ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24/10/14 18:58:35

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
944,783 กระทู้ ใน 85,101 หัวข้อ โดย 14,137 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: Kaoean
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
:
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  สัพเพเหระ (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า.... 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ... 39 40 [41] 42 43 ... 46 ลงล่าง ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....  (อ่าน 211577 ครั้ง)

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2000 เมื่อ: 13/06/10 10:06:50 »

ดื่มน้ำเย็น เป็นอันตรายจริงหรือ ?
CareMine (44,567 views) first post: Wed 18 November 2009 last update: Wed 18 November 2009
ดื่มน้ำเย็น สดชื่นดี แต่อันตราย? พอเปิดอ่านตอนแรกก็ตกใจ เพราะปัจจุบันใครๆ ก็ดื่มน้ำเย็นกันทั้งนั้น แต่ว่าน้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่คุณเพิ่งกินเข้าไปจับตัวเป็นไขขึ้นมา ดังนั้นควรดื่มน้ำอุ่นหลังอาหารดีกว่า?


หน้าที่ 1 - ดื่มน้ำเย็น เป็นอันตรายจริงหรือ ?






           ผู้เขียนได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่ง จั่วหัวว่า ?ดื่มน้ำเย็น สดชื่นดี แต่อันตราย? พอเปิดอ่านตอนแรกก็ตกใจ เพราะปัจจุบันใครๆ ก็ดื่มน้ำเย็นกันทั้งนั้น โดยข้อความที่ส่งต่อๆ กันมามีใจความว่า ?เวลาได้กินน้ำเย็นๆ สักแก้ว หลังอาหารมันรู้สึกชื่นใจดีใช่มั้ยครับ แต่ว่าน้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่คุณเพิ่งกินเข้าไปจับตัวเป็นไขขึ้นมา ซึ่งจะส่งผลให้การย่อยอาหารช้าลง ถ้าคราบไขมันทำปฏิกิริยากับกรด มันจะแตกตัวแล้วถูกดูดซึมไปที่ลำไส้ ไขมันที่แตกตัวนี้จะดูดซึมได้เร็วกว่าอาหารทั่วไปแล้วจะเคลือบลำไส้เราไว้ ในไม่ช้ามันก็จะแปรสภาพเป็นไขมันก้อนๆ และเป็นบ่อเกิดของมะเร็งในที่สุด ดังนั้นควรดื่มน้ำอุ่นหลังอาหารดีกว่า?

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ อายุรวัฒน์นานาชาติ อธิบายว่า ความจริงการดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร คงไม่เป็นอันตราย ถึงขั้นทำให้ไขมันจับตัวเป็นไข เป็นก้อนขนาดนั้น เพราะปกติอุณหภูมิร่างกายคนเราอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส น้ำที่เราดื่มเข้าไปถึงจะเย็น แต่ร่างกายเราร้อนอยู่แล้ว ก็จะเปลี่ยนให้เป็นน้ำอุ่นๆ อยู่ดี ไขมันกว่าจะจับกันเป็นก้อนแข็ง ต้องอาศัยอุณหภูมิเหมือนอยู่ในตู้เย็น 3 – 4 องศาเซลเซียส กรณีนี้จึงเป็นข้อความหลอก

          ถ้าถามว่า เราควรจะดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นดี ก็ต้องขอเรียนว่า น้ำเย็นจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ดีกว่าน้ำอุ่น เพราะว่าน้ำเย็นดูดซึมได้เร็วกว่า ตรงนี้เป็นข้อมูลจากสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาของสหรัฐ เขาบอกเลยว่า น้ำที่ควรจะดื่มถ้าอยากให้สดชื่น ออกกำลังกายได้อึดขึ้น อุณหภูมิควรอยู่ที่ประมาณ 15 – 22 องศาเซลเซียส หรือง่ายๆ คือ ให้ดื่มน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกาย

          ไม่มีงานวิจัยฉบับไหนเลย ที่บอกว่าดื่มน้ำเย็นแล้วจะเป็นมะเร็ง?อีเมล์ในลักษณะนี้มีการส่งต่อกันไป ทั่ว แม้แต่ในต่างประเทศ ดูเหมือนจะเป็นวิชาการ แต่กลับไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารับรอง ทำให้คนกลัวกันมาก ดังนั้นคนที่ได้รับอีเมล์จะต้องใช้วิจารณญาณให้ดี

          การดื่มน้ำเย็นเป็นผลดีด้วยซ้ำ เพราะจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานในการทำให้น้ำอุ่นขึ้น โดยน้ำ 1 แก้ว จะช่วยเผาผลาญไขมันประมาณ 9 กิโลแคลอรี? ถ้าเราดื่มน้ำ 8 แก้วก็จะเผาผลาญไขมันได้ถึง 70 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว นั่นก็หมายความว่า ยิ่งดื่มน้ำมาก ก็จะยิ่งช่วยลดความอ้วน แต่ในคนที่กำลังลดความอ้วน ลดปริมาณอาหารแต่ลืมดื่มน้ำ ต้องระวัง เพราะน้ำหนักจะไม่ลง เพราะน้ำคือตัวช่วยทำให้ไขมันสลายเร็วขึ้นนั่นเอง







          ส่วนที่หลายคนสงสัยว่า การดื่มน้ำมากๆ ไตจะทำงานหนักไปหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า น้ำจะเป็นพิษต่อร่างกายนั้น ต้องดื่มมากเป็น 10 ลิตร อย่างเช่น กรณีการรับน้องแบบพิเรนทร์ๆ ที่เราเห็นข่าวกัน ส่วนคนทั่วไปดื่มน้ำอย่างเก่งสัก 5 ลิตรก็ไม่เป็นอะไร

          ดังนั้นไม่ว่าจะดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือน้ำอุณหภูมิปกติ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร หลักการง่ายๆ คือ น้ำเย็น ควรดื่มเวลาออกกำลังกาย จะดูดซึมเร็ว แต่มีข้อห้ามในผู้หญิงที่มีประจำเดือน ไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะจะยิ่งทำให้ปวดท้องมากขึ้น ส่วนน้ำอุ่น ควรดื่มเพื่อกระตุ้นลำไส้ ทำให้ลำไส้บีบตัวดี เช่น เวลาท้องเสีย เจ็บคอ เป็นหวัด

          นพ.กฤษดา บอกว่า ใครที่ไม่อยากแก่ ต้องดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้น เนื่องจากผิวที่แก่เกิดจากการขาดน้ำ การดื่มน้ำมากๆ ยังช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง แต่ถ้าดื่มน้ำน้อย โดยเฉพาะในผู้ชายอาจทำให้น้ำไปเลี้ยงอสุจิไม่พอ ทำให้อสุจิไม่แข็งแรง และเซ็กซ์เสื่อมได้

          ในคนที่มีอาการคล้ายจะเป็นหวัด เช่น ปากแห้ง ตาแห้ง อย่าเพิ่งกินยา ให้ดื่มน้ำมากๆ สักพักจะหายได้ โดยไม่ต้องพึ่งยา ที่เป็นเคล็ดสำหรับคนดื่มเหล้า คือ ถ้ากลัวว่าจะแฮงก์ควรดื่มน้ำตามเข้าไปประมาณ 4 เท่าของเหล้าที่ดื่มก็จะช่วยได้

          แต่ละวันเราควรดื่มน้ำมากน้อยแค่ไหน? นพ.กฤษดา บอกว่า ควรดื่มน้ำตามน้ำหนักตัว คือ ดื่มน้ำ 1 ออนซ์ ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ถ้าน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม ก็ต้องดื่มน้ำ 60 ออนซ์? โดยน้ำ 1 ออนซ์ก็ประมาณ 30 ซีซี คนน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ก็ต้องดื่มน้ำประมาณ 1,800 ซีซี



ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก CareMine
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2001 เมื่อ: 13/06/10 10:13:22 »

สวัสดีค่ะ ป้าทุน

เกี่ยวเอามะพร้าวมาขายสวนเลย ... อิอิอิ ...อายๆๆ 

ป้าทุน มีธาตุเย็น แล้วรักษาแบบหมอเขียว เป็นไงบ้างคะ มันเย็นไปหรือปล่าคะ เกี่ยวอยากได้ข้อมูลจัง ขอบคุณค่ะ

เมื่อก่อนเกี่ยวก็ทานเจค่ะ พอหลายเดือนเข้า เข้าใจว่าเย็นเกิน เลยเป็นภูมิแพ้ซะมากมาย
ไปนอนวัดทีไร ก็เป็นไซนัสกลับมาอีก
พอเจอหลวงพ่อสายงานพุทธลีลาฯ ท่านก็เลยใช้การปรับธาตุเหมือนกัน แต่ปรับให้ร่างกายร้อน
โดยการเดินจงกรมดอกบัว ๗ ดอก จะทำให้ร่างกายร้อนเอง และให้ทานเนื้อสัตว์ เพื่อให้ร่างกายปกติ และไม่ติดชั่วไม่ติดดี
ร่างกายก็กลับมาดี

พอจะไปทางหมอเขียว ก็ยังกังวลค่ะ ว่าร่างกายจะเย็นแล้วป่วยอีกหรือเปล่า เลยอยากปรึกษาป้าค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
ทุนน้อย
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21,578



« ตอบ #2002 เมื่อ: 13/06/10 20:04:11 »


     ป้าศรัทธาปัญญาของสมเด็จพ่อมากกว่าคะ ( พระพุทธเจ้า )

  นั่นก็คือ  "มัชฌิมาปฏิปทา" แปลว่า ทางสายกลาง   

  ดีที่สุดในชีวิตเลยคะ  ตั้งเเต่เอามาใช้ในชีวิตประจำวัน

  ป้าเองก็หมั่นทำบุญ  ตั้งอยู่ด้วยความไม่ประมาท  ระลึกอยู่เสมอว่าเราจะตายเเน่นอน

   สิ่งที่เเน่นอนเเน่ๆ   นั้นคือความไม่เเน่นอน  ความคิดเป็นต้นเหตุเเห่งทุกข์

   ดับซะได้ใจเป็นสุข   ป้าชอบเจริญดับคะ     การเดินจงกรมของป้าเอง

   เป็นอุบายตะล่อมจิต  ให้สงบขั้นหยาบคะ  ถ้าละเอียดก็ดับคะ  Grin

   บางทีก็ดับก่อนดับอันนี้ดีคะ  ดีกว่าใจฟุ้งเเล้วมาดับที่หลัง   Sad

   ฝึกดับไว้ใหัใจเเก่กล้านะคะ  จะยังประโยชน์เป็นอันมาก  สมบัติของ  จักรพรรคดิ์

   ก็สู้มีความสุขตรงนี้ไม่ได้  นับภาษาอะไรกับสมบัติของตระกูลชินวัตร  ไม่ต้องพูดถึงกันเรยยยย   Wink Cheesy Cheesy Cheesy
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13/06/10 22:28:25 โดย ทุนน้อย » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2003 เมื่อ: 13/06/10 22:23:41 »

ขอบคุณป้าค่ะ แค่ฟังก็รู้สึกเย็นและดีมากเลยค่ะ 
ป้ามีพ่อคนเดียวกับนู๋ และเรียกเหมือนกันเลยค่ะ...สมเด็จพ่อ (พระพุทธเจ้า)....  Cheesy Cheesy
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,296


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #2004 เมื่อ: 14/06/10 06:28:15 »

ชื่อคอลัมน์ “ มุมที่ไม่ได้มอง ” ชื่อเรื่อง “ ไม่ลืม “

ชีวิตคนเรา ย่อมเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ
ในวงสนทนา เมื่อมีผู้ถามว่า ทำไม “ก” ที่มีชื่อเสียงในสังคมวงกว้าง ดูคุ้นเคยกับ “ข ” ทั้งที่ไม่เคยเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันเลย “ก” บอกทันทีว่าเพราะ “ข ” คือผู้แนะนำในการใช้ชีวิต ให้โอกาสได้ทำในสิ่งที่ทำให้มีวันนี้

ผู้ได้ยินได้ฟัง ย่อมรู้สึกชื่นชม “ก”ที่ไม่เคยลืมผู้ให้ความช่วยเหลือ และสรรเสริญให้ผู้อื่นได้รับรู้ ส่วนหนึ่งแน่ใจว่าหากคบหากับ “ก” แล้วคงได้มิตรภาพที่บริสุทธิ์ใจ เพราะพื้นฐาน “ก” คือมีความกตัญญูรู้คุณ ขณะเดียวกันชื่นชม “ข ” ในมุมที่ไม่เอ่ยอ้างบุญคุณจากใคร

กลับกัน หาก “ก” นิ่งเฉยไม่พูดอะไร อาจเพราะไม่อยากให้ใครรับรู้บุญคุณต่อกันแต่หนหลัง หรือถึงวันนี้แล้วอยากให้ใคร ๆ คิดว่าความสำเร็จเกิดจากตัวเองล้วนๆ และ “ข ” กลับเป็นผู้บอกเองว่า ที่ “ก” เป็นได้ทุกวันนี้ เพราะเป็นคนปลุกปั้นสั่งสอนเอง เมื่อก่อนไม่ใช่อย่างนี้เลย

ความรู้สึกของคนรับฟัง หนีไม่พ้นเกิดด้านลบทั้งคู่ ทำไม “ก” ไม่ยกย่องผู้ที่มีบุญคุณ และทำไม “ข ” ที่ควรนิ่งในเรื่อนี้จึงพูดเอง ตามมาด้วยความรู้สึกไม่วางใจหากจะคบทั้งคู่ต่อ เพราะดูแล้ว“ก” เป็นคนละเลยบุญคุณคน ส่วน “ข ” คงเอ่ยอ้างถึงบุญคุณที่ทำให้คนอื่นๆ ไม่มีวันจบสิ้น

เมื่อเป็นผู้ให้ ไม่ควรจำว่าทำอะไรหรือให้อะไรใคร จบลงตรงที่ความรู้สึกเมื่อต้องการให้ แล้วบังเกิดสุขจะได้ไม่ทุกข์ หากอีกฝ่ายไม่รู้สึกรู้สา หรือกระทั่งเหยียบย่ำซ้ำว่าสิ่งที่ทำให้เป็นเรื่องโง่งม

ตรงข้ามกัน เมื่อเป็นผู้รับ ไม่ว่าได้รับความช่วยเหลือทั้งโอกาสและสิ่งของ หรือใด ๆ ก็ตามแต่จากใคร แม้แต่เล็กน้อยหรือครั้งเดียวควรถือเป็นเรื่องที่ไม้ต้องลืม เมื่อไม่ลืมแล้ว เราย่อมพร้อมช่วยเหลือตอบแทน หากอยู่ในภาวะที่สามารถทำได้ และยังมีใจช่วยคนอื่นต่อไป ดังที่เราได้รับการช่วย
แม้ยังไม่สามารถตอบแทนได้ แต่การสรรเสริญผู้มีพระคุณ แค่คิดเอง โดยไม่มีใครได้ยิน ได้ฟัง ก็เป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่งแล้ว

กตัญญู-ธรรมอันเป็นมงคลที่ 25

ซึ่งพระ พุทธเจ้าตรัสไว้ การรู้บุญคุณคนถือเป็นหลักแห่งความยุติธรรม และความเป็นธรรมในสังคมมนุษย์สอดคล้องกับคำสอน "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" เมื่อมีคนทำดีให้เรา ได้ลาภ ยศ สรร เสริญ และความสุข แต่เรารับรู้แต่ผลประโยชน์ของตน ไม่รับรู้คุณความดีของเขา ย่อมถือว่าไม่ยุติธรรม

อ้างอิง : คัดมาจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับที่ 21,699 วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2552
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
hope
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 649


« ตอบ #2005 เมื่อ: 14/06/10 19:30:28 »

ขอรบกวนครับพี่เกี่ยว
น้ำนาโน เครื่องที่ผลิตเหมือนกันมั๊ยครับ
เห็นบางเครื่องเรียกนาโนบ้าง    Mrretบ้าง
มีข้อดี หรือข้อแตกต่างกันอย่างไร  ขอบคุณครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2006 เมื่อ: 14/06/10 19:49:36 »

คำว่า นาโนเทคโนโลยี ทุกวันนี้ หมายถึง เทคโนโลยีที่มีการ action ระดับโมเลกุล กล่าวคือ มีการทำให้โมเลกุลน้ำมีโครงสร้างเปลี่ยนไปค่ะ

ประวัติก็มีอยู่ว่า มีชาวโซเวียตที่โดนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เชอโนบิล เซลล์เสียพิกลพิการ และแห่กันไปกินน้ำจากตาน้ำแห่งหนึ่ง แล้วเซลล์ฟื้นกลับมาได้
จึงทำให้  ดร. อิกอร์ สเมียนอฟ ฉงน และทำการค้นคว้าระดับโมเลกุล
ก็พบว่า หินนั้น มีการประจุ(ประทับ)พลังงานลงในน้ำ ทำให้น้ำ มีโครงสร้างโมเลกุลเปลี่ยนไป
ดร. อิกอร์ พบว่า เหตุที่โมเลกุลน้ำเปลี่ยนไป เพราะหิน สามารถให้รังสี far-infared หรือรังสีใต้แดง ซึ่งใช้ถนอมอาหาร เป็นมิตรกับชีวิต และให้คุณประโยชน์หหลายอย่าง และใช้ถนอมอาหารได้ด้วย

ดร.อิกอร์ฯ จึงประดิษฐ์ เครื่องเลียนแบบหินนั้น และตั้งชื่อนี่ห้อว่า MRET โดย MRET เป็นเครื่องที่สร้างสนามพลัง แล้วประทับลงในน้ำ (ใช้กาทำน้ำ MRET เสียบไฟทำน้ำ MRET เอา)
ส่วนค่ายใช้ของธรรมชาติ ก็นำเข้าหิน จากแหล่งแร่ ที่ปรากฏว่า มีคนกินน้ำแร่แล้วหายป่วยไข้ มีแร่ชนิดนั้นๆ แล้วนำมาแปรรูป เป็นกาน้ำแร่ ไส้กรองน้ำแร่ ชนิดต่างๆ ค่ะ
เช่น นี่ห้อ PI-WATER/ ซูเลียน / ฯลฯ / กาน้ำแร่ต่างๆ ซึ่งแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น ก็จะได้หินต่างเกรดมา และตั้งราคาตามต้นทุนวัตถุดิบ+พรีเมี่ยมของผู้ผลิตและคนกลางขั้นต่างๆ ค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
hope
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 649


« ตอบ #2007 เมื่อ: 14/06/10 19:54:24 »

ขอบคุณอีกครั้งครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2008 เมื่อ: 14/06/10 20:02:18 »

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5  ความหมายของนาโนเทคโนโลยี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2009 เมื่อ: 14/06/10 20:11:54 »

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ยินดีค่ะ

ค้นคว้าสนุกเลย เอามาฝากเพิ่มค่ะ




 
   น้ำนาโน - คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและพลังจิต (จบ)

 
น้ำนาโน - คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและพลังจิต (จบ)

ดร.พีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ

น้ำนาโนซึ่งเป็นกลุ่มของโมเลกุล 6 โมเลกุลต่อกลุ่ม ซึ่งทำจากคลื่นแม่เหล็กที่เป็นที่กล่าวถึงในปัจจุบันนั้น ทำให้ผู้เขียนนึกถึงงานวิจัยของนาซาชิ้นหนึ่ง 10 กว่าปีที่แล้วเคยอ่านน่าจะมีความเกี่ยวเนื่องกัน เหมือนกัน

โดยธรรมชาติ สารทุกอย่างในโลกมีคุณสมบัติเมื่อถูกสนามแม่เหล็กอยู่ 3 ประเภท คือสารดูดแม่เหล็ก (Ferromagnetic) สารเป็นกลางต่อเส้นแรงแม่เหล็ก ( Paramagnetic) และสารที่ผลักแม่เหล็ก (Diamagnetic) ซึ่งเป็นตัวแปรวัดคุณสมบัติของสารจะใช้ค่าคงตัวในสารแต่ละชนิดที่กระทำต่อแม่เหล็กว่า ?r คือถ้าค่า ?r มีค่ามากกว่า 1 ขึ้นไปจนถึงหลายๆ หมื่นจะเรียกสารนั้นว่าสารดูดแม่เหล็กหรือสารแม่เหล็ก (Feromgctic Material) แต่ถ้าสารใดมีค่า ?r เท่ากับ 1 ซึ่งเป็นสารส่วนใหญ่ในจักรวาลจะเรียกว่าเป็นสาร (Paramagnetic Material) ซึ่งไม่ดูดและไม่ผลักจากอำนาจของเส้นแรงแม่เหล็ก คือเป็นกลาง

สารชนิดที่ 3 มีค่า ?r น้อยกว่า 1 คือจาก 0 ถึง 1 สารประเภทนี้เป็นสารผลักแม่เหล็ก (Diamagnetic Material) คือถ้าน้อยกว่า 1 แต่ใกล้ๆ 1 (0.99-0.9) ก็เป็นสาร Diamagnetic อย่างอ่อนๆ ถ้าอยู่ระหว่าง (0.5-0.01) จะเป็นสาร Diamagnetic อย่างแรง ซึ่งสาร Diamagnetic จะสามารถเปลี่ยนค่า ?r ที่ความแรงและความถี่ของสนามแม่เหล็กที่มีขนาดต่างๆ กัน เช่นเดียวกับค่า ?r ของสารแม่เหล็กเหมือนกัน (ความสัมพันธ์ไม่เป็นเส้นตรง)

 
 
 


งานทดลองของนาซาเป็นงานทดลองรุ่นแรกๆ ที่สงสัยในข้อความในพระคัมภีร์เก่าทางคริสต์ศาสนา?

