:

cpf

<< < (11/34) > >>

cirkit:
บล.กิมเอ็ง : CPF แนะนำทยอยสะสม ราคาเหมาะสมที่ 5.10 บาท

คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น 27% yoy เป็น 792 ล้านบาท
            คาดการณ์ว่ากำไรปกติในไตรมาส 2/51 ของ CPF จะเพิ่มขึ้น 27% yoy และ
223% qoq เป็น 792 ล้านบาท โดยมีปัจจัยผลักดันจากการส่งออกที่ขยายตัวขึ้นตาม
ฤดูกาลและการปรับขึ้นราคาไก่ส่งออกจากราคาเฉลี่ยในปีก่อนที่ 3,000-4,000
เหรียญสหรัฐ/ตัน มาเป็นเกือบ 5,000 เหรียญ/ตัน ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์ในต่าง
ประเทศมีการทยอยปรับราคาขายขึ้นแล้วหลังจากที่ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์
ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาแต่ราคาขายในไตรมาส 1/51
ยังไม่ได้ปรับขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ CPF ฟื้นตัวขึ้นมาจาก
12.1% ในไตรมาส 1/51 เป็น 13.4%

ธุรกิจเนื้อสัตว์ในประเทศสร้างกำไรได้ดีจากราคาที่ยังสูง
            ผลประกอบการของ CPF ยังจะถูกขับเคลื่อนจากการที่ราคาหมู ไก่ และ
ไข่ ยังอยู่ในระดับสูง โดยราคาหมูเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 41% yoy เป็น 55 บาท/กิโลกรัม
ราคาไก่เพิ่มขึ้น 25% yoy เป็น 40 บาท/กิโลกรัม และราคาไข่เพิ่มขึ้น 26% yoy เป็น
2.40 บาท/ฟอง ดังนั้นแม้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์จะสูงขึ้นแต่ธุรกิจเนื้อสัตว์ยังคาดว่า
จะสร้างกำไรได้ดี พลิกจากไตรมาส 2/50 ที่ธุรกิจหมูและไข่มีการขาดทุนเนื่อง
จากราคาปรับตัวลดลงมาก

แนวโน้มยังสดใสจากธุรกิจไก่ในประเทศและไก่ส่งออก
           แม้การบริโภคจะชะลอตัวลงจากการที่เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น แต่คาดว่า
ผลประกอบการในไตรมาส 3/51 จะเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของแทบทุกธุรกิจ
ของ CPF ยกเว้นหมูและไข่ซึ่งราคาอ่อนตัวลงตามการบริโภคมาอยู่ที่ประมาณ 51
บาท/กิโลกรัมและ 2.10 บาท/ฟอง ตามลำดับ อย่างไรก็ดีธุรกิจไก่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง
ต่อเนื่องจากการที่ราคาไก่ในประเทศยังยืนได้ในระดับสูงถึง 39-40 บาท/กิโลกรัมจาก
การที่มีความต้องการในการส่งออกเพิ่มขึ้นหลังจากที่ประเทศจีนประสบปัญหา food
safety ทำให้ญี่ปุ่นหันมานำเข้าไก่จากไทยมากขึ้น ราคาไก่ส่งออกของ CPF จึงมีการ
ปรับขึ้นอีกเป็น 5,000-6,000 เหรียญ/ตัน

หุ้นต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี
           จากการส่งออกที่สดใส การปรับราคาอาหารสัตว์ในต่างประเทศ และราคา
เนื้อสัตว์ในประเทศสูงกว่าปีที่ผ่านมา เราจึงประเมินว่าปีนี้กำไรปกติของ CPF จะ
ฟื้นตัว 135% เป็น 2,372 ล้านบาท (0.32 บาท/หุ้น) เรายังคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปัน
ผลในครึ่งแรกของปีเท่ากับ 0.08 บาท/หุ้น และจ่ายทั้งปีรวม 0.17 บาท/หุ้น คิดเป็น
อัตราผลตอบแทน 5% หุ้นปรับตัวลดลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี โดยมีอัพ
ไซด์ 47% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 5.10 บาทจากการประเมินด้วย PER ปี
2552 ที่ 12 เท่า แนะนำ ทยอยสะสม

            
            
 

cirkit:
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : CPF  แนะนำ 'ซื้อ' ราคาพื้นฐาน 5.03 บาท

