DTV") ในไตรมาสนี้

        4.   ในไตรมาส 3 ปี 2551 บริษัทฯ บันทึกภาษีเงินได้เป็นรายได้จำนวน 131 ล้านบาท ในขณะที่ ใน
             ไตรมาส 3 ปี 2550 มีภาระภาษีเงินได้ทั้งสิ้น 1,955 ล้านบาท


        จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

                                                         ขอแสดงความนับถือ



                                                      (นายดำรงค์ เกษมเศรษฐ์)
                                                             กรรมการ
                                                     บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #22 เมื่อ: 11/11/08 09:15:29 »

หลักทรัพย์ THCOM 
 แหล่งข่าว THCOM 
  หัวข้อข่าว คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ 
  วันที่/เวลา 11 พ.ย. 2551 09:11:06   

  คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ: THCOM

                      1. ภาพรวม

                      ไตรมาส 3/2551 บมจ.ไทยคม ("บริษัทฯ") มีรายได้จากการขายและบริการ 1,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
                      27.6% จากไตรมาส 3/2550 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจ ดาวเทีย มและเกี่ยวเนื่อง ธุร กิจ
                      โทรศัพท์ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานลดลง 163 ล้าน
                      บาท หรือ 79.5% จากไตรมาส 3/2550
                      บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานในเก้าเดือนแรก ปี 2551 จำนวน 12 ล้านบาท ในขณะที่ เก้าเดือนแรก
                      ปี 2550 บริษัทฯ ขาดทุนจากการดำเนินงาน 342 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจากรายได้จากการให้บริการไอ
                      พีสตาร์ในเก้าเดือนแรกปี 2551 ที่เพิ่มขึ้น 55.1%
                      ในไตรมาส 3/2551 บริษั ท มี ข าดทุ นจากอั ต ราแลกเปลี่ ย น จำ นวน 146 ล้ า นบาท ทำ ให้ใ นไตรมาสนี้
                      บริ ษั ท ฯ ขาดทุ น สุ ท ธิ 115 ล้ า นบาท ในขณะที่ ไตรมาส 3/2550 บริ ษั ท ฯ มี มี ผ ลกํ า ไรจากอั ต รา
                      แลกเปลี่ยน 287 ล้านบาท และกำไรจากการขายเงินลงทุน 5,127 ล้านบาท ทำให้มีผลกำไรสุทธิ 3,143 ล้านบาท

                      2. ภาพรวมธุรกิจ

                      ธุรกิจบริการวงจรดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับดาวเทียม
                      บริษัทฯ ยังคงมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการดาวเทียมไทยคมอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ ได้
                      เซ็นสัญญาช่องโทรทัศน์จากต่างประเทศจำนวน 11 ช่อง ซึ่งเป็นสัญญาการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม
                      และสัญญาการใช้บริการส่งสัญญาณออกอากาศโทรทัศน์ โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นมา บริษัทฯ ได้
                      ลงนามเซ็นสัญญากับลูกค้าไปแล้วจำนวนกว่า 25 ช่อง คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 47 ล้านเหรียญสหรัฐ
                      (หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท)
                     
                      บริษัทฯ ได้เสนอขายบริการไอพีสตาร์เป็นเแพ็คเกจแบบใหม่ มีชื่อว่า "ร็อคเก็ตบรอดแบนด์" (Rocket
                      Broadband Package) โดยผ่านทางพันธมิตรของไอพีสตาร์ คือ บริษัท เบย์ซิตี้ คอมมิวนิเคชั่นส จำกัด
                      (BayCity Communications Inc) เพื่อผลักดันยอดผู้ใช้บริการไอพีสตาร์ผ่านรูปแบบบริการที่เลือกใช้ง่าย
                      ตรงความต้องการของลูกค้า และสร้างแบรนด์สินค้าไอพีสตาร์ให้เป็นที่รู้จักและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นใน
                      ตลาดผู้บริโภครายย่อยซึ่งเป็นตลาดกลุ่มเป้าหมายในประเทศนิวซีแลนด์

                      ผู้ให้บริการไอพีสตาร์ (IPSTAR Service Providers) ในประเทศออสเตรเลียจำนวน 5 ราย ได้แก่ บริษัท
                      บรอดแบนด์ ไวร์เลซ พีทีวาย, บริษัท สกายเมช, บริษัท เวสต์เน็ต พีทีวาย, บริษัท เวสต์วิก พีทีวาย, และ
                      บริษัท ออสเตรเลียน ไพรเวท เน็ตเวอร์ค ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการต่อเนื่องของรัฐบาลที่เรียกว่า
                      "Australian Broadband Guarantee" แล้ว โดยบริษัทฯ คาดว่าการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะส่งผลให้
                      ยอดผู้ใช้บริการไอพีสตาร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

                      สถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดิน (หรือเกตเวย์) ไอพีสตาร์ในประเทศฟิลิปปินส์ได้เปิดให้บริการอย่างเป็น
                      ทางการแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งนับเป็นสถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดินแห่งที่ 11 ใน
                      โครงการไอพีสตาร์ โดยบริษัท วี อาร์ ไอ ที ฟิลส์ อินคอร์ปอเรชั่น (We are IT Phils. Inc., "WIT") เป็น
                      ผู้ดูแ ลการให้บริการสถานีเกตเวย์ และ WIT ยังเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไอพีสตาร์ในประเทศอีกด้ว ย
                      นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวแนะนําแพ็คเกจบรอดแบนด์ใหม่ที่ใช้ชื่อว่า "ไอพีสตาร์บิ๊กสกาย"
                      (IPSTAR BigSky Package) เพื่อต้องการเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภครายย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ด้วยราคา
                      เริ่มต้นที่ 49 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน


                      ธุรกิจบริการโทรศัพท์
                      บริษัท ลาวเทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด ("LTC") เปิดให้บริการเครื่อข่ายมือถือ 3G ในประเทศลาวอย่าง
                      เป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา สำหรับพื้นที่ให้บริการของเครือข่าย LTC 3G ใน
                      ระยะแรกนี้ จะครอบคลุมพื้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ทั้งหมด และจะขยายพื้นที่ให้บริการไปยังต่างจังหวัด
                      ในต้นปี 2552 สำหรับพื้นที่ในต่างจังหวัดปัจจุบัน LTC ให้บริการ EDGE และ GPRS ทั่วประเทศ

                      ประเทศกัมพูชาและประเทศลาวมีการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง จึง
                      ส่งผลให้ผู้ประกอบการในประเทศมียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะลูกค้าในระบบ Prepaid ณ สิ้น
                      ไตรมาส 3/2551 LTC และ CamShin มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ 894,259 ราย และ
                      719,573 ราย ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 22.1% และ 61.7% จาก 732,137 ราย และ 444,899 ราย ณ สิ้น
                      ไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว
                      จากการจำหน่ายหุ้นสามัญของ Shenington ในสัดส่วน 49% ให้แก่ AMH ทำให้ บริษัทฯ รับรู้รายได้และ
                      รายจ่ายของ CamShin ในอัตราที่ลดลงจาก 100% เป็น 51% และของ LTC ในอัตราที่ลดลงจาก 49%
                      เป็น 24.99% ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ดังนั้นในไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ จึงมีรายได้จาก
                      การขายและบริการจากธุรกิจโทรศัพท์เพิ่มขึ้นเพียง 3.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

                      ธุรกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ
                      ในไตรมาสนี้ บจ. ดีทีวี เซอร์วิส ("DTV") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ มีการเติบโตของยอดจำหน่าย
                      จาน DTV อย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 DTV มียอดจำหน่ายจาน DTV แล้วทั้งสิ้นประมาณ
                      295,842 ชุด

                  CSL มีรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 7.8% จากไตรมาส 3/2550 เนื่องจากการเติบโตของ
                  รายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบวงจรเช่า (Leased Line) เนื่องจากบริษัทเน้นการขายและการ
                  ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ รายได้จากการให้บริการ
                  อินเทอร์เน็ตแบบหมุนโทรศัพท์ (Dial             up) ลดลง     เนื่องจากลูกค้าบางส่วนได้เปลี่ยนไปใช้บริการ
                  อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสภาพการแข่งขันสูงในกลุ่มลูกค้ารายย่อย

                  3. ผลการดำเนินงาน
                  ข้อมูลการเงินที่สำคัญ

                   ล้านบาท                                          จำนวน                          เปลี่ยนแปลง
                                                            ไตรมาส      ไตรมาส       ไตรมาส      QoQ       YoY
                                                              3/51        2/51         3/50      (%)       (%)

                   รายได้จากการขายและบริการ                   1,782       1,652        1,397     7.9%       27.6%

                   กำไรจากการขายเงินลงทุน                        -           -         5,127        -      -100.0%
               
                   ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสีย       33          20           41      65.0%     -19.5%

                   ต้นทุนขายและบริการ                          1,485       1,243        1,292    19.5%       14.9%

                   ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร                   339         300          310     13.0%       9.4%

                   กำไรจากการดำเนินงาน*                       (42)        109        (205)      n.m.      79.5%

                   กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และ ค่าเสื่อมราคา**     630         759         489     -17.0%      28.9%

                   กำไรสุทธิ                                  (115)       (282)       3,143     59.2%       n.m.

                   กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท)                       (0.10)       (0.26)      2.88      61.5%       n.m.

                  * กำไรจากการดำเนินงาน = รายได้จากการขายและบริการ - ต้นทุนขายและบริการ - ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
                  ** กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และ ค่าเสื่อมราคา = กำไรจากการดำเนินงาน + ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย
                     n.m. = not meaningful

                  รายได้จากการขายและบริการ
                  รายได้จากการขายและบริการรวมในไตรมาส 3/2551 ทั้งสิ้น 1,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 385 ล้านบาท หรือ
                  27.6% จาก 1,397 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจดาวเทียมและ
                  เกี่ยวเนื่อง ธุรกิจโทรศัพท์ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 130 ล้านบาท หรือ
                  7.9% จาก 1,652 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจดาวเทียมและเกี่ยวเนื่อง และ
                  ธุรกิจโทรศัพท์ สุทธิกับรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ

                                                    ไตรมาส          ไตรมาส        ไตรมาส
                   รายได้จากการขายและบริการ            3/51           2/51          3/50         %QoQ     %YoY
                                                                       
                   บริการดาวเทียมและเกี่ยวเนื่อง          1,147          1,033           865         11.0%   32.6%

                   บริการโทรศัพท์                        485            455           470          6.6%    3.2%

                   บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ               150            164            62         -8.5%   141.9%

                   รวม                              1,782          1,652         1,397         7.9%    27.6%

                  รายได้จากการให้บริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
                  บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการวงจรดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในไตรมาส 3/2551 ทั้งสิ้น 1,147
                  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 282 ล้านบาท หรือ 32.6% จาก 865 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน และ
                  เพิ่มขึ้น 114 ล้านบาท หรือ 11.0% จาก 1,033 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน

                       รายได้จากบริการดาวเทียมและ               ไตรมาส    ไตรมาส     ไตรมาส
                       เกี่ยวเนื่อง                               3/51      2/51        3/50     %QoQ     %YoY

                       ดาวเทียมไทยคม 1A, 2, 5 และเกี่ยวเนื่อง      585       572         518      2.3%    12.9%

                       ไอพีสตาร์                                562       461         347     21.9%    62.0%
                         - รายได้จากการขาย                     306       234         163     30.8%    87.7%
                         - รายได้จากการบริการ                   256       227         184     12.8%    39.1%
                       รวม                                  1,147      1 033         865    11.0%    32.6%

                  -    รายได้จากการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมและบริการอื่นที่เกี่ยวเนื่อง 585 ล้านบาท
                       เพิ่มขึ้น 67 ล้านบาท หรือ 12.9% จาก 518 ล้านบาทในไตรมาส 3/2550 และเพิ่มขึ้น 13 ล้าน
                       บาท หรือ 2.3% จาก 572 ล้ า นบาท ในไตรมาสก่ อ น โดยมี ส าเหตุ ห ลั กจากปริม าณเช่ า
                       ช่องสัญญาณดาวเทียมเพิ่มขึ้น
                  -    รายได้จากการให้บริการไอพีสตาร์ 562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 215 ล้านบาท หรือ 62.0% จาก 347
                       ล้านบาท ในไตรมาส 3/2550 และเพิ่มขึ้น 101 ล้านบาท หรือ 21.9% จาก 461 ล้านบาท ใน
                       ไตรมาสก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย UT และจากการให้เช่าช่องสัญญาณ
                       ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) โดยในไตรมาสนี้ ยอดขาย UT เพิ่มขึ้น 99.6% จากไตรมาส
                       เดียวกันปีที่แล้ว

                      รายได้จากการให้บริการระบบโทรศัพท์
                      บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ในไตรมาส 3/2551 ทั้งสิ้น 485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 ล้าน
                      บาท หรือ 3.2% จาก 470 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2550 เนื่องมาจาก LTC และ CamShin ยังคงมีรายได้
                      เพิ่มขึ้น เนื่องจากทั้งในประเทศลาว และประเทศกัมพูชา มีการเติบโตของจำ นวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์
                      อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภท Prepaid ณ สิ้นไตรมาส 3/2551
                      LTC และ CamShin มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ 894,259 ราย และ 719,573 ราย
                      ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 22.1% และ 61.7% จาก 732,137 ราย และ 444,899 ราย ณ สิ้นไตรมาสเดียวกันปี
                      ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รับรู้รายได้จาก LTC และ CamShin ลดลงตามสัดส่วนการลงทุนที่ลดลง
                      หลังการขายเงินลงทุนใน Shenington ในสัดส่วน 49% ให้แก่ AMH ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.
                      2550 ทำให้ในไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการจากธุรกิจโทรศัพท์เพิ่มขึ้นเพียง
                      3.2% จากไตรมาส 3/2550
                      เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท หรือ 6.6%
                      เนื่องจากทั้ง LTC และ CamShin มีรายได้เพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภท Prepaid ที่
                      เพิ่มขึ้น โดยจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมเพิ่มขึ้น 4.6% และ 25.4% ตามลำดับ จาก 855,371 ราย และ
                      573,735 ราย ณ สิ้นไตรมาสก่อน

                      รายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ
                      บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อในไตรมาส 3/2551 ทั้งสิ้น 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
                      88 ล้านบาท หรือ 141.9% จาก 62 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2550 เนื่องจากยอดจำหน่าย DTV ที่เพิ่มขึ้น
                      และจากการที่บริษัท ฯ เริ่มมีรายได้จากการจำหน่าย DTV ในประเทศกัมพูชาและประเทศลาวตั้งแต่
                      ไตรมาส 1/2551 โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ มียอดจำหน่ายของ DTV แล้วทั้งสิ้นประมาณ
                      295,842 ชุด เพิ่มขึ้น 71,079 ชุด จาก ณ สิ้นไตรมาสก่อน
                      เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อลดลง 14 ล้านบาท
                      หรือ 8.5% เนื่องจากยอดจำหน่ายของ DTV น้อยกว่าในไตรมาสก่อน

                      ต้นทุนขายและบริการ
                      บริษัทฯ มีต้นทุนรวมในไตรมาส 3/2551 ทั้งสิ้น 1,485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 193 ล้านบาท หรือ 14.9% จาก
                      1,292 ล้ า นบาท ในไตรมาสเดีย วกั น ของปี ก่อ น จากการเพิ่ ม ขึ้น ของต้น ทุ น ในการให้ บ ริ การดาวเที ย ม
                      บริการโทรศัพท์ และบริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ โดยสัดส่วนต้นทุนรวมต่อรายได้จากการขายและบริการ
                      รวมเท่ากับ 83.3% เปรียบเทียบกับ 92.5% ในไตรมาส 3/2550

                  เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน บริษัทฯ มีต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 242 ล้านบาท หรือ 19.5% จาก 1,243
                  ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการให้บริการดาวเทียมและบริการโทรศัพท์ สุทธิกับการลดลง
                  ของต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ
                                                    ไตรมาส     ไตรมาส    ไตรมาส
                   ต้นทุนขายและบริการ                   3/51       2/51      3/50         %QoQ        %YoY
                                                             
                   บริการดาวเทียมและเกี่ยวเนื่อง          1,088       899       1,006       21.0%        8.2%

                   บริการโทรศัพท์                        280       207         235       35.3%       19.1%

                   บริการอินเตอร์เน็ตและสื่อ               117        137          51      -14.6%      129.4%

                   รวม                              1,485      1,243       1,292       19.5%       14.9%

                  ต้นทุนการให้บริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
                  ต้นทุนในการให้บริการวงจรดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในไตรมาส 3/2551 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,088
                  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82 ล้านบาท หรือ 8.2% จาก 1,006 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน และ
                  เพิ่มขึ้น 189 ล้านบาท หรือ 21.0% จาก 899 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน

                   ต้นทุนจากบริการดาวเทียมและ           ไตรมาส     ไตรมาส    ไตรมาส
                   เกี่ยวเนื่อง                           3/51       2/51      3/50        %QoQ        %YoY

                   ดาวเทียมไทยคม 1A, 2, 5 และเกี่ยวเนื่อง   321       312       328         2.9%        -2.1%

                   ไอพีสตาร์                             767       587       678        30.7%        13.1%

                   รวม                               1,088       899     1,006        21.0%         8.2%

                            ต้นทุนในการให้บริการดาวเทียมไทยคม 1A, 2, 5 และบริการที่เกี่ยวเนื่องในไตรมาส 3/2551 มี
                            จำนวนทั้งสิ้น 321 ล้านบาท ลดลง 7 ล้านบาท หรือ 2.1% จาก 328 ล้านบาท ในไตรมาส
                            เดียวกันของปีก่อน มีสาเหตุหลักจากการลดลงของต้นทุนค่าเบี้ยประกันภัยดาวเทียมบนวงโคจร
                            และเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท หรือ 2.9% จากไตรมาสก่อน มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่า
                            สัมปทานให้แก่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามการเพิ่มขึ้นของรายได้
                            ต้นทุนการให้บริการไอพีสตาร์ 767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89 ล้านบาท หรือ 13.1% จาก 678 ล้าน
                            บาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 180 ล้านบาท หรือ 30.7% จาก 587 ล้านบาท
                            ในไตรมาสก่ อน มีส าเหตุ ห ลั กจากการเพิ่ มขึ้ นของต้นทุ น ตามยอดขาย UT และต้ นทุ นค่ า
                            สัมปทาน

                  ต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์
                  ต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์ในไตรมาส 3/2551 จำนวนทั้งสิ้น 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45 ล้านบาท หรือ
                  19.1% จาก 235 ล้านบาทในไตรมาส 3/2550 และเพิ่มขึ้น 73 ล้านบาท หรือ 35.3% จากไตรมาส
                  2/2551 โดย LTC มีการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาซึ่งเป็นผลมาจากสินทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้นจากการขยาย
                  โครงข่ายโทรศัพท์ในประเทศลาว ในขณะที่ CamShin มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าจากการ
                  ขยายจำนวนสถานีฐาน
                  อย่างไรก็ต าม ในไตรมาส 3/2551 บริษัท ฯ รับรู้ ต้นทุน ตามสัด ส่ว นการลงทุนที่ล ดลงหลังการขายเงิ น
                  ลงทุน 49% ใน Shenington ให้แก่ AMH ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ในขณะที่ การรับรู้ต้นทุน
                  ของ LTC และ CamShin ในช่วง 1-25 กรกฎาคม 2550 ของไตรมาส 3/2550 บริษัทฯ รับรู้ต้นทุนตาม
                  สัดส่วนเดิม