ถ้าใครดูหนังของฮอลลีวู้ดที่ทำจากตำนานในพระคัมภีร์เรื่องบัญญัติสิบประการ ที่โมเสสขึ้นไปพบกับพระเจ้าบนยอดเขาแล้วลงมาด้วยบัญญัติสิบประการ และต่อมาเมื่อมนุษย์มีบาปมากมายและมีการจองล้างจองผลาญระหว่างผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินคือฟาโรห์ กับผู้ที่ไม่เชื่อในคำสอนขัดใจกันจนกระทั่งมีการไล่ล่ามาจนมุมที่ทะเลกำลังจะถูกกองทัพฟาโรห์บดขยี้ โมเสสจึงขอพระเจ้าเปิดทางให้เดินลงไปในทะเลได้ ทะเลแยกออกเป็นสองข้างให้ผู้อพยพได้หนีกองทัพของฟาโรห์เมื่อขึ้นอีกฝั่งทะเล และกองทัพฟาโรห์ตามมาในรอยแยกน้ำในทะเล ทะเลก็ปิดลงและกองทัพที่ไล่ล่ามาจมน้ำตายหมด

นาซาทำวิจัยว่าจะสามารถเลียนแบบการแยกน้ำออกตามคัมภีร์ได้จริงหรือเปล่า พลังงานใดจึงแยกน้ำออกได้สองข้างบ้าง เหตุการณ์ที่กล่าวอ้างในคัมภีร์มีความเป็นไปได้และอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์หรือไม่ ฯลฯ

นาซาพบว่าในทางวิทยาศาสตร์น้ำโดยสภาพธรรมชาติเป็นสารผลักแม่เหล็กอย่างอ่อนๆ ถ้าไม่ตรวจละเอียดแต่เดิมเข้าใจกันว่าน้ำเป็นสาร Paramagnetic Material เสียด้วยซ้ำไป

ช่วงทศวรรษที่ 80-90 งานวิจัยด้านสารตัวนำยิ่งยวด (Superconductor) มีบทบาทสูงในช่วงนั้นและการพัฒนาต่อเนื่องจากสารตัวนำยิ่งยวดในเวลานั้นมักจะนำมาทำเป็นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังสูง โดยมีอำนาจสนามแม่เหล็กสูงขึ้นไปถึง 10-20 เทสลา มีอำนาจแม่เหล็กสูงมากกว่าปกติที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลายสิบเท่าตัว (สารแม่เหล็ก เช่น เหล็กที่ใช้ทำหม้อแปลงไฟฟ้าจะถูกออกแบบใช้งานที่ราว 1.6-1.7 เทสลา โดยที่เหล็กแผ่นทำอุปกรณ์ไฟฟ้าจะอิ่มตัวที่สนามแม่เหล็กราว 2.2 เทสลา

มอเตอร์ไฟฟ้าความเข้มสนามแม่เหล็กในช่องอากาศจะมีความเข้มราวไม่เกิน 1.6 เทสลา และอุปกรณ์ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์ทดลองต่างๆ จะใช้ความเข้มสนามแม่เหล็กต่ำลงมาอยู่ในช่วงไม่เกิน 0.5 เทสลา โดยมีการวัดใช้หน่วยวัดที่เล็กลงมาเป็นเกาส์ เพราะ 10,000 เกาส์ เท่ากับ 1 เทสลา ดูแยะดี)

นาซาใช้สนามแม่เหล็กแรงสูงที่ผลิตขึ้นจากสารตัวนำยิ่งยวดแล้วนำท่อน้ำที่มีน้ำอยู่เพียงครึ่งมาวางขวางสนามแม่เหล็กดังกล่าว ทำให้น้ำในท่อแยกถ่างออกเป็นสองข้างอย่างชัดเจนโดยตรงกลางไม่มีน้ำ นำน้ำไหลออกไปสองข้างเหมือนกับที่บอกไว้ในคัมภีร์เก่าได้เหมือนกัน

ช่วงต่อมา มีการดูรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของน้ำที่ผ่านสนามแม่เหล็กโดยงานจดสิทธิบัตรที่สหรัฐหลายต่อหลายรายขึ้น เริ่มมีการกล่าวถึงน้ำที่มีกลุ่มโมเลกุลเล็ก (น้ำนาโน) การดูรายละเอียดอย่างจริงจังถึงมุมถ่างของอะตอม ขาทั้งสองของไฮโดรเจนที่มีออกซิเจนอยู่ตรงกลางของโมเลกุลน้ำ และเริ่มวิจัยถึงผลดีผลเสียที่ได้ในเวลาต่อๆ มาของน้ำนาโนนี้ เช่น สิทธิบัตรของ ลอเรนเชน ที่ได้รับจากสหรัฐเลขที่ 5,711,950 วันที่ 27 มกราคม 1998 ซึ่งลอเรนเชนยื่นขอจดไว้ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 1994 ใช้เวลาตรวจสอบทาน 4 ปีจึงได้รับชื่อนานกว่าสภาพปกติ เพราะเป็นศาสตร์ที่คนยังไม่มีองค์ความรู้และการยอมรับยังน้อย สิทธิบัตรกล่าวถึงการเตรียมน้ำนาโนจากการต้มน้ำให้กลายเป็นไอแล้วนำไอน้ำไปผ่านสนามแม่เหล็กและผ่านแสงที่มีความยาวคลื่นประมาณ 1 มิลลิเมตร เป็นการเปิดยุคของน้ำนาโนในปัจจุบัน
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2010 เมื่อ: 14/06/10 20:17:41 »

เรื่องยาว-หมวด: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : HiUkO  Email : corn_aim(แอท)hotmail.cim
My.iD: http://my.dek-d.com/HiUkO  < Review/Vote > Rating : 89% [ 44 mem(s) ]
This month views : 51 Overall : 6,834
32 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 12 คน ] 
 

[  ตอนก่อนหน้า |  กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป  ] [  บันทึกเป็น Favorite ] [  ปิดหน้าต่างนี้ ]
นาโนเทคโนโลยี On TwO ตอนที่ 60 : เกร็ดความรู้...เรื่องทั่วๆไปกับนาโน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 481 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)
ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด
 

.................................................โดยคุณสุวิทย์ เหลืองลักษณ์
ถกเถียงกันมากมายเกี่ยวกับนาโน จริง หรือ เท็จ
นาโน คือ อะไร ทำได้อย่างไร
มีประโยชน์ตรงไหน หลอกขายของกันหรือไร
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้านาโนที่วางขายในท้องตลาดทุกวันนี้ว่าเป็นสินค้านาโนจริงหรือไม่
แท้จริงแล้วสินค้าที่ประกาศตัวว่าเป็นสินค้านาโนทั้งหลายแหล่นั้น ไม่ว่าจะเป็น แอร์กำจัดเชื้อโรคได้ 99.9 % หรือเครื่องฟอกอากาศทำให้อากาศบริสุทธิ์นั้น หรือเป็นเสื้อผ้าไม่เปียกน้ำสามารถฆ่าเชื้อโรคได้นั้น ล้วนแต่นำเอาผงนาโนชนิดต่างๆที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นใหม่หลังจากที่ถูกทำให้มีขนาดของอนุภาคเล็กลงไม่เกิน 100 นาโนเมตรมาใส่ในชิ้นส่วนประกอบของอุปกรณ์นั้นๆ สารที่นำมาใช้งานกันมากมายทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะเป็น สารประกอบออกไซด์
เช่นไททาเนียมไดออกไซด์ ซิลิกอนไดออกไซด์ ซึ่งสามารถปลดปล่อยคลื่นไมโครเวฟอินฟาเรดออกมาได้ คลื่นชนิดนี้มีใช้กันอยู่แทบทุกบ้าน (ตัวรีโมทวิทยุโทรทัศน์) คลื่นชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายต่อส่งมีชีวิต หากต้องการรู้ว่าสินค้าชนิดนี้มีคุณสมบัติดังกล่าวหรือไม่ สามารถทดสอบด้วยตัวเองได้ โดยการนำมวนบุหรี่ไปถูคลึงบนผลิตภัณฑ์นั้น10-20 วินาที หรือเอาเหล้าที่คุณภาพค่อนข้างต่ำหน่อยเทใส่แก้วแล้ววางบนผลิตภัณฑ์นั้น 10-15 นาที่ รสชาติ หรือ กลิ่นของบุหรี่เหล้าจะแปรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นผิดไปจากเดิม ปัจจุบันได้มีการนำเอาวัสดุนาโนมาใช้กับเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น หากแต่ยังไม่มีแพร่หลายในบ้านเรา หากสนใจในผลิตภัณฑ์นาโนอื่นๆสามารถไปชมได้ที่ นาโนเฮ้าส์ ถนนรามอินทรา กม. 6.8 ใกล้ไทยธนาคาร มีหลายชนิดให้ศึกษาสัมผัสได้ด้วยตนเอง
.............................................................................................
จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงมีน้ำ activated (nano) ดื่มกินกันแล้ว
บริษัทผลิตน้ำดื่มในฮ่องกงได้ผลิตน้ำดื่มนาโนจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว (ความจริงมิใช่น้ำนาโน แต่เป็นน้ำที่ผลิตจากกรรมวิธีนาโนเทค ที่เรียกว่าน้ำนาโนคงเป็นการเรียกเพื่อการตลาดเท่านั้น ที่ถูกควรเรียกว่า small cluster water มากกว่า) นับเป็นความก้าหน้าอีกขั้นหนึ่งในการผลิตน้ำสำหรับดื่มกิน เป็นน้ำดื่มบำรุงสุขภาพโดยแท้ มีคุณสมบัติในการฟื้นและปรับระบบการทำงานภายในร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล (ปหยิน-หยาง) ระบายสิ่งตกค้างปฏิกูลที่คั่งค้างออกจากร่างกาย ทำให้โรคต่างๆที่เกิดจากการเสื่อมถอยของระบบในร่างกายค่อยๆหายไป เช่น โรคความดันสูง-ต่ำ เบาหวาน เส้นเลือดอุดตัน นิ่ว หอบหืด ประจำเดือนไม่ปกติ ท้องผูก สิวฝ้า กระ (มิใช่โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ) ประเทศ สหร.เอเมริกาได้ผลิตออกจำหน่ายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่เป็นกรรมวิธีการใช้ความร้อนต้มให้กลายเป็นไอปล่อยให้ผ่านสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูง แล้วใช้ความเย็นทำให้น้ำควบแน่นเป็นน้ำอีกคร้งหนึ่ง ไม่ใช่โดยกรรมวิธีนาโนเทค จึงมีต้นทุนการผลิตที่สูงมาก จำหน่ายขวดละ สี่สิบกว่าบาท เป็นที่นิยมของพวกนักกีฬาที่เข้าแข่งขันมาก เนื่องจากทำให้ไม่ใคร่อ่อนเพรีย
สนใจรายละเอียดมากว่านี้ ติดตามดูได้จาก
http://www.nanotech.com.hk/en/first.html
หากต้องการผลิตน้ำนาโนเองภายในบ้าน ดูได้จาก
www.technologynano.com
..............................................................................
น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ยุคใหม่ นาโนกราไฟต์ (Graphite)
เป็นน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ชนิดใหม่ ที่เติมสาร นาโนกราไฟต์เป็นส่วนผสม น้ำมันหล่อลื่นชนิดนี้สามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 21.7 % เพิ่มกำลังเครื่องยนต์ได้ 15 %
ลดสาร carbon monoxide and และสารประกอบ hydrocarbon 59 และ 39 % ตามลำดับ ซึ่งลดได้เท่ากับ97 % และ 78 % ของค่ามาตรฐานเลยที่เดียว ยืดอายุเครื่องยนต์ได้อีกเท่าตัว ลดเสียงดังของเครื่องยนต์ได้ 8 เดซิเบล ลดอุณหภูมิของเครื่องยนต์ได้ 5 องศา C แต่ที่น่าประทับใจก็คือ เปลี่ยนถ่ายที่ 30.000 กิโลเมตร ต่อครั้งนี่ซิ ช่วยประหยัดได้มากโขที่เดียว ถ้ามีการนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อไร จะรายงานให้ทราบอีกครั้งหนึ่งครับ
หมายเหตุ น้ำมันเครื่องชนิดนี้ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจากสถาบันน้ำมันหล่อลื่นของประเทศจีนแล้ว และยังได้รับรางวัลทองคำ ถึง 3 รางวัลจาก Chinese petrochemistry corporation ด้วยเช่นกัน
..........................................................
หินแร่ tourmaline กับนาโนเทคโนโลยี
หินแร่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า tourmaline มีความเกี่ยวพันกันนาโนเทคโนโลยีอย่างไรอ่านได้จากบทความต่อไปนี้
แรกเริ่มเดิมทีที่ยังผลิตวัสดุนาโนไม่ได้นั้น ได้มีชาวญี่ปุ่นนำเอาก้อนหินแร่ชนิดหนึ่งในประเทศจีนที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Tourmaline ชาวบ้าน ทั่วๆไปเรียกว่า หินเดือนสิบบ้าง หินผู้พิทักษ์บ้าง หินอายุยืนบ้าง และที่มีชื่อเรียกใกล้เคียงกับหลักวิชาการมากที่สุดก็คือ หินไฟฟ้า โดยได้นำไปทำการศึกษาถึงส่วนประกอบและคุณสมบัติของมัน แล้วพบว่า หินแร่เหล่านี้ประกอบไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิดปะปนกันอยู่ หินชนิดนี้มีมากทางตอนเหนือของประเทศจีนแถบมณฑลซินเจียง (ซินเกียง) และมีกระจายทั่วไปในบราซิล แคนาดา อเมริกา อินเดีย พม่า และอีกหลายประเทศ แต่ปริมาณไม่มากนัก มีสีสันสวยงามแตกต่างกันหลากสี ตั้งแต่สีดำ แดง เขียว เหลือง น้ำเงิน ม่วง และสอดสีกันสวยงามอย่างสีตาแมวก็มี และเมื่อ 18 ปีที่แล้ว ประเทศญี่ปุ่นได้สั่งซื้อนำเข้าจากประเทศจีนเป็นปริมาณมากในแต่ละปี ชาวญี่ปุ่นเรียกหินแร่นี้ว่า หินหนานจิง (นานกิง) และในปี 1800 พี่น้องตระกูล ชาลี สองคน ได้ค้นพบว่าหินแร่ชนิดนี้ก่อเกิดผลที่ดีต่อร่างกายมนุษย์ และมีผลกระทบที่ดีต่อสภาพแวดล้อมเช่นกัน ถัดต่อจากนั้นมาอีก 100 ปี ในสมัยแรกเริ่มของนาโนเทคโนโลยี นักวิทยาศาสตร์ 2 ท่าน ในมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้วิจัยศึกษาถึงคุณสมบัติและขอบเขตุการใช้งานของหินชนิดนี้อย่างจริงจัง พบว่า เมื่อทำให้หินแร่เหล่านี้เป็นผงเล็กละเอียดมากยิ่งเท่าไร มันก็จะมีพลังงานไฟฟ้าสถิตสูงมากยิ่งขึ้น และเมื่อสามารถทำให้มีขนาดเล็ก 100 นาโนเมตรแล้ว มันจะมีศักยภาพที่แตกต่างกันถึง 8 อย่าง ที่ก่อเกิดผลกระทบขึ้นถึง 40 ชนิด และได้นำคุณสมบัติของหินแร่เหล่านี้ไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆถึง 2,000 ชนิดและส่งกลับไปขายยังประเทศจีนอีกครั้งหนึ่ง
ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา เหล่านักวิทยาศาสตร์ในเมืองซ่างห่านย (เซี่งไฮ้) ไป่จิง (ปักกิ่ง) กว่างเจา (กวางเจา) ต้าเหลียน และซีอัน ได้ทำการวิจัยศึกษาถึงคุณสมบัติรอบด้านของมัน และเมื่อสามารถผลิตได้ในขนาดเล็กถึง 30 นาโนเมตร พร้อมกับได้เติมสารอื่นเพิ่มเติมลงไปด้วยแล้วก็จะมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น และได้ตั้งชื่อสารเหล่านี้ว่า Nanost ได้มีการนำมาใช้งานด้านบำรุงรักษาสุขภาพ บำบัดน้ำ ปรับปรุงรักษาสภาพแวดล้อมกันอย่างแพร่หลาย
โดยนำมาบำบัดน้ำดื่มเพื่อรักษาโรค และบำรุงสุขภาพ ดังที่มีปรากฏในคัมภีร์ เปิ่นฉ่าวกังมู่ ตำหรับสมุนไพรที่เลื่องชื่อชองจีน หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์จีนจึงนำเอาคุณสมบัติของวัสดุนาโนมาผลิต ก้อนเซรามิกเพื่อผลิตน้ำชนิดนี้ขึ้นมา เรียกว่า น้ำอัดประจุ (active water) หรือน้ำที่ทีพลังงาน น้ำดื่มชนิดนี้กระมังที่คนในสมัยก่อนๆเรียกว่า น้ำทิพย์
.....................................................................................
แร่ tourmaline กับการใช้ประโยชน์ของมัน
ประเทศจีนได้นำหินแร่ tourmaline มาบดละเอียดจนเป็น นาโน tourmaline ผง และได้นำมาประยุกต์ใช้งานต่างๆมากมายหลายอย่าง เป็นต้นว่า นำมาทำเป็นไส้กรองน้ำดื่ม ที่นอกจากกรองน้ำได้สะอาด ปราศจากเชื้อโรคแล้ว ยังได้แร่จุลธาตูที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย และได้มีการผลิต เม็ดเซรามิกบอล เม็ดเล็กๆขนาดเท่าเม็ดปุ๋ยเคมี แล้วนำมาใช้ทดแทนผงซักฟอกในเครื่องซักผ้าได้อีกด้วย นับเป็นการลดมลภาวะในการแปดเปื้อนลงในน้ำได้เป็นอย่างดี
........................................................................................
รายการลิขสิทธิ์ ผลงานวิจัยนาโนเทคโนโลยี ในประเทศจีน
ได้มีการรวบรวมผลผงานวิจัย และสิ่งประดิษฐ์ทางนาโนเทคในประเทศจีนที่ได้จดลิขสิทธิ์ไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นผลงานของหน่วยงานมหาวิทยาลัย และ บริษัทชั้นนำใหญ่ๆในประเทศจีน สนใจดูได้ที่
http://www.bei-jing.com/dm/wangye/dnm6.htm
.............................................................................................
ห้องสุขา นาโน
สุขานาโน ก็คือ ห้องส้วมนาโนนั่นเอง แต่ไม่ได้หมายถึงห้องถ่ายทุกข์ขนาดเล็กจิ๋วนะครับ แต่เป็นห้องถ่ายทุกข์ที่นำเอาเทคโนโลยี นาโนมาประยุกต์ใช้กับห้องส้วม โดยใช้เชื้อจุลินทรีย์เป็นตัวย่อยสลายมูลอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้น้ำในการชะล้างเหมือนส้วมชักโครกที่ใช้กันอยู่เช่นทุกวันนี้ ทางบริษัทผู้ผลิตได้ผลิตออกมา 2 แบบ คือแบบน้ำหมุนเวียน และแบบฟองฟู่ ปัจจุบันได้นำออกติดตั้งใช้งานหลายแห่งแล้วในประเทศจีน สามารถประหยัดน้ำได้เกือบ 100 % ดูรายละเอียดได้ที่
http://www.szed.com/jb/20031012/ca573279.htm
.................................................................................................
ขอบข่ายการใช้งานของวัสดุนาโน ไตตาเนียมไดออกไซด์
สาร นาโนไตตาเนียมไดอออกไซด์ ดูเหมือนจะเป็นวัสดุนาโนที่มีการนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเราอย่างกว้างขวางรองจาก นาโนซิลเวอร์ ในประเทศจีนได้มีการนำมาใช้งานในหลายๆด้านดังที่จะนำมาบอกเล่าให้ได้รับทราบต่อปนี้
ใช้ในการบำบัดน้ำดื่มน้ำใช้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำปะปา ไปจนกระทั่งน้ำในสระน้ำหรือบ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลา น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วนี้จะละลายออกซิเจนได้ในปริมาณที่สูงมาก ลดความกระด้างของน้ำลง ฆ่าเชื้อโรคได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ควบคุมพีเฮชของน้ำได้เป็นอย่างดี
ใช้เสริมประสิทธิภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง สารนาโนไตตาเนียมไดออกไซด์ เป็นสารที่แผ่คลื่นไมโครเวฟที่มีความถี่สูงชนิดหนึ่ง คลื่นการสั่นกระเพื่อมของมันทำให้มวลของเชื้อเพลิงหลุดกระจายออกจากกัน ทำให้การเผาไหม้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง เพิ่มกำลังเครื่องยนต์และลดควันดำได้ในระดับหนึ่ง
เพิ่มการใช้งานของน้ำมันที่ใช้ทอดอาหารได้นานขึ้น เนื่องจากสารชนิดนี้เป็น โฟโต้แคตทาลีสที่ดีมาก จึงเพิ่มการใช้ทอดได้มากครั้งขึ้น (จาก3-5 ครั้งเป็น 4-8 ครั้ง)
กำจัดสารประกอบคาร์บอนได้และสารอื่นๆที่มีกลิ่นเป็นอันตรายต่อร่างกายภายในห้องโดยสารรถยนต์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลิ่นของรถนยต์ใหม่ๆ ลักษณะการใช้งานนี้มีหลายรูปแบบ เช่นเป็นแผ่นการ์ด เป็นรูปปั้นเซรามิก หรือเป็นแผ่นตะแกรงสอดในช่องแอร์ ซึ่งสามารรถกำจัดเชื้อโรคได้สูงไม่ต่ำกว่า 90 % ขึ้นไป
ใช้ฟอกอากาศภายในที่พักอาศันหรือสถานที่ทำงาน อันนี้เห็นได้ทั่วๆไปก็คือ การใช้เป็นอุปกรณ์เสริมลงในเครื่องปรับอากาศ ตามที่มีการโฆษณาว่า ฟอกอากาศได้ กำจัดเชื้อโรคได้นั่นแหละครับ ใช่เลย (อาจใช้ควบคู่กับซิลเเวอร์นาโนก็เป็นได้)
รักษาความสดของอาหารที่เก็บในตู้เย็นได้นานขึ้น ดังได้กล่าวมาแล้วว่า สารชนิดนนี้สามารถกำจัดเชื้อโรคและกลิ่นต่างๆได้ เมื่อนำมาใช้ในตู้เย็น จึงสามารถกำจัดกลิ่นและเชื่อโรคได้ ทำให้การบูดเน่าของอาหารสดที่เก็บในตู้เย็นยาวนานออกไปมากกว่าปกติ นอกเหนือจากนั้น อุณหภูมิภายในตู้ก็ลดลงได้ 4-5 องศา โดยไม่ต้องปรับแต่งแต่อย่าใด เนื่องจากประจุลบที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากสารนี้เรียงตัวเป็นระเบียบมากขึ้น
ใช้ดับกลิ่นในโถปัสสาวะ-ในห้องสุขา โดยการใช้เม็ดเซรามิกนาโนใส่ถุงตาข่ายแล้ววางตั้งในโถปัสสาวะชาย หรือใช้สารละลายนาโนเหล่านี้ทาฉาบผนังในห้องสุขาก็สามารถลดกลิ่นไม่ไม่เริงรมย์ใจได้มากทีเดียว แถมกำจัดเชื้อโรคได้ด้วยนะครับ และขณะนี้ได้มีการเติมสารเหล่านี้ลงในอุปกรณ์ใช้งานในห้องน้ำสาธารณะทั่วไปแล้วด้วย เช่นที่นั่งส้วมชักโครก อ่างล้างมือ แม้กระทั่งลูกบิดมือจับ และผ้าเช็ดมือ เป็นการลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในทีสาธารณะได้โดยไม่ต่องใช้สารเคมี แถมใช้งานได้นานอีกด้วย
ใช้บำบัดน้ำใช้น้ำอาบในห้องน้ำหรือ สปา น้ำที่ผ่านการบำบัดด้วยสารนี้แล้วจะซึมเข้าผิวหนังได้เป็นอย่างดี
ใช้ใส่ในตู้ปลาเลี้ยงเป็นการเพิ่มออกซิเจน และกำจัดเขื้อโรคตลอดจนตะไคร่น้ำในตู้ปลาได้วิเศษยิ่ง
ใช้งานในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลา
เพิ่มออกซิเจน กำจัดเชื้อโรค ทำให้สัตว์น้ำแข๊งแรงปลอดโรค โตเรร็ว ประหยัดอาหาร ลดแกสแอมโมเนีย
เห็นผลชัดเจนเป็นอย่างยิ่งในการนำมาใช้งานในบ่อเลี้ยงกุ้งที่แปดริ้ว บ่อกุ้งที่ปล่อยกุ้งในเวลาเดียวกันประมาณ 10 บ่อ แค่ช่างเวลา 1 เดือนเท่านั้น กุ้งที่เลี้ยงตายยกบ่อหมด ยกเว้นบ่อที่ใช้สารนาโนไตทาเนียมออกไซด์บ่อนี้บ่อเดียวเท่านั้นที่ไม่เสียหายอัตรารอด 90 %ขึ้นไป กุ้โตดีกว่าเกณฑ์ปกติ
ในในการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ เอาน้ำที่ผ่านการบำบัดด้วยสารนี้แล้วไปรดต้นไม้ แช่เมล็ดก่อนปลูก ทำให้อัตราการงอกสูงขึ้น โดเร็วและแข็งแรง เพิ่มผลผลิต
ม่ว่าจะเป็นหมู หมา กาไก่ หากได้ดื่มกินน้ำที่ผ่านการบำบัดด้วยสารนี้แล้ว จะแข็งแรงต้านทานโรคสูง โตเร็ว ประหยัดอาหาร ลดกลิ่นเหม็น แอมโมเนียในโรงเรือนได้ไม้น้อยกว่า 50 % ขึ้นไป
หมายเหตุ สารนาโนไทตาเนียมออกไซด์ที่ว่านี้ไม่ละลายน้ำ จึงไม่แปดเปื้อนลงในน้ำ การทำงานอาศัยคลื่นที่เป็นพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาเท่านั้น ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายของคนเราและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เป็นสารที่ปลอดภัย