                  • คาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q51 ที่ 785 ล้านบาท ถือว่าปรับตัวดีขึ้นเทียบกับ
q-o-q ถึง 74% สาเหตุเพราะ 1) ราคาขายสินค้าดีโดยเฉพาะเนื้อไก่ส่งออก 2) เข้าสู่
ฤดูกาลที่ยอดขายดี โดยเฉพาะธุรกิจการลงทุนไปยังสัตว์น้ำในต่างประเทศ และ 3)
ราคาวัตถุดิบเริ่มมีเสถียรภาพในระหว่างไตรมาส แต่หากเทียบกับ y-o-y คาดว่ากำไร
สุทธิจะลดลง 18% แต่เป็นเพราะฐานเปรียบเทียบคือ 2Q50 มีกำไรจากรายการ
พิเศษ หากไม่นับกำไรปกติ 2Q51 โต 6% y-o-y บริษัทจะประกาศงบการเงินก่อน 15
ส.ค.นี้ และเป็นครั้งแรกในรอบปีนี้ที่จ่ายปันผลระหว่างกาลในรอบครึ่งปี
              • สำหรับ 2H51 เราก็ยังเชื่อว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิไปในทางที่ดี เนื่อง
จาก 1) ราคาสินค้าหลักๆยังอยู่ในระดับสูง และ 2) สามารถผลักภาระต้นทุนอาหารสัตว์
ที่สูงให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น ส่วนการเติบโตในระยะยาวก็น่าจะมีความยั่งยืนได้ดี
เพราะ 1) ราคาเนื้อสัตว์จะยังอยู่ในระดับสูงความต้องการในอาหารที่มีอยู่สูง ในขณะที่
อุปทานที่มีจำกัด และ 2) ได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนไปยังต่างประเทศ เช่น
อินเดีย เวียดนาม จีน และ มาเลเซีย
             • คงคำแนะนำ ซื้อ เรายังคงมีมุมมองที่ดีกับบริษัทในเรื่องการฟื้นตัว
คงประมาณการเดิมปี 51 และ 52 ไว้ แต่ปรับราคาพื้นฐานลงเป็น 5.03 บาท
ซึ่งประเมินด้วย P/BV ปี 51 ที่0.8 เท่า แม้ปรับราคาพื้นฐานลง แต่ราคาปิดมีส่วนเพิ่ม
เทียบกับราคาพื้นฐานได้ถึง 50% ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลงวดปี
51 และ 52 อยู่ในเกณฑ์ดีเป็น 3.9% และ 6.0% ตามลำดับ            
            
 


 

nana:
ซีพีเอฟตอกย้ำผู้นำอาหาร นำร่อง Compartment แห่งแรกของโลก

CPF โชว์หลักสูตรพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสัตว์ปีก นำร่องโครงการ Compartment แห่งแรกของไทยและของโลก พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับ หาแหล่งที่มาผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ และ SMS

นายธีรศักดิ์  อุรุนานนท์  รองกรรมการผู้จัดการบริหาร  บริษัท  เจริญโภคภัณฑ์อาหาร  จำกัด (มหาชน)หรือ CPF เปิดเผยว่า CPF เป็นบริษัทแรกนอกเขตยุโรป ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Animal Welfare และเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง บริษัทต่อยอดการพัฒนาบุคลากรระดับมืออาชีพเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างยั่งยืนจึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบริสตอล  จัดทำหลักสูตร การพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสัตว์และคุณภาพเนื้อสัตว์ปีก

ทั้งนี้  ผู้เชี่ยวชาญของ CPF ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้จะสามารถสร้างองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับธุรกิจอาหารแปรรูปสัตว์ปีกครบวงจร อีกทั้งสามารถเป็นวิทยากรให้ความรู้และบริหารระบบการปฏิบัติงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ปีก  ให้เป็นไปอย่างยั่งยืนด้วยมาตรฐานระดับสากลโดย CPF เป็นบริษัทเอกชนด้านอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปครบวงจรรายแรกของโลกที่มหาวิทยาลัยบริสตอลร่วมลงนามจัดทำหลักสูตรนี้

สำหรับหลักสูตรดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 51-52 โดยจะครอบคลุมการดูแลสวัสดิภาพสัตว์แบบครบวงจรเริ่มต้นจากด้านฟาร์ม การขนส่ง โรงงานแปรรูป การประเมินผลและการประกันคุณภาพในสวัสดิภาพสัตว์

ขณะเดียวกัน องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศหรือ OIE และกรมปศุสัตว์ ก็ได้เลือกฟาร์มไก่เนื้อของ  CPF  เป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของโลก  เพื่อศึกษาระบบ Compartment  หรือ ระบบแยกส่วนการเลี้ยง สำหรับอุตสาหกรรมสัตว์ปีก

โดยมี 4 องค์ประกอบหลักที่สำคัญ ได้แก่ 1.มาตรฐานการจัดการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ 2.การเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในฟาร์มและพื้นที่กันชนในรัศมี 1 กิโลเมตร (กม.) รอบฟาร์ม 3.การควบคุมโรคไข้หวัดนกในฟาร์มและพื้นที่กันชนในรัศมี 1 กม.รอบฟาร์มและ4.ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ

"เพื่อสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้น  จึงอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของเนื้อไก่สดซีพีด้วยวิธีง่ายๆเพียงใช้บริการ SMS โดยพิมพ์ TM ตามด้วยเลขชุดการผลิตบนบรรจุภัณฑ์ และโทรออกไปยังหมายเลข 4545111 หรือจะตรวจสอบผ่านทางอินเตอร์เน็ตที่ www.bangkok.go.th/vet และ www.vet-bma.com สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเนื้อสัตว์ชิ้นนั้นมีที่มาจากฟาร์มชื่ออะไร และจังหวัดใด"

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์คุณภาพตราซีพี มีจำหน่ายทั้งในโมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านซีพีเฟรชมาร์ทที่เปรียบเสมือนตู้เย็นชุมชน มีสาขาเปิดให้บริการแล้วกว่า 350 สาขาทั่วประเทศ

cirkit:
13:40 น.


เครือเจริญโภคภัณฑ์(ซี.พี.)ผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตรรายใหญ่ของไทยรุกปรับโครงสร้างธุรกิจ รับภาวะราคาน้ำมันแพงส่งผลกระทบต่อพืชผลิตอาหารสัตว์สร้างหน่วยธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อบริหารจัดการในการจัดหาวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารสัตว์ในเครือที่ลงทุนอยู่ทั่วโลก 13 ประเทศ

นายสมชาย กังสมุทร กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือซี.พี. กล่าว ตั้งแต่ต้นปีราคาวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์สูงขึ้นมากเนื่องจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก อย่างกากถั่วเหลือง ถั่วเหลือง และข้าวโพด สามารถนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมัน ทำให้ราคาวัตถุดิบดังกล่าวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก

"การตั้งธุรกิจนี้ขึ้นมา เป็นการปรับตัวทางธุรกิจเพราะบริษัทมีการเข้าไปลงทุนในหลายประเทศทั้งในการทำการเลี้ยงสัตว์และผลิตอาหารสัตว์ เป็นการรวมกิจกรรมในการซื้อและการค้าเพื่อให้สอดคล้องกับ demand และ supply รวมถึงการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบ"นายสมชาย กล่าวกับผู้สื่อข่าว

เขา กล่าวว่า ขณะนี้ราคาข้าวโพดในประเทศปรับตัวสูงขึ้นจากต้นปีนี้ประมาณ 35% กากถั่วเหลืองปรับขึ้นมาแล้ว 11.97% และปลาป่น ปรับขึ้นมา 27% ทำให้บริษัทต้องปรับตัวเพื่อบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการหาวัตถุดิบ รวมถึงการบริหารระบบโลจิสติกส์ให้เกิดประสิทธิภาพ

ขณะที่บริษัทลงทุนผลิตอาหารสัตว์และเลี้ยงสัตว์ทั่วโลกทั้งหมด 13 ประเทศซึ่งบางประเทศมีจังหวะการนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบไม่ตรงกัน

เขา กล่าวอีกว่า การที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นแต่ปริมาณการเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มลดลงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจนส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวขณะที่ราคาอาหารสัตว์ในประเทศยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้นั้นรัฐบาลจึงควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิตต่อไร่ของพืชผลิตอาหารสัตว์ให้สูงขึ้น เนื่องจากไทยไม่สามารถเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกได้ซึ่งจะทำให้ลดการแย่งพื้นที่เพาะปลูกได้