                  ต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อ
                  ต้นทุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อในไตรมาส 3/2551 จำนวนทั้งสิ้น 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66 ล้าน
                  บาท หรือ 129.4% จาก 51 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนจาก
                  การจำหน่าย DTV ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย กัมพูชา และลาว และเมื่อ
                  เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ต้นทุนลดลง 20 ล้านบาท หรือ 14.6% จาก 137 ล้านบาท จากการลดลง
                  ของต้นทุนจากการจำหน่าย DTV ในประเทศไทย กัมพูชา และลาว

                   ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
                   บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และค่าตอบแทนกรรมการ (SG&A) ในไตรมาส 3/2551 รวม
                   ทั้งสิ้น 339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรือ 9.4% จาก 310 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
                   มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าที่ปรึกษาทางการตลาดสำหรับโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ ค่าใช้จ่าย
                   ทางการตลาดจากกลุ่ม ธุร กิจ อิน เทอร์ เน็ ต และสื่อ ค่า ใช้ จ่า ยทางการตลาดจากธุร กิจ โทรศั พท์ จ ากการ
                   โฆษณาทางโทรทัศน์และการจัดโปรโมชั่นที่เพิ่มขึ้น สุทธิกับการลดลงของการรับรู้ค่าใช้จ่าย SG&A ของ
                   CamShin และ LTC ตามสัดส่วนการลงทุนที่ลดลง
                   เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 39 ล้านบาท หรือ 13.0% จาก 300 ล้านบาท
                   สาเหตุหลักจากค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นและค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการใน
                   ประเทศออสเตรเลียของบริษัทไอพีสตาร์ออสเตรเลีย และค่าใช้จ่ายทางการตลาดจากธุรกิจโทรศัพท์ใน
                   ประเทศลาวและจากธุรกิจ DTV

                   ดอกเบี้ยจ่าย

                   บริษัทฯ มีดอกเบี้ยจ่ายทั้งสิ้น 103 ล้านบาท ลดลง 74 ล้านบาท หรือ 41.8% จาก 177 ล้านบาท ในไตรมาส
                   3/2550 เนื่องจากการจ่ายชำระคืนเงินต้นของโครงการดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) และโครงการ
                   ดาวเทียมไทยคม 5 ในไตรมาส 2/2551 และการจ่ายชำระคืนเงินต้นของ DTV ในไตรมาสนี้

                   กำไร/ขาดทุน จากอัตราแลกเปลี่ยน
                   ค่าเงินบาทมีการปรับตัวอ่อนค่าลง ทำให้ในไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งสิ้น
                   146 ล้านบาท ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 287 ล้านบาท

                   ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
                   ในไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ มีส่วนได้เสียในกำไรของบริษัทร่วมกลุ่ม CSL ทั้งสิ้น 33 ล้านบาท ลดลง 8
                   ล้านบาท หรือ 19.5% จาก 41 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเนื่องจาก CSL มี
                   กำไรสุทธิลดลง 24.8% จากไตรมาส 3/2550 โดยสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายใน
                   การขายและบริหารเพิ่มขึ้นในธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์และธุรกิจที่ให้บริการข้อมูล
                   ด้วยเสียง
                   เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน บริษัทฯ มีส่วนได้เสียในกำไรของบริษัทร่วมกลุ่ม CSL เพิ่มขึ้น 13 ล้าน
                   บาท หรือ 65.0% จาก 20 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน สาเหตุหลักเนื่องจาก CSL มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น
                   52.0% จากไตรมาสก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากธุรกิจการให้บริการ
                   อินเทอร์เน็ตและธุรกิจสิ่งพิมพ์ประเภทโฆษณาย่อย และการตัดจำหน่ายค่าความนิยมเป็นค่าใช้จ่ายจาก
                   การเลิกกิจการในไตรมาส 2/2551 ของบริษัท ล็อกซเล่ย์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด ("Loxserve") ซึ่ง
                   เป็นบริษัทย่อยของ CSL

                   ภาษีเงินได้
                   บริษัทฯ สามารถนำผลขาดทุนสะสม (Loss carry forward) ที่เกิดขึ้นมาเพื่อลดฐานในการคำนวณภาษี
                   เงินได้ในอนาคตส่งผลให้บริษัทฯ บันทึกภาษีเงินได้เป็นรายได้ในไตรมาส 3/2551 ทั้งสิ้น 131 ล้านบาท
                   ในขณะที่ ไตรมาส 3/2550 บริษัทฯ มีภาระภาษีเงินได้ทั้งสิ้น 1,955 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาษีเงิน
                   ได้ของกำไรจากการขายเงินลงทุน

                   4. ฐานะทางการเงิน
                   ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 28,531 ล้านบาท ลดลง 1,570 ล้านบาท หรือ 5.2%
                   จาก 30,101 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550 มีสาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่ายอาคารและอุปกรณ์
                   ภายใต้สัญญาสัมปทาน เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลงจากการชำระภาษีค้างจ่ายจากการ
                   จำหน่ายหุ้นสามัญของ Shenington ในสัดส่วน 49% ให้แก่ AMH และจากการชำระคืนเงินต้นของ
                   โครงการดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) โครงการดาวเทียมไทยคม 5 การชำระคืนเงินต้นของ CamShin
                   และ DTV สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของอาคารและอุปกรณ์

                  ส่วนประกอบหลักของสินทรัพย์

                   สินทรัพย์                                  30 กันยายน 2551                      31 ธันวาคม 2550
                                                      จำนวน           ร้อยละของ            จำนวน           ร้อยละของ
                                                     (ล้านบาท)        สินทรัพย์รวม          (ล้านบาท)         สินทรัพย์รวม

                   สินทรัพย์หมุนเวียน                     3,474              12.2             4,313              14.3

                   เงินลงทุนในบริษัทร่วม                    461               1.6               676               2.2

                   อาคาร และอุปกรณ์                    4,984              17.5             4,505              15.0

                   อาคารและอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทาน     17,500              61.3            18,777              62.4

                   สินทรัพย์ไม่มีตัวตน                      1,251              4.4              1,302              4.3

                  สภาพคล่อง
                  ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ มีอัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน 1.20 เท่า เพิ่มขึ้นจาก
                  0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2550

                  เงินลงทุน
                  บริษัทฯ บันทึกเงินลงทุนโดยวิธีส่วนได้เสียในกลุ่ม CSL ในรายการเงินลงทุน โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/2551
                  บริษัทฯ มีเงินลงทุนในบริษัทร่วมทั้งสิ้น 461 ล้านบาท ลดลง 215 ล้านบาท หรือ 31.8% จาก 676 ล้าน
                  บาท ณ สิ้นปี 2550 เนื่องจากรับรู้ผลประกอบการของ CSL ในช่วงเก้าเดือนแรกปี 2551 ตามสัดส่วน
                  จำนวน 80 ล้านบาท สุทธิกับเงินปันผลจ่ายของ CSL จำนวน 107 ล้านบาท และการลดลงจากการลดทุน
                  จำนวน 188 ล้านบาท

                  อาคารและอุปกรณ์สุทธิ
                  บริษัทฯ มีอาคารและอุปกรณ์สุทธิ (PPE) ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 ทั้งสิ้น 4,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 479
                  ล้านบาท หรือ 10.6% จาก ณ สิ้นปี 2550 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 4,505 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจากการซื้อ
                  สินทรัพ ย์เ พิ่ม ในงวดเก้า เดื อนจำ นวน 908 ล้ า นบาท ซึ่ง ส่ว นใหญ่ เป็ นสิ นทรัพ ย์สํ า หรับ การขยายธุ ร กิ จ
                  โทรศัพท์ในประเทศกัมพูชาและลาว สุทธิกับค่าเสื่อมราคา/ค่าตัดจำหน่ายอาคารและอุปกรณ์จำนวน 508
                  ล้านบาท โดย PPE ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 ได้รวมสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานของ CamShin ซึ่ง
                  เป็นกิจการร่วมค้าเป็นจำนวนเงินประมาณ 1,455 ล้านบาท ลดลงสุทธิประมาณ 156 ล้านบาท จาก 1,611
                  ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550

                  อาคารและอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานสุทธิ
                  บริษัทฯ มีอาคารและอุปกรณ์ภายใต้สัญญาสัมปทานสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 ทั้งสิ้น 17,500 ล้าน
                  บาท ลดลง 1,277 ล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2550 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 18,777 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจาก
                  การตัดค่าเสื่อมราคาในงวดเก้าเดือนที่ผ่านมา

                  สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
                  บริษัทฯ มีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 ทั้งสิ้น 1,251 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีค่า
                  เสื่ อ มราคาและค่ า ตั ด จํ า หน่ า ย สุ ท ธิ กั บ การปรั บ ปรุ ง การแปลงค่ า เงิ น ตราต่ า งประเทศ และสิ น ทรั พ ย์ ที่
                  เพิ่มขึ้นจากการพัฒนา UT ทำให้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสุทธิลดลง 51 ล้านบาท จาก ณ สิ้นปี 2550 ที่มี
                  จำนวนทั้งสิ้น 1,302 ล้านบาท

                  เงินกู้ยืม และ ส่วนของเจ้าของ
                  ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ มีเงินกู้ยืมสุทธิทั้งสิ้น 9,166 ล้านบาท ลดลง 679 ล้านบาท จาก 9,845
                  ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550        สาเหตุห ลักจากการชำ ระคืนเงินต้นของโครงการดาวเทีย มไอพีส ตาร์แ ละ
                  ดาวเทียมไทยคม 5 การชำระคืนเงินกู้สำหรับการขยายธุรกิจโทรศัพท์ของ CamShin และการชำระคืน
                  เงินกู้ของ DTV
                  ณ สิ้นไตรมาส 3/2551 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 16,672 ล้านบาท ลดลง 12 ล้านบาท จาก
                  16,684 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2550 สาเหตุหลักเนื่องจากบริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุด

                       วันที่ 30 กันยายน 2551 จำนวน 116 ล้านบาท สุทธิกับกำไรจากการแปลงค่างบการเงินของหน่วยงานใน
                       ต่างประเทศ 81 ล้านบาท และกับทุนเรือนหุ้นที่ออกเพิ่มจำนวน 23 ล้านบาท
                       จากเงินกู้ยืมที่ลดลงในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 ทำให้บริษัทฯ มีอัตราส่วนเงินกู้ยืม
                       สุทธิต่อส่วนทุน 0.55 เท่า ลดลงจาก 0.59 ณ สิ้นปี 2550

                       งบกระแสเงินสด
                       บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551
                       ทั้งสิ้น 171 ล้านบาท ในขณะที่มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปเพื่อการลงทุนทั้งสิ้น 133 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่
                       เป็นเงินสดจ่ายเพื่อซื้ออุปกรณ์สำหรับการให้บริการดาวเทียมและการขยายธุรกิจโทรศัพท์ โดยบริษัทฯ มี
                       กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินทั้งสิ้น 822 ล้านบาท โดยมีการชำระเงินกู้ยืมระยะยาว 1,087
                       ล้านบาท จากการชำระคืนเงินต้นของโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์และดาวเทียมไทยคม 5 การชำระคืน
                       เงินกู้สำหรับการขยายธุรกิจโทรศัพท์ของ CamShin และการชำระคืนเงินกู้ของ DTV
                       บริษัทฯ มีเงินสดคงเหลือ ณ วันที่ 30 กันยายน 2551 ทั้งสิ้น 1,642 ล้านบาท


ในเอกสารชุดนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต (ไม่ว่าจะเป็นการประมาณการทางด้านการเงินหรือการประมาณการ
ทางด้านธุรกิจในส่วนอื่นๆ) ตัวอย่างของคำที่ใช้ในการประมาณการถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น "อาจจะ", "จะ", "คาดว่า", "ประมาณ", "เชื่อว่า" เป็น
ต้น แม้ว่าประมาณการดังกล่าวจะประเมินขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นฐาน บริษัทฯ ไม่สามารถรับประกันหรือยืนยันได้ว่า การประมาณการดังกล่าว
จะเกิดขึ้นตรงตามที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ในอนาคต ดังนั้นผู้ใช้ข้อมูลดังกล่าวจึงควรระมัดระวังในการใช้ข้อมูลประมาณการข้างต้น

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #23 เมื่อ: 29/01/09 13:12:59 »

 แหล่งข่าวจากบมจ.ไทยคม หรือ THCOM กล่าวกับ “อินโฟเควสท์" ว่า บริษัทคาดว่าในปี 2552 จะพลิกมีกำไรครั้งแรกในรอบหลายปีหลังจากที่ iPSTAR จะเข้าสู่จุดคุ้มทุนในปีนี้ แม้ว่าปีนี้บริษัทยังมีภาระในการจ่ายค่าเสื่อมราคาของ IPSTAR สูงกว่า 1.4 พันล้านบาทที่เคยจ่ายในปี 51 ก็ตาม


  ทั้งนี้ บริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วตั้งแต่ปี 2550-2551 ซึ่งในปีนี้บริษัทน่าจะมีผลประกอบการโดยรวมที่ดีกว่าปี 51 ด้วย เนื่องจากการเซ็นสัญญาการเปิดให้บริการดาวเทียม iPSTAR ในประเทศอินเดียได้ในปีนี้ ซึ่งเป็นการเจรจาที่ต่อเนื่องมานาน ดังนั้นการที่คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ในปีนี้จึงเป็นข่าวดีสำหรับบริษัท โดยการเข้าไปทำธุรกิจในประเทศอินเดียเป็นรูปแบบการเข้าไปเป็นพันธมิตรกับบริษัทโทรคมนาคมในประเทศอินเดีย ซึ่งหากเซ็นสัญญา แล้วจะเป็นประเทศที่ 10 ใกล้ครบ 14 ประเทศ ที่ iPSTAR สามารถดำเนินธุรกิจได้ นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับประเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่นและไต้หวัน
         “ปี 52 น่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับ THCOM เพราะเราผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และจะได้เห็นกำไรเพราะ iPSTAR เข้าสู่จุดคุ้มทุน จากที่ผ่านมา iPSTAR คือตัวฉุดให้บริษัทขาดทุน
         ส่วนรายได้ปีนี้ดีกว่าปี 51 อยู่แล้ว เพราะปี 51 มีการทำธุรกิจในประเทศเดิมๆอย่าง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แต่ปีนี้การเจรจากับอินเดียมีความคืบหน้าบริษัทก็อยากให้จบเร็วที่สุด และหวังว่าการใกล้ 14  ประเทศตามสัมปทานจะยิ่งส่งผลดีต่อบริษัท" แหล่งข่าว กล่าว
         อย่างไรก็ตามในปี 2552 จะมีดาวเทียมไทยคม 1 ปลดออกจากวงโคจรเนื่องจากครบอายุสัมปทาน คาดว่าจะปลดในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ โดยลูกค้าที่ใช้สัญญาณดาวเทียมไทยคม 1 จะถูกโยกไปยังดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งเป็นดาวเทียมที่เข้าสู่วงโคจรเมื่อปี พ.ศ.2549
         ทั้งนี้ การที่ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญนั้นมองว่านักวิเคราะห์ประเมินธุรกิจของบริษัทว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจัยวิกฤตเศรษฐกิจ รวมทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย เพราะกลุ่มโทรคมนาคมมีความเสี่ยงและความผันผวนน้อยกว่าหุ้นกลุ่มอื่นด้วย และราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ต้องถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับบุ๊คแวลูที่สูงถึง 15 บาทต่อหุ้น ดังนั้นการที่ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับบริษัท




--อินโฟเควสท์ โดย สารภี สายะเวส/รัชดา โทร.0-2253-5050 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #24 เมื่อ: 20/02/09 12:10:50 »

THCOM มั่นใจปี 52 พลิกมีกำไรได้แน่ รายได้โตเป็น 2 digit จากปีก่อน

         นายธนฑิต เจริญจันทร์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายการเงินและการบัญชี บมจ.ไทยคม(THCOM)มั่นใจว่า ในปี 52 บริษัทจะพลิกสถานการณ์กลับมามีกำไรได้แน่นอน หลังจากปี 51 ขาดทุน 713 ล้านบาท ทั้งนี้ มาจากการที่ iPSTAR จะเข้าสู่จุดคุ้นทุนตั้งแต่เริ่มดำเนินการมา โดยปีนี้ตั้งเป้าว่าจะได้ตลาดใหม่ 4 ประเทศ  คือ ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และอินเดีย ซึ่งหวังว่าจะจะได้เห็นรายได้เข้ามาในช่วงครึ่งปีแรกปีนี้

         "ที่อินเดีย ซึ่งเลื่อนจากปีที่แล้ว ขณะนี้รอเพียงการเซ็นสัญญาสุดท้าย และหากเซ็นสัญญาแล้วคาดว่าจะสามารถเริ่มได้ทันทีภายใน 2 เดือน"นายธนฑิต กล่าว

         และหากปีนี้ขยายดาวเทียมไทยคมได้ตามเป้าหมาย คาดว่ารายได้จาก iPSTAR จะเติบโตถึง 30% เพราะตลาดเดิมอย่างออสเตรเลีย และไทย ยังขยายตัวอีกมาก ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #25 เมื่อ: 19/03/09 12:00:05 »

THCOM เผยเตรียมเปิดให้บริการ iPSTAR ที่ญี่ปุ่น 1 เม.ย.นี้

         นายดำรงค์ เกษมเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ไทยคม(THCOM)และประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ไอพีสตาร์ จำกัด (สาขาประเทศญี่ปุ่น)กล่าวว่า บริษัท ไอพีสตาร์ จำกัด สาขาประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ THCOM ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการต่างๆ (License)ที่จำเป็นต่อการให้บริการไอพีสตาร์ รวมทั้งการควบคุมดูแลสถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดินไอพีสตาร์ในญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะเปิดให้บริการทันทีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2552 นี้เป็นต้นไป

        สำหรับสถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดินของไอพีสตาร์ (IPSTAR Gateway) นั้น  บริษัทฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วเช่นเดียวกัน โดยสถานีดังกล่าวตั้งอยู่ที่เมืองไซทามะ(Saitama) ซึ่งอยู่ห่านงจากย่านใจกลางกรุงโตเกียวออกไปประมาณ 60 กิโลเมตร โดยบริษัท ไอพีสตาร์ จำกัด สาขาประเทศญี่ปุ่น จะเป็นผู้ดูแลสถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดินไอพีสตาร์ พร้อมทั้งให้บริการ
ไอพีสตาร์ในประเทศญี่ปุ่น
 
        บริษัทฯ มีแผนจะให้บริการเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (Universal Service Obligation — USO) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทหรือพื้นที่ห่านงไกล ซึ่งไม่มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปถึงบริเวณดังกล่าวหรือมีบริการแต่ไม่เพียงพอกับความต้องการ

         "บริษัท ไอพีสตาร์ จำกัด ในประเทศญี่ปุ่นของเราได้รับใบอนุญาตต่างๆ ที่จำเป็นจากหน่วยงานที่กำกับดูแลจากภาครัฐ เพื่อให้
ไอพีสตาร์สามารถเปิดให้บริการ และดูแลสถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดิน ในปัจจุบันมีจำนวนครัวเรือนในญี่ปุ่นกว่า 800,000 ครัวเรือน ที่ยังไม่ได้รับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ โดยไอพีสตาร์ตั้งเป้าไว้ประมาณ 200,000 ครัวเรือนในปีต่อๆ ไปหลังจากนี้ และสำหรับตลาดญี่ปุ่น เราจะเริ่มต้นราคาค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 30 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (1,070 บาท หรือ 2,890 เยน) ต่อเดือน" นายดำรงค์ กล่าว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #26 เมื่อ: 15/05/09 11:17:18 »

THCOMการันตีปีนี้ถึงจุดคุ้มทุน

รุกรายได้ค่าเช่าช่องเพิ่ม งบQ1ขาดทุน220ล้าน

"ไอพีสตาร์"เน้นสร้างรายได้จากบริการเช่าช่องสัญญาณเปิดให้ลูกค้าตปท.ใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่น  หวังดันสัดส่วนรายได้เป็น  60% พร้อมถึงจุดคุ้มทุนสิ้นปีนี้ ส่วนงบไตรมาสแรกยิ้มรับผลขาดทุนเหลือ 220 ล้านบาท ลดลงกว่า 21% พร้อมให้ "อารักษ์" นั่งเก้าอี้ซีอีโอคนใหม่

นายปฐมภพ สุวรรณศิริ ผู้อำนวยการสำนักการตลาด ไอพีสตาร์ บริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน) หรือ THCOM เปิดเผยว่า กลยุทธ์การของดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) จากนี้บริษัทจะมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากการให้บริการเช่าช่องสัญญาณ  (แบนด์วิธ)  เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ผ่านดาวเทียมมากกว่าการสร้างรายได้จากการขายอุปกรณ์รับสัญญาณปลายทาง (Unit Terminal)

ด้วยศักยภาพที่แบรนด์วิธของอีสตาร์  สามารถรองรับการใช้งานได้ถึง 45 กิกะบิตต์ แต่ปริมาณการใช้ปัจจุบันคิดเป็น 10% เท่านั้น ขณะที่ความต้องการใช้ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ในภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำก็ตาม ประกอบกับการคิดอัตราค่าบริการของไอพีสตาร์ถือว่าถูกที่สุดในเอเชีย

ทั้งนี้ THCOM เริ่มปรับนโยบายใหม่อนุญาตให้ลูกค้า สามารถใช้อุปกรณ์ต่อเชื่อมที่เหมาะสมกว่า หรือใช้อุปกรณ์ที่ได้มีการติดตั้งอยู่แล้ว แทนการซื้ออุปกรณ์จากไอพีสตาร์เท่านั้น เพื่อเป็นการเปิดโอกาส และขยายตลาดการใช้แบนด์วิธมากขึ้น เช่น ตลาดออสเตรเลีย เป็นต้น

ตั้งเป้าจนถึงสิ้นปีนี้จะมีสัดส่วนรายได้จากบริการแบนด์วิธเป็น  60% และการขายยูที 40% จากปัจจุบันสัดส่วนการขายคิดเป็น 50 ต่อ 50 ผลักดันให้ธุรกิจไอพีสตาร์ สามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในสิ้นปี 2552 นี้หรือกลางปี 2553

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงวางเป้าหมายขยายตลาดต่างประเทศให้ครบ 14 ประเทศภายในปีนี้ โดยตลาดล่าสุด ได้แก่ ญี่ปุ่น ซึ่งถือว่ามีศักยภาพมาก เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายสนับสนุน 800,000 ครัวเรือนให้เข้าถึงการใช้บรอดแบนด์ และในต้นเดือนมิ.ย. คาดว่าจะเปิดให้บริการที่อินโดนีเซีย อินเดีย และไต้หวันต่อไป

นายปฐมภพ ยังกล่าวถึง ความคืบหน้าการทำตลาดไอพีสตาร์ที่จีนว่า หลังจากรัฐบาลจีนได้ปรับโครงสร้างธุรกิจโทรคมนาคมใหม่      ส่งผลให้บริษัทอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ไชน่า เทเลคอม ระหว่างนี้อยู่ระหว่างหารือการดำเนินธุรกิจ ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าไอพีสตาร์จะเป็นช่องทางเชื่อมต่อการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จีในจีนที่รัฐบาลกำลังจะผลักดันอย่างมาก

ด้านนายธนฑิต   เจริญจันทร์  รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี ไทยคม  กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2552 ว่า THCOM มีผลขาดทุนสุทธิ 220 ล้านบาท ลดลง 21% จากที่ไตรมาสเดียวกันปีก่อน มีผลขาดทุนอยู่ที่ 280 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขาย และบริการรวมมีจำนวน 1,758 ล้านบาท ลดลง 5.3% เทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากยอดขายยูทีน้อยลง  เพราะไม่มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก (บิ๊กล็อต) ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

อย่างไรก็ดี THCOM แต่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 2.1% แบ่งเป็นรายได้จากบริการดาวเทียมและเกี่ยวเนื่อง  1,081  ล้านบาท บริการโทรศัพท์ 591 ล้านบาท และบริการอินเตอร์เน็ต และสื่อ 86 ล้านบาท ขณะที่ไอพีสตาร์มีรายได้ 493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4%

รวมทั้ง  ยังมีการแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  THCOM แทนนายดำรงค์ เกษมเศรษฐ์ที่ล่าออกไป โดยให้นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ ดำรงตำแหน่งแทน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #27 เมื่อ: 30/05/09 12:52:55 »

น้อง นานาครับขอกราฟขอเม้น ด้วยครับ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #28 เมื่อ: 30/05/09 13:07:47 »

หวัดดีค่ะพี่ insider
น้อง นานา ยินดีที่ได้รับใช้ค่ะ
ป.ล. เรื่องกราฟ อ่ะ ชิว ชิว เรื่องเม้นท์ อ่ะ.......งุงิ


* drawchart.thcom12.png (24.94 KB, 843x1035 - ดู 719 ครั้ง.)

* drawchart.thcom6.png (21.84 KB, 843x1035 - ดู 721 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
ออมสิน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,526


สิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือ ความไม่แน่นอน


« ตอบ #29 เมื่อ: 02/06/09 09:41:22 »

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : THCOM แนะนำ “เก็งกำไร” มูลค่าเหมาะสม 6.30
บาท

          THCOM รายละเอียดจากการประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst meeting) วันที่ 1 มิ.
ย. 2552 

ความเห็นนักวิเคราะห์ : SCRI ได้ข้อมูลใหม่จากการประชุม ดังนี้
   ธุรกิจดาวเทียม Conventional มีกำไรเพิ่มจากค่าเสื่อมที่ลดลง : ดาวเทียม
ไทยคม 1 หมดอายุในเดือน พ.ค. 2552 โดย THCOM ได้โอนย้ายลูกค้าของดาว
เทียมไทยคม 1 ไปใช้ช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 5 ทั้งหมดแล้ว ส่วนดาว
เทียมไทยคม 2 ที่กำลังจะหมดอายุลง ผู้บริหารกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาทาง
เลือก โดยอาจจะมีการเช่าช่องสัญญาณของดาวเทียมดวงอื่นแทนไปก่อน อย่างไรก็
ดี THCOM ไม่มีแผนลงทุนสร้างดาวเทียมใหม่ไปทดแทน ทั้งนี้ ดาวเทียมที่หมดอายุ
ลงได้ส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาของ THCOM ลดลงประมาณ 50 ล้านบาท/ไตรมาส หรือ
ลดลงราว 120 ล้านบาทในปี 2552 และ 200 ล้านบาท ในปี 2553 ดังนั้นหาก
THCOM ไม่มีการลงทุนสร้างดาวเทียมเพิ่มจะทำให้กำไรขั้นต้นของ THCOM ปรับตัว
ดีขึ้น 
   IPSTAR จะสัญญากับรัฐบาลอินเดียใน 2H/52 : หลังจากที่ THCOM ได้ติด
ตั้ง IPSTAR Gateway ในประเทศอินเดียแล้วเสร็จ แต่ยังไม่มีการทำสัญญาอย่างเป็น
ทางการกับรัฐบาลอินเดียเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศอินเดีย
เอง อย่างไรก็ดี ผู้บริหารได้ให้น้ำหนักต่อการเดินหน้าในการทำสัญญามากขึ้นเพราะ
อินเดีย เป็นตลาดที่สำคัญและเป็นความหวังที่จะทำให้ THCOM มีกำไรจากการ
ดำเนินธุรกิจได้ ทั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงมากขึ้นว่าการทำสัญญาอย่างเป็นทางการ
ระหว่าง THCOM และ องค์การโทรศัพท์ของอินเดียจะเกิดขึ้นได้ใน 2H/52 หลังจากที่
ต้องรอการเลือกตั้งใหม่ของอินเดียให้สิ้นสุดลง และถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้
อัตราการใช้ Bandwidth ของ IPSTAR เพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 10% เป็น 15%
(รวมตลาด IPSTAR อื่นๆ) ได้ในปี 2552 เนื่องจากองค์การโทรศัพท์ของอินเดีย มี
กำหนดขั้นต่ำ (Minimum Gaurantee) ในการใช้ Bandwidth ของ IPSTAR โดยต้อง
จ่ายค่าเช่าในอัตราคงที่ต่อปี ซึ่งจะทำให้กระแสเงินสดของ IPSTAR เพิ่มขึ้นมากใน
อนาคต สำหรับ การทำตลาดในประเทศจีน THCOM อยู่ระหว่างการทำความร่วมมือ
กับพันธมิตรใหม่ คือ CHINA Telecom ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมราย
ใหญ่ของจีน ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งประการสำคัญ ที่จะช่วยขยายฐานการให้
Bandwidth ของ IPSTAR ได้   
   ธุรกิจโทรศัพท์ในกัมพูชาและลาว ยังเติบโตดี : ธุรกิจโทรศัพท์ของ
THCOM ที่ได้จากการถือหุ้นใน Shenington นั้นยังมีอัตราการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง โดย
ใน Q1/52 รายได้จากการให้บริการยังเติบโตถึง 40% yoy และ 5% qoq โดยธุรกิจนี้
ถือว่าเป็นธุรกิจสร้าง EBITDA ให้กับ THCOM ในระดับที่สูง เนื่องจากต้นทุนการ
ดำเนินธุรกิจค่อนข้างต่ำ ทำให้ EBITDA Margin จึงสูงที่สุดเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ทั้ง
นี้ แนวโน้มของธุรกิจโทรศัพท์ในกัมพูชา (MFONE) ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง เพราะ
การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยมี Penetration rate เพียง 20% ส่วน
ประเทศลาว (LTC) การเติบโตในอนาคตจะมาจากการให้บริการ 3G ซึ่งผู้บริโภคนิยม
ใช้สำหรับการใช้อินเตอร์เนตไร้สาย ทั้งนี้ผลประกอบการของลาวอยู่ในเกณฑ์ดีกว่า
กัมพูชาค่อนข้างมากโดยใน Q1/52 MFONE มีกำไรสุทธิ 3.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใน
ขณะที่ LTC มีกำไรสุทธิ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ LTC สามารถจ่ายเงินปันผลให้
กับ THCOM ในระดับที่สูง       
   คำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐาน : ผู้บริหาร THCOM ประเมินว่ามูลค่า
หุ้นของ THCOM ในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับมูลค่ากิจการทั้งหมด
ของ THCOM โดยในกรณีที่เลวร้ายที่สุดจะมีมูลค่า 12 บาท/หุ้น ซึ่งมูลค่าดังกล่าวรวม
มูลค่าทางบัญชีของดาวเทียมทั้ง 4 ดวง คิดเป็น 17,362 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้รวม
ส่วนของการถือครองหุ้นใน SHENINGTON อีก 6 บาท/หุ้น และ CSL อีก 2 บาท/หุ้น
(ข้อมูล ณ เดือน ต.ค. 2551) ปัจจุบัน THCOM ซื้อขายที่ระดับ P/BV ที่เพียง 0.30
เท่า ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มสื่อสารด้วยกัน แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติของหุ้น
THCOM ที่ซื้อขายที่ P/BV ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว ทั้งนี้ SCRI เชื่อว่า แนวโน้มผลการ
ดำเนินงานของ THCOM จะไม่แย่ลงไปมากกว่านี้เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการ
ปลดระวางดาวเทียม 2 ดวง ประกอบกับความเป็นไปได้มากขึ้นว่าการเซ็นสัญญากับ
รัฐบาลอินเดียจะเกิดได้ในปีนี้รวมถึงการทำตลาดเชิงพาณิชย์ในจีน ซึ่งถือว่าเป็นข่าว
บวกต่อ IPSTAR ดังนั้น SCRI จึงแนะนำ “เก็งกำไร” มูลค่าเหมาะสม 6.30 บาท
(SCRI อยู่ระหว่างการปรับประมาณการ THCOM ใหม่) 
            
            
 

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   02/06/09   เวลา   9:37:48

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #30 เมื่อ: 02/06/09 12:11:48 »

Sector:เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

PE Sector (x)          26.97

บมจ. ไทยคม  – THCOM
แนะนำ:   เก็งกำไรระยะสั้น
Share price(01/06/52) (Bt)   4.22
Fair Value (Bt)              6.44
Upside gain (%)             52.61
Beta (x)                     1.60

ลุ้นเซ็นสัญญากับอินเดีย ต้น 4Q09
          อินเดีย...สัญญากับอินเดียใกล้เป็นความจริง: ผู้บริหาร THCOM ค่อนข้างมั่นใจว่าการเจรจาระหว่างรัฐบาลอินเดีย คู่ค้าและ iPSTAR ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงแล้ว หลังการเลือกตั้งที่ประเทศอินเดียเสร็จสิ้นลงเมื่อปลายเดือนก่อน โดยสัญญาเหลือเพียงการพิจารณารายละเอียดด้านกฎหมายเท่านั้น โดยผู้บริหารคาดว่าบริษัทฯ จะสามารถเซ็นสัญญากับทางรัฐบาลอินเดียได้อย่างเร็วคือต้นไตรมาส 4 ปีนี้ และข้อดีของข้อตกลงนี้คือ บริษัทฯ สามารถทยอยรับรู้รายได้จากการเซ็นสัญญาได้ทันทีในปีนี้   
 
         จีน...เตรียมเซ็นสัญญากับ China Telecom ทำธุรกิจร่วมกันอย่างเป็นทางการ: หลังจากรัฐบาลจีนได้มีการปรับโครสร้างธุรกิจสื่อสารและเทคโนโลยีตลอดปีที่ผ่านมา มีการควบรวมกิจการกันทำให้จำนวนผู้ให้บริการเหลือเพียง 3 รายจากเดิม 6 ราย โดย China SatCom ที่มี China Telecom เป็นพันธมิตรกับ iPSTAR นั้น ได้รวมกิจการดาวเทียมและโทรทัศน์ทั้งหมดเข้ามาไว้ด้วยกัน การทำงานจึงราบรื่นขึ้นมาก ช่วงแรก iPSTAR จะเน้นบริการด้านโทรศัพท์ทางไกลในชนบทก่อน เนื่องจากความต้องการมีสูงมากในแต่ละมณฑลในจีน ขณะที่คาดหวังความร่วมมือกับ China Telecom ในการขยายบริการ Internet Broadband ผ่านฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ China Telecom และโครงการรัฐเกี่ยวกับระบบการเตือนภัย ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะผูกตลาดที่ฟิลิปปินส์, อินโดฯ และมาเลย์ เข้าไว้ด้วยกัน (รวม 19% ของ Total capacity ของ iPSTAR) เร่งทำตลาดรายย่อย และเมื่อรวมกับตลาดในอินเดียและจีน ทำให้ iPSTAR มีฐานลูกค้าในมือเกือบ 50% ของประชากรโลก
 
         2H09 เร่งผลักดันการใช้ Bandwidth บน iPSTAR-มือถือในอินโดจีนเติบโตดีมาก: อย่างที่เราได้เคยนำเสนอไว้ในรายงานเกือบทุกฉบับ ว่าการทำตลาด iPSTAR นับจากนี้ จะมุ่งเน้นปริมาณการใช้ Bandwidth บน iPSTAR มากกว่าการเร่งยอดขายอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ (UT) ซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำ ขณะที่รายได้ที่เกิดจากการใช้ Bandwidth ที่มีต้นทุนการดำเนินงานเพียง 20% ทำให้อัตรากำไรสูงกว่ามาก โดยผู้บริหารย้ำว่าในช่วงครึ่งหลังของปี จะเน้นนโยบายการใช้ Bandwidth ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการทำงามร่วมกับภาครัฐให้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาด Australia New Zealand และไทย ที่มีฐานลูกค้าที่ใช้บริการ iPSTAR อยู่แล้ว เช่นเดียวกับตลาดที่ญี่ปุ่นที่ช่วงแรกได้มีการให้ทดลองการใช้งานบน iPSTAR ไปแล้ว โดยผู้บริหารคาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านรายได้ชัดเจนขึ้นใน 3Q09

          ส่วนธุรกิจการให้บริการมือถือในลาวและกัมพูชา จะเติบโตแบบก้าวกระโดดหลังเปิดให้บริการ 3จี เต็มที่ โดยจะมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้งานด้านข้อมูลให้มากขึ้นเพื่อผลักดันรายได้จากการให้บริการด้าน Non-voice ให้เติบโตเร็วขึ้น และแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาการแข่นการให้บริการมือถือ โดยเฉพาะในกัมพูชา (Mfone) จะมีการแข่งขันรุนแรงมากจากการตัดราคาของผู้ให้บริการรายเล็ก แต่คุณภาพของเครือข่ายที่ไม่สามารรองรับการใช้งานให้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ลูกค้ายังคงไหลเข้ามายัง Mfone อย่างต่อเนื่อง     
 
         คงประมาณการ-ราคาเป้าหมาย: เรายังคงประมาณการเชิงอนุรักษ์นิยม ด้วยอัตราการใช้งานบน iPSTAR ในปีนี้ที่ 12% (ไม่รวมจีนและอินเดีย) ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปี 2013 ที่ 30% หลังคาดว่าตลาดจีนและอินเดียจะทยอยเปิดให้บริการและทยอยสร้างรายได้ (ผู้บริหารคาด U-rateบน iPSTAR จะอยู่ที่ 15% กรณีรวมจีนและอินเดียและจะเพิ่มเป็น 30% ในปี 2010) โดยเราคาดว่า THCOM จะพลิกมีกำไรปรกติได้ราว 385 ล้านบาท (EPS 0.35 บาท) ในปี 2010 (จากเดิมคาดว่าจะมีกำไรปรกติในปี 2009 แต่จากต้นทุนการย้ายลูกค้า T-1 ไปยัง T-5 เกือบ 40 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการทำตลาด iPSTAR ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดตลาดในแถบเอเชียเพิ่มขึ้น อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน เราจึงคาดว่า THCOM จะยังมีผลขาดทุนปรกติเล็กน้อยราว 53 ล้านบาท หรื -0.05 บาท/หุ้น) โดยราคาหุ้นที่เหมาะสมภายใต้สมมติฐานดังกล่าวจะอยู่ที่ 6.44 บาท/หุ้น (มูลค่าทางบัญชีที่ 14.7 บาท/หุ้น)
 
         ระยะสั้น แนะนำ “เก็งกำไร” จากข่าวการเซ็นสัญญากับอินเดียที่ใกล้บรรลุใน 4Q09 แต่สำหรับการลงทุนระยะยาวแล้ว การที่ราคาหุ้น THCOM ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาที่ปรับตัวขึ้นมากถึง 36% (แม้ว่ายังมีส่วนต่างจากมูลค่าที่เหมาะสมอยู่ถึง 53%) กอปรกับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในการเซ็นสัญญากับอินเดียที่อาจถูกเลื่อนออกไปอีก จากที่คาดไว้ในช่วงต้น 4Q09 รวมทั้งการทำการตลาดในจีนที่ยังไม่คืบหน้า ระยะยาวเราจึงแนะนำเพียง “ถือ”

          โดย บล.สินเอเซีย จำกัด ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2552

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #31 เมื่อ: 02/06/09 12:13:05 »

กลุ่มเทคโนโลยี/เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ไทยคม – THCOM - ซื้อ

ราคาพื้นฐาน :          5.90         
คำแนะนำ :            ซื้อ         
ราคาปิด (1 มิ.ย. 52) : 4.22

ผู้บริหารมั่นใจว่าจะเริ่มมีรายได้ในประเทศอินเดียปีนี้
          - คาดว่าในปลาย 3Q52 หรือภายในต้นไตรมาสที่ 4 นี้จะมีการเซ็นสัญญากับ Partner ใน การให้บริการไอพีสตาร์ในประเทศอินเดีย
            ส่วนในจีนก็จะเซ็นสัญญาการให้บริการกับ China Telecom เร็วๆ นี้
          - ธุรกิจโทรศัพท์มีการเติบโตที่ดี
          - คาดปีนี้มีกำไรเพียง 13.77 ล้านบาท เพราะการให้บริการในประเทศอินเดีย และจีนล่าช้า กว่าแผนที่วางไว้
          - ราคาพื้นฐาน 5.90 บาทต่อหุ้นยังแนะนำ "ซื้อ"

ผู้บริหารมั่นใจว่าจะเริ่มมีรายได้ในประเทศอินเดียปีนี้
          ขณะนี้อยู่รหว่างการร่างสัญญากับ Partner ในการให้บริการไอพีสตาร์ในประเทศอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ในไตรมาสที่ 3 นี้ หรืออย่างช้าก็ต้นไตรมาสที่ 4 ซึ่งหลังจากเซ็น สัญญาก็จะเริ่มสร้างรายได้ได้ทันที เพราะมีลูกค้ารอใช้บริการอยู่แล้ว อินเดียมีความ ต้องการใช้ไอพีสตาร์ประมาณ 7.9 Gbps หรือคิดเป็นประมาณ 17.5% ของไอพีสตาร์ Capacity ในสัญญาการใช้บริการน่าจะเป็นการเพิ่มการใช้บริการ Bandwidth เพิ่มขึ้นเป็นช่วงๆ ซึ่งกว่าจะใช้บริการครบ  7.9Gbps น่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี

          สำหรับในประเทศจีนหลังจากเปลี่ยน Partner จาก China Sat เป็น China Telecom ก็คาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาการให้บริการเร็วๆ นี้ ซึ่งลูกค้าของ China Telecom เองก็มีความต้องการใช้บริการไอพีสตาร์ เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว

          หากภายในปีนี้สามารถให้บริการไอพีสตาร์ได้ทั้งในประเทศอินเดียและจีนจะทำให้มีอัตราการใช้งาน (Utilization Rate) ของไอพีสตาร์เพิ่มขึ้นเป็น 15% จากปัจจุบันที่ประมาณ 10% และมีแนวโน้มที่จะก้าวกระโดดเป็น 30% ภายในปีหน้า ทั้งนี้เพราะทั้ง 2 ประเทศมีประชากรค่อนข้างมาก จีนมากเป็นอันดับที่ 1 ประมาณ 1,305 ล้านคน และอินเดียเป็นอันดับ 2 ของโลก ประมาณ 1,095 ล้านคน ความต้องการใช้ไอพีสตาร์จึงเพิ่มขึ้นไปด้วย

ธุรกิจโทรศัพท์มีการเติบโตที่ดีและมีมาร์จิ้นที่สูง

          ถึงแม้ว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโทรศัพท์มือถือในประเทศกัมพูชา มีการแจก SIM ฟรี พร้อมทั้งลดอัตราค่าบริการ แต่ทางบริษัทไม่เน้นการแข่งขันด้านราคา แต่เน้นคุณภาพของผู้ใช้บริการมากกว่าส่วนในลาวสามารถเพิ่มรายได้ต่อเลขหมายได้มากขึ้นหลังจากที่เปิดให้บริการ 3G ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ใน ส่วน Non-Voice มากขึ้น

          ธุรกิจโทรศัพท์ในกัมพูชาและลาวคิดเป็นรายได้ประมาณ 33.62% ของรายได้ทั้งหมด และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงถึง 34% ใน 1Q52 และยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง

คาดปีนี้มีกำไรเพียง 13.77 ล้านบาท เพราะการให้บริการในประเทศอินเดีย และ จีน ล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้
          สำหรับในปีนี้ทางฝ่ายประมาณการรายได้ไว้ที่ 7,132.87 ล้านบาท และคาดการณ์กำไรสุทธิไว้ เพียง 13.77 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะรายได้ไอพีสตาร์ในประเทศอินเดียและจีนไม่เป็นไปตามแผนแต่หากมีการเซ็นสัญญาเริ่มให้บริการได้ในปีนี้คาดว่าปีหน้าจะมีการเติบโตที่ดี ทั้งในส่วนรายได้และกำไรสุทธิ ราคาพื้นฐาน 5.90 บาทต่อหุ้นยังแนะนำ "ซื้อ"

          โดย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่  2 มิ.ย. 2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #32 เมื่อ: 03/06/09 15:16:00 »

โกลเบล็ก-แนะนำ "ซื้อ" THCOM


          COMPANY  REPORT                            3 มิถุนายน 2552
          SECTOR: ICT                              ราคาปิด 4.50 บาท
          THAICOM PLC. (THCOM)           “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท

          มีลุ้นธุรกิจ iPSTAR จะถึงจุดคุ้มทุนปลายปีนี้

          THCOM มีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธุรกิจ iPSTAR ที่ประเทศอินเดียจะสามารถเริ่มสร้างรายได้ภายในปลายปีนี้ ซึ่งหากสามารถเซ็นสัญญากับรัฐบาลอินเดียได้ภายในไตรมาส 3 เราคาดว่าธุรกิจ iPSTAR จะสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในปี 52 ที่ Utilization rate ประมาณ 15% ส่วนจีนมีโอกาสที่ดีขึ้นจากพันธมิตรใหม่ China Telecom ในการทำตลาด iPSTAR

            ทั้งนี้ หากธุรกิจ iPSTAR ในอินเดียและจีนเป็นไปตามแผน บริษัทคาดว่าภายในปลายปี 53 Utilization Rate จะพุ่งไปถึง 30% และจะทำให้ธุรกิจ iPSTAR จะมีกำไรที่ดี ทั้งนี้ เราคาดว่าผลประกอบการของ THCOM จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากทุกธุรกิจที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยธุรกิจโทรศัพท์มือถือในลาวและกัมพูชายังอยู่ในช่วงการเติบโตของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม เรายังคงคาดว่าผลประกอบการในปี 52 จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 51 และคาดว่าจะเริ่มมีกำไรในปี 53 โดยเรายังคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท

          ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

          บริษัทคาดธุรกิจ iPSTAR ที่อินเดียมีลุ้นเริ่มสร้างรายได้ใน 2H52: บริษัทให้ความหวังว่าธุรกิจ iPSTAR ที่ประเทศอินเดีย น่าจะเริ่มมีรายได้ภายในปีนี้ โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการร่างสัญญาเพื่อเตรียมเซ็นสัญญากับรัฐบาลอินเดีย ซึ่งหากเซ็นสัญญาได้คาดว่าจะมีรายได้ทันที และคาดว่าจะทำให้อัตราการใช้ Bandwidth เข้าสู่จุดคุ้มทุนที่ Utilization Rate ประมาณ 15% ภายในปี 52 (ปัจจุบัน Utilization rate ประมาณ 10%-11%) พร้อมทั้งมีแนวโน้มว่าจะสามารถขยายตัวได้อย่างมากในปี 53

         ส่วนธุรกิจ iPSTAR ที่ประเทศจีนได้พันธมิตรใหม่ China Telecom ในการทำตลาดที่ประเทศจีน ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีในการขยายตลาดมากขึ้น ซึ่งหากตลาดจีนและอินเดียเป็นไปตามคาด คาดว่า Utilization Rate จะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ในปลายปี 53 สำหรับประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเชีย คาดว่าจะเป็นตัวเสริมรายได้ในธุรกิจ iPSTAR ได้ดี โดยประเทศอินโดนีเชียได้มีการเปิดตลาดอย่างเป็นทางการแล้วปลายเดือน พ.ค.52

          คาดผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง: เราคาดว่าผลประกอบการของ THCOM จะมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตลาดดาวเทียม iPSTAR เพิ่มขึ้น รวมทั้งธุรกิจโทรศัพท์มือถือในลาวและกัมพูชายังอยู่ในช่วงการเติบโตของธุรกิจ โดยจำนวนผู้ใช้บริการคาดว่าจะยังสามารถเติบโตได้อีกมาก นอกจากนั้น ยอดจำหน่ายจานดาวเทียม DTV ก็ยังคงมีการเติบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่าผลประกอบการในปี 53 จะเริ่มมีกำไร โดยเฉพาะจากธุรกิจ iPSTAR ที่จะเริ่มถึงจุดคุ้มทุน (แต่ยังคงมีความเสี่ยงหากตลาดในอินเดียและจีนเลื่อนออกไปอีก) อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการปี 52 จะยังขาดทุน แต่คาดว่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 51
 
         แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท: แม้แนวโน้มผลประกอบในปี 52 คาดว่าจะยังคงขาดทุน แต่ทุกธุรกิจก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการในปี 53 อาจจะเริ่มมีกำไรได้ จากการเข้าสู่จุดคุ้มทุนของธุรกิจ iPSTAR ที่คาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายปี 52 แต่ยังมีความเสี่ยงจากธุรกิจ iPSTAR ในอินเดียที่อาจล่าช้าออกไปอีก ทั้งนี้ ปัจจุบันซื้อขายกันที่ระดับ P/BV ที่ยังต่ำเพียง 0.31 เท่า แนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมระยะยาวด้วยวิธี DCF อิง WACC 12.5% ได้ราคาเป้าหมายที่ 6.30 บาท

          โดย บจ.หลักทรัพย์ โกลเบล็ก ประจำวันที่ 3 มิ.ย. 2552

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
ออมสิน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,526


สิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือ ความไม่แน่นอน


« ตอบ #33 เมื่อ: 04/06/09 09:42:12 »

ทันหุ้น

THCOM วิ่งแรงสุดรอบ 6 เดือน หลังอินเดีย –จีนใกล้เซ็นสัญญาไอพีสตาร์ แหล่งข่าววงในแย้มครึ่งปีหลังนี้เซ็นสัญญาอินเดียได้ชัวร์ เชื่อบุ๊กรายได้ทันที่หลังดำเนินการไปแล้วบางส่วน ส่วนอินโดนีเซีย 15 มิ.ย.เปิดเป็นทางการ บล.บัวหลวงปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ให้เป้าหมายใหม่ 6.35 บาท หนุนอัพไซด์ขยับ 24.50% จากความหวังอินเดีย-จีนเซ็นสัญญาครึ่งปีหลัง ดันไอพีสตาร์ถึงจุดคุ้มทุนเทคนิคขาขึ้น แนะ “ซื้อเก็งกำไร” ให้แนวรับ 5.00 บาท แนวต้าน 5.50 บาท
     ราคาหุ้น THCOM วานนี้ (3 มิ.ย.) ปิดตลาดที่ระดับ 5.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 13.33% มูลค่าซื้อขายรวม 666.89 ล้านบาท
     แหล่งข่าว บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM กล่าวว่า ความชัดเจนเรื่องการเซ็นสัญญาดาวเทียมไอพีสตาร์กับรัฐบาลอินเดียได้ภายในครึ่งปีหลังของปี 2552 นี้แน่นอน และคาดว่าจะมีรายได้บุ๊กเข้ามาทันที เพราะปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการไปแล้วบางส่วน
      “เรารอความชัดเจนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของอินเดียที่เลือกตั้งแล้วเสร็จในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเราพยายามที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ และสามารถเซ็นสัญญาได้ภายในครึ่งปีหลังนี้”แหล่งข่าวกล่าว
     ส่วนความคืบหน้าของการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซียในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีการเปิดให้บริการใน 12 ประเทศ ซึ่งเหลืออีก 2 ประเทศ คือ อินเดียและไต้หวัน และมั่นใจว่าจะสามารถเปิดให้บริการครบได้ 14 ประเทศ ส่วนการทำการตลาดในออสเตรเลียยังมีโอกาสที่จะเติบโตสูงด้วย
     บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับคำแนะนำจาก “ถือ”เป็น “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายจาก 4 บาท เป็น 6.35 บาท เนื่องจากราคาหุ้น ณ ปัจจุบันถูกมากโดยซื้อขายที่ ราคาตามมูลค่าทางบัญชี ปี 2552 เพียงแค่ 0.3 เท่าเทียบกับ ราคาตามมูลค่าทางบัญชีวงต่ำสุดในอดีตช่วงขาลงที่ 0.6 เท่า
     นอกจากนี้คาดว่าไอพีสตาร์ในอินเดียและจีนจะมีความคืบหน้ามากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2552 ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดก่อนหน้าตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป และในครั้งนี้ผู้บริหารมั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับกำหนดระยะเวลาที่จะเซ็นสัญญาให้บริการไอพีสตาร์กับรัฐบาลอินเดีย
     ขณะที่การเซ็นสัญญากับพันธมิตรใหม่ในจีน ซึ่งได้แก่ China Telecom คาดว่าจะสรุปได้ในเร็วๆนี้จะช่วยหนุนโอกาสการขยายตัวของไอพีสตาร์ในจีนให้เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงคาดว่าไอพีสตาร์คุ้มทุนปลายปี 2552 หากรายได้จากอินเดียเริ่มเข้าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
      “ไอพี ส ต าร์ในอินเดีย น่าจะสามารถเซ็นสัญญากับรัฐบาลอินเดียได้ภายในช่วงปลายไตรมาส 3/2552 หรือต้นไตรมาส 4/2552 ซึ่งบริษัทได้ทำสัญญารอแล้วกับทั้ง VSNL ซึ่งเป็นพันธมิตรของไอพีสตาร์ในประเทศอินเดียและลูกค้าอินเดีย เพียงแค่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการอนุมัติจากรัฐบาลอินเดียเท่านั้น”
     อย่างไรก็ตามหากไม่มีรายได้ไอพีสตาร์จากอินเดีย หรือจีนเข้ามาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เลย อัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณไอพีสตาร์ปลายปี 2552 มีแนวโน้มอยู่ที่12% ซึ่งก็จะยังมีปัจจัยผลักดันรายได้จากไอพีสตาร์ในออสเตรเลียและญี่ปุ่น
     ดังนั้นจึงทำให้มีการปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณของไอพีสตาร์ขึ้นจากเดิมที่ 16-31% เป็น20-45% ในช่วงปี 2553-2558 ส่งผลให้ราคาเป้าหมายปี 2552 ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCFเพิ่มขึ้นเป็น 6.35 บาท จากเดิมที่ 4 บาท เพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นว่ารายได้ไอพีสตาร์จากอินเดียและจีนจะเริ่มรับรู้มากขึ้นจากเดิมตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น THCOM ระยะสั้นาอยู่ในช่วงขาขึ้น จากแรงเก็งกำไรการเซ็นสัญญาในอินเดีย จึงแนะนำกลยุทธ์ “ซื้อเก็งกำไร” ให้แนวรับ 5.00 บาท แนวต้าน 5.50 บาท
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #34 เมื่อ: 05/06/09 18:47:08 »

ตลท.สั่งให้ลูกค้าเทรดหุ้น THCOM ด้วย Cash Balance มีผล 8-26 มิ.ย.นี้

         ตลาดหลักทรัพย์ กำหนดให้สมาชิกต้องให้ลูกค้าซื้อหลักทรัพย์ บมจ. ไทยคม(THCOM) วางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนก่อนการซื้อ(Cash Balance) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8-26 มิ.ย.2552 ทั้งนี้ เป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายตามเกณฑ์ Turnover List ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #35 เมื่อ: 09/06/09 11:05:40 »

THCOM : มีความคืบหน้าที่อินเดีย

ราคาตลาดปัจจุบันต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้นฐานมาก แนะนำ ซื้อ

Investment Theme :
 • ความคืบหน้าที่อินเดียและจีน หลังจากผ่านพ้นช่วงเลือกตั้งไปแล้ว มีความหวังว่าทางการอินเดียจะเซ็นสัญญาภายใน 3Q09 และ THCOM จะเริ่มรับรู้รายได้ที่อินเดียภายในปีนี้ การขายที่อินเดียจะเน้นการขาย Bandwidth มากกว่าจะขาย UT ซึ่งตามร่างสัญญาทางอินเดียจะจ่ายเงินล่วงหน้าให้ THCOM ก่อนนับว่าเป็นผลดีต่อ cash flow ของ THCOM แม้ว่าการรับรู้รายได้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปิดให้บริการ  ธุรกิจ IPSTAR ที่จีน ภายหลังจากที่พันธมิตรของ IPSTAR คือ Chinasat จะควบรวมกับ Chinatelecom ทำให้ IPSTAR จะร่วมมือกับ Chinatelecom คาดว่า จะเป็นโอกาสที่เปิดกว้างมากขึ้นของ IPSTAR ที่จะขยายธุรกิจในจีน โดยจะขยายงานด้าน Internet, โทรศัพท์มือถือในชนบท และ โครงข่ายของโทรศัพท์พื้นฐาน แนวโน้มสัดส่วนการใช้งาน Bandwidth เพิ่มสูงขึ้น คาดว่าถ้าอินเดียและจีนเริ่มรับรู้รายได้ปีนี้ จะทำให้ Utilization rate ของ IPSTAR ขึ้นมาเป็น 15% และถึงจุดคุ้มทุน จากที่ปัจจุบัน IPSTAR มี Utilization rate อยู่ที่ประมาณ 10-11% หลังจากที่อินเดียเริ่มเปิดดำเนินการแล้ว รายได้ของ IPSTAR จะเพิ่มขึ้นสูงขึ้นมากในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ปรับประมาณการเพิ่มขึ้น แต่มีมุมมองที่เป็นบวกสำหรับผลประกอบการของ THCOM ในอนาคตมากขึ้น THCOM เปิด Gateway แห่งใหม่ในญี่ปุ่น  คาดว่าตลาดญี่ปุ่นจะได้รับการตอบรับดี และจะ active ในไม่ช้า ธุรกิจ IPSTAR ในญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย จะเปิดให้บริการภายใน 1-2 เดือนนี้ แนวโน้มสัดส่วนการใช้งาน Bandwidth เพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 60% จากเดิมที่ 50% ส่วนการขาย UT มีสัดส่วนรายได้ลดลงเหลือ 40% ดาวเทียมไทยคม 1 จะหมดอายุการใช้งานในเดือน พ.ค. 52 แต่ได้ย้ายลูกค้ามาไว้ที่ดาวเทียมไทยคม 5 แล้ว จึงไม่มีผลกระทบทำให้รายได้ลดลง แต่มีผลดีด้านต้นทุนค่าเสื่อมราคาของไทยคม 1 จะไม่มีการบันทึกใน 2Q09 ประเด็นการลาออกของ CEO เป็นข่าวลบต่อ THCOM อย่างไรก็ตาม งานที่จะเดินหน้าต่อไปเป็นงานด้านการตลาด และการประสานงานของหน่วยงานรัฐในประเทศต่างๆ เพื่อให้ได้รับใบอนุญาตในการทำธุรกิจ ซึ่ง ดร.ดำรงค์ ได้เริ่มต้นไว้หมดแล้ว คาดว่า THCOM จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ด้วยดี ราคาตลาดปัจจุบันยังต่ำกว่าราคาตามบัญชีของ THCOM ที่ประมาณ 15 บาท นอกจากนี้หากพิจารณา EV/EBITDA ที่ประมาณ 7 เท่า ราคาของ THCOM อยู่ที่ 11  บาท และคำนวณราคาตามปัจจัยพื้นฐานด้วยวิธี DCF เท่ากับ 5.60 บาท ซึ่งราคาตลาดปัจจุบันต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้นฐานมาก แนะนำ ซื้อ

• จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์ในลาวและกัมพูชาเพิ่มขึ้นสูง จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง   โดยเฉพาะลูกค้าในระบบ Prepaid ณ สิ้น1Q09 บริษัท ลาวเทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จํากัด (LTC) และบริษัท เอ็ม โฟน จํากัด (Mfone) มีจำนวนผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.03 ล้านราย และ 925,002 ราย ตามลำดับเพิ่มขึ้น 24.0% และ 84.1% จาก 833,575 ราย และ 502,411 ราย ณ สิ้น 1Q08  ธุรกิจโทรศัพท์มือถือในกัมพูชาเติบโตมากโดยตลาดรวมเติบโต 68.9% YoY Mfone เป็นผู้ให้บริการอันดับที่ 2 ส่วนผู้ให้บริการที่ครองตลาดเป็นอันดับ 1 ตั้งราคาขายธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่ 900 ล้านUSD หรือ 31,050 ล้านบาท นับว่าเป็นราคาที่สูงมาก ส่วน Mfone เป็นอันดับที่ 2 ไม่ได้คิดจะเข้าซื้อกิจการ และยังคงจะทำธุรกิจต่อไป แต่ทางการกัมพูชาได้เปิดให้ใบอนุญาตสำหรับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหม่ คาดว่าการแข่งขันในกัมพูชาจะเพิ่มมากขึ้น โดยรายใหม่ที่เข้ามาจะมีการแจกซิมให้ใช้ฟรี แต่การลงทุนในโครงข่ายอาจจะไม่มากทำให้ คุณภาพการให้บริการไม่ดีเท่ากับ Mfone ซึ่ง Mfone ยังมั่นใจว่าจะรักษาสัดส่วนการครองตลาดเป็นอันดับที่ 2 ไว้ได้ แต่ตั้งใจจะให้ Brand มี Royalty และเป็น Brand Premium ด้านธุรกิจโทรศัพท์มือถือในลาว ในไตรมาสนี้ LTC เริ่มรับรู้รายได้จากการให้บริการเครือข่ายมือถือ 3G ในประเทศลาว รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์ในลาวและกัมพูชาเพิ่มขึ้น 39.7% YoY เป็น 591 ล้านบาท แต่ต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์เพิ่มขึ้นจาก 48%ของรายได้ เป็น 66% ของรายได้ สาเหตุจากมีต้นทุนค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น อันเนื่องจากการขยายโครงข่ายและจำนวนสถานีฐานเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทาง THCOM จะพยายามปรับให้การลงทุนมีผลก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น และคำนึงถึงประสิทธิภาพของเงินลงทุนมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากใน 1Q09 เริ่มเห็นว่า จำนวนผู้ใช้บริการที่เติบโตขึ้นมาก แต่ไม่ได้ส่งผลให้กำไรเติบโตเท่าใดนัก

• ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ   CSL มีรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 6.3% YoY เป็น  86 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบวงจรเช่า (Leased Line) เนื่องจากบริษัทเน้นการขายและการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจขายจานดาวเทียม DTV  ยอดจำหน่ายจาน DTV เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้น 1Q0/9 DTV มียอดจำหน่ายจาน DTV แล้วทั้งสิ้นประมาณ 383,666 ชุด เพิ่มขึ้น 237,904 ชุด แนวโน้มจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 รายในเร็วๆ นี้ ซึ่ง DTV ได้เพิ่มช่องในการให้บริการมากขึ้น มีช่อง MVTV ที่เดิมส่งสัญญาณในระบบ C Band เปลี่ยนเป็น KU Band เมื่อมีช่องมากขึ้น จำนวนผู้ชมมากขึ้น ทางเจ้าของช่องจะขายโฆษณาได้ รวมทั้ง True Vision มีแนวโน้มที่จะสนใจให้ content มาส่งสัญญาณที่ DTV เนื่องจาก True Vision จะสามารถขายโฆษณาได้ และ DTV จะขาย Transponder มีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากการขายอุปกรณ์จาน DTV และ Set top box

• ประมาณการรายได้ปี 2009-2010 เราคาดว่ารายได้ของ THCOM ในปี 2009 - 2010 จะเติบโตประมาณปีละ 10% จาก 7,013 ล้านบาทในปี 2008 เป็น 7,775 ล้านบาท ในปี 2009 และเพิ่มขึ้นเป็น 8,533 ล้านบาท ในปี 2010 อัตราการขยายตัวของรายได้ประมาณ 10% ต่อปี ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นับว่าธุรกิจมีการขยายตัวสูง  เราคาดว่า กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) จะกลับเป็นบวกในปี 2010 ที่ประมาณ  366 ล้านบาท เราคาดว่า THCOM จะมีกำไรสุทธิเป็นบวกในปี 2010

• ราคาตลาดในปัจจุบันต่ำกว่า Book Value มาก  ราคาตามบัญชีของ THCOM ประมาณ 15 บาท นอกจากนี้หากพิจารณา EV/EBITDA ที่ประมาณ 7 เท่า ราคาของ THCOM อยู่ที่ 11  บาท และคำนวณราคาตามปัจจัยพื้นฐานด้วยวิธี DCF เท่ากับ 5.60 บาท ซึ่งราคาตลาดปัจจุบันต่ำกว่าราคาตามปัจจัยพื้นฐานมาก แนะนำ ซื้อ

หมายเหตุ -บทวิเคราะห์ฉบับนี้ ฝ่ายวิจัยวิเคราะห์ในวันที่ 2 มิ.ย.2552 - จากคุณเอกพิทยา  เอี่ยมคงเอกและทีมงานฝ่ายวิจัย

 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
ออมสิน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,526


สิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือ ความไม่แน่นอน


« ตอบ #36 เมื่อ: 11/06/09 09:18:43 »

ทันหุ้น

THCOM เปิดสถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดินหรือเกตเวย์ของไอพีสตาร์แห่งที่ 15 ที่อินโดนีเซีย เจาะกลุ่มผู้ใช้บริการด้านบรอดแบนด์ ที่สามารถให้บริการได้ถึง 3.4 กิกะบิตต่อวินาที กระจายทั่วประเทศราว 350,000 ราย พร้อมแต่งตั้งให้บริษัท พีที  อินฟราคอม เทเลซารานา เป็นตัวแทนจำหน่าย และผู้ดูแลเกตเวย์ หนุนการเปิดบริการไอพีสาตร์ใกล้เป้า 14 ประเทศ จากปัจจุบัน 12 ประเทศ ส่วนเทนคินราคาหุ้นขาขึ้น แนะ ซื้อเก็งกำไรŽให้แนวรับ 4.86 บาท แนวต้าน 5.30 บาท
     นายอารักษ์  ชลธาร์นนท์  ประธานเจ้าหน้าที่คณะผู้บริหาร  บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  บริษัท ได้ทำพิธีเปิดสถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดินหรือเกตเวย์ของไอพีสตาร์แห่งที่ 15 ที่ประเทศอินโดนีเซียแล้ววานนี้ (10 ม.ย.)
 ทั้งนี้หลังจากการเปิดสถานีเกตเวย์แล้ว ไอพีสตาร์ก็พร้อมจะให้บริการบรอดแบนด์ในประเทศอินโดนีเซีย  โดยดาวเทียมไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ ซึ่งเป็นดาวเทียมบรอดแบนด์ สามารถให้บริการได้ถึงกว่า 3.4 กิกะบิตต่อวินาที ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศของอินโดนีเซีย หรือคิดเป็นจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์ประมาณ 350,000 ราย ซึ่งขึ้นอยู่กับแอพลิเคชั่นที่นำไปใช้งานด้วย
     นอกจากนี้บริษัทยังแต่งตั้งให้บริษัท พีที  อินฟราคอม เทเลซารานา (อินฟราคอม) ผู้ให้บริการด้านการพัฒนาโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมชั้นนำแห่งอินโดนีเซีย เป็นผู้ให้บริการไอพีสตาร์รายแรกในประเทศ และเป็นผู้ดูแลสถานีควบคุมเครือข่ายภาคพื้นดินไอพีสตาร์ด้วย
     สำหรับการให้บริการไอพีสตาร์ในประเทศอินโดนีเซียนั้น บริษัทตั้งเป้าหมายหลักอยู่ที่โครงการภาครัฐ  เช่น โครงการพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อบริการด้านเสียงและข้อมูล เพื่อเป็นโครงข่ายเชื่อมต่อให้กับโทรศัพท์มือถือ และเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงแก่องค์กร ธุรกิจรายย่อย และผู้บริโภคทั่วไป และเนื่องในโอกาสพิเศษช่วงการเปิดสถานีบริการเครือข่ายภาคพื้นดินไอพีสตาร์
     บริษัทรู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีการเปิดสถานีเกตเวย์แห่งที่ 15 ของไอพีสตาร์ในวันนี้  พวกเราใกล้จะเสร็จสิ้นกระบวนการติดตั้งสถานีฯ ที่เป็นส่วนสำคัญของโครงการไอพีสตาร์ โดยขณะนี้สามารถติดตั้งแล้วเสร็จและสามารถให้บริการแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 12 ประเทศ จากเป้าหมาย 14 ประเทศที่วางไว้Žนายอารักษ์  กล่าว
     ปัจจุบัน ไอพีสตาร์เปิดให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศไปแล้ว จำนวน 12 ประเทศ (15 สถานี
เกตเวย์) ได้แก่ ออสเตรเลีย กัมพูชา จีน เมียนม่าร์ นิวซีแลนด์ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย
     นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ สินเอเซีย จำกัด กล่าวว่า ราคาหุ้น THCOM อยู่ในช่วงขาขึ้น จึงแนะนำกลยุทธ์ลงทุน ซื้อเก็งกำไรŽ ให้แนวรับ 4.86 บาท แนวต้าน 5.30 บาท
 ราคาหุ้น THCOM วานนี้ (10 มิ.ย.) ปิดตลาดที่ระดับ ***บาท เพิ่มขึ้น***% มูลค่าซื้อขายรวม***ล้านบาท

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #37 เมื่อ: 28/10/09 12:46:16 »

THCOMขายหุ้นกู้7พันล้านรีไฟแนนซ์

นายอารักษ์  ชลธาร์นนท์  ประธานเจ้าหน้าที่คณะผู้บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือTHCOM เปิดเผยว่า บริษัทจะทำการเสนอขายหุ้นกู้ อายุ 3 ปีและ 5 ปี จำนวนรวมไม่เกิน 7,000 ล้านบาท ให้แก่นักลงทุนทั่วไป และนักลงทุนสถาบัน โดยเปิดจองจำนวนซื้อขั้นต่ำ  100,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 5 พ.ย.นี้ ทั้งนี้ ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ THCOM ที่ระดับ “BBB+"ด้วยแนวโน้ม "Stable" หรือ "คงที่"

"บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิต BBB+ จากทริสฯ เป็นผลสืบเนื่องจากกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอในธุรกิจดาวเทียมปกติ ตลอดจนผลประกอบการที่ดี และมูลค่าเงินลงทุนในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในธุรกิจดาวเทียมบรอดแบนด์ในประเทศไทยและออสเตรเลีย รวมทั้งประโยชน์ที่ได้รับจากการสนับสนุนของบริษัทในกลุ่ม"

สำหรับหุ้นกู้ไทยคมชุดแรกอายุ 3 ปี นั้น กำหนดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5.25% ต่อปี ส่วนหุ้นกู้ชุดที่  2 อายุ 5 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 6.15% ต่อปี โดยบริษัทฯ จะจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยมีธนาคารพาณิชย์ 5 แห่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ    ธนาคารกรุงไทย   ธนาคารกสิกรไทย   ธนาคารทหารไทย   และสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

นายอารักษ์  กล่าวว่า การเสนอขายหุ้นกู้ไทยคมในครั้งนี้ THCOM จะนำเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินกู้เดิมจากต่างประเทศ ซึ่งใช้ไปในโครงการดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) และ ไทยคม 5 ที่ผ่านมา เพื่อให้ THCOM มีความคล่องตัวในการบริหาร ลดความผันผวนของความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และช่วยปรับปรุงต้นทุนทางการเงินได้อีกด้วย โดยที่บทบาทของไอพีสตาร์จะค่อย ๆ เพิ่มความสำคัญมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

"การเปิดขาดหุ้นกู้ดังกล่าวนี้ คาดว่าจะได้รับกระแสตอบรับดีจากตลาด และนักลงทุน ซึ่งบริษัทจะเน้นขายให้แก่นักลงทุนรายย่อยในประเทศ จะทำให้บริษัทประหยัดต้นทุนได้ประมาณ  1-2% โดย เฉพาะการ ประหยัดค่าสว็อปจากบาทเป็นดอลลาร์ในกรณีคืนหนี้ และลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในการ ทำสว็อปด้วย เพราะหนี้ของบริษัทเป็นสกุลเงินดอลลาร์"

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #38 เมื่อ: 05/11/09 12:36:51 »

THCOMแนวต้าน9บาท หุ้นต่ำบุ๊ค-อัพไซด์22%

THCOM เป้าหมายใหม่ 9 บาท ราคาหุ้นมีอัพไซด์กว่า 22% แถมต่ำกว่าบุ๊คแวลู 14.6 บาทคาดรายได้ปีหน้าโต 40% มาอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท จากธุรกิจ iPSTAR และพลิกมากำไรปกติได้ ส่วนไตรมาส 3/52 ขาดทุนต่อเนื่อง แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 165 ล้านบาท

รายงานจากบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานบริษัท ไทยคม จำกัด(มหาชน) หรือ THCOM เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับเป็นเพราะดาวเทียมiPSTAR มีปริมาณการเช่าช่องสัญญาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มาจากตลาดเดิมคือ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ประกอบกับธุรกิจโทรศัพท์ในประเทศลาว, กัมพูชาที่ให้บริการผ่านบริษัทย่อยเติบโตได้ตามฐานลูกค้าที่ขยายตัว

โดยคาดว่างวดไตรมาส 3/52 บริษัทจะมีรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนเป็น 1.8 พันล้านบาท แม้ถูกหักล้างไปบางส่วนจากต้นทุนที่คาดว่าเพิ่มขึ้น ตามการขยายโครงข่ายของธุรกิจโทรศัพท์คาดว่าจะกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.2%งวดไตรมาส 2/52 เหลือ 16.3% แต่จะชดเชยได้ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีแนวโน้มลดลง 2%

เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการใช้งบการตลาดลดลง และดอกเบี้ยจ่ายที่คาดว่าจะลดลงประมาณ 6%หลังจากบริษัทจ่ายชำระคืนหนี้ไปบางส่วนช่วงกลางงวดไตรมาส 2/52 จึงคาดว่าจะทำให้บริษัทขาดทุนปกติ (Norm loss) จำนวน 98 ล้านบาท ดีกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุนปกติถึง 165 ล้านบาท แต่ยังลดลงเมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 3/51 ที่มีกำไรปกติ (Norm profit) 31 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเปิดให้บริการได้แล้ว 12 ประเทศ จากเป้าหมายทั้งหมด 14ประเทศ(เหลือเพียงประเทศอินเดียและไต้หวันที่ยังไม่ได้เปิดให้บริการ)  แต่เนื่องจากลูกค้าปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นตลาดลูกค้ารายย่อย ซึ่งมีการขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ยังมีการใช้งานประมาณ 10% ของความสามารถในการให้บริการ (ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 15%)อย่างไรก็ตามหากเปิดให้บริการในอินเดียตลาดที่มีลักษณะเป็นการขายส่งได้ จะช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปได้เร็วขึ้นโดยล่าสุดบริษัทได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอินเดียให้นำเข้าอุปกรณ์แล้ว

ขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนการก่อสร้างสถานีภาคพื้นดิน (gateway) จากนั้นจะส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐของอินเดียตรวจรับงาน โดยมีกรอบเวลาแล้วเสร็จ และเริ่มเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี  2552 นี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ THCOM เริ่มมีรายได้จากอินเดียเข้ามาอย่างมีนัยยในปี 2553 และช่วยผลักดันให้ผลประกอบการพลิกฟื้นเป็นมีกำไรจากการดำเนินงานได้ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป ประกอบกับราคาหุ้นปัจจุบันยังมี upside 22% และยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี  (Book value) ที่ 14.6 บาท จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" เป้าหมาย 9 บาท

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า ระบุว่า ผลการดำเนินงานบริษัทปี 53 จะสามารถพลิกมีกำไรปกติได้ หลังจากประสบปัญหาการขาดทุนมาโดยตลอดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยที่สนับสนุนมาจากธุรกิจ IPSTAR ที่เติบโตอย่างชัดเจนโดยคาดว่าตลาดใหญ่อย่างอินเดีย(17.5% ของ Full capacity รวม)จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในปี 53

โดยล่าสุดบริษัทกล่าวว่าจะสามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายใน Q1/53 ส่วนตลาด IPSTAR ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทอย่างจีน(26% ของ Full capacity รวม) อยู่ช่วงเจรจารายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆ กับพันธมิตรใหม่คือChina Telecom โดยบริษัทคาดว่าจะเห็นรายได้เริ่มเข้ามาครึ่งหลังปีหน้า

ขณะที่คาดว่าปีหน้า  บริษัทจะมีรายได้จากตลาดอินเดีย เข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนตลาดจีน ล่าสุดหลังจากสอบถามข้อมูลทางบริษัท ดูไม่มีความคืบหน้ามากนัก ดังนั้นจึงปรับลดประมาณการระดับ Utilization ในปีหน้าของตลาดจีนลง จากเดิม25% เป็น 10% ของ full capacity ที่เหลืออยู่ 11,700 Mbps

อย่างไรก็ตามระดับ  Utilization  ถูกทดแทนด้วยตลาดอื่นๆ  ที่มีทิศทางที่ดีโดยเฉพาะญี่ปุ่นส่งผลให้คาดว่า Utilization rate รวม ถูกปรับลดลงเล็กน้อยจากประมาณการเดิมที่ระดับ  22%  เป็น 20% ทั้งนี้ คาดว่ารายได้จากธุรกิจ IPSTAR ปี 53 จะเติบโตถึง 40% มาอยู่ที่ 3.0 พันล้านบาท จากประมาณการรายได้ระดับ 2.1 พันล้านบาท ในปี 52

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #39 เมื่อ: 05/11/09 13:38:28 »

บัวหลวง-แนะนำ  ไทยคม - ยังคงกำหนดการเปิดเกตเวย์ในอินเดียไตรมาส 4/52

          คำแนะนำพื้นฐาน:            ซื้อ
          เป้าหมายพื้นฐาน:     12.35 บาท
          ราคา (04/11/09):   7.65 บาท     

          คำแนะนำการลงทุน: เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ THCOM ด้วยราคาเป้าหมายปี 2553 ตามวิธี DCF ที่ 12.35 บาท เราคาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวเป็นกำไรในปี 2553 โดยผลการดำเนินงานของดาวเทียมไอพีสตาร์มีแนวโน้มถึงจุดคุ้มทุนจากการเริ่มรับรู้รายได้จากประเทศอินเดีย เราประเมินว่าทันทีที่ไอพีสตาร์เริ่มเปิดดำเนินงานในประเทศอินเดียในช่วงไตรมาส 4/52 ราคาหุ้นของ THCOM น่าจะมีการปรับตัวขึ้นอย่างน้อยที่สุดขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับมูลค่าทางบัญชี (อยู่ที่ 14.70 บาท ณ สิ้นเดือนมิ.ย.2552) ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวมาก ด้วย EV/EBITDA ปี 2553 ที่ 6.3 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 9.6 เท่าและ PBV อยู่ที่ 0.5 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 0.9 เท่า
 
         คาดกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3/52: เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/52 ที่ 26 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 115 ล้านบาทในไตรมาส 3/51 แต่ปรับลดลง 87% QoQ (ในไตรมาส 2/52 มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 364 ล้านบาทแต่ในไตรมาส 3/52 กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่แค่เพียง 112 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน รายการพิเศษอื่นๆและรายการภาษี ผลขาดทุนจริงจากการดำเนินงานมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น 53% YoY และ 11% QoQ ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น YoY และ QoQ เป็นผลจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

         โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) และดอกเบึ้ยจ่ายที่ลดลง รายได้ในส่วนของดาวเทียมดวงเดิมและดาวเทียมไอพีสตาร์มีแนวโน้มทรงตัว YoY และ QoQ (แม้ว่าเงินบาทเทียบกับ US$ จะแข็งค่าขึ้นก็ตาม) ยอดขายอุปกรณ์ผู้ใช้ปลายทาง (UT) ของดาวเทียมไอพีสตาร์มีแนวโน้มทรงตัวในระดับเดียวกับเมื่อ 2 ไตรมาสที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามผลประกอบการของ โทรศัพท์เคลื่อนที่ในกัมพูชาหรือ Mfone มีแนวโน้มอ่อนตัวลง QoQ จากมาร์จิ้นที่ลดลงเนื่องมาจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงมากขึ้น

          หุ้นกู้ล็อตใหม่เบิกทางสำหรับการจ่ายเงินปันผล: THCOM จะทำการออกหุ้นกู้สกุลบาทมูลค่า 7 พันล้านบาท ระยะเวลา 3.3 ปี (ที่อัตรา 5.25%) และ 4.5 ปี (ที่อัตรา 6.15%) เพื่อรีไฟแนนซ์มูลหนี้ก้อนเดิมมูลค่า 224 ล้านเหรียญ เราเชื่อว่าหุ้นกู้สกุลบาทล็อตใหม่จะช่วยลดความผันผวนที่เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงความผันผวนของภาษีในงบกำไรขาดทุน ซึ่งเป็นผลจากการนำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมาคำนวณภาษีด้วย

          นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการช่วยลดต้นทุนอัตราดอกเบี้ยลงจากเฉลี่ย 6% มาอยู่ที่ 5.7% (หรือคิดเป็นดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง 200 ล้านบาทต่อปี) และยังเป็นการปูทางสำหรับการจ่ายเงินปันผลในปี 2553 ด้วยภายใต้การคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานของ THCOM จะถึงจุดคุ้มทุนในปี 2553 (เดิม THCOM จะต้องได้รับอนุมัติจากเจ้าหนี้ในการจ่ายเงินปันผล แต่สำหรับผู้ถือหุ้นกู้ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติ)
 
         ยืนยันเปิดเกตเวย์ในอินเดียไตรมาส 4/52: หลังจากลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (Memorandum of Agreement) กับหน่วยงานทางอวกาศของประเทศอินเดียไปแล้ว ณ ปัจจุบัน THCOM อยู่ในช่วงของการติดตั้งเกตเวย์ 4 แห่ง (รวมถึงเกตเวย์สำรองด้วยอีก 2 แห่ง) ในเมืองนิวเดลีและมุมไบ เราคาดว่าการติดตั้งเกตเวย์จะแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี 2552 ผู้บริหารยังคงยืนยันจะที่เริ่มเปิดดำเนินงานไอพีสตาร์ในอินเดียได้ภายในไตรมาส 4/52 เราคาดว่ารายได้จากอินเดียจะเริ่มรับรู้จริงตั้งแต่ไตรมาส 1/53 เป็นต้นไป สำหรับไอพีสตาร์ในประเทศจีน THCOM ได้เสนอรูปแบบโครงการทรังก์โมบายกับไชน่า เทเลคอม (เพื่อสนับสนุนการขยายโครงข่ายโทรศัพท์มือถือของไชน่า เทเลคอม) เราคาดว่าโครงการดังกล่าวจะมีความคืบหน้าในปี 2553

          โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #40 เมื่อ: 13/11/09 13:04:44 »

เอเซีย พลัส-แนะนำ "ซื้อ" THCOM

ไทยคม (THCOM)  -  ซื้อ
ราคาปัจจุบัน         7.80   บาท
Fair Value        9.00   บาท
มูลค่าตลาด         8,548   ล้านบาท
งวด 3Q52 ยังขาดทุนปกติ...แต่คาดหวังการฟื้นตัวได้ตั้งแต่ปี 2553

         * ค่าใช้จ่ายที่ลดลง..ช่วยให้งวด 3Q52 ขาดทุนปกติในจำนวนที่น้อยลง
         * ปี 2553 จะเป็นจุดเปลี่ยนที่พลิกกลับมามีกำไรอีกครั้ง..แนะนำ “ซื้อ”

ค่าใช้จ่ายที่ลดลง..ช่วยให้งวด 3Q52 ขาดทุนปกติในจำนวนที่น้อยลง
          ในงวด 3Q52 THCOM มีกำไรสุทธิ 51 ล้านบาท ลดลง 74% qoq แต่หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 110 ล้านบาท (ลดลงไตรมาสก่อนหน้า 254 ล้านบาท) พบว่าบริษัทมีขาดทุนปกติ (Norm loss) 59 ล้านบาท ดีกว่าคาด และดีกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุนปกติถึง 165 ล้านบาท ปัจจัยหลักเกิดจากการเติบโตของธุรกิจดาวเทียม iPSTAR ที่มีทั้งยอดขายอุปกรณ์ (User Terminal-UT) และมีปริมาณการเช่าช่องสัญญาณเพิ่มขึ้น

          ประกอบกับธุรกิจอินเตอร์เน็ตและสื่อ ยังเติบโตต่อเนื่องตามจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในงวด 3Q52 มีรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 5% qoq แม้ว่าจะถูกหักล้างจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก16.7% ในงวด 2Q52 เหลือเพียง 14% จากต้นทุนของการขาย UT และค่าใช้จ่ายสถานีภาคพื้นดิน (Gateway) ที่สูงขึ้น แต่ชดเชยได้ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงถึง 23% qoq เพราะมีค่าใช้จ่ายพนักงาน, การใช้งบการตลาดลดลง และการโอนกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 52 ล้านบาท ประกอบกับดอกเบี้ยจ่ายลดลง 6% qoq หลังจากบริษัทจ่ายชำระคืนหนี้ไปบางส่วนในช่วงกลางงวด 2Q52

ปี 2553 จะเป็นจุดเปลี่ยนที่พลิกกลับมามีกำไรอีกครั้ง...แนะนำ “ซื้อ”
          จากผลประกอบการช่วง 9M52 ที่ออกมาขาดทุนปกติสูงกว่าคาดการณ์ทั้งปีทำให้ฝ่ายวิจัยมีแนวโน้มที่จะปรับลดประมาณการผลประกอบการในปี 2552 ลงแต่อย่างไรก็ตามจะปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2553 ขึ้น ภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า เพราะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีแนวโน้มลดลงตามประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีพัฒนาการดีขึ้น รวมทั้งดอกเบี้ยจ่ายที่จะลดลงอย่างมีนัยฯ หลังจากช่วงต้นเดือน พ.ย. 2552 ที่ผ่านมา

          บริษัทได้ออกขายหุ้นกู้สกุลเงินบาทจำนวน 7 พันล้านบาท ดอกเบี้ยเฉลี่ยราว 5.7% (ต่ำกว่าหนี้เดิมที่มีต้นทุนเฉลี่ยราว 6%) เพื่อนำไปชำระคืนหนี้เดิมในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐทั้งหมดที่มีเงื่อนไขห้ามจ่ายเงินปันผลจนกว่าจะชำระหนี้หมด ประกอบกับในปี 2553 คาดว่ารายได้จากการให้บริการในอินเดียซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายการขายส่ง จะเริ่มเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่งวด 1Q53 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้บริษัทเริ่มพลิกกลับมามีกำไรปกติอีกครั้ง และส่งผลให้คาดว่าบริษัทจะเริ่มจ่ายเงินปันผลสำหรับรอบผลประกอบการปี 2553 ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีนับจากปี 2547 รวมทั้งราคาหุ้นปัจจุบันยังมี upside 15% และยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book value) ที่ 14.6 บาท จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

          โดย บมจ. หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #41 เมื่อ: 13/11/09 22:27:28 »

ไทยคมติดปลักธุรกิจในเขมร ชี้สถานการณ์สุกงอมใกล้ปะทุ

        "บิ๊กไทยคม" แจงปัญหาไทย-กัมพูชา ยังไม่กระทบธุรกิจ เพราะมีพนักงานคนไทยแค่ 10 คน แต่ก็ไม่ประมาท เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่อ่อนไหวบอบบาง เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร-วัฒนธรรมของความเป็นอยู่ของทั้ง 2 ประเทศ พร้อมยอมรับธุรกิจด้านโทรศัพท์ กำลังเผชิญความเสี่ยง
       
       นายธนฑิต เจริญจันทร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เปิดเผยว่า ปัญหาทางการเมือง ระหว่างไทยกัมพูชา ขณะนี้ ยังไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจ ยังคงทำงานตามปกติ เพราะส่วนหนึ่งนั้นบริษัทเป็นบริษัทร่วมทุนกับหลายเจ้า จึงไม่น่าจะมีปัญหา และพนักงานของบริษัทที่เป็นคนไทย ก็มีจำนวนน้อยมาก เพียง 10 คนเท่านั้น ซึ่งจะดูแลและคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงานเป็นหลัก
       
       ทั้งนี้ ไทยคมยังคงมีความระมัดระวัง เพราะความขัดแย้งดังกล่าวเป็นเรื่องที่บอบบาง เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารและวัฒนธรรมของความเป็นอยู่ของทั้ง 2 ประเทศ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโทรศัพท์ในประเทศกัมพูชา ยังมีความเสี่ยง เนื่องจากมีการแข่งขันที่สูงมาก มีประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นคู่แข่งจำนวนมาก มีการลดแลกแจกแถม มีโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้า ส่วนทางบริษัทไทยคม ยังคงเน้นในเรื่องของคุณภาพเป็นหลัก แต่ยังไม่มีการลดราคา
       
       ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทางกลุ่มสามารถฯ ยื่นข้อเสนอต่อกลุ่มเทมาเสกเพื่อซื้อหุ้น THCOM นั้น ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการติดต่อจากทางกลุ่มสามารถ และไม่ได้รับการแจ้งเรื่องนี้จากเทมาเสกเลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #42 เมื่อ: 16/11/09 12:44:29 »

ไอซีทีชงครม. อนุมัติTHCOM ซื้อดาวเทียม แทนไทยคม1A

ไอซีทีเตรียมเสนอครม.ไฟเขียว  THCOM  ซื้อดาวเทียมต่างประเทศ  ทดแทนไทยคม 1Aที่จะปลดระวางสิ้นปีนี้   มั่นใจเสร็จทันพร้อมบริการลูกค้า  ด้านบิ๊ก  THCOM  เผยแม้ดาวเทียมจะเหลือให้บริการแค่  2ดวงคือ  ไอพีสตาร์-ไทยคม  5  แต่ไม่เป็นปัญหา  เพราะช่องสัญญาณยังเหลือ   ส่วนรายได้ปีหน้ายันโต 2 หลักแน่ เหตุรับรู้รายได้ไอพีสตาร์เต็มปี

นายธานีรัตน์ ศิริปะชนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณารายละเอียดคุณสมบัติการใช้งานดาวเทียม เปิดเผยว่า ไอซีทีได้ข้อสรุปแล้วว่า ยินยอมให้บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM สามารถซื้อดาวเทียมดวงใหม่จากต่างประเทศได้ทันที เพื่อมารองรับการใช้งานแทนดาวเทียมไทยคม 1A ที่จะหมดอายุสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคระกรรมการมาตรา 22 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือพ.ร.บ.ร่วมทุน เนื่องจากสัญญามีการเปลี่ยนแปลง เพราะเดิมที่กำหนดให้ไทยคมต้องสร้างดาวเทียมดวงใหม่เท่านั้น แต่ขอสรุปของไอซีทีคือให้ THCOM ซื้อดาวเทียมดวงใหม่ได้

นายธานีรัตน์ กล่าวว่า ที่คณะกรรมการเห็นชอบให้ซื้อนั้น เพราะคำนึงถึงในแง่ธุรกิจที่จะส่งผลกระทบต่อลูกค้าระหว่างที่รอการสร้างไทยคม 6 ที่ใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 ปี แต่ดาวเทียมดวงใหม่ ที่ซื้อมาถือเป็นการรองรับลูกค้าชั่วคราวเท่านั้น เพราะไอซีทียึดตามสัญญาสัมปทานที่ทำขึ้นตั้งแต่ปี 2534 ที่ระบุว่าเอกชนผู้ได้รับสัมปทานจะต้องทำการสร้างดาวเทียมดวงใหม่ พร้อมกับดาวเทียมสำรองเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องตำแหน่งดาวเทียมที่ไทยได้รับสิทธิ์จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) และต้องรักษาไว้ จึงต้องให้ไทยคมสร้างดาวเทียมแทนการเช่าใช้โดยปัจจุบันไทยมีตำแหน่งดาวเทียมอยู่ในการดูแล  8  ตำแหน่ง  ในส่วนที่ใช้งานแล้ว คือ ไทยคม 1 ที่ 120 องศาตะวันออก ไทยคม 2 ที่ 78.5 องศาตะวันออก ไทยคม 3 ที่ 78.5องศาตะวันออก ไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ 119 องศาตะวันออก ส่วนไทยคม 5 นั้น ถูกยิงขึ้นไปแทนไทยคม 3 ที่หมดอายุการใช้งาน

สำหรับดาวเทียมที่ซื้อมาจากต่างประเทศนั้นมีคุณสมบัติการใช้งาน  (สเปก)  เทียบเท่ากับไทยคม 5 ซึ่งเป็นดาวเทียมที่เน้นรองรับการใช้งานด้านกระจายเสียง (บรอดคาสต์)เป็นหลัก ประกอบด้วยย่านความถี่ C-Band จำนวน 25 ทรานสพอนเดอร์ การซื้อดาวเทียมต่างประเทศครั้งนี้  ทางไทยคมจะต้องลากเข้ามาที่วงโคจร 120 องศาตะวันออก วงโคจรเดิมของไทยคม 1A

ด้านนายธนฑิต  เจริญจันทร์  รองกรรมการผู้อำนวยการ สายการเงินและการบัญชี THCOM กล่าวว่า สำหรับดาวเทียมไทยคม1A และ 2 ที่จะหมดอายุลงในช่วงปลายปีนี้ และเดือน เม.ย. 2553  ตามลำดับนั้น บริษัทมีแผนจะย้ายลูกค้าไปไทยคม 5 เพราะยังมีช่องสัญญาณเพียงพอ สำหรับการใช้งานได้ อีกทั้งไอพีสตาร์ยังมีความสามารถรองรับการใช้งานที่เป็นบรอดคาสต์ได้บ้างส่วนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม  แผนการประมูลดาวเทียมของสหรัฐอเมริกา ที่มีการขายทอดตลาดเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมานั้น THCOM ได้ส่งหนังสือไปยังไอซีที เพื่อแจ้งให้ทราบว่าบริษัทต้องการจะเข้าร่วมประมูล  เพื่อมาใช้งานรองรับดาวเทียมไทยคม  2  แต่การประมูลนั้น มีผู้ประกอบการจากต่างประเทศ  ปั่นราคาขึ้นไปถึง  210 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ ทำให้บริษัทแพ้การประมูลดังกล่าว

"แม้ว่าในกลางปีหน้า เราจะเหลือดาวเทียมให้บริการอยู่เพียง 2 ดวงคือ ไทยคม 5 และ ไอพีสตาร์ แต่ก็มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทในแง่ผลการดำเนินงาน เพราะแนวโน้มการให้บริการในอนาคตจะเข้าสู่บรอดแบนด์ ดังนั้น การให้บริการของบริษัทจะเปลี่ยนไปสู่ลักษณะดังกล่าว อีกทั้งไทยคม 5 ยังมีพื้นที่ให้บริการอยู่ แต่อาจจะมีลูกค้าเหลือบ้าง 1-2 รายที่ไม่สามารถย้ายได้ เราก็จะหาดาวเทียมดวงอื่นๆ ที่อยู่ในวงโคจรให้ลูกค้าเช่า" นายธนฑิต กล่าว

นายธนฑิต  กล่าวอีกว่า ในปี 2553 นั้น ตนมั่นใจว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก จากปีนี้ เนื่องจากธุรกิจการให้บริการดาวเทียมไอพีสตาร์จะถึงจุดคุ้มทุนในปีหน้า  หลังจากเซ็นสัญญาให้บริการในตลาดอินเดียในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้า ล่าช้ากว่าแผนเล็กน้อย เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการจัดซื้ออุปกรณ์และใบอนุญาต ส่วนผลประกอบการในปีนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าจะมีกำไร โดยในไตรมาส 4/2552 คาดว่าจะทำกำไรต่อเนื่องจากไตรมาส 3/2552
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #43 เมื่อ: 18/11/09 12:28:54 »

กิมเอ็ง-แนะนำ "ทยอยสะสม"THCOM


บมจ.ไทยคม (THCOM) - ทยอยสะสม

ราคาปิด (บาท)          7.75
ราคาเป้าหมาย (บาท)     9.85
SET Index             706.55

คงมุมมองเชิงบวกด้วยกำหนดการเริ่มให้บริการในอินเดียในอีก 2 เดือนข้างหน้า แม้จะปรับสมมติฐานในเชิงอนุรักษ์นิยมขึ้น

แนะนำ ทยอยสะสม
          เราได้รับทั้งข้อมูลเชิงบวกและด้านความเสี่ยงจากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ด้านบวกคือผู้บริหารแสดงความมั่นใจว่ารายได้จากจากบริการไอพีสตาร์ในอินเดียวจะเริ่มต้นในอีกสองเดือนข้างหน้า และอัตราการใช้ bandwidth ของดาวเทียมไอพีสตาร์จะปรับเพิ่ม 10% ในปีหน้า  ในทางกลับกันตลาดจีนนั้นค่อยๆมีความคืบหน้าแต่ดูเหมือนจะช้ากว่าที่เราเคยคาดไว้โดยในปีหน้าจะยังไม่มีโตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้บริษัทไม่สามารถชนะการประมูลดาวเทียม ProtoStar 1 เพื่อใช้ทดแทนดาวเทียมไทยคม 2 ที่จะหมดอายุในกลางปีหน้า

         เนื่องจากเป็นที่ต้องการและปิดการประมูลที่ราคาสูง เราจึงเริ่มมีความกังวลว่าบริษัทจะต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้นจากสมมติฐานเดิมของเราเพื่อที่จะสร้างดาวเทียมดวงใหม่ จึงทำการปรับเพิ่มงบลงทุนในปีหน้าในเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น (แม้บริษัทยังไม่สรุปแผนนี้และอาจใช้เงินลงทุนต่ำกว่านี้)  ดังนั้นราคาเหมาะสมตามวิธี sum-of-the-parts จึงถูกปรับลดจาก 10.75 บาทเป็น 9.85 บาท โดยหุ้น THCOM ยังน่าสนใจเข้า ทยอยสะสม (ปรับจากเดิมแนะนำ ซื้อเก็งกำไร) ด้วยการคาดหมายในตลาดอินเดียและผลประกอบกอบการพลิกมามีกำไรในปีหน้า

กำหนดการเริ่มให้บริการไอพีสตาร์ในอินเดียในเดือน มค 2553
          การติดตั้ง gateway 2 แห่งในอินเดียนั้นอยู่ระหว่างขั้นตอนติดตั้งอุปกรณ์ มีกำหนดส่งมอบและตรวจรับในเดือน พย-ธค 2552 โดยผู้บริหารคาดหมายว่าจะเริ่มให้บริการในเดือน มค 2553  ถือเป็นกำหนดการที่ล่าช้าไปจากเดิมราว 1-2 เดือนแต่ยังคงเป็นไปตามประมาณการของเรา อินเดียถือเป็นตลาดใหญ่อันดับสอง (ด้วยสัดส่วน 17.5% ของ bandwidth ทั้งหมด) รองจากจีน และด้วยแนวโน้มความต้องการด้านบริการ mobile backhaul เพื่อช่วยขยายโครงข่ายโทรศัพท์ไปยังพื้นที่ห่านงไกลได้รวดเร็ว ผุ้บริหารคาดว่าการใช้ bandwidth ของตลาดอินเดียจะแซงตลาดไทยและออสเตรเลียภายใน 1 ปี

คาดพลิกมามีกำไรด้วยอัตราการใช้ bandwidth ไอพีสตาร์ 20% ณ สิ้นปีหน้า
          ด้วยแนวโน้มการขยายธุรกิจในออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง และพันธมิตรในอินเดียได้แสดงความต้องการใช้งานค่อนข้างมาก ผู้บริหารของ THCOM คาดหมายว่าอัตราการใช้ bandwidth ของไอพีสตาร์จะเพิ่มจากราว 10% ในปัจจุบันเป็น 20% ณ สิ้นปีหน้า เปรียบเทียบกับจุดคุ้มทุนที่ 15% โดยประมาณการดังกล่าวยังไม่มีส่วนของตลาดจีนมากนักเพราะจะต้องผ่านขั้นตอนการทดสอบค่อนข้างมากเพื่อให้เป็นที่ไว้วางใจที่จะให้บริการ mobile backhaul ให้กับพันธมิตร China Telecom  และด้วยการเติบโตของตลาดจีนดูจะช้ากว่าที่เราเคยคาดไว้ เราจึงปรับลดสมมติฐานการใช้ bandwidth ณ สิ้นปีหน้าจาก 25% เป็น 20% ซึ่งยังคงเพียงพอที่จะพลิกให้บริษัทมีกำไร 173 ล้านบาทในปีหน้า (ปรับลดจากคาดการณ์เดิม 304 ล้านบาท)

แพ้ประมูลดาวเทียมทำให้เราปรับสมมติฐานเงินลงทุนในเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น
          ผู้บริหารของ THCOM ยังไม่สรุปแผนหลังดาวเทียมไทยคม 2 หมดอายุในกลางปีหน้า โดยเราประเมินว่ามี 4 ทางเลือกเรียงตามงบประมาณที่ต้องใช้จากน้อยไปมาก ดังนี้
          1) โอนย้ายลูกค้าส่วนใหญ่ไปยังไทยคม 5 และหยุดการให้บริการลูกค้าที่ไม่ใช่กลุ่ม premium
          2) เช่าระยะยาวจากดาวเทียมดวงอื่น (ซึ่งถูกคัดค้านโดยที่ปรึกษาของกระทรวงไอซีที)
          3) ซื้อดาวเทียมอยู่บนวงโคจรอยู่แล้ว และ
          4) สร้างดาวเทียมใหม่ (โดยอาจร่วมมือกับพันธมิตร)
          เดิมเราใช้สมมติฐานทางเลือกที่ 3 ด้วยงบประมาณ 100 ล้าน US$ แต่บริษัทเพิ่งแพ้ประมูลดาวเทียม ProtoStar 1 เนื่องจากเป็นที่ต้องการและปิดการประมูลที่ราคาสูง ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงมากขึ้นว่าบริษัทอาจต้องใช้งบลงทุนเกินกว่าสมมติฐานเดิมของเรา เพื่อที่จะจับมือกับพันธมิตรสร้างดาวเทียมดวงใหม่ ดังนั้น เราจึงปรับงบลงทุนปีหน้าขึ้น 50 ล้าน US$

Earnings summary
                             2007      2008     2009F    2010F     2011F
Sales                       6,435     7,013     7,246    8,983    11,560
EBITDA (Btmn)               2,165     2,321     2,689    3,300     4,087
Normalised Profit          -1,175      -344      -382      173       581
Net Profit                  3,040      -713       -18      173       581
Normalised EPS (Bt)         -1.08     -0.31     -0.35     0.16      0.53
EPS (Bt)                     2.78     -0.65     -0.02     0.16      0.53
PER (x)                       2.8     N.A.      N.A.      49.1      14.6
EV/EBITDA (x)                 7.3       7.2       5.5      5.5         4
CF/share (Bt)                 0.9      -0.6       0.8      1.1       2.3
BV per shr (Bt)              15.2      14.7      14.3     14.5        15
Price/BV (x)                  0.5       0.5       0.5      0.5       0.5
DPS (Bt)                       -         -         -      0.03      0.16
Dividend yield (%)          0.00%     0.00%     0.00%    0.40%     2.10%
Gearing                       0.4       0.5       0.4      0.6       0.5
ROA (%)                     9.70%    -2.40%    -0.10%    0.60%     1.90%
ROE (%)                    20.20%    -4.40%    -0.10%    1.10%     3.60%
Source : Company reports and KELIVE Research estimates 

Sum-of-the-parts value
                           Value    Bt/share    Method             
Satellite business         5,707        5.21    DCF               
Internet business            815        0.74    DDM               
Indochina business         4,274         3.9    Book value base   
Total                     10,796        9.85                       
Source : Company reports and KELIVE Research estimates 

          โดย บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่  18 พ.ย. 2552

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #44 เมื่อ: 18/11/09 12:29:47 »

เอเซีย พลัส-แนะนำ "ซื้อ" THCOM

ไทยคม (THCOM)  -  ซื้อ
ราคาปัจจุบัน        7.75    บาท
Fair Value      10.30    บาท
มูลค่าตลาด        8,494    ล้านบาท
หุ้น Turn around กลุ่ม ICT ที่จะโดดเด่นสุดในปี 2553

          * THCOM ตั้งเป้าจะให้บริการในอินเดียได้ไม่เกิน ม.ค. 2553
          * ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2553 สะท้อนการเติบโตในอนาคต
          * ปี 2553 จะพลิกมามีกำไรและจ่ายเงินปันผลได้อีกครั้ง..แนะนำ “ซื้อ”

THCOM ตั้งเป้าจะให้บริการในอินเดียได้ไม่เกิน ม.ค. 2553
          ผู้บริหารเปิดเผยว่าในปี 2553 ดาวเทียม iPSTAR จะเติบโตขึ้นจากปริมาณการให้เช่าช่องสัญญาณเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีการใช้งานราว 10% ของความสามารถในการให้บริการ เป็น 20% โดยการเติบโตหลักๆมาจากตลาดใหม่อย่าง อินเดียซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตั้งสถานีภาคพื้นดิน (Gateway) หลังจากนั้นจะส่งมอบงานและรอให้หน่วยงานภาครัฐของอินเดียตรวจรับงาน โดยบริษัทคาดว่าในกรณีเลวร้ายสุด การตรวจรับงานจะแล้วเสร็จและเริ่มให้บริการได้ในเดือน ม.ค.2553

           ขณะที่ตลาดเดิมซึ่งเปิดให้บริการแล้ว เช่น ออสเตรเลีย, ไทย จะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ขณะที่ดาวเทียมแบบดั้งเดิม (Conventional satellite) ที่ให้บริการอยู่ในขณะนี้ 2 ดวง คือ ดาวเทียมไทยคม 2 และไทยคม 5 น่าจะทรงตัว แม้ไทยคม 2 จะหมดอายุลงในช่วง 1Q53 แต่บริษัทจะทำการโอนลูกค้ามาใช้ไทยคม 5 ซึ่งจะหมดอายุในอีก 11 ปี ข้างหน้า และยังมี capacity เหลือเพียงพอที่จะรองรับลูกค้าจากไทยคม 2 ได้เกือบทั้งหมด สำหรับธุรกิจโทรศัพท์กัมพูชา ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 หรือมีลูกค้าอยู่ราว 3.5 ล้านราย ผู้บริหารยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง ส่วนการตัดราคาของผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งทำให้ยอดลูกค้าในงวด 3Q52 ลดลง แต่บริษัทได้ออกแผนการตลาดที่มีราคาต่ำเพื่อให้แข่งขันได้ ซึ่งทำให้ยอดลูกค้าเริ่มกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2553 สะท้อนการเติบโตในอนาคต
          เนื่องจากผลประกอบการปกติในช่วง 9M52 ขาดทุนปกติมากกว่าคาดการณ์ทั้งปีทำให้ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการผลประกอบการในปี 2552 ลงจากเดิมที่คาดจะขาดทุนปกติเพียง 205 ล้านบาท เป็นขาดทุนปกติ 414 ล้านบาท (รายละเอียดตามตารางด้านขวา) แต่คาดว่าในปี 2553 รายได้จะเติบโตขึ้น หลังรายได้จากการให้บริการในอินเดียซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายการขายส่ง จะเริ่มเข้ามาอย่างมีนัยฯ ตั้งแต่งวด 1Q53

          ขณะที่คาดว่าประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่ายดีขึ้น จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมทั้งดอกเบี้ยจ่ายที่มีแนวโน้มลดลงหลังออกหุ้นกู้สกุลเงินบาทที่มีต้นทุนต่ำกว่าเพื่อไปจ่ายชำระคืนเงินกู้ดอลล่าร์ทั้งหมด อีกทั้งยังไม่ต้องบันทึกกำไร(ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนอีก ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรในปี 2553 เพิ่มขึ้น 75% ภายหลังการปรับปรุงประมาณการ คาดว่าในปี 2552 จะยังขาดทุนปกติ 414 ล้านบาท แต่ในปี 2553จะพลิกกลับมามีกำไรปกติได้อีกครั้งราว 353 ล้านบาท (หลังจากที่ขาดทุนปกติมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2549)

ปี 2553 จะพลิกมามีกำไรและจ่ายเงินปันผลได้อีกครั้ง..แนะนำ “ซื้อ”
          ภายใต้ประมาณการใหม่ ราคาเหมาะสมในปี 2553 ที่ประเมินด้วยวิธี DCF ได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 9 บาท เป็น 10.30 บาท ซึ่งมี upside 33% ประกอบกับราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book value) ที่ 14.6 บาท นอกจากนี้ยังคาดว่าผลประกอบการปกติของบริษัทในปี 2553 จะพลิกเป็นมีกำไรได้ ทำให้คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับจากปี 2547 จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

          โดย บมจ. หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #45 เมื่อ: 18/11/09 12:30:28 »

ดีบีเอสฯ-แนะนำ "ซื้อ" THCOM


THCOM  คำแนะนำ ซื้อ
ราคาปิด 7.75 บาท   ราคาพื้นฐาน 11.50 บาท (เดิม 11.75 บาท)

การเปิดตัว iPSTAR ที่อินเดียเลื่อนเป็น ม.ค.53
          บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานน้อยลงใน 3Q52 เป็น 59 ล้านบาท เทียบกับ 2Q52 ที่เป็นขาดทุน 165 ล้านบาท สาเหตุเป็นเพราะค่าใช้จ่ายขาย-บริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลพวงจากการกลับรายการตั้งสำรอง 65 ล้านบาท รวมทั้งค่าใช้จ่ายการตลาดและบุคลากรลดลง
 
         การเปิดตัว iPSTAR ที่อินเดียเลื่อนเป็น ม.ค.53 สำหรับการก่อสร้าง 2 gateway foundation ที่มุมไบ และ นิวเดลฮี ได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ตัวอุปกรณ์ iPSTAR ที่มีการนำเข้าได้ล่าช้า สืบเนื่องจากการผ่านพิธีการกรมศุลกากรนั้นยาวนานกว่าที่คาดไว้แต่เดิม หลังจากที่จะมีการตรวจรับ iPSTAR ก็จะมีการเปิดการให้บริการได้ ประมาณ ม.ค.53 ทั้งนี้อัตราการเข้าใช้บริการดาวเทียม (take-up rate) ก็ควรจะเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง เพราะ iPSTAR terminals จำนวน 6,200 ที่มีอยู่ในอินเดีย ปัจจุบันอยู่ที่ Indian Sattelities ก็จะย้ายมายัง iPSTAR เมื่อเริ่มเปิดให้บริการ ส่วนจุดคุ้มทุนนั้นถูกคาดไว้ว่าเป็น กลางปี 53 สำหรับตลาดที่จีนก็ยังมีช่องว่างทางธุรกิจอยู่ แต่บริษัทก็ไม่ได้ระบุถึง take-up rate
 
         คงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากภาพการฟื้นตัวของบริษัท นอกจากนี้ราคาปิดมีส่วนเพิ่มเทียบกับราคาพื้นฐานได้อีกถึง 49% ราคาพื้นฐานประเมินด้วยวิธีส่วนลดกระแสเงินสดสุทธิ (DCF) เป็น 11.50 บาท

         โดย  บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน  2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #46 เมื่อ: 19/11/09 13:19:36 »

THCOM เตรียมรับรายได้จากอินเดีย มีลุ้นหนุนกำไรปี 53 ทะลุเป้า

Posted on Thursday, November 19, 2009
ผู้บริหารของ บมจ.ไทยคม (THCOM) คาดว่า รายได้ของบริษัทในปี 2553 จะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจากปีนี้ เนื่องจากธุรกิจการให้บริการดาวเทียมไอพีสตาร์จะถึงจุดคุ้มทุนในปีหน้า หลังจากเซ็นสัญญาให้บริการในตลาดอินเดียในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2553

สำหรับประเด็นความขัดแย้ง ระหว่างไทย –กัมพูชา ที่ THCOM มีธุรกิจโทรศัพท์ และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 หรือมีลูกค้าอยู่ราว 3.5 ล้านรายในกัมพูชา ผู้บริหารยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง ส่วนการตัดราคาของผู้ประกอบการรายใหม่ ทำให้ยอดลูกค้าในงวดไตรมาส 3/52 ลดลง แต่บริษัทได้ออกแผนการตลาดที่มีราคาต่ำเพื่อให้แข่งขันได้ ซึ่งทำให้ยอดลูกค้าเริ่มกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

บล. เอเซียพลัส - มีมุมมองเชิงบวกต่อ THCOM โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2553 สะท้อนการเติบโตในอนาคต หลังรายได้จากการให้บริการในอินเดียซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายการขายส่ง จะเริ่มเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ไตรมาส 1/53 และคาดว่าการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะทำได้ดีขึ้น รวมทั้งดอกเบี้ยจ่ายที่มีแนวโน้มลดลงหลังออกหุ้นกู้สกุลเงินบาทที่มีต้นทุนต่ำกว่าเพื่อไปจ่ายชำระคืนเงินกู้ดอลลาร์สหรัฐทั้งหมด อีกทั้งยังไม่ต้องบันทึกกำไร(ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนอีก ทำให้คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับจากปี 2547 จึงแนะนำ "ซื้อ" ให้ราคา 10.30 บาท

บล. เกียรตินาคิน - ให้คำแนะนำ “ถือ” สำหรับ THCOM แม้จะมีความเห็นเป็นบวกต่อ ปี 2553 ที่คาดว่าพลิกเป็นกำไรปกติ 64 ล้านบาท แต่การฟื้นตัวต่อเนื่องของผลประกอบการยังต้องติดตามใกล้ชิด เพราะความแตกต่างของตลาด และเงื่อนไขการทำตลาดในแต่ละประเทศ ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญทำให้การสร้างรายได้ของ IPSTAR จากตลาดใหม่ ๆ เป็นไปอย่างล่าช้า โดยให้ราคาไว้ที่ 8.70 บาท

ส่วนบล. กิมเอ็ง แนะนำ "ทยอยสะสม" ให้ราคา 9.85 บาท
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #47 เมื่อ: 19/11/09 13:32:36 »

โกลเบล็ก-แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" THCOM
         
          คาดดาวเทียมไอพีสตาร์ที่อินเดียจะเริ่มเปิดให้บริการต้นปี 53
          ผลประกอบการ 3Q52 มีกำไรสุทธิ 51 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง แต่ผลประกอบการปกติยังขาดทุน 57 ล้านบาท ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน สำหรับผลประกอบการในปี 53 เราคาดว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในต้นปี 53 จะมีการเปิดให้บริการดาวเทียมไอพีสตาร์ที่ประเทศอินเดีย

           คาดว่าจะช่วยให้รายได้เติบโตอย่างมาก ส่วนที่ออสเตรเลีย คาดว่าจะยังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง แต่ที่จีนคาดว่ายังอาจจะล่าช้าออกไปได้อีก อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าแนวโน้มธุรกิจไอพีสตาร์ในปี 53 จะเข้าสู่จุดคุ้มทุน ส่วนธุรกิจโทรศัทพ์คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นใน 4Q52 โดยเราคาดผลประกอบการปี 52 จะขาดทุนราว 40 ล้านบาท แต่จะพลิกเป็นกำไรสุทธิในปี 53 ได้ ทั้งนี้ เราแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 9 บาท

          ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
          THCOM ตั้งเป้าหมายอัตราการใช้งานไอพีสตาร์ปี 53 เติบโตกว่าเท่าตัว: THCOM ตั้งเป้าหมายอัตราการใช้งาน bandwidth ของดาวเทียมไอพีสตาร์ในปี 53 จะอยู่ที่ประมาณ 20% จากปัจจุบันมีการใช้งานประมาณ 10% (แต่น้อยกว่าที่เคยคาดไว้เดิมที่จะอยู่ที่ประมาณ 25-30%) โดยธุรกิจไอพีสตาร์ที่ออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศที่มีการใช้งานสูงที่สุด คาดว่าจะมีการเติบโตโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาลของออสเตรเลีย

            สำหรับที่อินเดียคาดว่าจะเริ่มเปิดในบริการดาวเทียมไอพีสตาร์ได้ราว ม.ค.53 และมีแนวโน้มที่รายได้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว จากความต้องการนำไปใช้งานเพื่อรองรับการให้บริการในธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่ง THCOM คาดว่าอัตราการใช้งานที่อินเดียว อาจแซงหน้าออสเตรเลียในปี 54 ส่วนที่จีน ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้คีบหน้าได้เมื่อใด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโทรคมนาคมที่จีนปัจจุบันเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการให้บริการ 3G โดยบริษัทมีความหวังว่า China Telecom ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านธุรกิจและมีใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ 3G จะมีการนำเอาไอพีสตาร์ไปใช้งาน Mobile Backhaul เพื่อรองรับการขยายโครงข่ายโทรศัพท์ในพื้นที่ห่านงไกลได้อย่างรวดเร็ว
 
         คาดผลประกอบการปี 53 ยังคงอยู่ในทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง: จากธุรกิจดาวเทียมไอพีสตาร์ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในปี 53, ดาวเทียมประเภท Conventional Satellite คาดว่าจะยังทรงตัว โดยดาวเทียมไทยคม 2 ที่จะหมดอายุการใช้งานราว 1Q53 จะมีการโอนลูกค้าเกือบทั้งหมดไปยังไทยคม 5 ส่วนแผนการขยายธุรกิจดาวเทียมในอนาคตยังคงไม่ได้ข้อสรุป โดยยังคงมีทางเลือกทั้ง เช่า ซื้อมือสอง หรือสร้างใหม่, สำหรับธุรกิจโทรคมนาคมในกัมพูชาและลาว คาดว่าจะมีทิศทางที่เติบโตได้ดี

           โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่กัมพูชา (Mfone) ที่มีการแข่งขันสูงจากการเข้ามาของคู่แข่งขันรายใหม่คาดว่าอุตสาหกรรมจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นใน 4Q52 โดยภาครัฐบาลของกัมพูชาได้มีเข้ามากำกับดูแลในส่วนของราคาค่าบริการ และ Mfone ได้มีการปรับค่าบริการให้แข่งขันได้ ดังนั้น จากแนวโน้มทุกธุรกิจที่คาดว่าจะเติบโตขึ้น เราจึงคาดว่าผลประกอบการในปี 53 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดกำไรปี 53 ที่ 369 ล้านบาท

          แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 9 บาท: จากแนวโน้มการเปิดตลาดไอพีสตาร์ที่ประเทศอินเดียที่คาดว่าจะเริ่มต้นในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่จะทำให้ผลประกอบการปี 53 เริ่มมีกำไรเติบโตอย่างมั่นคง ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ คาดว่ายังคงมีผลการดำเนินงานที่ดี ทั้งนี้ เราประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี DCF อิง WACC 12% ได้ราคาเป้าหมายที่ 9 บาท แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

          โดย บจ.หลักทรัพย์ โกลเบล็ก ประจำวันที่ 19 พ.ย. 2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #48 เมื่อ: 17/12/09 11:56:19 »

THCOMยึดน่านฟ้าจิงโจ้ iPSTARหัวหอกกำไร!

THCOM ลุยขายแบรนด์วิดท์ออสเตรเลีย หลังรับงานโปรเจ็กต์ยักษ์บรอดแบนด์แห่งชาติ มั่นใจช่วยเสริมบริการบรอดแบนด์ในภูธรได้ดี ความเร็วสูงสุด 4 MB คุยฟุ้งลูกค้าติดแล้ว 75,000 ราย "อารักษ์"ย้ำรอดูผลงานปี 53 ได้หัวหอกไอพีสตาร์ตัวทีเด็ด ดันรายได้โตวางเป้าหมายเน้นขายแบรนด์วิดท์มากกว่ายูที

นายสุพจน์  ชินวีระพันธุ์  ผู้จัดการทั่วไป  บริษัท ไอพีสตาร์ ออสเตรเลีย พีทีวาย จำกัด (IPA - IPSTAR Australia Pty Ltd.) ในเครือของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)  หรือ THCOM เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะนำแบนด์วิดท์ของดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ไปให้บริการในโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ (National Broadband Network:NBN)ของประเทศออสเตรเลีย โดยขณะนี้ บริษัทได้เริ่มเจรจากับบริษัท NBN Co ในการหาโซลูชั่นสำหรับการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) แล้ว

โดยเบื้องต้น จะให้บริการในพื้นที่ชนบทของออสเตรเลีย หลังจากที่ได้มีการสาธิตตัวอย่างของบริการบรอดแบนด์ บนดาวเทียมไทยคม 4 ที่มีประสิทธิภาพตามการใช้งานในโครงการ  NBN  ที่กรุงแคนเบอรา  ซึ่งไอพีสตาร์ ออสเตรเลีย มั่นใจว่าการให้บริการ บรอดแบนด์ไปยังเขตพื้นที่ห่านงไกลในออสเตรเลียในโครงการ NBN สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ขณะนี้ผู้ใช้บริการไอพีสตาร์และผู้ให้บริการไอพีสตาร์ที่อยู่ภายใต้โครงการ   Australian Broadband Guarantee(ABG) สามารถรับส่งไอพีสตาร์ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 4 Mbps

นายฟิลล์  ครอส ผู้จัดการฝ่ายขาย IPA ไทยคม ออสเตรเลีย กล่าวว่า ถึงแม้ว่าบริษัทฯ จะติดตั้งและให้บริการลูกค้าไอพีสตาร์ไปแล้ว 75,000 รายในออสเตรเลีย ดาวเทียมไทยคม  4  ก็ยังคงมีแบนด์วิดท์เหลืออยู่อีกมาก  และดาวเทียมก็จะยังอยู่ในวงโคจร เพื่อให้บริการไปอีกใน 10 ปี ทุกวันนี้บริษัทฯ ได้มีการประสานงานกับทาง บริษัท NBN Co อย่างต่อเนื่องในเรื่องของการให้บริการบรอดแบนด์     และกับดาวเทียมอื่นที่จะขึ้นไปในอนาคตด้วย

ทั้งนี้ THCOM มีสำนักงานตั้งอยู่ที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบัน บริษัทฯ มีลูกค้าที่เป็นผู้ให้บริการไอพีสตาร์   (IPSTAR  Service  Providers)  ในประเทศออสเตรเลียกว่า 10 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้โครงการสนับสนุน การใช้บรอดแบนด์ของภาครัฐ คือ โครงการ Australian Broadband Guarantee บริษัท ไอพีสตาร์ ออสเตรเลีย

นายอารักษ์ ชลธารนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่คณะผู้บริหาร THCOM กล่าวว่า การเปิดบริการไอพีสตาร์ที่ออสเตรเลีย เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัท ที่หันมาเน้นการทำตลาดขายแบรนด์วิดท์แทนการขายอุปกรณ์บอกรับสัญญาณปลายทาง หรือ ยูที เพียงเดียวเดียว ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า จะมีรายได้เข้าปีนี้เท่าไร แต่เชื่อว่าในปี 2553 รายได้รวมของ THCOM จะเติบโตมากกว่าปีนี้แน่นอน ซึ่งจะมีรายได้หลักจากไอพีสตาร์มาเป็นตัวสำคัญ

"เราตั้งเป้าหมายว่า แบนด์วิดท์ของไอพีสตาร์ จะขายได้ 13-15% ของความสามารถรองรับแบนด์วิดท์ทั้งหมด 40 กิกะไบท์ ซึ่งถือเป็นจุดคุ้มทุนของดาวเทียมดวงนี้ ส่วนในจีน ขณะนี้บริษัทก็สามารถดำเนินธุรกิจได้แล้ว โดยร่วมมือกับจีนในการขายสินค้า ซึ่ง คาดว่าปีนี้จะมีรายได้จากฐานลูกค้าทั้ง  2  แห่งเข้ามา  ซึ่งจะทำให้ปีนี้  THCOM  พลิกมีกำไรสุทธิได้"

ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ธุรกิจไอพีสตาร์ถือเป็นความหวังสำคัญต่อการพลิกฟื้นผลประกอบการปัจจุบันของ  THCOM ซึ่งขณะนี้บริษัทมีการเปิดให้บริการไอพีสตาร์ ไปแล้วใน 12 ประเทศ รวม 15 สถานีฐาน หรือครอบคลุมประมาณ 80% ของ ความสามารถในการใช้งาน (Capacity) ไอพีสตาร์ทั้งหมด

ขณะที่ตลาดจีน  ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไอพีสตาร์  คิดเป็น Capacity 26.2% ปัจจุบันยังไม่สามารถสร้างรายได้ได้มากนัก  แต่จากทำการเซ็นสัญญากับทางบริษัท  ไชน่า เทเลคอม แซทเทิ่ลไลท์ น่าจะส่งผลให้ THCOM สามารถเข้าไปทำตลาดรายย่อยได้มากขึ้น อีกทั้ง ได้ทดลองใช้ไอพีสตาร์ เพื่อเป็นโครงข่ายชั่วคราวสำหรับรองรับการให้บริการระบบ 3จี ซีดีเอ็มเอ ซึ่งหากได้เซ็นสัญญาในโครงการดังกล่าวนี้จริง คาดว่าจะทำให้ผลประกอบการของ THCOM จะกลับมาคุ้มทุนอย่างรวดเร็ว

สำหรับในตลาดอินเดีย คิดเป็น Capacity 17.5% นั้น ผู้บริหารของ THCOM ยังคงคาดการณ์ว่าจะสามารถเซ็นสัญญาให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในต้นปี  2553  โดยปัจจุบันเหลือเพียงการตกลงในรายละเอียดบางส่วนเท่านั้น ซึ่งตลาดจีน และอินเดียถือเป็นตลาดที่สำคัญ ต่อผลประกอบการของไอพีสตาร์ในอนาคตค่อนข้างมาก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: THCOM
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #49 เมื่อ: 13/01/10 10:38:18 »

ไอพีสตาร์ญี่ปุ่นเปิดQ1 THCOMพลิกมีปันผล

เจาะTHCOM อนาคตสดใส ไอพี สตาร์ใกล้จุดคุ้มทุน ผู้บริหาร “อารักษ์ ชลธาร์นนท์”คาดไตรมาส 1/53 นี้เปิดบริการในประเทศญี่ปุ่น หนุนผลงานทั้งปีพลิกกำไร พร้อมจ่ายปันผลตอบแทนผู้ถือ  เล็งเป้าเจาะตลาดจีน-อินเดีย-ออสเตรเลียเติมสูบ  จับตาลุ้นระทึกบุ๊ครายได้พิเศษค่าปรับภาษีในอินเดีย 300 ล้านบาท โบรกแนะให้ปรับพอร์ตหนีกลุ่มหุ้นมือถือ เข้า THCOM เหตุเป็นหุ้นเทรินอะราวด์ของกลุ่มสื่อสาร เป้าหมาย 12 บาท   
 
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นบมจ. ไทยคม หรือ THCOM  วานนี้ปิดตลาดที่ 7.95 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือคิดเป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 3.93% โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 210.12 ล้านบาท

 นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์รายวัน“ทันหุ้น”ว่า ในไตรมาส 1/2553 นี้บริษัทจะสามารถเปิดให้บริการในประเทศญี่ปุ่นได้ เพราะปัจจุบันการเจรจากับลูกค้าใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว ซึ่งจะเป็นตัวหนุนให้รายได้ของบริษัทเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้
     
สำหรับในปี 2553 บริษัทได้เน้นกลยุทธ์สำคัญในการให้บริการของดาวเทียวไอพีสตาร์ เพื่อให้มีการใช้งานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะในปีนี้จะมีการให้บริการในอินเดีย จีน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น ควบคู่ไปกับการจำหน่าย UT ของไอพีสตาร์ แต่จะไม่ใช้เป้าหมายหลักในการสร้างรายได้ให้กับบริษัทในปีนี้
 
นอกจากนี้ยังมีการขยายฐานลูกค้าในเอเชีย ซึ่งจะเป็นการเจาะฐานการให้บริการที่ครอบคลุมไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งล่าสุดได้เซ็น MOU กับลูกค้าในเอเซียเพิ่ม จึงทำให้การใช้งานดาวเทียมไอพีสตาร์สูงขึ้น เป็นปัจจัยหนุนให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
     
ดังนั้นจึงมั่นใจว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2553 จะพลิกเป็นกำไร จากปี 2552 ที่ผลการดำเนินงานยังเป็นลบอยู่ จากความล่าช้าในการเปิดบริการในอินเดีย และจีนในช่วงปีที่ผ่านมา
     
“เราหวังว่าในปี2553 บริษัทจะมีโอกาสที่จะจ่ายปันผลได้ เพราะเชื่อว่าปีนี้จะพลิกเป็นกำไร หลังจากที่ดาวเทียมไอพีสตาร์ถึงจุดคุ้มทุน บวกกับฐานะทางการเงินมีความคล่องตัวมากขึ้น หลังจากที่บริษัทได้ออกหุ้นกู้จำนวน 7 พันล้านบาทไปชำระหนี้”นายอารักษ์กล่าว

ลุ้นบุ๊ครายได้พิเศษปี52
     
ส่วนกรณีการฟ้องร้องที่ Income Tax Appellate Tribunal ของอินเดียให้ THCOM จ่าภาษีในการเปิดบริการดาวเทียมในอินเดีย เป็นจำนวน 450 ล้านบาท นั้น อาจจะใช้เวลานานกว่าจะพิจารณาคดี แต่ปัจจุบันบริษัทได้จ่ายเบี้ยปรับไปแล้ว 240 ล้านบาท และวางเงินประกันจำนวน 300 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเร่งเจรจาในส่วนของการจ่ายเบี้ยปรับ และหากสรุปได้บริษัทสามารถบุ๊ครายได้พิเศษเข้ามาในงวดบัญชีปี 2552 ประมาณ 300 ล้านบาท
     
ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจการจำหน่ายจานดาวเทียม DTV นั้นมีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้น และในปีนี้บริษัทปรับกลยุทธ์ในการขาย โดยการปรับลดราคาขายลงมา และเพิ่มปริมาณการขายจานมากขึ้น โดยตั้งเป้าปีนี้จะขายจานประมาณ 1 ล้านจาน จากปัจจุบันที่มียอดการขายจานที่ 5-6 แสนจาน

ปีนี้จบไทยคม 6
     
นายอารักษ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการจัดหาดาวเทียมดวงใหม่ หรือ ดาวเทียมไทยคม 6 เพื่อมาทดแทนดาวเทียมไทยคมดวงที่ 1 และ 2 ที่จะถึงกำหนดปลดระวางในปี 2553 และเพื่อรองรับความต้องการใช้ที่จะเกิดในอนาคต คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้ เพราะยังรอความชัดเจนจากกระทรวงไอซีที และ กทช.
     
ล่าสุดในช่วงต้นเดือนมกราคมบริษัทได้เจรจากับบริษัทไชนา เทเลคอม ในประเทศจีน เพื่อหารือในการสร้างดวเทียมไทยคม 6 รวมกัน ซึ่งบริษัทได้เล็งเห็นว่าบริษัทดังกล่าวมีความเชี่ยวชาญในการสร้างดาวเทียม ซึ่งคาดว่าจะต้องมีการหารืออีกระยะหนึ่ง และรอความเห็นจากภาครัฐด้วย ส่วนระยะเวลาในหการสร้างดาวเทียมดวงใหม่คาดว่าจะอยู่ที่ปะมาณ 2-3 ปี ใช้งบลงทุนประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
     
แนะซื้อเป้า 12 บาท
     
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า การเจรจาเรื่องไทยคม 6 จะเป็นบวกต่อ THCOM ไม่ว่าข้อสรุปของการเจรจาระหว่าง THCOM และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) จะออกมาเช่นไร ซึ่งหาก ICT ให้สร้างดาวเทียมใหม่ มองว่า THCOM จะได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาสัมปทานออกไป ในขณะที่หากได้รับอนุมัติให้เช่า จะทำให้ไม่ต้องใช้เงินสร้างดาวเทียมสูงถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6,500 ล้านบาท
     
นอกจากนี้ภาระในการสร้างอาจลดต่ำลงหาก THCOM มีพันธมิตรในการสร้างดาวเทียมและแบ่งสัดส่วนความเป็นเจ้าของกันตามเงินลงทุน ซึ่งสื่อรายงานว่าอาจเป็นบริษัทจากจีน
     
ทั้งนี้จะเริ่มรับรู้รายได้จากอินเดียในไตรมาส 1/2553 จากปัจจุบัน iPSTAR อยู่ระหว่างติดตั้งสถานีรับสัญญาณภาคพื้นดิน (Gateway) ที่อินเดียซึ่งจะแล้วเสร็จในปลายเดือนมกราคม 2553 นี้ ซึ่งจะทำให้สามารถเริ่มรับรู้รายได้จากอินเดีย และสัญญาการให้บริการมีลักษณะประกันรายได้ขั้นต่ำ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้าทันที และคาดTHCOM จะเริ่มมีกำไรสุทธิเป็นบวกได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2553
     
อีกทั้งสามารถรับรู้รายได้จากอินเดียและจีน รวมทั้งลูกค้ารายใหญ่ที่อยู่ระหว่างเจรจาซื้อขายช่องสัญญาณ (Band Width) จะสรุปในเดือนมีนาคม 2553 คาดว่าอัตราการใช้ดาวเทียม (Utilization rate) จะปรับดีขึ้นจาก 10% ณ สิ้นปี 2552 เป็น 30% ในช่วงสิ้นปี 2553 และ iPSTAR จะถึงจุดคุ้มทุนได้ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะทำให้ผลการดำเนินงานรวมพลิกกลับมามีกำไร
     
ส่วนธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกัมพูชามีแนวโน้มดีขึ้นหลังภาครัฐห้ามการทำตลาดในลักษณะโทรฟรีทำให้จะกลับมามีกำไรหลังขาดทุนในไตรมาส 3/2552 ที่ผ่านมา และธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (DTV) บริษัทตั้งเป้าหมาย 2553 ที่ 1 ล้านจานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2552 ที่คาดว่าจะได้ 5.5 แสนจาน ทั้งนี้การเติบโตของจานดาวเทียมจะกลับมาส่งผลดีต่อความต้องการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมอีกทาง
     
ดังนั้นเชื่อว่าการเริ่มรับรู้รายได้จากอินเดีย, ผลการดำเนินงานที่คาดว่าจะเริ่มพลิกมามีกำไรสุทธิ, โอกาสกลับมาจ่ายปันผลหลังการรีไฟแนนซ์เงินกู้ต่างประเทศในเดือน พ.ย. 52 ล้วนเป็นประเด็นผลักดันราคาหุ้น THCOM สู่เส้นทางของการ Turnaround ซึ่งน่าสนใจกว่ากลุ่มมือถือที่ยังคงไม่ชัดเจนจากการประมูล 3G จึงให้ THCOM เป็น Top pick กลุ่มสื่อสาร และแนะนำนักลงทุนเปลี่ยนการลงทุนจากหุ้นมือถือโดยเฉพาะ TRUE อายุสัมปทานเหลือสั้นที่สุดมายัง THCOM แทน จึงให้ราคาเหมาะสมที่ 12 บาท แนะนำ “ซื้อ”
     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ
หน้า: [1] 2 ขึ้นบน ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์ 
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: THCOM « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!