[ ค้นหาเว็บบอร์ดทุกโรงเรียน แวะไปล่างสุดโฮมเพจ Dek-D ]
 
นาโนเทคโนโลยี On TwO ตอนที่ 60 : เกร็ดความรู้...เรื่องทั่วๆไปกับนาโน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 481 , โพส : 0 , Rating : 0 / 0 vote(s)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2011 เมื่อ: 14/06/10 20:23:06 »

คุณสมบัติของน้ำที่ได้รับพลังแม่เหล็กจากสนามแม่เหล็ก ประกอบด้วย
 
1.    การเกาะกันเป็นกลุ่มขนาดเล็ก คือ 6 โมเลกุลของน้ำ (H2O) ต่อ 1 กลุ่ม (Microcluster) แทนที่จะเป็น 30-40 โมเลกุลต่อ 1 กลุ่ม (Macrocluster หรือ Bound Water) ทำให้มันสามารถผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ทั้งเข้าไปและออกมาจากเซลล์ได้รวดเร็ว เมื่อเข้าไปก็จะนำสารอาหาร ออกซิเจน เอนไซม์ เกลือแร่ต่าง ๆ เพื่อให้เซลล์ได้ใช้ และเมื่อออกมาก็จะพาสารพิษ ของเสียจากการเมตาบอลิซึม (Metabolism) ซึ่งเรียก Metabolic Waste เพื่อนำไปทิ้ง ผลก็คือ เซลล์สดใส แข็งแรง มีกำลังทำลายสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายไม่ต้องการได้ง่าย และที่สำคัญ เซลล์ชะลอความแก่
 
2.    การมีแรงตึงผิวต่ำ (Less Surface Tension)
 
ก.    ทำให้กลายเป็นน้ำที่มีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลาย ( Solvent) สิ่งต่าง ๆ ได้ดี สารอาหารทั้งหลายที่ละลายอยูในเลือดที่ประกอบด้วยน้ำถึง 92 เปอร์เซ็นต์ ก็จะถูกพาเข้าไปในเซลล์ของอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน ความสำคัญต่อชีวิต คือ มีอ็อกซิเจนละลายอยู่ด้วยอย่างเพียงพอ
 
ข.    แรงตึงผิวต่ำ ทำให้ความหนืดหรือความข้น (Viscosity) ของเลือดลดลง ประกอบกับน้ำในเลือดเป็นกลุ่มที่มีโครงสร้างขนาดเล็ก และเป็นระเบียบ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกลุ่ม ( Cluster) เพิ่มมากพอที่จะมีเนื้อที่ได้ขยับขยายไม่เบียดกัน เลือดไหลเวียนง่าย (โดยปกติ โลหิตมนุษย์จะข้นเป็น 4 เท่าของน้ำ ถ้าข้นมากกว่านี้จะถ่ายเทไม่สะดวกเพราะความหนืด ) อาการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง เช่นที่สมองจะทุเลาขึ้น ความดันโลหิตก็ไม่สูงและหัวใจไม่จำเป็นต้องบีบตัวมาก
 
3.    การมีคุณสมบัติเป็นด่าง (Promote more Alkaline pH in the Body)
 
ก. ร่างกายมนุษย์ (ยกวันกระเพราะอาหาร และไต) จะมีค่าเป็นด่าง (pH 7.4) จึงช่วยทำลายขยะของเสียที่มีฤทธิ์เป็นกรดภายในเซลล์ของอวัยวะต่าง ๆอวัยวะในร่างกายต้องอยู่ในสภาวะเป็นด่างแต่ทำงานในลักษณะเป็นกรดการย่อยอาหารทุกชนิดและทุกครั้งจะก่อให้เกิดขยะของเสีย ที่เป็นกรดสะสม การมีสภาวะกรดสูงในเลือด ถ้าไม่มีน้ำดื่มที่เป็นด่างมาช่วยทำปฏิกิริยาต่อต้าน (Buffer)เอาไว้ก็จะทำให้ร่างกายจำเป็นต้องไปดึงเอาเกลือแร่แคลเซียมและแมกนีเซียมออกมาจากเนื้อของกระดูก ฟัน และกล้ามเนื้อ เพื่อมาล้าง (Buffer) ความเป็นกรด อันเกิดจากขยะของเสีย ( Acidic Waste) ในร่างกาย หรือเกิดมาจากมลภาวะต่าง ๆ
 
ข.สภาวะเป็นด่างอันเนื่องมาจากไฮดรอกซิลไอออน(HydroxylIon)
ซึ่งมาจากการแตกตัวเป็นไอออน (Ionization) ของน้ำ โดยอิทธิพลจากพลังแม่เหล็ก ผลที่ได้ตามมาคือ มีออกซิเจนเกิดขึ้นจำนวนมากและส่วนใหญ่จะละลายโดยทันทีอยู่ในน้ำนั้นจะเห็นได้โดยถ้าเอาน้ำดังกล่าวมาใส่ทิ้งไว้ในขวดแก้วที่ปิดสนิทจะเกิดมีพรายน้ำเม็ดเล็กๆแพรวพราวเต็มไปหมดเกาะอยู่ด้านในขวดจนอาจกล่าวว่าถ้าน้ำเป็นด่างจะมีออกซิแจนละลายอยู่เสมอน้ำบริสุทธิ์อย่างน้ำกลั่น จะเป็นกรดอ่อน ๆ เพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากอากาศละลายเกิดเป็นกรดคาร์บอนิก ออกซิเจนนี้นอกจากให้พลังงานกับเซลล์ทำให้เซลล์แข็งแรงออกซิเจนยังช่วยทำให้เชื้อจุลินทรีย์อันตรายประเภทไม่ชอบอากาศ (Anaerobic Bacteria) เกิดไม่ได้ หรือหยุดเจริญในที่มีออกซิเจน การไม่แบ่งตัวทำให้แบคทีเรียมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ จากผลการวิจัย ของ ด.ร. Otto Warburg ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ใน ค.ศ.1931ที่พบว่าโรคมะเร็งชอบอยู่ในที่ไม่มีออกซิเจนดังนั้นถ้าอวัยวะต่างๆได้รับออกซิเจนอย่างสมบูรณ์จากน้ำที่ได้รับพลังแม่เหล็ก ( Magnetized Water) ตามทฤษฎี โรคมะเร็งไม่ควรจะเจริญงอกงามที่อวัยวะนั้น ๆ
การได้รับรางวัลโนเบล ถือว่าเป็นคนเก่งของโลก ดร. Otto Warburg ผู้นี้ได้รางวัลโนเบลถึงสองครั้ง จึงถือว่าไม่ธรรมดา
 
ค. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) อันเกิดจากออกซิเจนไอออน ให้อิเลคตรอนประจุลบ ไปตัดวงจรของการเกิดอนุมูลอิสระ ( Free Radical Cycle)ซึ่งเป็นตัวทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้ป้องกันโรคความเสื่อมต่าง ๆ (Degenerative Disease) เช่น โรคมะเร็ง โรคข้ออักเสบ โรคเบาหวาน เป็นต้น
 
ประโยชน์ของน้ำพลังแม่เหล็กหรือน้ำไอออน นาโน (Conception of Magmetizedor Ions Nano Water
 

 
1.    ป้องกันโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)
 
เพราะคุณสมบัติที่เป็นด่างของน้ำดังกล่าวยู่แล้ว ทำให้ร่างกายไม่ต้องเสียเวลาเพื่อดึง แมกนีเซียม และแคลเซียมออกมาจากกระดูกไปเป็น Buffer กับกรดในร่างกาย จนทำให้เนื้อกระดูก (Bone Mass) ละลายออกมาเป็นหย่อม ๆ เกิดรูพรุน บาง ความแน่นของกระดูก (Bone Density) ลดลง นอกจากนี้ยังป้องกันไม่ให้ฟันผุอีกด้วย (Bone Caries) เพราะผิวฟันชั้นนอก (Enamel) ไม่ต้องสูญเสียแมกนีเซียม และแคลเซียม
 
2.    ป้องกันโรคหัวใจ ( Heart Disease )   
 
ในชีวิตประจำวัน ร่างกายจะสร้างความเป็นกรดอยู่เกือบตลอดเวลาจากระบบเมตาบอลิซั่ม (Metabolism) จากมลภาวะ (Pollution) และจากกินอาหารโปรตีนสูง (High Protein Diet ) ทำให้ต้องดึงแมกนีเซียมกับแคลเซียมออกจากกระดูก และบางครั้งจากเซลล์กล้ามเนื้อของหัวใจมาคอยผสมเพื่อให้ค่าความเป็นกรดด่างของร่างกายกลับมาสมดุลที่ pH 7.4 ตลอดเวลา (ค่า pH ในเลือด ร่างกายจะยอมให้อยู่ระหว่า pH 7.35-7.45 น้อยไปหรือมากไปกว่านี้จะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายผิดปกติ แต่โอกาสที่จะเกิน 7.45 แทบไม่มีเลย นอกจากการใช้ยาผิด แมกนีเซียม (Magnesium) จำเป็นที่สุดในการสร้างพลังงานระดับเซลล์ (Cellular Energy) และยังทำให้สารพลังงาน เอ ที พี ( Adenosine Triphosphate หรือ ATP ) แตกตัวมาเป็นสาร เอ ดี พี (Adenosine Diphosphate ) บริเวณไมโตคอนเดรีย ( Mitochondria อยู่ภายในเนื้อเซลล์ Cytoplasm) จึงเกิดพลังงานขึ้นเพื่อให้เซลล์นำไปใช้ทำงานต่อไป การที่แมกนีเซียมถูกดึงมาจากเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจอยู่เรื่อย ๆ โดยไม่มีเสริมกลับเข้าไป เป็นผลให้เมื่อถึงจุดหนึ่ง ( Last Straw ) แมกนีเซียมที่อยู่ในเซลล์ไม่พอไปสร้างพลังงาน เอ ที พี เซลล์ของกล้ามเนื้อหัวใจจะหยุดทำงานเพราะขาดเชื้อเพลิง และหัวใจจะหยุดเต้น
 
3.    ป้องกันโรคหัวใจและสมองขาดเลือด (Ischemia)
 
 เมื่อความเหนียวและความข้นของเลือด ลดลงและโมเลกุลของน้ำที่ประกอบเป็นกลุ่มเรียงตัวกันอย่างมีระเบียบจึงทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ปริมาณมากขึ้นนอกจากนี้น้ำในเลือดที่มาหล่อเลี้ยงเซลล์ยังมีสารอาหาร เอนไซม์ และออกซิเจนละลายอยู่อย่างเพียงพออีกด้วย เนื่องจากแรงตึงผิวของน้ำในเลือดต่ำ ทั้งยังสามารถซึมเข้าเซลล์ของอวัยวะต่างๆ ได้โดยง่าย
 
4.    ร่างกายแข็งแรง และมีภูมิต้านทานโรคสูงขึ้นเลือด
 
ซึ่งใช้น้ำเป็นองค์ประกอบถึง 92 เปอร์เซ็นต์ น้ำที่ดีจึงสามารถพาสารอาหาร เอนไซม์ ฮอร์โมน และออกซิเจน มาให้กับเซลล์ต่าง ๆ อย่างพอเพียง การไหลเวียน (Blood Circulation) ก็สะดวก เซลล์จะแก่ช้าลง การต้านทานโรคเข้มแข็ง แผลหรือการอักเสบหายเร็วขึ้น ยาปฏิชีวนะสามารถถูกดูดซึมเข้าเซลล์ต่าง ๆ พร้อมกับน้ำโครงสร้างเล็กได้ ยาเข้าไปปริมาณสูงกว่าน้ำชนิดอื่น ก่อทั้งประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพที่จะหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้อย่างแน่นอน
ในกรณีที่เป็นแบคทีเรียชนิดที่ไม่ชอบอยู่ในออกซิเจน ซึ่งมักอันตรายต่อมนุษย์ ก็จะหยุดแบ่งตัวและอ่อนแอลง เพราะน้ำพลังแม่เหล็กมีออกซิเจนละลายอยู่สูงทำให้สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะกับเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ชอบ
อากาศจะแพร่พันธุ์ต่อไป
 
5.    น้ำที่ได้รับพลังแม่เหล็ก จะมีรสอร่อย และแก้กระหายน้ำได้เร็ว
 
      การที่น้ำมีรสดี เพราะการมีโครงสร้างขนาดเล็ก ต่อมรับรสที่โคนลิ้นรับสัมผัสได้ง่าย เป็นการถูกกระตุ้น สร้างความพอใจแปรสัญญาณที่ออกมาในทางรสดี น้ำที่โครงสร้างขนาดเล็กยังสามารถผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ เข้าเซลล์ของร่างกายได้ง่าย เมื่อเวลาหิวน้ำ ถ้าดื่มน้ำพลังแม่เหล็ก จะแก้กระหายได้เร็วว่าดื่มน้ำชนิดอื่น ทำให้รู้สึกสดชื่นและชุ่มมากกว่าอีกด้วย
 
 6.    ป้องกันโรคปวดข้อ (Arthritis) โรคเก๊าท์ (Gout) และโรคนิ่วในไต(Kidney Stone)

 
เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำให้ผลึกของกรดชนิดต่างๆ ไม่จับตัว อาทิเช่นกรดยูริค (Uric Acid ) , กรดออกซาลิก (OxalicAcid)ความเป็นด่างของน้ำพลังแม่เหล็กจะไปทำให้สารต่างๆที่ออกฤทธิ์เป็นกรดทั้งหลายหมด
สภาพ กรดยูริคบริเวณข้อ (Joint) ละลาย ไม่ก่อตัวเป็นผลึกที่แหลมคมฝังตามข้อต่าง ๆ อีกต่อไป ความเจ็บของโรคเก๊าท์อันเกิดจากผลึกแหลม ๆ แทงเนื้อเยื่อก็จะทุเลาลง
 
7.    ป้องกันโรคแห่งความเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Degenerative Disease)
โรคแห่งความเสื่อมที่สำคัญ คือ โรคมะเร็ง (Carcinoma) ซึ่งขออธิบายพยาธิสภาพของมันอย่างง่าย ๆ ดังนี้
อนุมูลอิสระ (Free Radical) ที่เกิดขึ้นจากสาเหตุต่าง ๆ ไป ทำให้เซลล์ปกติถูกทำลายโดยปฏิกิริยาห่วงโซ่ โดยโมเลกุลในเซลล์จะถูกแย่งอิเลคตรอนประจุลบ เคยมีอยู่ออกไป    ทำให้ตัวมันเองขาดอิเลคตรอนกลายเป็นอนุมูลอิสระตัวใหม่ ซึ่งไม่เสถียร ของปฏิกิริยาห่วงโซ่ อีเลคตรอน ที่แยกตัวออกไปนี้จะปล่อยพลังงานให้เป็นอิสระ(ซึ่งเคยใช้ยึดอีเลคตรอนไว้)หลุดออกมาจากโมเลกุลและร่างกายควบคุมไม่ได้ พลังงานนี้จึงเที่ยวอาละวาดทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ใกล้เคียง จนเยี่อหุ้มเซลล์เสียหาย   ทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติอาจะป็นรู เกิดความพิการ เกลือแร่ภายในเนื้อเซลล์ (Cytoplasm) จะมีสัดส่วนทางเคมีผิดปกติ   เพราะมีการรั่วของบางเกลือแร่เช่น โปแตสเซียม ผ่านอออกมาจากเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้ดี เอน เอ (DNA) ในนิวเคลียส (Nucleus) บิดเบี้ยว แบ่งตัวเพี้ยนตามไปด้วย เกิดเป็นเซลล์พิกลพิการชนิดใหม่เรียกว่า เซลล์มะเร็งการเกิดอนุมูลอิสระที่พบมากคือสาเหตุมาจากรังสีต่างๆและที่ขาดความสนใจเพราะประมาทแต่อันตรายใหญ่หลวง คือ รังสีเอกซ์ (X-Ray) การถ่ายเอกซ์เรย์หน้าอก รังสีผ่านร่างกายเพียงวินาทีเดียว อีเลคตรอนกระเด็นหลุดออกมานับล้านตัว พลังงานที่อีเลคตรอนเคยใช้วิ่งรอบโพรตอน(Proton) เปลี่ยนออกมาเป็นพลังงานอิสระที่ไม่มีผู้ใดควบคุมได้ เกิดเซลล์อนุมูลอิสระเป็นล้านเซลล์ นี่คือ ต้นเหตุของโรคมะเร็งโดยเฉพาะเซลล์ของเต้านมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงง่ายยิ่งถ้าอายุมากขึ้นความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระจะไม่พอเพียง เช่นวัยหนุ่มสาว
 
( บทความนี้นำมาจากหนังสือไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยตรง มีหนังสือให้ดูเพื่อไปซื้อมาอ่านศึกษาเพิ่มเติมได้  ที่ศุนย์หนังสือจุฬา)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2012 เมื่อ: 14/06/10 20:32:46 »

วิธีที่น้ำโมเลกุลเล็กกว่า ซึมซาบสู่เซลล์ได้ดีกว่า





Recent work from Richard SayKally's laboratory shows that the hydrogen bonds in liquid water break and re-form so rapidly (often in distorted configurations) that the liquid can be regarded as a continuous network of hydrogen-bonded molecules.




The stable arrangement of hydrogen-bonded water molecules in ice gives rise to the beautiful hexagonal symmetry that reveals itself in every snowflake.

For almost everything there is to know about snowflakes (and a lot of nice images), see this SnowCrystals page from CalTech.


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
ฟ้าสดใส
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,048



« ตอบ #2013 เมื่อ: 15/06/10 20:54:32 »

ขอบคุณ จ่ะ เกี่ยว Cheesy
นาโนเทคโนโลยี  มันดีอย่างนี้เอง  มี คุณอนันต์
เด๋วต้องไปหาน้ำนาโน  มาทาน เป็นอันดับเเรก ก่อน   Cheesy
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2014 เมื่อ: 16/06/10 23:00:20 »




เรื่อง “มหัศจรรย์แห่งชีวิต ๗ หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี”
บางส่วนจากหนังสือ“มหัศจรรย์แห่งชีวิต ๗ หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี” เป็นการตอบคำถาม 20 ข้อ ที่น่าสนใจมาก
 
 
๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน?
ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก
ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ
 
๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี?
(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง
 
๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี?
ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข
 
๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน?
งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน
รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน
 
๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา?
โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง
 
๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี?
(๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
(๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
(๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ
ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา
 ๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?
เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้
 
๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี?
(๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
(๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
(๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน
สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ
 
๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร?
โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้
เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา
 
๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี?
(๑) หางานใหม่
(๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
(๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
(๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด
จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่
 
๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย?
คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง
คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า
แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย
 
๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม?
ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ
แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป
แทนที่จะไถ่โคกระบือ
คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า
 
๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน?
ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน
ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน
 
๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี?
มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน
ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน
ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ
 
๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร?
(๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
(๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร
(๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง   
๑ ๖. สวดมนต์บทไหนดี?
(๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
(๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
(๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง
๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี?
(๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
(๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
(๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส
เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด
 
๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก?
(๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
(๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย
(๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน
 
๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม?
ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า
ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน
 
๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ?
ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์
ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอน
มองอย่างพินิจจะพบว่า ในดีมีเสีย ในเสียมีดี
ไม่อยากให้ข้อความดีๆแบบนี้อยู่แค่ในกล่องเมลล์ แล้ววันนึงเราก็จะลืมมันไปหวังว่ามันจะมีประโยชน์ต่อคนที่เข้ามาอ่านบ้างนะ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2015 เมื่อ: 25/06/10 14:17:03 »

ไม่มีโรค....เป็นลาภอันประเสริฐนะ..ทุกๆคน                                         
                                                                           
                                                                           
                                                                           
                                                                           
                                                                           
                                                                           
                                                                           
ใครจะเชื่อว่า นางเอกหน้าหวาน ปรียานุช ปานประดับ ขวัญใจคนไทย จะมีช่วงชีวิตที่ไม่น่าเชื่อว่าเธอ
จะเป็นโรคภัยไข้เจ็บได้มากมายเหลือเกิน ไล่ยาวตั้งแต่เด็ก ๆ ก็เป็น โรคหอบหืด,ไมเกรน,ปวด     
ประจำเดือน,เนื้องอกที่มดลูก,ช็อคโกแล็ตซีสที่หน้าอก,เป็นเนื้องอกที่ข้อมือ,เข่าเสื่อมแบบเฉียบพลัน,   
โรคข้อ,เนื้อเยื่ออักเสบทั่วตัว                                                     
โรคต่างๆ ที่ว่า ทำให้เธอเจ็บปวดแสนสาหัส หนักที่สุดคือถึงขั้นพิการ เดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็นอยู่เป็นปี 
ๆ แถ มยังอยู่ในภาวะใกล้ตาย เพราะการปวดของเนื้อเยื่อทำให้ระบบหายใจไม่ได้ เกือบจะหัวใจวาย
เฉียบพลันอยู่หลายหน โชคดีที่ได้คนรอบข้าง นพพล โกมารชุน ครอบครัว และเพื่อน ๆ ช่วยอยู่เคียง   
ข้าง และปาฏิหารย์ ของสมุนไพร ไทย ทำให้เธอกลับมาเดินได้อีกครั้ง                       
โรคแต่ละโรคที่คุณปรียานุชเป็น นั่นมันโรคทรมานทั้งนั้น...อย่างที่บอกค่ะ..ว่ากลับมาดูตอนแรก       
ไม่ทัน..แต่ดูรายชื่อโรคแล้วพอจะรู้ค่ะว่าทรมานอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นหอบหืด...ไมเกรน..อันนี้รู้ซึ้ง   
เลยค่ะว่าปวดอย่างไร เพราะเป็นมาก่อน ปวดประจำเดือน..ผู้หญิงหลาย ๆ คนคงทราบนะคะว่าเป็น 
อย่างไร แต่คุณปรียานุชเธอมีประจำเดือน 15 วัน..ต่อเดือน !! !!                         
พิธีกรชายพูดว่า "นั่นมันเวลาครึ่งหนึ่งของชีวิตทีเดียว"                                   
ใช่ 1 เดือนมี 30 วัน ปวดประจำเดือนซะ 15 วัน.. แล้วก็พบว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก.. ประจำ   
เดือนของคุณปรียานุชมาเยอะมากกกกก แต่เธอเป็นคนที่มองโลกในแง่บวกมาก ๆ ด้วยค่ะ           
มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอกำลังคุยเรื่องบทกับคุณกัปตัน ภูธเนศ แล้วประจำเดือนของเธอก็ไหลไม่หยุดมันเยอะ   
มาก จนเลอะเก้าอี้ที่นั่งแล้ว เธอไม่กล้าบอกคุณกัปตัน แต่เธอตลกมากค่ะ.. เธอบอกว่า เธอไม่อาย   
หรอกนะคะ แต่กลัวน้องกัปตันที่เป็นผู้ชายจะอาย เธอก็เลยขอตัวสักครู่ โดยเดินออกไปและยกเก้าอี้ตัว 
นั้นปิดก้นไปด้วย ทุกคนจะหัวเราะเธอว่าเธอทำอะไร... และตลอดทั้งรายการเธอมักจะพูดในทำนอง 
ว่า เธอจะไม่ปล่อยให้ช่วงเวลาที่เธอไม่ป่วยไม่มีความสุขเด็ดขาด                           
คุณปรียานุชเธอผ่านการทานยาจากราคาถูกที่สุดจนแพงที่สุด เพื่อระงับอาการปวด จนกระทั่งรับ การ   
ฉีดมอร์ฟีน..ฉีดจนคุณหมอต้องขอให้หยุด เพราะจะเกิดอาการติดมอร์ฟีนแล้ว.. เวลาเธอปวดเธอจะ   
พยายามจับหน้าผากไม่ให้ย่นด้วย..เนื่องจากเธอกลัวแก่..เธอเล่าไป..หัวเราะไป..น่ารักมาก     
เลยค่ะ..                                                                   
แลสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจผ่าตัดเอามดลูกที่มีเนื้องอกออก.. ผลจากการผ่าตัดทำให้ร่างกายเธอเปลี่ยน   
แปลงมากมายฮอร์โมนที่เคยมีก็ไม่มีเธอบอกว่า...ผู้หญิงเราพอไม่มีฮอร์โมนก็จะแก่ลงเร็วมาก       
กกก...ตาเหี่ยวย่นทันที หน้าก็บวมแปลก ๆ ผิวจะแห้งมากกกก...และเธอจะหิวน้ำตลอดเวลา ปกติคน
เรากินน้ำประมาณ 2 ลิตรต่อวันแต่คุณปรียานุชจะกินประมาณ 4-5 ลิตร ต่อวัน..นั่นส่งผลให้เธอ     
ฉี่บ่อย..และอ่อนเพลีย หัวใจเต้นรัวเร็ว                                             
เธอไปพบแพทย์อีกครั้ง... คุณหมอต้องกักตัวเธอไว้ และให้เธอหยุดทานน้ำเช่นนั้น เพราะไต       
จะวาย..เนื่องจากไตทำงานหนักเกินไป ทำให้หัวใจเต้นเร็วด้วย.. เธอเล่าติดตลกว่า วิธีการรักษา 
ของคุณหมอน่ารักมาก.. เธอต้องรักษาด้วยการกินน้ำแข็งแทนน้ำค่ะ.. เธอบอกว่าเหมือนเธอกลับไป   
เป็นเด็กเลย..ต้องอมน้ำแข็งตลอดเวลา ใครพกอะไรติดตัวไม่รู้ แต่ปรียานุชพกกระติกที่มีน้ำแข็ง     
ติดตัว..                                                                     
ส่วนโรคเนื้องอกที่หน้าอก อืม..ถ้าจำไม่ผิดจะเกิดก่อนที่จะผ่าตัดมดลูกนะคะ..เธอเล่าว่าเป็นเรื่องที่   
ตลกมาก (อีกแล้ว ผู้หญิงคนนี้มองโลกในแง่ดีจริง ๆ) เธอไปเที่ยวเชียงตุง กับเพื่อน ๆ โดยนั่งรถขึ้น 
เขาซึ่งเส้นทางจะทรหดมาก เธอกางสองมือเกาะรถและโยกไปตามจังหวะขึ้นลงรถของรถอย่างสนุก   
สนาน ในขณะที่คนอื่นบอกว่าจะอ้วกแตกแล้ว.. หลังจากเที่ยวในครั้งนั้น เธอพบว่า หน้าอกของเธอ   
ใหญ่ขึ้น.. แต่ใหญ่ขึ้นแบบแปลก ๆ เป็นก้อนเท่าลูกมะนาวทีเดียว.. เธอไปตรวจที่โรงพยาบาล..และ 
คุณหมอก็แจ้งว่าต้องผ่าตัดด่วนเลย เพราะเนื้องอกมีขนาดใหญ่มาก เธอบอกว่า จริง ๆ เธอมีเนื้องอก 
อยู่แล้ว แต่มีขนาดเล็ก โดยที่เธอไม่รู้ตัว พอเธอออกกำลังแขนมากเกินไป..จึงทำให้เนื้องอกขยายใหญ่
ขึ้นมา                                                                       
                                                                           
ดูสิ..ทำไมเธอมีอารมณ์ขันได้มากมายเหลือเกิน                                         
อีกโรคที่เธอต้องเผชิญ เป็นโรคที่ 100,000 คนจะเป็น 1 คน นั่นคือโรค แคลเซียมในร่างกายไหลไป
อุดตามข้อต่อ.. เธอพบโรคนี้ที่ข้อมือข้างขวา...ข้อมือเธอจะบวมมากจนไม่สามารถบิดลูกบิดได้ เธอ   
ต้องรับการผ่าตัดอีกครั้ง.. โรคนี้ทำให้เธอจิตตกอยู่นาน... 2 ชั่วโมง.. จริง ๆ ค่ะ 2 ชั่วโมง..คุณ
ปรียานุชเธอบอกว่า เธอมานั่งมองตัวงว่าทำไมชีวิตอับเฉาเช่นนี้...เพราะโรคนี้น่ากลัวนะคะ.. เรา 
จะไม่รู้เลยว่า..ต่อไปแคลเซียมจะไหลไปอุดตั นที่ข้อต่อไหนอีก คุณปรียานุชเธอวิตกว่าถ้าไหลไปข้อต่อ 
บริเวณต้นคอ หรือกระดูกสันหลัง จะลำบากมากกกกก... แต่เธอก็ทำใจได้..และมีความสุขกับชีวิต   
ของเธอ..                                                                   
หลังการผ่าตัดเธอบอกว่า มือของเธอไม่มีความรู้สึกเลย ความขี้เล่นและร่ำรวยอารมณ์ขันของเธอ เธอ
ก็จะยกเอามือข้างขวาขึ้นมาและโยกซ้ายขวา แล้วบอกว่า "มือผี มือผี"...เธอบอกว่าเธอเล่นแบบนั้น 
เยอะมาก ใครมาเยี่ยมเธอก็เล่น "มือผี มือผี" ไปเรื่อย จนมืออักเสบไปทั้งแขน ปกติหลังการผ่าตัด   
เธอต้องพักฟื้นประมาณ 1 เดือน แต่จากการเล่นมือผี เธอต้องพักฟื้น 6 เดือน !!!! แถมยังต้อง     
กายภาพบำบัดอาทิตย์ละ 3 วัน อีกด้วย เพราะแขนเธอตึงมากกก ไม่สามารถงอหรือเคลื่อนไหว     
ได้เลย..                                                                   
ช่วงที่เธอใช้งานมือขวาไม่ได้ แต่เธอก็ยังคงทำงานอยู่..เธอบอกว่าเธอเป็นคนไม่ยอมแพ้ ..เมื่อใช้มือ
ขวาไม่ได้ เธอก็ใช้มือซ้ายเขียนหนังสือแทน..                                         
และเธอก็เล่าว่า การใช้ชีวิตโดยมีมือแค่ข้างเดียวเป็นอะไรที่ลำบากมาก...ใส่กางเกงเองก็       
ไม่ได้..ต้องให้คุณตู่ นพพล ช่วยใส่ เธอเล่าได้น่ารักอีกแล้วว่า เหมือนเธอกลายเป็นเด็กที่ยังช่วยตัว   
เองไม่ได้ ทุกเช้า คุณตู่ นพพลจะมาช่วยเธอใส่กางเกง..                                 
เธอบอกว่าสิ่งที่เธอเป็นทำให้เธอเข้าใจคนพิการได้อย่างดีทีเดียว เพราะ นอกจากจะทำอะไรด้วยตัว 
เองไม่ได้แล้ว การขอให้คนรอบข้างช่วยเหลือ ก็ทำให้รู้สึกเกรงใจมากกก                     
มาถึงโรคเข่าเสื่อมแบบฉับพลัน...โรคนี้เธอเล่าว่า เมื่อครั้งที่คุณตู่ นพพล ไส้ติ่งอักเสบต้องเข้าโรง   
พยาบาล เธอพาคุณนพพลไปโรงพยาบาล ก่อนเข้าห้องผ่าตัด เจ้าหน้าที่ที่เข็นเตียง ได้ยกมือไหว้ขอพร 
สิ่งศักดิ์ คงจะขอให้การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี คุณปรียานุชเห็นดังนั้น เธอก็เลยพนมมือขอต่อสิ่งศักดิ์   
เช่นกัน..เธอขอว่า                                                             
"ขอให้ความเจ็บปวดทั้งหมดที่พี่ตู่ประสบ มาเกิดแก่ลูกแทนเถิด"                             
เธอบอกว่าที่เธอขอแบบนั้น เพราะคุณตู่ นพพลไม่เคยเจ็บป่วยเช่นเธอ แต่เธอป่วยมาเยอะ เธอคิดว่า 
เธอสามารถทนความเจ็บปวดเหล่านั้นได้                                             
(คุณปรียานุช คุณเป็นผู้หญิงที่น่ารักจริง ๆ ...บอกได้เต็มปากเต็มคำเลยค่ะ ว่า "หลงรักผู้หญิงคนนี้แล้ว
")                                                                         
พอผ่าตัดเสร็จ คุณนพพล พักฟื้นอยู่ที่ห้องชั้น 8 และชั้น 4 เป็นชั้นขายอาหาร คุณปรียานุช เธอใช้การ   
เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ค่ะ เพราะคิดว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เธอไม่ได้เดิน หรือ วิ่ง
มากกว่าปกติเลยนะคะ..แต่จู่ ๆ เธอก็ปวดเข่า..แล้วเธอก็ต้องตรวจร่างกาย ผลจาก             
การเอ็กซเรย์เข่า...คุณหมอบอกว่า "คุณปรียานุช คุณต้องพักแลห้ามเดินโดยเด็ดขาด เพราะเส้นเอ็น 
ของคุณกำลังจะขาดแล้ว !!!!"                                                   
คุณหมอเอาฟิล์มเอ็กซเรย์เข่าของคนปกติ กับฟิล์มของคุณปรียานุชมาเปรียบเทียบให้ดู แล้วบอกว่าคุณ   
ปรียานุชต้องผ่าตัดใส่เข่าเทียมด่วน...                                               
จำไม่ได้แน่ชัดค่ะว่าได้ผ่าตัดหรือเปล่า และผลจากการผ่าตัดเป็นเช่นไร..แต่ผลจากโรคนี้..ทำให้คุณ   
ปรียานุชเดินได้ไม่เกิน 50 ก้าว !!!!! ค่ะ 50 ก้าว และต้องพักซักระยะ ถึงจะเดินต่อได้อีก...   
เธอเล่าว่า จากการที่เธอเป็นโรคนี้เธอจะรู้รายละเอียดของสถานที่ต่าง ๆ เยอะมาก..เธอต้องรู้ว่า 
ห้างฯ นี้มีรถเข็นหรือเปล่า...มีเก้าอี้นั่งพักหรือเปล่า...มีบันไดกี่ขั้น..หรือ เมื่อลงจากรถแล้วต้องเดิน
จากรถไปกี่ก้าวจะถึงร้านอาหาร ... เธอต้องนับก้าวทุกครั้ง..ขอบอกค่ะว่า คุณนพพล น่า         
รักมาก...เพราะคุณนพพลจะช่วยกันนับก้าวเดินกับคุณปรียานุชไปด้วย..เธอบอกว่าสนุกดี.."เอ้าก้าว   
ซ้าย 1 ก้าวขวา 2" ..ช่วยกันนับแบบนี้ 2 คน..(เป็นคู่ที่น่ารักมากกกกกกกกก)                 
พิธีกรสอบถามว่า เธอผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมาโดยใช้หลักการคิดอย่างไร คุณปรียานุช บอกว่า เธอถาม
คุณหมอว่าเธอจะหายป่วยไหม? คุณหมอบอกว่าหาย เมื่อเธอรู้ว่าเธอจะหายป่วย เธอก็ไม่คิด         
อะไรแล้ว..ไม่ต้องคิดว่าจะหายเมื่อไร ...แค่รู้ว่าเธอต้องหาย และเธอก็เชื่อเชนนั้น แค่         
นั้นเอง...(ช่วงนี้ดูแล้ว ตบมือให้เธอเลยค่ะ..)                                       
เธอบอกอีกว่า..เธอจะนับลมหายใจในตอนที่ก้าวแต่ละครั้ง นั่นทำให้เธอรู้ว่า ทุกลมหายใจมีความหมาย
ทุกลมหายใจเธอจะต้องมีความสุข เธอบอกว่าเวลาเห็นคนไม่เจ็บป่วยอะไร เธอจะรู้สึกว่า คนเหล่านั้น
เป็นคนมีบุญ...และเธอก็จะรู้สึกดีไปด้วยที่เขาไม่เจ็บป่วย..ดังนั้นเธอจะไม่ยอมอับเฉานาน ๆ       
เรื่องราวความเจ็บป่วยในชีวิตของเธอยังไม่จบแค่นั้นค่ะ เธอยังเผชิญโรคข้ออีกด้วย เธอจะปวด     
ตามข้อ..ทุกเช้าที่เธอตื่น เธอจะใช้มือยันเตียงเพื่อลุกขึ้นไม่ได้...เพราะนิ้วมือของเธอจะงอ ไม่     
สามารถเยียดตรงได้..                                                         
เธอเล่าว่า โรคข้อเป็นโรคที่ทรมานที่สุด ปวดไมเกรน ปวดท้อง จะปวดเป็นจุด ๆ ไป แต่ปวดข้อจะ   
ปวดทุกข้อในร่างกาย..ตรงไหนที่เป็นข้อต่อเธอจะปวดหมดทุกจุด....และซ้ำร้าย เธอยังเป็นโรคเนื้อ 
เยื่ออักเสบทั่วตัวอีกด้วย..ปวดไปทั้งร่างกาย...เธอต้องกินยาแก้อักเสบ และถ้าโดนอะไรนิดหน่อยก็จะ
เจ็บปวดมาก..เดินมากก็ไม่ได้..นั่งนาน ๆ ก็ไม่ได้ ต้องยืดเข่าตลอดเวลา..และมันยังทำให้เธอเป็น 
โรคกระดูกบาง กระดูกเปราะง่าย..ครั้งหนึ่งเธอทำกายภาพบำบัดเข่า...ปรากฎว่ากระดูกที่ขาเธอหัก
เลยค่ะ.. (ฟังมาถึงตรงนี้...รู้สึกเสียว ๆ ตามข้อเลยค่ะ)                               
ช่วงต่อไปนี้จำรายละเอียดไม่ได้แน่ชัดนะคะ..ต้องขออภัยด้วยค่ะ..แต่จากการที่เธอเป็นโรคมากมายทำ
ให้เธอเขียนพินัยกรรมและสั่งเสียอะไรตั้งมากมาย..ขอหยิบยกมาจาก web site รายการเจาะใจอีก
ครั้งนะคะ..                                                                 
“ตอนที่เป็นหนัก ๆ ก็คิดว่าตายก็ดี คือไม่ได้กลัวตายนะ อยากตาย ถ้าเกิดการตายมันมีความสุข คือมีคน
บอกหรือค่ะว่าตายแล้วเป็นทุกข์ คนตายเคยมาบอกหรือค่ะ (หัวเราะ) นุชคิดว่าคนตายต้องมีความสุข   
อาจจะกลัวความเจ็บปวดจากการใกล้ตายมากกว่า แต่เพราะนุชปวดทรมานมาจนทุกข์ขนานแล้ว ก็     
เตรียมตัวตาย มีการทำพินัยกรรม ก็สั่งเสียต่าง ๆ พี่ตู่ควรทำอย่างไร สั่งเสียจนพี่ตู่เขาเบื่อว่าเมื่อไหร่
จะตายซะที(หัวเราะ) คือเรารู้สึกอยู่แล้วว่าเราใกล้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ทุกข์นะคะ เพราะนุชรู้สึกว่าลมหาย
ใจ แต่ละลมหายใจมันสำคัญ ในระหว่างที่มีลมหายใจจะมีความทุกข์ นุชจะไม่ยอม ไม่ทำอย่างนั้น เคย 
ไปเยี่ยมคนป่วยแล้วเขายิ้ม ก็เข้าใจว่า อ๋อ เราก็คงเป็นอย่างนั้นเนอะ มันคงเป็นยิ้มสุดท้าย ถ้าอีกสอง
วันเราก็จะต าย แล้วเราจะไม่ยิ้มเหรอ”                                             
ขอข้ามไปเล่าถึงตอนที่เธอพบปาฏิหาริย์ พลิกชีวิตของเธอจากที่ต้องรอความตาย..ก็หายจากโรคที่เผชิญ
อยู่อย่างช้า ๆ                                                                 
ครั้งหนึ่งเธอต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ระหว่างที่รอขึ้นเครื่อง ก็มีผู้คนมากมายมาทักทายเธอ มีอยู่คน 
หนึ่งบอกกล่าวให้เธอลองทานสมุนไพรไทยดู..คุณปรียานุชเธอบอกว่า เธอจะลองทานดู..เพราะเธอ   
ทานสมุนไพรจีนมามากมายแล้ว ฝังเข็มก็แล้ว..ลองทานสมุนไพรไทยดูบ้างก็ไม่เสียหายอะไร...     
เธอใช้เวลาในการทานยาและปรับวิถีการกินอยู่ของเธอร่วม 8 เดือน อาารของเธอก็ดีขึ้น..และจาก 
การรักษาในครั้งนี้ทำให้อาการติดยานอนหลับร่วม 20 ปี ของเธอหายไปด้วย..เพราะการรักษาด้วย   
สมุนไพรห้ามกินยาอื่น ๆ ร่วม...                                                   
เธอเล่าว่า ทุกครั้งที่เห็นใครนอนหลับง่ายจะเธอบอกว่า คนนี้มีบุญ...ถึงแม้เขาไม่ได้อาบน้ำก่อนนอน   
ก็ตาม..แต่เธอซิ เธออาบน้ำ เธอนอนบนที่นอนดี ๆ ..แต่เธอก็นอนไม่หลับ..ตอนนี้เธอนอนหลับโดยไม่
ต้องพึ่งยาแล้ว เธอมีความสุขมากกกกก...                                           
เธอบอกว่า คนทุกคนมีบุญ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองมีบุญอะไร..                                   
ลองมาคิดกันดูนะคะ..ว่าตัวเราเองมีบุญอะไรบ้าง..                                     
แล้วมีความสุขกับชีวิตเหมือนผู้หญิงคนนี้ "ปรียานุช ปานประดับ"                             
                                                                           
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2016 เมื่อ: 25/06/10 17:52:16 »

การบำบัดโรคตามแนวธรรมชาติบำบัดของหมอเขียว คอร์สหน้า มาแล้วค่ะ

http://www.morkeaw.com/activity.html

ค่ายสุขภาพวิถีพุทธ
14 กุมภาพันธ์ 2553

ค่ายอบรมสุขภาพวิถีพุทธตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
(สมดุลร้อน-เย็นแนวธรรมชาติบำบัด) ครั้งที่ 4
บรรยายโดย หมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน)
จัดโดย พลตรี จำลอง ศรีเมือง ณ สถาบันฝึกอบรมโรงเรียนผู้นำ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
วันที่ 1-7 กันยายน 2553 (6 คืน 7 วัน) ค่าใช้จ่ายสุดแล้วแต่จะบริจาค
ผู้ประสานงาน ปุ๊ โทร. 089-452-0559, วิคส์ โทร. 081-348-8634 หรือ, เตย โทร. 089-971-2162
หรือ 0-2934-4414 ต่อ 208-210 แฟกซ์ 02-934-4411 (ติดต่อเวลาราชการ)
อีเมล์ jiranun2499@hotmail.com หรือ jiranun2499@gmail.com


เป้าหมายของการจัดอบรม

เรียนรู้วิธีปฏิบัติเพื่อการป้องกันโรค ควบคุมโรค และฟื้นฟูสุขภาพ สำหรับผู้ป่วย มะเร็ง เนื้องอก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง โรคหัวใจ หอบหืด ไตเสื่อม ภูมิแพ้ ปวดตามข้อ ปวดเมื่อย ปวดตัว ปวดบวมแดงร้อนตามร่างกาย และผู้ป่วยที่ภูมิต้านทานน้อย

เรียนรู้ภาวการณ์เกิดโรคต่างๆ จากข้อ 1 และโรคเหล่านี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หายได้และบรรเทาได้ด้วยการปรับสมดุลของร่างกาย

เรียนรู้เทคนิคการรับประทานอาหาร ตามลำดับการย่อยง่าย และการคุ้มครองเซลล์ และมารู้จักอาหาร 7 สูตรเพื่อการปรับสมดุล

เรียนรู้กายบริหาร โยคะ การกดจุดลมปราณของอวัยวะต่างๆ และการเดินเร็ว เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพ

เรียนรู้ กัวซา...ศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพ ซึ่งสามารถตรวจเช็คโรคได้ด้วยตนเอง

เรียนรู้ การแช่มือ แช่เท้า และ ขับพิษ ( Detox ) ปรับสมดุล ด้วยน้ำสมุนไพร

มารู้จัก ผลไม้ ผัก สมุนไพร และกลุ่มอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนและฤทธิ์เย็น

เรียนรู้การทำน้ำสมุนไพร น้ำผักผลไม้รวม และการปรุงอาหาร เพื่อการปรับสมดุลร้อน-เย็น

มารู้จักแนวทางดับโลก (โรค) ร้อน ด้วยวิถีแห่งพรหม และการผ่าตัดจิตวิญญาณ ในการบำบัดรักษาโรค

เพื่อให้ทุกท่านมาเป็นหมอดูแล และบำบัดสุขภาพตนเอง โดยใช้เทคนิค 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ในการดูแลสุขภาพ


สิ่งที่ต้องเตรียม

เสื้อผ้าสวมใส่สบาย แต่สุภาพ (ห้ามสวมใส่เสื้อผ้าแขนกุด คอลึก รัดรูป ขาสั้น)

ชุดสำหรับใส่โยคะ (กางเกงขาก๊วย, เสื้อยืดคอกลม) และเสื่อสำหรับปูรองโยคะ

ผ้าขนหนูผืนเล็กใช้สำหรับเช็ดตัว หรือใช้โพกสมุนไพรที่หัว ถอนพิษร้อน

ร่ม ไฟฉาย ปากกา สมุดบันทึก

กระบอกน้ำดื่มสำหรับใช้ส่วนตัว

เสื้อมีกระดุมหน้า สำหรับทำกัวซา เพื่อกลับด้าน (เฉพาะผู้หญิง)



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2017 เมื่อ: 25/06/10 17:53:20 »

ตารางกิจกรรม

วันที่ 1
05.15 น.  พร้อมกันที่รถ จอดหน้าสำนักพิมพ์แสงแดด
05.30 น.  ออกเดินทางจากบริษัท สำนักพิมพ์แสงแดด (รถออกตรงเวลา ขออภัยผู้ล่าช้า......) 
08.30 น.
 ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมอบรม       
 
10.45-11.30 น.  ฟังบรรยายจากหมอเขียว ถึงเทคนิคการรับประทานอาหาร 
11.30-13.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์ น้ำสมุนไพร , ผลไม้ ผัก+ยำ หรือส้มตำ, ข้าว+กับ, ถั่วเขียวต้ม , น้ำแกงจืด
13.00-17.00 น.  ฟังบรรยายวิธีการถอนพิษจากหมอเขียว หมอหนา 
17.00-18.00 น.  ผ่อนคลาย ชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดินที่โรงเรียนผู้นำ
รับประทานอาหารเย็น กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์ น้ำสมุนไพร, ผลไม้, ผักต้มจิ้มเกลือหรือผัดผัก+ข้าวต้ม
18.00-20.30 น.  ถอนพิษตามอัธยาศัย 
20.30 น .  พักผ่อนในความสงบ สัมผัสความล้ำลึกของจิต 
   
วันที่ 2
สวดมนตร์ ทำสมาธิ เดินเร็ว โยคะ กดจุดลมปราณ โดยหมอเขียว 
07.00-07.30 น.  ขับพิษ ( Detox ) ด้วยตัวเอง เป็นการปรับสมดุลล้างพิษ 3 อย่างจากลำไส้ใหญ่
พิษจากกากอาหารที่หมักมมจากกากอุจจาระออกไม่หมด
พิษจากน้ำที่เป็นพิษ ที่ถูกกำจัดมาจากตับมาลำไส้เล็ก มาระบายออกลำไส้ใหญ่
พิษจากพลังงานความร้อนที่เป็นของเสีย ที่ถูกกำจัดจากทุกอวัยวะในร่างกาย มาระบายออกที่ลำไส้ใหญ่)
 
07.30-08.00 น.  แบ่งกลุ่มลงกิจกรรมเรียนรู้การทำน้ำสมุนไพรและการปรุงอาหาร รับประทานอาหารเช้า ข้าวต้ม, ต้มถั่วเขียว (ถ้ากินถั่วเขียวต้มมื้อเช้าแล้ว มื้อกลางวันงด เพราะร่างกายเราต้องการวันละ 1 อุ้งมือ ของแต่ละคน เป็นโปรตีนถั่วที่ถอนพิษร้อนได้ดี) 
08.00-09.30 น.  เรียนรู้การทำน้ำสมุนไพร น้ำผักผลไม้รวมและการปรุงอาหารล้างพิษและปรับสมดุล 
09.30-11.00 น.  ฟังบรรยายจากหมอเขียว 
11.00-13.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์ 
13.00-17.00 น.  ฟังบรรยายจากหมอเขียว หมอหนาและคุณนิดดา (เฉพาะวันที่ 13 และ 14 มิ.ย. 53) 
17.30-18.00 น.  ผ่อนคลาย ชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดินที่โรงเรียนผู้นำ
รับประทานอาหารเย็น กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์ น้ำสมุนไพร, ผลไม้, ผักต้มจิ้มเกลือ หรือผัดผัก+ข้าวต้ม
18.00-20.30 น.  รวมกลุ่มย่อย วันที่ 2 (13 มิ.ย. 53) ฝึกถอนพิษด้วยตัวเอง
รวมกลุ่มย่อย วันที่ 3-5 (14-16 มิ.ย. 53) เรียนรู้การนำสมุนไพรมาต้มน้ำเพื่อแช่มือแช่เท้า ปฏิบัติแช่มือแช่เท้า และจับกลุ่มพูดคุยทบทวนการกดจุดลมปราณ , Detox , การทำกัวซา ระหว่างรอการแช่มือแช่เท้า
20.30 น.  พักผ่อนในความสงบ สัมผัสความล้ำลึกของจิต 
   
วันที่ 3-6
04.30-07.00 น. สวดมนตร์ ทำสมาธิ เดินเร็ว โยคะ กดจุดลมปราณ โดยคุณหมอเขียว 
07.00-07.30 น. ขับพิษ ( Detox ) ด้วยตัวเอง เป็นการปรับสมดุลล้างพิษ 3 อย่างจากลำไส้ใหญ่
พิษจากกากอาหารที่หมักมมจากกากอุจจาระออกไม่หมด
พิษจากน้ำที่เป็นพิษ ที่ถูกกำจัดมาจากตับมาลำไส้เล็ก มาระบายออกลำไส้ใหญ่
พิษจากพลังงานความร้อนที่เป็นของเสีย ที่ถูกกำจัดจากทุกอวัยวะในร่างกาย มาระบายออกที่ลำไส้ใหญ่)
 
07.30-08.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ข้าวต้ม , ต้มถั่วเขียว (ถ้ากินมื้อเช้าแล้ว มื้อกลางวันงด ร่างกายเราต้องการ วันละ 1 อุ้งมือ ของแต่ละคน เป็นโปรตีนถั่วที่ถอนพิษร้อนได้ดี) 
08.00-09.30 น.  เรียนรู้การทำน้ำสมุนไพร น้ำผักผลไม้รวม และการปรุงอาหาร 
09.30-11.00 น.  การล้างอัสสาทะในอาหาร โดยหมอเขียว 
11.00-13.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์ 
13.00-17.00 น.  ดับโลกร้อนด้วยวิถีแห่งพรหม และการผ่าตัดจิตวิญญาณ ตอบแหลกแหกค่าย โดยหมอเขียว 
17.00-18.00 น.  ผ่อนคลาย ชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดินที่โรงเรียนผู้นำ
รับประทานอาหารเย็น กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์
(ไม่มีรวมกลุ่มย่อย) ฝึกการถอนพิษ แช่มือ แช่เท้า หรือขับพิษ ( Detox ) หรือ กัวซา ด้วยตัวเอง 
20.30 น. พักผ่อนในความสงบ สัมผัสความล้ำลึกของจิต 
   
วันสุดท้าย
04.30-07.00 น.  สวดมนตร์ ทำสมาธิ เดินเร็ว โยคะ กดจุดลมปราณ โดยหมอเขียว 
07.00-09.00 น.  ฟังบรรยายจากหมอเขียว 
09.00-12.00 น.  รับประทานอาหารเช้า/กลางวัน บอกเล่าประสบการณ์จากทุกๆ ท่าน 
14.00 น.  ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ 

"หมอที่เก่งที่สุดก็คือ ตัวเรา และเครื่องมือที่แท้จริงในการบำบัดรักษาโรคคือ ร่างกายของเราเอง" หมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน)"
คลิกเื่พื่อดาว์นโหลดใบสมัคร

การเดินทาง สามารถเดินางพร้อมหมู่คณะโดยขึ้นรถที่หน้า สำนักพิมพ์แสงแดด จำกัดค่ารถ ไป-กลับ 500 บาท

Download ใบสมัคร
 Download แผนที่ สำนักพิมพ์แสงแดด
 Download แผนที่ โรงเรียนผู้นำ
 
 
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดาว์นโหลดใบสมัคร
 คลิกที่ภาพเพื่อดาว์นโหลดแผนที่
 คลิกที่ภาพเพื่อดาว์นโหลดแผนที่ 
 


 

 
 
กิจกรรม ค่ายอบรมสุขภาพ
24 06 2553

โปรแกรม หมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน) ประจำปี พ.ศ. 2553

ประจำปี พ.ศ. 2553 โดย หมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน) ตารางอบรมค่ายสุขภาพพึ่งตน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

(ตารางอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม)

วัน/เดือน/ปี
 สถานที่
 หน่วยงาน/บุคคลรับติดต่อ
 
7-13 ม.ค. 53
 หลักสูตร 7 วัน สถาบันฝึกอบรมผู้นำ อ. เมือง จ. กาญจนบุรี

 
 บจก.สำนักพิมพ์แสงแดด โทร . 0-2934-4414 ต่อ 208-210
 
15-21 ก.พ. 53
 หลักสูตร 7 วัน  สวนป่านาบุญ อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โทร .045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 
9-15 มี.ค. 53
 หลักสูตร 7 วัน  สวนป่านาบุญ   อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ  โทร. 045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 
21-30 เม.ย. 53
 แฟนพันธ์แท้ สวนป่านาบุญ อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร  (เฉพาะผู้เคยผ่านการอบรมค่ายฯ มาแล้ว)
 อากิม โทร. 089-553-7284
 
4-13 พ.ค. 53
(ปิดรับแล้ว)
 แฟนพันธ์แท้ ทะเลธรรม  จ. ตรัง   (เฉพาะผู้เคยผ่านการอบรมค่ายฯ มาแล้ว)
 อ.โสภา T. 081-135-1020  คุณอ้อย T. 089-853-7162
คุณรวย T. 086-691-5594  คุณศิริการย์ T. 081-956-1495
 
14 พ.ค. 53
 นักเรียน จ.ตรัง

 
 
 
15 พ.ค. 53
 ค่าย 1 วัน ภาคกลาง  ศาลาธรรม จ.ปทุมธานี

 
 บจก.สำนักพิมพ์แสงแดด โทร . 0-2934-4414 ต่อ 208-210
 
16-17 พ.ค. 53
 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

 
 
 
19-25 พ.ค. 53
 หลักสูตร 7 วัน  สวนป่านาบุญ  อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ  โทร. 045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 
29-31 พ.ค. 53
 ค่ายสุขภาพฯ  นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีตรัง  จ.ตรัง

 
 
 
2-3 มิ.ย. 53
 หน่วยจัด ม.เกษตรศาสตร์  ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

 
 
 
8-11 มิ.ย. 53
 ออกบูธ ที่ สันติอโศก

 
 
 
12-18 มิ.ย.53

 (ปิดรับแล้ว)
 หลักสูตร 7 วัน  สถาบันฝึกอบรมผู้นำ  อ. เมือง จ. กาญจนบุรี

 
 บจก.สำนักพิมพ์แสงแดด โทร . 0-2934-4414 ต่อ 208-210
 
28-30 มิ.ย.53

 
 หลักสูตร 3 วัน  เรื่องการวางขันธ์วางร่าง (ส่งวิญญาณ)

สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

สวนป่านาบุญ อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ  โทร. 045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 
7-13 ก.ค. 53
 หลักสูตร 7 วัน  สวนป่านาบุญ  อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โทร .045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 
14-19 ก.ค. 53
 อบรมที่ชัยภูมิ พระกว่า 300 รูป บรรยายโดยหมอ หนา

 
 
 
17-19 ก.ค. 53
 ค่ายฯ สถาบันพัฒนาการเมือง ที่ ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ

วังสมบูรณ์ จ.สระสระแก้ว
 
 
20-24 ก.ค. 53
 อบรมที่ปากช่อง บรรยายโดยหมอ หนา

 
 
 
24-26 ก.ค. 53
 ครู ก. ภาคเหนือ  ที่ ฮอมบุญอโศก จ.แพร่

 
 
 
31 ก.ค. 53
 ค่าย 1 วัน ภาคกลาง  ที่มาบเอื้อง บรรยายโดยหมอ หนา

 
 บจก.สำนักพิมพ์แสงแดด โทร . 0-2934-4414 ต่อ 208-210
 
1-7 ส.ค. 53
 หลักสูตร 7 วัน  สวนป่านาบุญ  อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โทร .045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 
11 ส.ค. 53
 บรรยายพิเศษ นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ

 
 
 
13-15 ส.ค. 53
 หลักสูตรครู ก.  ที่สวนป่านาบุญ  อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โทร .045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 
18-22 ส.ค. 53
 ฝึกสอนลงภาคปฏิบัติ ที่ภูเก็ต โดย หมอหนา

 
 
 
26 ส.ค. 53
 ค่ายฯ ม.รามคำแหง  กทม.(เฉพาะบุคคลภายใน) โดยหมอเขียว

 
 
 
1-7 ก.ย. 53
 หลักสูตร 7 วัน  สถาบันฝึกอบรมผู้นำ อ. เมือง จ. กาญจนบุรี

 
 บจก.สำนักพิมพ์แสงแดด โทร . 0-2934-4414 ต่อ 208-210
 
1-10 ต.ค. 53
 หลักสูตร 7 วัน  สวนป่านาบุญ  อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โทร .045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 
23 ต.ค. 53
 ค่าย 1 วัน ภาคกลาง  ศาลาธรรม จ.ปทุมธานี โดย หมอหนา

 
 บจก.สำนักพิมพ์แสงแดด โทร . 0-2934-4414 ต่อ 208-210
 
11-17 พ.ย. 53
 หลักสูตร 7 วัน  สวนป่านาบุญ  อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โทร .045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 
27 พ.ย. 53
 ค่าย 1 วัน ภาคกลาง  ที่มาบเอื้อง บรรยายโดยหมอ เขียว

 
 บจก.สำนักพิมพ์แสงแดด โทร . 0-2934-4414 ต่อ 208-210
 
5 ธ.ค. 53
 หลักสูตร 1 วัน  ศาลาธรรม จ.ปทุมธานี โดย หมอหนา

 
 บจก.สำนักพิมพ์แสงแดด โทร . 0-2934-4414 ต่อ 208-210
 
6-12 ธ.ค. 53
 หลักสูตร 7 วัน  สวนป่านาบุญ  อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร

 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โทร .045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071
 

 


ตารางการเข้าค่ายสุขภาพแบบแพทย์วิถีพุทธ ประจำปี 2553 ( หลักสูตร 1 วัน และ 3 วัน )

วันที่อบรม
 สถานที่อบรม
 หมายเหตุ
 
2-3 มิ.ย. 53
 หน่วยจัด ม.เกษตรศาสตร์  ที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา 
 
 
3 ก.ค. 53
 ขึ้นทะเบียน และ Meeting ครู ก
 
 
4 ก.ค. 53
 หลักสูตร 1 วัน
 
 
28-30 มิ.ย. 53
 หลักสูตร 3 วัน  เรื่องการวางขันธ์วางร่าง (ส่งวิญญาณ) สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย สวนป่านาบุญ อ. ดอนตาล จ. มุกดาหาร 
 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ
โทร. 045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071 
 
17-19 ก.ค. 53 
 ค่ายฯ สถาบันพัฒนาการเมือง
ที่ ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ วังสมบูรณ์  จ.สระแก้ว 
   
 
3 ก.ค.53
 ขึ้นทะเบียนและ Meeting ครู ก
 
 
4 ก.ค.53
 หลักสูตร 1 วันค่าย จังหวัดลพบุรี
 
 
31 ก.ค. 53 
 หลักสูตร 1 วัน ที่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาต มาบเอื้อง  ชลบุรี
   
 
26 ส.ค. 53 
 หลักสูตร 1 วัน ค่ายฯ ม.รามคำแหง  กทม. 
   
 
   27 พ.ย. 53 
 หลักสูตร 1 วัน ที่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาต มาบเอื้อง  ชลบุรี
   
 
     5 ธ.ค. 53 
 หลักสูตร 1 วัน ที่ ศาลาธรรม ปทุมธานี
   
 
 

 

การสมัครค่ายอบรมสุขภาพวิถีพุทธตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (สมดุลร้อน-เย็นแนวธรรมชาติบำบัด)
ณ สถาบันฝึกอบรมโรงเรียนผู้นำ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สามารถสมัครได้ที่ สำนักพิมพ์แสงแดด จำกัด
ผู้ประสานงาน ปุ๊ วิคส์ เตย โทร.0-2934-4414 ต่อ 208-210 แฟกซ์ 02-934-4411 (ติดต่อเวลาราชการ)
อีเมล์ jiranun2499@hotmail.com หรือ jiranun2499@gmail.com
ค่ายอบรมสุขภาพวิถีพุทธตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (สมดุลร้อน-เย็นแนวธรรมชาติบำบัด)ที่สวนป่านาบุญ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร
สมัครได้ที่ โรงพยาบาลอำนาจเจริญ  โทร.045-511-940-8 ต่อ 1221, 1071

การเดินทางกรุงเทพฯ(หมอชิต) ไป สวนป่านาบุญ(ค่ายหมอเขียว) ดอนตาล จ.มุกดาหาร มี 2 สาย ...         
 
 
 
1. สายเชิดชัยทัวร์ (ปกติ มี 1 เที่ยว ถ้าช่วงมีคอร์สหมอเขียวจะมี 2 เที่ยว)
 
2. สายบริษัท ขนส่ง จำกัด
 
 
 
สายเชิดชัยทัวร์   ค่ารถ 495    บาท
 
จากกรุงเทพ ไป ดอนตาล เวลา 18:00 -06:30 น.
 
สายบริษัท ขนส่ง จำกัด  ช่อง 100 (นั่งรถ 2 ต่อ)                                                                                 
 
1.     จากกรุงเทพ ไป มุกดาหาร       
 
VIP   24 ที่นั่ง       20:45-08:30 น.21:00-09:30 น.21:30-10:00 น.      ค่ารถ      762    บาท                                                       
 
VIP  50 ที่นั่ง       20:05-08:00 น.                                                                              ค่ารถ      490    บาท
 
2. จากมุกดาหาร ไป ดอนตาล  (เป็นรถบัส)                                                      ค่ารถ        25    บาท
 
ผู้โดยสารนั่งรถจากสถานีขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ไป เขมราฐ ระยะทาง 32 กม. (ของบริษัทตระการพืชผลเดินรถ)   
 
เวลาเที่ยวรถวิ่ง มี 3 เที่ยว
 
เที่ยวที่ 1  มุกดาหาร  เวลา 06:30 น.         
 
เที่ยวที่ 2  มุกดาหาร  เวลา 11:00 น. เขมราฐ
 
เที่ยวที่ 3  มุกดาหาร  เวลา 13:30 น. เขมราฐ
 
* สายเชิดชัยทัวร์            โทร. กรุงเทพ    02-9360198 (กรุณาแจ้งคนขายตั๋วด้วยว่ามาค่ายหมอเขียว )
 
* สายบริษัท ขนส่ง จำกัดโทร. กรุงเทพ 02- 9362841-48 ต่อ 311 , 442 หรือ02- 9362852-66 ต่อ 311 , 442
 
(www.transport.co.th)
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2018 เมื่อ: 25/06/10 17:55:37 »

"หมอที่เก่งที่สุดก็คือ ตัวเรา และเครื่องมือที่แท้จริงในการบำบัดรักษาโรคคือ ร่างกายของเราเอง"


"หมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน)"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
ฟ้าสดใส
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,048



« ตอบ #2019 เมื่อ: 25/06/10 18:04:16 »

 Cheesy  เป็นข้อคิดที่ดีครับ..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,296


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #2020 เมื่อ: 27/06/10 14:28:35 »

ลงบทความดี ๆ ไว้ หน่อย นะจ๊ะ  Wink

อสุภะ คืออะไร ใครรู้บ้าง ?


"อสุภะ" หมายถึง...ไม่งาม คือการพิจารณาให้เห็นว่าโลกนี้มันก็มีสิ่งที่ไม่งามอยู่

 
นั่นคือ...อีกด้านหนึ่งของความจริง มันเป็นเหรียญสองด้าน

 
ด้านหนึ่ง คือ ความสวยงาม เช่น ดอกไม้

แต่เมื่อมันโรย มันก็ไม่น่าดู อันนี้คืออีกด้านหนึ่งของดอกไม้ที่เราอาจจะไม่ค่อยสนใจมองกัน
 

อสุภะ ก็คือ ความไม่งาม ซึ่งเป็นอีกด้านหนึ่งของชีวิต

 
มนุษย์เรามีด้านที่สวยงาม เช่น หน้าตา แต่ว่าอีกด้านหนึ่งก็มีความไม่งาม

 
ทางพุทธศาสนา .... พยายามบอกว่าเราควรจะเห็นความจริง ให้ครบถ้วนทั้งสองด้าน

คือด้านที่งามและด้านที่ไม่งาม แต่ถ้าเห็นความจริงเพียงด้านเดียวคือด้านที่งาม เราจะนึกว่าทุกอย่างสวยงามหมด อยากจะเป็นเจ้าของ แต่พอความไม่งามปรากฏ เราก็ทำใจยาก

 
เช่น... คนหนุ่มคนสาว ชื่นชมความหล่อความสวยของตน พอร่างกายแก่หง่อมก็ทำใจไม่ได้

 
พุทธศาสนา สอนให้เราพยายามมองเห็นความไม่งามด้วย

ส่วนหนึ่งก็โดยการไปพิจารณา... "ซากศพ" หรือ "คน ตาย"

เพื่อจะได้ไปถ่วงดุลกับความรู้สึกติดยึดในความงาม จะได้ปล่อยวาง...
 

แต่ไม่ใช่ดูแล้วทำให้ หดหู่ นะ !!!  อันนั้นเป็นอกุศลซึ่งต้องระวัง !!!
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2021 เมื่อ: 28/06/10 10:46:10 »

ค่ะ เหมือนที่พี่เม่าโพสท์ให้ดูว่า โดยอุดมคติของพระพุทธศาสนา เราควรเห็นความจริงทั้งสองด้าน คือทั้งสิ่งสวยงามและไม่สวยงาม เห็นทุกข์ไม่ติดทุกข์ เห็นสุขไม่ติดสุข เป็นได้ทั้งทุกข์และสุข อย่างที่ไม่ติดมัน (หรือก็คือ มันไม่กัดเรา เราใช้สอยมัน ไม่ใช่มันใช้สอยเรา)

การดำเนินอสุภะกสิณ โดยมากจะไปติดที่ขั้นทุกข์ แล้วปีติในขั้นทุกข์ ไม่ก้าวล่วงสักที
เพราะตัวมานะ (เปรียบเทียบสูงต่ำ) มันพาให้เราคิดว่า เรานั้นสูงส่ง เพราะก้าวล่วงความสวยงามออกมาได้ และอยู่กับทุกข์ได้
จนบางทีก็ยังทุกข์เมื่อได้เจอสุข

ซึ่งจุดที่เป็นอุดมคติของพระพุทธศาสนาพระพุทธศาสนา ไม่ได้สอนให้ผลักสุขออก และดึงทุกข์เข้ามาหาใจตน
หากแต่ให้ทำใจเป็นกลาง ทั้งทุกข์และสุข ไม่ดึงเข้า และไม่ผลักออก ทั้งทุกข์และสุข
สิ่งที่เป็นกุสโลบายและเป้าหมายอย่างหนึ่ง คือการปล่อยวาง(ปล่อย+วาง สิ่งที่ติด ที่หยิบ ที่ยึด ไว้---หรือก็คือ ปล่อยแล้ววาง)
สภาวะปลายทางที่เกื้อกูล คือ ปรมัตถสภาวะ คือสภาวะที่กระทบแล้วก็สักว่ากระทบ มันปรุงแต่งจิตต่อไปไม่ได้ สิ้นสุดภพชาติแห่งทุกข์
ทำได้บางขณะ เรียกนิพุตติง ได้ตลอดไปอย่งถาวร เรียกนิพพาน

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2022 เมื่อ: 01/07/10 09:41:22 »

พยายามหารูปน้ำนาโน กับน้ำปกติ ลอดผ่านเซลล์ แต่ไม่เจอ เจอรูปนี้ ซึ่งสื่อสารไม่เข้าใจแจ่มแจ้งค่ะ


Translational diffusion involves breaking water-water links at a distance from surface whereas rotational diffusion involves breaking close water-water and protein-water links [640]. The surface area for translation and rotation is the same but the velocity differential is constant for all radial distances (r) for translation but varies with r2 with rotation.

จาก
http://www1.lsbu.ac.uk/water/cell.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2023 เมื่อ: 01/07/10 09:45:26 »






อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง แปะไว้ก่อน 


As overlapping fields from nearby groups enhance counter ion association, F-actin's extensive negatively charged N-terminus will cause the partitioning of cations into its vicinity, in a similar manner to that well known from immobilized enzyme studies. This partitioning effect was originally shown by Kern [638] who established that the activity of Na+ with isobutyric acid is >0.9 whereas similarly with polyacrylate it is <0.32, thus proving the greater partitioning of cations within the microenvironment of the multiply-charged polymer.

Na+ and K+ ions behave differently when close to the carboxylate groups; K+ ions have a preference for forming ion pairs whereas Na+ ions form solvent separated pairings [637]. This is due to the Na+ ions holding on to their water strongly with the inner shell polarized water molecules being ideally situated for forming strong hydrogen bonds to the carboxylate oxygen atoms. The K+ ions prefer an inner shell clathrate water structuring that is reinforced its direct ion pairing to the carboxylate group. Also, Na+ ions cannot take part in clathrate structuring whereas K+ prefers this environment [641]. As the distance between the neighboring amino acid carboxylate groups (about 7.3 &Aring;) is about the same as the diameter of clathrate water clusters (about 7.6 &Aring;), extensive ion pairing of the adjacent carboxylate groups may be accommodated by neighboring clathrate clustering. K+ RCO2- pairs move from solvent separated to ion pair with reduction in the pKa. K+ ions prefer strong acids (that is, low pKa) whereas Na+ prefers weak acids (that is, higher pKa). Direct ion pair association discourages aqueous hydrogen bonding to the carboxylate oxygen atoms but encourages clathrate formation surrounding the ion-paired carboxylate group.

 

Note that the association of K+ with proteins' aspartate and glutamate groups is the central theme of Ling's fixed charge hypothesis [634] where evidence for the molecular mechanism for the association includes (1) the low intracellular electrical conductance, (2) the strongly reduced mobility of intracellular K+ ions, (3) the altered X-ray absorption fine edge structure, (4) the widely different activity coefficients of K+ ions in different cells, (5) K+ ion absorption shows one to one stoichiometric absorption to the carboxylate groups and (6) identification of K+ ion absorption sites as aspartate and glutamate side chains.

 

 

Under conditions when the carboxylate groups possess high pKa, both K+ and Na+ form solvent separated species when partitioned into the carboxylate environment. This gives a preference for Na+ and high-density water. However, rotation of the protein will tend to sweep such ions, and their associated water, away. If the protein stops rotating, Na+ ions tend to destroy any low density structuring around carboxylate groups of the protein. However generally the intracellular Na+ ion concentration is far lower than that of K+ ions (see above). At low pKa, K+ ion pairs to carboxylate groups, particularly when partitioned into their microenvironment due to the presence of a number of contiguous acidic amino acids.

When ion-paired the hydrogen bonding to the carboxylate oxygen atoms is prevented and a surrounding clathrate structuring is preferred. The clathrate clustering can signal their state to other neighboring carboxylate groups (see later).
When the static protein filaments converts to freely diffusing proteins, the ions are swept away due to the multiple contacts with surrounding water molecules and their inability to keep up with the rotating protein at increasing radial distances. This results in the conversion of any localized clathrate water structuring to high-density water involving hydrogen-bonded carboxylate groups. [Back to Top ]
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
โจลี่
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,644



« ตอบ #2024 เมื่อ: 08/07/10 19:01:22 »

เข้ามาเยี่ยมชมอาศรม.คุณเก็บเกี่ยว ...รู้สึกหนาวๆร้อนๆ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

:: โลกจะกว้างมากขึ้น ถ้ามองโลกของคนอื่นบ้าง ::

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2025 เมื่อ: 09/07/10 08:49:14 »

เข้ามาเยี่ยมชมอาศรม.คุณเก็บเกี่ยว ...รู้สึกหนาวๆร้อนๆ 
ไฉนเป็นเช่นนั้นล่ะคะคุณโจลี่ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,296


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #2026 เมื่อ: 10/07/10 08:14:25 »

วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
http://dungtrin.com/watha_love/index2.html

ความรักเป็นแรงดึง ดูดทางใจอย่างหนึ่ง เมื่อคุณรักใคร แปลว่าคุณคิดถึงเขาในทางที่ดี และคุณก็ไม่รังเกียจที่จะคิดถึงเขาก่อนคิดถึงตัวเอง แต่บางครั้งคุณก็อาจสับสนได้ว่าทำไมจึงรักเขา ทั้งที่เขาร้ายกับคุณขนาดนั้น

หากหันมาใส่ใจกับคำว่า ‘คู่บุญ’ และ ‘คู่บาป’ แทน อย่างนี้จะเห็นอะไรกระจ่างขึ้น เพราะคนเราทำบุญทำบาปสลับกันได้ ไม่มีใครทำบุญทำบาปร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่งได้ตลอดไป และนั่นก็แปลว่า คู่บุญอาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบุญกันมามากกว่าร่วมทำบาป ส่วนคู่บาปก็อาจหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบาปกันมากกว่าร่วมทำบุญ

ความรู้สึกด้านดีชั้นแรกในระยะแรกพบสบตานั้น เป็นผลบุญจากการอยู่ร่วมกันมาก่อนในอดีตชาติ ส่วนการร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านเหตุการณ์ดีร้ายต่างๆมาด้วยกัน เป็นบุญใหม่ที่เกิดจากการเกื้อกูลในปัจจุบันชาติ พระพุทธเจ้าตรัสว่าความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและ ปัจจุบันประกอบกัน

ยิ่งไปกว่านั้น พระพุทธเจ้ายังเคยตรัสว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเหตุสองประการ ประการแรกคือเคยอยู่ร่วมกันมาในอดีตชาติ ประการที่สองคือชาตินี้ได้เกื้อกูลกัน นั่นแหละความรักอย่างลึกซึ้งถึงจะเกิดได้

"บุพเพสันนิวาส" ตามความหมายอันแท้จริง จะต้องเคยครองคู่ ร่วมทุกข์ร่วมสุข ฝ่าฟันแล้วสุขสมด้วยกันมาก่อน มีลูกให้ช่วยกันเลี้ยงดูด้วยกันมาก่อน มีความจากพรากอันน่าอาลัยมาก่อน

แรงเหวี่ยงของกรรมใหญ่ฝ่ายกุศลจะดึงดูดให้วิญญาณตามติดกันไป เรื่อยๆ คล้ายดาวแม่กับดาวบริวารนั่นแหละ ตราบใดเรายังมีใจเห็นดีเห็นงามกับกุศลผลบุญของเขา แล้วก็ร่วมกันทำประโยชน์ให้สาธารณชนไม่เลิกรา เกิดใหม่ก็ได้อยู่ด้วยกันอีกเสมอไป เว้นแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพลาดไปอยู่ภพต่ำ ปล่อยให้อีกฝ่ายโดดขึ้นไปอยู่สูงตามลำพัง ก็อาจคลาดกันระยะหนึ่ง

การที่มีอัตภาพได้มาเจอกันแล้วรู้สึกดี ก็ถือว่าเป็นบุญเก่าที่ให้ผลเป็นกุศลวิบากอยู่แล้ว นั่นเป็นของในอดีตล้วนๆ นับแต่วินาทีแรกที่พบกัน แม้ว่าวิบากเก่าอาจจะยังให้ผลไม่หมดสิ้น มีแรงหนุนให้อยากคบหา หรือมีความหนุนเนื่องให้เกิดเหตุการณ์ดีๆ ปัจจัยประกอบดีๆ ก็ต้องถือว่าทั้งสองต้องเลือกเอาเอง กำหนดเอาเอง ว่าจะทำปัจจุบันให้เป็นอย่างไร ถางทางอนาคตให้ดีร้ายแค่ไหน

คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักกันว่าบุญกรรมที่มีกำลังส่งผล สูงสุด
มีอิทธิพลดีร้าย และเป็นตัวจัดสรร เลือกคู่ครองให้เราอย่างแท้จริง
ได้แก่กรรมทางกาย วาจา ใจที่เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า "นิสัยใจคอ" นั่นเอง
นิสัยคือพฤติกรรม หรือการกระทำที่สั่งสมจนเกิดความเคยชิน
และนั่นก็ตรงกับศัพท์บัญญัติทางพุทธคือ อาจิณณกรรม

คู่ที่แตกต่างกันมากอาจมีความสุข มีแรงดึงดูดเข้าหากันในช่วงแรก แต่อาจไม่ใช่อย่างที่แม่เหล็กรักความเป็นขั้วตรงข้ามได้ตลอดเวลา การอยู่กินร่วมกันในระยะยาวต้องการอะไรบางอย่างชวนใจให้อยู่ใกล้กันทุกวัน ได้โดยไม่อึดอัด ถ้าต่างคนต่างอยากทำสิ่งที่ตัวเองพอใจแล้วลืมเลยว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน หรือมุมไหนของบ้าน วันหนึ่งก็กลายเป็นความห่านงเหินโดยปริยาย

สรุปแล้วหากว่าตามหลักอนิจจัง หญิงชายในสังสารวัฏต่างท่องเที่ยวไปไกลตามลำพัง ผลัดเปลี่ยนเวียนจับคู่ด้วยความผูกพันมากน้อย แล้วถอยฉากจากกันไปเรื่อยๆ หาคู่แท้ถาวรมิได้? .
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10/07/10 08:32:10 โดย แมงเม่าน้องใหม่ » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,296


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #2027 เมื่อ: 10/07/10 08:36:24 »

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
โจลี่
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,644



« ตอบ #2028 เมื่อ: 10/07/10 09:38:49 »

เข้ามาเยี่ยมชมอาศรม.คุณเก็บเกี่ยว ...รู้สึกหนาวๆร้อนๆ 
ไฉนเป็นเช่นนั้นล่ะคะคุณโจลี่ 

ไม่มีอะไรหรอกคะ แค่อยากให้ถามต่อ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

:: โลกจะกว้างมากขึ้น ถ้ามองโลกของคนอื่นบ้าง ::

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2029 เมื่อ: 12/07/10 04:46:46 »

เข้ามาเยี่ยมชมอาศรม.คุณเก็บเกี่ยว ...รู้สึกหนาวๆร้อนๆ 
ไฉนเป็นเช่นนั้นล่ะคะคุณโจลี่ 

ไม่มีอะไรหรอกคะ แค่อยากให้ถามต่อ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2030 เมื่อ: 12/07/10 05:03:12 »


สติมา ปัญญาเกิด
บางทีการใช้อารมณ์ ก็ไม่ได้ช่วยดับไฟโทสะได้
แต่กำลังสติต่างหากค่ะ ที่เป็นอีกอย่าง ที่ช่วยดับไฟโทสะได้
เมื่อก่อน ตอนจบใหม่ๆ  เคยคิดว่า เราควรตัดสินถูกผิด
แต่พอเวลาผ่านไป เราเรียนรู้ที่จะห้อยแขวน ไม่ต้องตัดสิน บางที กองมันไว้ตรงนั้น มันถูกก็ถูกตรงนั้น มันผิดก็ผิดตรงนั้น
บางอย่างไม่ต้องตัดสินก็ได้ แล้วความทุกข์ก็จะน้อยลงเอง ใจกลางๆ กพาเราร่มเย็นเอง

บางที กระทบ แล้วกระเทือน แล้วกระแทก
บางทีกระทบ แล้วกระเทือน ก็หยุดกระแทก
บางที กระทบ แล้วไม่กระเทือน ก็ไม่กระแทก

เป็นเช่นนั้นแล

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2031 เมื่อ: 12/07/10 18:18:53 »

 


* budha.jpg (85.64 KB, 960x720 - ดู 595 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
ฟ้าสดใส
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,048



« ตอบ #2032 เมื่อ: 12/07/10 21:03:27 »

 

สติมา ปัญญาเกิด
บางทีการใช้อารมณ์ ก็ไม่ได้ช่วยดับไฟโทสะได้
แต่กำลังสติต่างหากค่ะ ที่เป็นอีกอย่าง ที่ช่วยดับไฟโทสะได้
เมื่อก่อน ตอนจบใหม่ๆ  เคยคิดว่า เราควรตัดสินถูกผิด
แต่พอเวลาผ่านไป เราเรียนรู้ที่จะห้อยแขวน ไม่ต้องตัดสิน บางที กองมันไว้ตรงนั้น มันถูกก็ถูกตรงนั้น มันผิดก็ผิดตรงนั้น
บางอย่างไม่ต้องตัดสินก็ได้ แล้วความทุกข์ก็จะน้อยลงเอง ใจกลางๆ กพาเราร่มเย็นเอง

บางที กระทบ แล้วกระเทือน แล้วกระแทก
บางทีกระทบ แล้วกระเทือน ก็หยุดกระแทก
บางที กระทบ แล้วไม่กระเทือน ก็ไม่กระแทก

เป็นเช่นนั้นแล

 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2033 เมื่อ: 13/07/10 01:36:59 »

จีนตรวจพบนมผงปนเปื้อนเมลามีนอีกในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ
 
ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม 2553 14:36:19 น.
ทางการจีนยึดส่วนผสมน้ำนมดิบปนเปื้อนสารเมลามีนจำนวน 64 ตันจากโรงงานตงหยวน แดรี แฟคทอรี (Dongyuan Dairy Factory) ในเขตหมินเฮ มณฑลชิงไห่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน นอกจากนั้นยังมีการค้นพบนมผงปนเปื้อนจำนวน 12 ตันในโรงงานดังกล่าวด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ส่วนผสมน้ำนมดิบที่มีการปนเปื้อนจำนวน 38 ตันจากทั้งหมดที่ถูกซื้อมาจากมณฑลเหอเป่ยทางภาคเหนือของจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ซานลู่ กรุ๊ป (Sanlu Group) ที่เป็นต้นเหตุของเหตุนมปนเปื้อนสารเมลามีนครั้งใหญ่เมื่อปี 2551 ซึ่งส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิต 6 คน และล้มป่วยกว่า 300,000 คน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นมผงที่ผลิตจากโรงงานตงหยวนส่วนมากวางขายในมณฑลเจียงซูและมณฑลเจ้อเจียงทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ มีเพียงจำนวนน้อยที่ขายในมณฑลชิงไห่
เมื่อเดือนที่แล้วเพิ่งมีการตรวจพบนมผงปนเปื้อนสารเมลามีนมากกว่าข้อกำหนดของกฎหมายถึง 500 เท่าในมณฑลกานซู ซึ่งอยู่ใกล้กับมณฑลชิงไห่ และในปลายเดือนเดียวกันนั้นเองสำนักงานควบคุมความปลอดภัยอาหารของมณฑลจี๋หลินทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศได้ตรวจพบนมผงที่มีสารเมลามีนมากเกินกำหนดซึ่งผลิตจากโรงงานแห่งหนึ่งในมณฑลเฮย์หลงเจียงซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน
เจ้าหน้าที่ได้ยึดผลิตภัณฑ์นมผงกว่า 1,000 รายการ เพื่อนำไปตรวจเพิ่มเติม และผลิตภัณฑ์ที่เหลือทั้งหมดของบริษัทดังกล่าวถูกเอาออกจากชั้นวางขายขณะที่กำลังรอผลการตรวจสอบเพิ่มเติม นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังสั่งการให้ตรวจสอบผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมรายอื่นๆ ในท้องถิ่นด้วย
หลังเหตุนมผงปนเปื้อนสุดอื้อฉาวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 2 คนถูกตัดสินประหารชีวิต ขณะเดียวกันก็มีการบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยอาหาร การตรวจสอบคุณภาพ และการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ ที่มีความเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ถึงกระนั้นก็ยังพบผลิตภัณฑ์นมปนเปื้อนอย่างต่อเนื่องในหลายมณฑลของจีน ส่งผลให้เกิดคำถามว่ากฎหมายใหม่ได้ผลจริงหรือไม่
ทั้งนี้ สารเมลามีนเป็นสารที่ใช้ในการผลิตกาวและพลาสติก แต่มักถูกนำมาผสมในอาหารเพราะเมลามีนจะทำให้ระดับโปรตีนสูงขึ้นเวลามีการตรวจวัดคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งการรับประทานอาหารปนเปื้อนเมลามีนอาจทำให้เกิดนิ่วในไตและอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ได้ สำนักข่าวเกียวโดรายงาน
--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย ปรียพรรณ มีสุข/สุนิตา โทร.02-2535000 ต่อ 315 อีเมล์: sunita@infoquest.co.th--


 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2034 เมื่อ: 13/07/10 01:49:32 »

ช่วงนี้ มีกรรมฐานที่บ้านเกือบทุกอาทิตย์ แม้คนเข้าร่วมจะไม่ถึงสิบ แต่เราก็ได้ฝึกตัวเองไปด้วย เรียกว่าได้ประโยชน์ทั้ง 3 ฝ่าย คือ เรา ท่าน และพระศาสนา รู้สึกดีมากค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
pik
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 265


« ตอบ #2035 เมื่อ: 13/07/10 02:21:03 »

ในกรุงเทพหรือตจว.คะ ดีจังจัดกรรมฐานที่บ้านด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2036 เมื่อ: 25/07/10 09:01:56 »

ในกรุงเทพหรือตจว.คะ ดีจังจัดกรรมฐานที่บ้านด้วย

ที่บ้านค่ะ ที่ขอนแก่นค่ะ ถ้าท่านใดสนใจเชิญหลังไมค์ได้นะคะ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2037 เมื่อ: 25/07/10 09:03:49 »

คุณเชื่อไหม น้ำมีหน่วยความจำ...น้ำฟังเพลงได้ อ่นหนังสือก็ออก

<a href="http://statics.atcloud.com/video_players/player.swf" target="_blank">http://statics.atcloud.com/video_players/player.swf</a>
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2038 เมื่อ: 25/07/10 09:04:24 »

คุณเชื่อไหม น้ำมีหน่วยความจำ...น้ำฟังเพลงได้ อ่นหนังสือก็ออก

<a href="http://statics.atcloud.com/video_players/player.swf" target="_blank">http://statics.atcloud.com/video_players/player.swf</a>

ตามมาที่นี่ค่ะ

http://atcloud.com/stories/27507
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2039 เมื่อ: 25/07/10 09:08:24 »

เรื่องของน้ำอ่านหนังสืออกค่ะ

http://joobjoob.blogspot.com/2005/08/blog-post_17.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #2040 เมื่อ: 25/07/10 09:25:04 »

บางที กระทบ แล้วกระเทือน แล้วกระแทก
บางทีกระทบ แล้วกระเทือน ก็หยุดกระแทก
บางที กระทบ แล้วไม่กระเทือน ก็ไม่กระแทก

เป็นเช่นนั้นแล


ผมรู้ตัวแล้วว่า เป็นคนที่มีแต่อกุศลจิตร   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2041 เมื่อ: 25/07/10 09:53:50 »



แปะรูปน้ำหน่อยค่ะ อันนี้รูปผลึกน้ำผ่านการฟังเพลงค่ะ



บันทึกความไม่น่าพิสมัย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2042 เมื่อ: 25/07/10 09:54:34 »

บางที กระทบ แล้วกระเทือน แล้วกระแทก
บางทีกระทบ แล้วกระเทือน ก็หยุดกระแทก
บางที กระทบ แล้วไม่กระเทือน ก็ไม่กระแทก

เป็นเช่นนั้นแล


ผมรู้ตัวแล้วว่า เป็นคนที่มีแต่อกุศลจิตร   

แหม...เฮียก้อ...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2043 เมื่อ: 25/07/10 09:59:38 »


น้ำข้างบนได้อ่านคำว่า มาช่วยกันนะ
ส่วนน้ำข้างล่างอ่านคำว่า ทำเดี๋ยวนี้นะ



ส่วนนี่เป็นน้ำปะปาที่มาจากแหล่งต่างๆทั่วโลก
รูปบนสุดเป็นน้ำที่มาจากกรุงเทพฯค่ะ..อึ๋ยยย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2044 เมื่อ: 25/07/10 10:10:52 »


น่าดีใจที่คนระดับนโนบายของประปา เริ่มมาให้ความสนใจเรื่องน้ำ

http://202.129.59.73/nana/water_170252/water.htm

ผลึกน้ำจากเขื่อน
ก่อนนำมาทำน้ำมนต์
ผลึกน้ำจากเขื่อนหลังผ่านการสวดมนต์
ผลึกน้ำที่มีคำกล่าวว่ารักหรือยกย่องชมเชย
ผลึกน้ำที่มีคำว่าขอบคุณติดอยู่ข้างขวด
ผลึกน้ำที่อยู่ในสถานที่เปิดเพลงโฟคแดนส์
ผลึกน้ำที่อยู่ในสถานที่เปิดเพลงร็อครุนแรง

แหล่งข้อมูล: หนังสืออาหารและน้ำ ความอยู่รอดและความสุขที่ยั่งยืน โดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
รูปภาพจาก: www.dhammachak.net

พอจิตต์ ขันทอง
    นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการ
เจริญชัย จิรชัยรัตนสิน
วิศวกร ปฏิบัติการ 

     


                    น้ำเป็นธาตุประกอบที่มีโครงสร้างทางเคมีง่ายๆ ประกอบขึ้นจากธาตุ 2 ธาตุ ที่ธรรมดาที่สุดในจักรวาล คือ ออกซิเจน และไฮโดรเจน แต่น้ำกลับเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของเรา คนส่วนใหญ่มักคิดว่า น้ำเป็นของเหลวที่เรารู้จักกันดีแล้ว แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะว่าน้ำมีความลี้ลับมากมายที่เรายังไม่เคยรู้ หรือไม่เข้าใจ อธิบายไม่ได้ มีคำถามมากมายที่เรายังหาคำตอบไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่าเรารู้จักสสารที่เรียกว่าน้ำน้อยเกินไป ดังนั้น จึงน่าสนใจที่เราจะมาทำความเข้าใจโครงสร้างของน้ำ ซึ่งไม่หยุดนิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แล้วเราจะพบกับความมหัศจรรย์ของน้ำ ที่ส่งผลต่อชีวิตและสุขภาพของตัวเรา

        ในประมาณปี ค.ศ.1900 นักวิทยาศาสตร์ และนักธรรมชาติวิทยา ชื่อ วิคเตอร์ เชาเบอร์เกอร์ แบ่งน้ำเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม ”น้ำเป็น” หรือกลุ่มน้ำที่มีชีวิต และ กลุ่ม “น้ำตาย” หรือกลุ่มน้ำที่ไม่มีชีวิต

        กลุ่มน้ำที่มีชีวิต นั้น โมเลกุลน้ำจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือคลัสเตอร์ (Cluster) ซึ่งมีรูปร่างหกเหลี่ยมสวยงาม คล้ายดอกไม้เล็กๆ ที่เป็นรูปของผลึกหิมะ มีคุณสมบัติรักษาโรคได้ และมีพลังบำบัดที่น่าทึ่ง น้ำที่มีผลในการรักษาโรค ถูกค้นพบในบ่อน้ำลึกหลายแห่งทั่วโลก และมี 2-3 แห่งในโลกนี้ ที่การเจ็บป่วยแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เช่น แถบภูเขาในประเทศเนปาล น้ำที่มีชื่อเสียงในด้านการรักษาโรค ปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ในรูปของน้ำบรรจุขวด
มีคำถามว่า น้ำบรรจุขวดยังมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคได้เหมือนตอนดื่มน้ำจากแหล่งน้ำอยู่หรือไม่ คำตอบคือ ไม่มีการพบว่า น้ำบรรจุขวดจะสูญเสียคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะเวลาประมาณ 20 ชั่วโมง

        พลังชีวิตในน้ำ

        ผลการวิจัยในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อโมเลกุลของน้ำ แสดงให้เห็นว่า สิ่งใดก็ตามที่มีผลกระทบกับน้ำ ย่อมส่งผลกระทบกับร่างกายเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในปัจจุบันมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า โมเลกุลของน้ำสามารถสื่อสารกับเซลล์ของร่างกายโดยการส่งและรับพลังงานกันได้ สิ่งที่เราพูด คิด และทำ เสียงดนตรี เสียงสวดมนต์ ภาวะแวดล้อม และตัวอักษร ต่างก็เป็นพลังงานคลื่น ซึ่งสามารถกระทบต่อโครงสร้าง ในระดับโมเลกุลของน้ำได้



        ศาสตราจารย์ ดร.มาซารุ อีโมโต หัวหน้าสถาบันฮาโด โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้ศึกษาพลังคลื่นและการเกิดรูปร่างผลึกของน้ำ ที่เก็บมาจากแหล่งต่างๆ เช่น แม่น้ำ น้ำพุ น้ำใต้ดิน เป็นต้น โดยได้นำตัวอย่างน้ำมาหยดใส่ในจานแก้ว และแช่ตู้เย็น อุณหภูมิประมาณ -20 องศาเซลเซียส จนกระทั่งเกิดผลึกน้ำแข็ง เขาได้ดูผลึกด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์ เห็นรูปร่างของผลึกน้ำดูคล้ายเกล็ดหิมะเป็นรูปผลึกหกเหลี่ยมที่สมมาตรกันเสมอหลายชนิดเหมือนดอกไม้เล็กๆ และโครงสร้างของผลึกน้ำจากแหล่งที่เก็บแต่ละแห่ง จะไม่เหมือนกันเลย


        เขาสรุปได้ว่า ผลกระทบของภาวะแวดล้อมรูปแบบพลังงานจากคลื่นและสิ่งต่างๆ จะมีอิทธิพลต่อรูปร่างของผลึกหกเหลี่ยมของน้ำ และสามารถปรับเปลี่ยนสร้างสรรค์หรือทำลายลักษณะผลึกน้ำ ไปในทางที่ดีหรือเลวได้ โดยสรุปได้ว่า น้ำมีคุณสมบัติอ่อนไหวตามการสั่นสะเทือนของคลื่น จิตของคนเราเป็นพลังคลื่นชนิดหนึ่ง การมีจิตสำนึกที่ดี หรือความคิดที่ดีจะส่งคลื่นออกมาเป็นผลกระทบต่อการรวมตัวของโมเลกุลน้ำที่มีอยู่มากถึงร้อยละ 70 ในตัวเราในทางที่ดีด้วย คลื่นความคิดของเรายังสามารถกระจายไปสู่น้ำในบรรยากาศ ในสิ่งแวดล้อม และกระจายไปสู่น้ำในร่างกายของบุคคลอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ได้ด้วย
           



 [ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]

แหล่งข้อมูล: หนังสืออาหารและน้ำ ความอยู่รอดและความสุขที่ยั่งยืน โดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
...
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,693


« ตอบ #2045 เมื่อ: 02/08/10 20:56:32 »

กำลังสนใจเรื่องน้ำๆ อยู่พอดีเลยครับ TTW น่าเข้าไหมครับ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2046 เมื่อ: 03/08/10 09:42:52 »

สวัสดีน้ำเหนือ ขอโทษค่ะ ไม่ว่างแคะเรยค่ะช่วงนี้ แต่เหงงบดีขึ้นนี่ ดีดพีอีเรยค่ะ

เทคนิคการฟังด้วยหัวใจ ...ขอบอก..ของค่ายนี้เค้าดีจริงๆค่ะ...

วันที่ 8 สิงหาคม 2553 ณ เรือนร้อยฉนำ คลองสาน กรุงเทพฯ
กระบวนการอบรม
เรียนรู้หลักการ ฝึกฝนทักษะการรับฟังด้วยใจตามแนวทางการสื่อสารอย่างสันติ สัมผัสความรู้สึกความต้องการที่แท้จริงของกันและกันเพื่อให้พอมีวิชาติดตัว ไปรับฟังคนใกล้ตัว คนในบ้าน คนที่ทำงาน เพื่อนฝูง ไปช่วยกันลดความอึดอัด ความเครียดที่สะสมจากสถานการณ์บ้านเมืองหรือรับฟังเรื่องราวปัญหาส่วนตัวก็ได้

ฟังด้วยหัวใจ เราไม่ได้ใช่แค่หูในการฟังเท่านั้น แต่เราให้เสียงที่ได้ยินดังไปถึงหัวใจของเราด้วย
ฟังอย่างไม่ตัดสิน (หรือถ้าจะตัดสินก็เท่าทันหรือเห็นว่าเรากำลังตัดสินอยู่) ไม่ได้ฟังเพื่อตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด ใช่หรือไม่ใช่
ฟังเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน อยากจะเข้าไปค้นหาร่วมกันว่า เกิดอะไรขึ้น เขาคิด เชื่อ รู้สึก หรือต้องการอะไรอยู่
ฟังเพื่อรับรู้ถึงความรู้สึก ความต้องการของกันและกัน(ตัวเองและอีกฝ่าย) ฟังความคิดของอีกฝ่ายที่อยู่ในจุดยืนที่ต่างจากเราได้
เรากับเขาก็ต่างเป็นคนเหมือนกัน (เมื่อเราลองฟังใครสักคนด้วยหัวใจ ใจของเราก็จะเปิด มีพื้นที่ในหัวใจให้คนอื่นๆและตัวเองมากขึ้นๆ)
ฟังเพื่อให้เห็นอคติที่เกิดขึ้นในใจของเรา รัก-ชอบคนที่เห็นเหมือนหรือมีความคิดคล้ายๆกับเรา สิ่งที่เราเห็นด้วย เกลียด โกรธ ไม่อยากฟัง คนที่เห็นต่างจากเรา ฟังเพื่อมองให้เห็นใจของเราที่แปรเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เราได้ฟัง
การฟังด้วยหัวใจ จะมีคุณกับทั้งคนฟัง และคนที่ได้รับการรับฟัง เป็นพื้นที่แห่งความไว้วางใจ ที่ทั้งสองฝ่ายสร้างขึ้นมาร่วมกัน คนที่ได้รับการรับฟังจะได้ระบายความอึดอัด ความคิดความรู้สึกโดยที่เขาจะไม่รู้สึกว่าถูกตัดสิน ยอมรับเขาได้ตามที่เขาเป็น บางครั้งเขาอาจจะเห็นทางออกได้ด้วยตัวเอง เพราะมีคนฟังเขาด้วยหัวใจเท่านั้นก็พอ

กิจกรรมเริ่มเวลา 9.00 - 17.00 น.

กรุณาสำรองชื่อก่อนเข้าร่วมกิจกรรมที่ 02-3147385 ถึง 6
และขอรับบริจาคเงินตามกำลังทรัพย์(ที่หน้างาน) เพื่อเป็นทุนสนับสนุนการจัดกิจกรรมในครั้งต่อๆ ไป

ครั้งที่วันที่จัดสถานที่จัด
ครั้งที่ 5วันที่ 8 สิงหาคม 2553เรือนร้อยฉนำ คลองสาน กรุงเทพฯ
ครั้งที่ 6วันที่ 28 สิงหาคม 2553*จ.เชียงใหม่
ครั้งที่ 7วันที่ 5 กันยายน 2553เรือนร้อยฉนำ คลองสาน กรุงเทพฯ
ครั้งที่ 8วันที่ 3 ตุลาคม 2553*จ.อุบลราชธานี
ครั้งที่ 9วันที่ 23 ตุลาคม 2553*อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ครั้งที่ 10วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553เรือนร้อยฉนำ คลองสาน กรุงเทพฯ
ครั้งที่ 11วันที่ 12 ธันวาคม 2553เรือนร้อยฉนำ คลองสาน กรุงเทพฯ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2047 เมื่อ: 03/08/10 10:24:35 »

.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03/08/10 12:09:30 โดย เก็บเกี่ยว » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #2048 เมื่อ: 10/08/10 23:07:21 »

สติมา ปัญญาเกิด
พีดัมเป็นตัวอย่างที่ดีมาก
ตอนที่พีดัมสติดี จะคิดแผนอะไรออกมาเนี้ยบ..
แต่พอความหลงเข้าครอบงำ ก็ไหลไปตามกิเลส บางทีพวกมากก็ลากไป
พอสติหาย ปากสั่นมือสั่น ลองดูค่ะ
<a href="http://video.mthai.com/Flash_player/flowplayer/flowplayer-3.1.5.swf" target="_blank">http://video.mthai.com/Flash_player/flowplayer/flowplayer-3.1.5.swf</a>

<object width="407.6" height="335" data="http://video.mthai.com/Flash_player/flowplayer/flowplayer-3.1.5.swf"   type="application/x-shockwave-flash" ><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="movie" value="http://video.mthai.com/Flash_player/flowplayer/flowplayer-3.1.5.swf" /><param name="flashvars" value="config=http://video.mthai.com/get_config.php?id=1277933841" />   </object>
<font size=1>ซอนต็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน Queen Seon Deok พากษ์ไทย ตอน62/2 End  -  ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่</font>
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า....
TeeeR
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,280


รอวันที่จะลงจากดอย


« ตอบ #2049 เมื่อ: 12/08/10 15:03:00 »

1. กรรมที่ไม่มีลูก
กรรมจาก การทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากสัตว์อื่นจากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอื่น
ลดกรรม ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆเดือนทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์หรือ
มูลนิธิเด็กอ่อน

2. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย
กรรมจาก เคยทำทารุณกรรมต่อสัตว์
ลดกรรม ด้วยการทำบุญทำทานกับสัตว์อนาถา ให้อาหารให้ความเมตตา ซื้อยาหรือบริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทำบุญปล่อยเต่า
งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต

3. ตาบอดหรือเป็นโรคตา
กรรมจาก เคยทำร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือไม่เคยทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงในชาติก่อน หรือเคยทำลายไฟฟ้าของวัด ของที่สารธารณะ
ลดกรรม ซื้อโคมไฟ หลอดไฟถวายวัด ถวายเทียนห่อใหญ่ ถวายไฟฉาย เติมน้ำมันตะเกียงทุกวันพร! ะ บริจาคเงินในกล่อง
ซื้อน้ำมันเติมตะเกียงที่วัด

4. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง ถูกสัตว์กัดต่อย
กรรมจาก จากเคยเป็นคนพาลเกะกะเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น มักรังแกและสาปแช่งผู้อื่นอยู่เสมอ
ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ

5. สูญเสียคนใกล้ชิด
กรรมจาก เคยยิงนกตกปลา
ลดกรรม ทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ งดกินเนื้อสัตว์อย่างน้อยสัก 1 อย่างชั่วชีวิต หรือกินเจทุกๆ 3 เดือน ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

6.ถูกนินทา ถูกให้ร้าย
กรรมจาก เคยพูดจาให้เป็นเหตุให้คนอื่นเป็นทุกข์หรือเดือดร้อน
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี พูดดี พูดให้คนอื่นเกิดประโยชน์ พูดให้ผู้อื่นมีความสุข

7. มักเดือดร้อนเพราะไฟ ไฟไหม้บ้าน ไฟดูด
กรรมจาก เคยลบหลู่พระสงฆ์ และศาสนา
ลดกรรม ตักบาตรทุกวันพระ ทำบุญถวายสังฆทานทุกเดือน ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันพระ หรือทุกๆเดือนในวันพระ ร่วมพิมพ์หนังสือ
ธรรมะแจกจ่ายฟรี

8. ขาดบารมี ไร้ญาติขาดมิตร
กรรมจาก ไม่เคยไปร่วมงานบุญงานศพ
ลดกรรม ร่วมทำบุญงานศพ บริจาคเงิน หรือร่วมด้วยแรงกายช่วยงานอื่นๆในงานศพ เช่นทำอาหาร จัดดอกไม้

9. ตั้งหลักปักฐานไม่ได้ โยกย้ายบ่อย
กรรมจาก ไม่เคยร่วมทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร แก่วัดวาอารามต่างๆ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างหลังคาวิหาร ร่วมทำบุญฝังลูกนิมิต หมั่นไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ณ เมืองที่ตนอยู่อาศัย

10. มักถูกรังแก ถูกเบียดเบียน
กรรมจาก ไม่เคยบวช หรือทำบุญงานบวช
ลดกรรม บวช ด้วยจิตศรัทธาปวารถาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงจะบวช 7 วัน หรือ 15 วัน 1 เดือน 1 พรรษา แล้วแต่
จิตศรัทธา ถ้าเป็นสตรีจะบวชชีพราหมณ์ หรือถือศีล 8 ตามเวลาที่สะดวกและตั้งจิตศรัทธา หรือร่วมทำบุญงานบวชอย่าง
สม่ำเสมอเท่าที่จะทำได้

11.ไม่มีคนชื่นชมเอ็นดู ขาดเสน่ห์
กรรมจาก ไม่เคยถวายของหอม
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระทุกวันพระ ถวายธูปหอม เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย ทองคำเปลว ประน้ำอบน้ำปรุง ประพฤติดี
ปฏิบัติชอบต่อผู้อื่น คิดดี ทำดี พูดดี ให้ผู้อื่นได้ดี มิให้ร้ายผู้ใด

12. เป็นที่รังเกียจ มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว
กรรมจาก ทำติเตียนดูแคลน ผู้ที่ชอบทำบุญทำทาน
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ฟังเทศน์มหาชาติทุกๆปี ชักชวนผู้อื่นให้ร่วมทำบุญหรือบริจาคทานเป็นการบอกบุญผู้อื่น
พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกฟรี

13. ไปไหนมาไหนลำบาก มีแต่อุปสรรค
กรรมจาก เคยทำลายหนทางสัญจรของวัด หรือของชาวบ้าน หรือทำให้ทางสัญจรสาธารณะได้รับความไม่สะดวก
ลดกรรม บริจาคทรัพย์หรือแรงกายช่วงสร้างสะพาน สร้างทางอันเป็นประโยชน์แก่วัด หรือชุมชนเล็กๆ ช่วยผู้คนยากไร้ให้
ได้มียวดยานพาหนะหรือทางสัญจรที่สะดวก

14. เป็นคนรับใช้เขาร่ำไป
กรรมจาก เคยเนรคุณผู้ที่เคยมีพระคุณแก่ตน
ลดกรรม ตอบแทนผู้มีคุณด้วยความกตัญญู ร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูป พระประธาน ทำทานทั้งกับคนและสัตว์

15. ขัดสน อดมื้อกินมื้อ
กรรมจาก เคยละเว้นการใส่บาตร ละเว้นการให้ทาน เมื่อมีคนยากไร้มาขอทานอาหารและน้ำ
ลดกรรม แบ่งปันอาหาร น้ำ เสื้อผ้า แก่คนยากไร้อนาถา แม้ไม่มีเงินก็แบ่งปันสิ่งของตามที่มี ตักบาตรทุกเช้าหรือทุกวันพระ

16. อาภัพคู่ ร้างคู่
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขา
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานคู่บ่าวสาวที่ยากจน ถวายของเป็นคู่ เช่น แจกันคู่
เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ เป็นต้น

17. ได้คู่ที่เลวร้าย ทำร้ายตนหรือทำให้เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยข่มขืนเขาในชาติก่อน เคยทุบตีทำร้ายคู่
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

18. อยู่โดดเดี่ยวยามบั้นปลาย
กรรมจาก เคยจับสัตว์ขัง
ลดกรรม ทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญทำทานแก่เด็กอนาถาและสัตว์อนาถา

19. รูปร่างหน้าไม่งดงาม
กรรมจาก ไม่เคยถวายดอกไม้ของหอม
ลดกรรม ถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ดอกไม้หอม ทำบุญบริจาคดวงตา บริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล

20. มักถูกโกง ถูกเบี้ยวเงิน
กรรมจาก เคยคดโกงผู้อื่น!
ลดกรรม สละทรัพย์บริจาคร่วมการกุศลต่างๆ ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรทุกๆเดือน

21. พิการ ร่างกายไม่สมประกอบ
กรรมจาก เคยทุบตีพ่อแม่ ด่าพ่อแม่ หรือทำร้ายพ่อแม่
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระ ปล่อยนกปล่อยปลา ถือศีล 5 ศีล 8 เจริญภาวนา นั่งวิปัสสนากรรมฐาน

22. มีคดีความ
กรรมจาก เคยพบคนทุกข์ร้อนแล้วไม่ช่วยหรือพยายามหาทางช่วยเหลือ
ลดกรรม หมั่นทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา นั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือนๆละ 7 วัน

23. ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
กรรมจาก ไม่สงเคราะห์คนอนาถา ที่มาขออาหาร ขอชายคาหลบฝน ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก
ลดกรรม ร่วมทำบุญซื้อกระเบี้องหลังคาโบสถ์ หมั่นไปกราบไหว้บูชาศาลหลักเมือง ทำบุญทำทานแก่สัตว์พิการหรือสัตว์จรจัด

24. จิตใจขุ่นมัว ดุดัน ขี้โมโห
กรรมจาก มักตะหนี่ในการทำบุญ
ลดกรรม สวดมนต ์ไหว้พระ ทุกวันพระ ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 5 หรือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือน บริจาคทาน แบ่งปันเงินทองหรือ สิ่งของแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือร่วมทำบุญบริจาคทานกับมูลนิธิสถานสงเคราะห์ และวัดวาอารามต่างๆ

25. ไม่มีชื่อเสียง
กรรมจาก เคยติฉินนินทาทำให้ผู้อื่นเสียหาย
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างหอระฆัง ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา

26. ไม่มีวาสนาบารมี
กรรมจาก ไม่เคยนับถือชื่นชมผู้นับถือธรรมมะ
ลดกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป ทำทานกับคนจน

27. มีลูกหลานไม่ดี เกเร ไม่เชื่อฟัง
กรรมจาก ทำแท้ง เคยทำร้ายคนใกล้ชิดมาก่อน และทำร้ายจิตใจครอบครัวในชาติก่อน
ลดกรรม บวชเณร โดยให้ลูกบวชหรือไปร่วมบวช จะทำให้กรรมน้อยลง ปฏิบัติธรรม อุทิศให้ลูกตนเอง

28. เจอแต่คนเอาเปรียบ
กรรมจาก เคยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ไว้ในอดีตชาติ เคยโกงคนไว้ในอดีตชาติ ขโมยเงินครอบครัวมาใช้
ลดกรรม หมั่นยึดถือศีล 5 ให้มั่น ไม่ดื่มเหล้า ทำให้ขาดสติ โดนโกงง่าย หมั่นสวดมนต์ อธิษฐานบารมีด้านขอพรให้พบเจอคนดีๆเข้ามาในชีวิต

29. เกิดในสกุลต้อยต่ำ
กรรมจาก โอหัง อวดดี จิตใจคับแคบ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างวัด สร้างพระประธาน ทำบุญทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

30. ไร้สง่าราศี ขาดวาสนา
กรรมจาก เคยเมาสุระอาละวาด ระรานผู้อื่น!
ลดกรรม นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ทำทานกับคนอนาถา และสัตว์อนาถา ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

31. ไม่เจริญก้าวหน้า จิตใจเป็นทุกข์
กรรมจาก เคยชักจูงคนทำชั่ว
ลดกรรม ถือศีล 8 เป็นเวลา 7 วัน ทุกๆ 3 เดือน หมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน

32. จิตใจฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยริษยาผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลาลงน้ำ นั่งสมาธิ สวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

33. ชีวิตตกต่ำ ทำสิ่งใดไม่เจริญ
กรรมจาก เคยทำแท้ง
ลดกรรม ปล่อยปลาลงน้ำทุกๆเดือน จนครบ 9 เดือน หรือ 1 ปีเต็ม ถวายสังฆทาน ทำบุญใส่บาตรเสมอ

34. เป็นเมียน้อย เมียเก็บ
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขามาก่อน ขืนใจเขาโดยไม่ยินยอม เคยอธิษฐานจิตร่วมกันมาว่ากี่ภพก็ขอให้ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน
ลดกรรม ถวายธงคู่ ธูปคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ อย่างใดก็ได้ อธิษฐานจิตขอให้ชีวิตคู่ที่ดีขึ้น บวชชีพราหมณ์ ปีละ 1 ครั้ง 3 วัน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยล่วงเกินให้ได้รับกุศลและเปิดทางให้ชีวิตคู่ดีขึ้น ร่วมเป็นเจ้าภาพงานแต่ง เพื่อชีวิตตนจะดีขึ้นและสมหวัง สวดมนต์ขอพรทุกวันเกิด ด้านความรักให้สมหวังต่อไป ทำบุญสังฆทานสด ในวันเกิดตนเอง เดือนละครั้ง เพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติและวิญญาณที่ตามมาให้ได้รับกุศลและอโหสิกรรม

35. เป็นทุกข์เพราะคนในครอบครัว
กรรมจาก เคยลำเอียง ไร้คุณธรรมในด้านครอบครัวไว้ก่อน เคยเอารัดเอาเปรียบคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดไว้ในชาติอดีตและชาติปัจจุบัน เคยทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกในอดีตชาติ
ลดกรรม ต้องบวชชีพราหมณ์ เพราะเมื่อเกิดอีกภพชีวิตจะได้ดีมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะกุศลของการบวช ปฏิบัติธรรมทำให้เจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรม และตนเองได้พบสิ่งที่มีกุศลมากขึ้น ยึดพรหมวิหาร 4 มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะทำให้ชีวิตมีความเมตตา และไม่ลำเอียงเอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำให้วิถีชีวิตมีคนนับถือและพ้นจากความทุกข์ในเรื่องญาติพี่น้องยุ่งเกี่ยวได้ นำพระคู่บ้านคู่เมืองเข้าสักการะที่บ้าน และสวดมนต์ขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

36. เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
กรรมจาก ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ทำร้ายคนไว้ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ
ลดกรรม ตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ รวมถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้กุศลและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ปล่อยสัตว์ลงน้ำในวันเกิดตนเอง กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับและอโหสิกรรม ถวายยาเข้าวัด
หรือช่วยเหลือคนป่วย

37. เป็นมะเร็ง
กรรมจาก รู้เห็นเป็นใจกับการทำแท้ง การทารุณสัตว์ หรือการทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญใหญ่อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และบวชชีพราหมณ์ 1 เดือน เพื่อส่งกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป สร้างโบสถ์หรือสร้างศาลาวัด ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี หมั่นนั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน

38. ค้าขายขาดทุน ทำงานไม่ก้าวหน้า
กรรมจาก เคยลบหลู่เจ้าที่เจ้าทาง
ลดกรรม หมั่นทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องเซ่นสังเวย เจ้าที่-เจ้าทาง หมั่นสวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

39. ด้อยปัญญา
กรรมจาก ฝักใฝ่อบายมุขในชาติก่อน หรือชักชวนคนไปทำชั่ว ดูแคลนหลักธรรมมะ
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจก ทำบุญทำทานกับโรงเรียนของเด็กพิการหรือตามมูลนิธิต่างๆ

40. ตกงาน
กรรมจาก เคยกลั่นแกล้งผู้อื่นในเรื่องงาน หรือแย่งงานผู้อื่น
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทาน ร่วมงานบุญต่างๆ ปล่อยนกปล่อยปลา

41. ไม่มีโชคลาภ
กรรมจาก ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ
ลดกรรม หมั่นทำบุญสวดมนต์ไหว้พระ ถวายธูป เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย และทองคำเปลว

42. เรียนไม่จบ การเรียนมีอุปสรรค
กรรมจาก ชาติก่อนปฏิเสธการฟังเทศน์ฟังธรรม
ลดกรรม หมั่นเข้าวัด ร่วมงานบุญต่างๆ ฟังเทศน์ อ่านหนังสือธรรมะ

43. มีอาชีพต้อยต่ำที่ผู้คนดูแคลน
กรรมจาก ชาติก่อนเคยบวชด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไร้ความศรัทธา อาศัยผ้าเหลืองหากิน
ลดกรรม ถือศีล 5 ศีล 8 นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ถวายสังฆทานทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน

44. ครอบครัวยากจน
กรรมจาก ชาติก่อนไม่เคยบริจาคทาน
ลดกรรม หมั่นทำบุญด้วยการบริจาคทาน ถ้ามีเงินไม่มากก็บริจาคเป็นสิ่งของ แรงกาย หรือน้ำใจ ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น ไปช่วยอ่านหนังสือให้มูลนิธิคนตาบอด

45. เป็นทุกข์เพราะความรัก
กรรมจาก ชาติก่อนเจ้าชู้ หลอกผู้อื่นให้อกหัก
ลดกรรม ประพฤติดีปฏิบัติดีทั้งความคิด กาย วาจา ใจ ร่วมทำบุญงานแต่งงาน ทำสิ่งดีๆให้คนอื่นได้สมรักสม


* Pic1.JPG (39.35 KB, 633x528 - ดู 460 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 39 40 [41] 42 43 ... 46 ขึ้นบน ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์ 
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  สัพเพเหระ (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: ที่นี่.อาศรม"ดูหุ้นวนาราม"...จ้า.... « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!