 
ที่มา เนชั่นทันข่าว

cirkit:
บล.ซิกโก้ : CPF แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.96 บาท

                 • Preview ผลประกอบการ 2Q08E: ด้วยราคาเนื้อสัตว์ในประเทศทั้งหมูและ
ไก่ที่ยังอยู่ในระดับสูงในไตรมาสที่ 2 รวมทั้งการส่งออกที่ไก่ปรุงสุกที่ยังเติบโต
อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับธุรกิจต่างประเทศผ่านพ้นจากช่วง Low Season
ในไตรมาสที่ 1 ไปแล้วเราจึงคาดว่ารายได้ของบริษัทใน 2Q08E จะเติบโต 9.1%
YoY และ 12% QoQ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น GPM ปรับตึวดีขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว
เป็น 14% จาก 12% เนื่องจากความสามารถในการปรับราคาไก่ส่งออกทำให้อัตรา
กำไรดีขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดว่าไว้ที่ 11% เมื่อเทียบกับ
ยอดขาย เราจึงประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 732 ลบ. เติบโต 62.3% QoQ
                • ครึ่งปีหลังต้องลุ้นราคาอาหารสัตว์: แนวโน้มราคาอาหารสัตว์มีโอกาส
ปรับขึ้นหลังจากที่สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้ยื่นขอปรับราคาอาหารสัตว์อีกครั้ง
โดยเฉพาะราคาอาหารสุกร และราคาอาหารไก่โดยขอปรับเพิ่มขึ้นจาก โดยราคา
อาหารสุกรขอปรับเพิ่มขึ้นจาก 436 บาท/ถุง (30 ก.ก.) เป็น 532 บาท/ถุง ส่วนอาหาร
ไก่ของปรับขึ้นเป็นถุงละ 489 บาท/ถุง จาก 364 บาท/ถุง ซึ่งมีแนวโน้มว่ากระทรวง
พาณิชย์อาจจะยอมให้ปรับขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีอย่างชัดเจนต่ออัตราการทำกำไรใน
ครึ่งปีหลังของบริษัท เนื่องจากสัดส่วนของธุรกิจอาหารสัตว์ในรายได้สูงถึง 30%
                • ด้านส่งไก่ปรุงสุกยังเติบโต ชนะเอดีกุ้งเป็นข่าวดี: ในส่วนของการส่งออก
เรามองว่าเป็นจุดแข็งของ CPF ในครึ่งปีหลัง เนื่องจากแนวโน้มของค่าเงินบาทที่
อ่อนค่าลงมาจากช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออก เรามองว่าการส่งออก
ไก่ปรุงสุกยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของลูกค้าจากสหภาพ
ยุโรป ขณะที่การส่งออกกุ้งไปยังตลาดสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังจากที่
WTO ตัดสินให้ไทยชนะคดีการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) เหนือสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาด
ว่าจะเริ่มส่งผลบวกต่อการส่งออกในปีหน้า
             • ความเสี่ยงอยู่ที่กำลังซื้อในประเทศ: อย่างไรก็ดีเรามองว่าความเสี่ยงของ
ผลประกอบการของบริษัทกลับมาขึ้นอยู่กับกำลังซื้อภายในประเทศ เพราะรายได้
ส่วนใหญ่ยังคงมาจากในประเทศ ดังนั้นความกังวลเรื่องของกำลังซื้อที่คาดว่าจะลดลง
ในครึ่งปีหลังจากภาวะเศรษฐกิจที่อาจจะชะลอตัวลงจะส่งลทำให้ราคาสินค้าบางชนิด
ของบริษัทปรับลดลง โดยจะเห็นตัวอย่างจากราคาสุกรที่ปรับลดลงมาในช่วงต้นเดือน
นี้
             • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.96 บาท: เราปรับราคาเหมาะสมลงมาอยู่
ที่ 4.96 บาท เนื่องจากปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลง โดยประเมินอิง EPS
FY09E ที่ 0.41 บาท/หุ้น อิง Prospective ที่ 12x พิจารณาจากราคาหุ้นในปัจจุบันยัง
คงมี Upside เราจึงแนะนำ “ซื้อ”            
         

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว