ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28/07/14 23:24:35

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
932,516 กระทู้ ใน 82,940 หัวข้อ โดย 13,773 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: ideaidoo
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
:
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation  (อ่าน 7599 ครั้ง)

คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
Tungong
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,074



« เมื่อ: 10/03/08 12:51:35 »

Subprime ว่าเท่ห์แล้วนะ
มีคำใหม่มาอีก

***Stagflation ไวรัสพันธุ์ใหม่***

นายนิพนธ์ สุวรรณประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ไอร่า จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง "กลยุทธ์การลงทุนภายใต้สภาวะ Stagflation" ว่า ในอนาคตนักลงทุนจะได้ยินศัพท์ทางการเงิน "Stagflation" ซึ่งหากเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจจะมีผลกระทบและอานุภาพการทำลายล้างสูงกว่าวิกฤตซับไพรม์หลายเท่า

ทั้งนี้ Stagflation คือสภาวะเงินเฟ้อทรงตัวอยู่ในระดับสูง ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวลง คนมีรายได้น้อย ตกงาน ราคาสินค้าแพง แต่ผู้ผลิตจำเป็นต้องหยุดการผลิต เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทำให้สินค้าขาดแคลนและราคาสินค้าสูงขึ้นอีก มีเงินเฟ้อตามมา คนมีรายได้น้อยลง จนเกิดภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ

"Stagflation เปรียบเหมือนไวรัสในระบบเศรษฐกิจ ที่ไม่มีมาตรการแก้ไขได้ในระยะสั้น เหมือนกับเป็นไวรัสไม่มียารักษา แต่จะหายไปเอง ขณะที่ความรุนแรงจะมากน้อยเพียงใดหรือจะใช้ระยะเวลาเยียวยานานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงทางด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ"

นายนิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะ Stagflation หรือไม่ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวและอาจถึงขั้นถดถอย มีความเสี่ยงที่จะเกิดเงินเฟ้อได้ หลังจากราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์ รวมถึงอัตราการว่างงานสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันผลกระทบจากราคาน้ำมันยังไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อปัญหาเงินเฟ้อมากนัก

ส่วนประเทศไทยมีโอกาสจะเกิด Stagflation น้อย เพราะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น หลังจากทรงตัวอยู่หลายปี ไม่มีภาวะเงินเฟ้อ และอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ ยกเว้นเกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองจนทำให้รัฐบาลไม่สามารถดำเนินนโยบายต่างๆ ได้ ขณะที่ปัจจัยที่ต้องระมัดระวังคือ มาตรการควบคุมการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหาซับไพรม์เหมือนที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ
 Cheesy Cheesy Cheesy
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
plamuek76
"หน้าด้าน กล้ามั่ว"
Moderator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,520



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 10/03/08 12:57:29 »

คนพูดกันมานานแล้วครับ แต่ยังไม่เกี่ยวกับกับเราโดยตรง ที่แน่ๆอเมริกาเข้าข่ายนี้ครับ
กะโพสต์หลายครั้งแล้ว แต่กลัวคนไม่สนใจ ถ้าสนใจเดี๋ยวหามาให้อ่านแล้วกันว่ามันคืออะไร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

บอร์ดคุยกับปลาหมึก
http://www.doohoon.com/smf/index.php?board=15.0
https://www.facebook.com/plamuek76


Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
Tubex
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,906


« ตอบ #2 เมื่อ: 10/03/08 12:59:24 »


            จะรอค่ะ.   Cheesy


     รู้จักแต่  STAGGER  ที่แปลว่า  ย้วย  ค่ะ.   Cheesy
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #3 เมื่อ: 10/03/08 13:17:21 »

 ไทยมีโอกาสจะเกิด Stagflation หรือไม่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
      มาช่วยๆกันปฐมพยาบาล นานา กันดีกว่ามั้งค่ะ
                           
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
plamuek76
"หน้าด้าน กล้ามั่ว"
Moderator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,520



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 10/03/08 13:27:35 »

Stagflation
Money Time : บทความคุณเสถียร  กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2550

คราวนี้ขออนุญาตสวมวิญญาณเป็นนักเศรษฐศาสตร์ (สมัครเล่น) สักวันนะครับ หากผมเขียนอะไรผิดพลาดไป ขอให้ท่านนักเศรษฐศาสตร์ (ตัวจริง) ที่มีอยู่มากมายในประเทศนี้ ให้อภัยผมด้วย

ที่จั่วหัวอยู่ข้างบนนี้ บังเอิญได้แรงบันดาลใจจากการไปบรรยายให้นักศึกษาในโครงการนักลงทุนรุ่นเยาว์ รุ่นที่ 23 ของธนาคารทหารไทย ในช่วงหนึ่งบรรยายเรื่อง Economic Cycle เป็นคำถามของเด็กๆ ว่า stagflation หมายถึงอะไร

Stagflation มาจากคำ 2 คำ คือ Stagnation และInflation เป็นคำที่อธิบายถึงสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งมีปัญหาเงินเฟ้อควบคู่กับภาวะการชะลอตัวของระบบเศรษฐกิจ, มีการว่างงานสูง ซึ่งอาจจะหมายรวมเป็นว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ (Recession) คำว่า "Stag" หมายถึง ภาวะเศรษฐกิจเสื่อมถอย ในขณะที่ "Flation" บ่งบอกถึง ระดับราคาสินค้าที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว Stagflation มีการบัญญัติใช้ครั้งแรกในช่วงกลางทศวรรษ 1970 เมื่อเศรษฐกิจของอเมริกามีอัตราเงินเฟ้อสูงถึง 12% ในขณะที่อัตราการว่างงานสูงเกือบ 9% เงินเฟ้อที่สูงขึ้นดังกล่าว มีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่าตัว จากการรวมหัวกันของ OPEC ประกอบกับการยกเลิกการควบคุมราคา และค่าจ้างแรงงานของรัฐบาลอเมริกันในช่วงนั้น ในขณะเดียวกัน ระบบเศรษฐกิจอเมริกันดิ่งลงสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุสำคัญทำให้รัฐบาลพรรคเดโมแครต ภายใต้การนำของประธานาธิบดีคาร์เตอร์ เสื่อมความนิยมลงอย่างรวดเร็ว จากการไม่สามารถจัดการกับปัญหา Stagflation นี้ได้

โดยปกติปัญหาเงินเฟ้อ พร้อมเศรษฐกิจตกต่ำมักจะไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน แต่เมื่อสองเกลอ (ตัวแสบ) มาเจอกัน ก็เลยเกิดปรากฏการณ์ "สองเด้ง" และทำให้ผู้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง มีอาการปวดหัว เป็นอย่างมาก และก็มีหลายทฤษฎี หลายสำนัก แนะนำการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งผมจะไม่กล่าวในที่นี้ แต่จะขอกล่าวถึงการแก้ปัญหา stagflation ของอเมริกาในช่วงนั้นเลย

อย่างที่กล่าวข้างต้น ปรากฏการณ์สองเด้ง ทำให้ผู้แก้ไขปัญหามีอาการปวดหัวเป็นอย่างมาก เพราะว่าหากจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ (ลดดอกเบี้ย/เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ) ก็จะไปเพิ่มแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อ หากจะแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ (ขึ้นดอกเบี้ย/ขึ้นภาษี) ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องการถดถอยของเศรษฐกิจซ้ำเติมก็ได้ ถึงจุดนี้ก็คงต้องเลือกเอาว่าจะแก้อะไรก่อน โดยที่ไม่ทำให้ปัญหาอีกอย่างหนึ่งรุนแรงมากขึ้นนัก ก็เลยเกิดเหตุการณ์ และบุคคลที่ยังเป็นที่กล่าวขวัญกันมาถึงทุกวันนี้

ประธานธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve; Fed) ในขณะนั้นคือ นาย Paul Volcker เลือกใช้นโยบายที่เรียกว่า Disinflationary Policy. Volcker เลือกที่จะจัดการปัญหาเงินเฟ้อก่อน ในปลายปี 1979 และปี 1980 หลังจากที่อเมริกาอยู่ในภาวะ "double digit inflation" มาหลายปี Volcker ใช้นโยบายขึ้นดอกเบี้ยจนกระทั่งดอกเบี้ยในตลาดเงินสูงกว่า 20% เพื่อที่จะเอาเงินเฟ้อให้อยู่หมัด

คุยมาตั้งนาน แล้วมันเกี่ยวกับเราอย่างไร? อาจจะเกี่ยวตรงนี้ละครับ ในระยะหลังที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นไปเกือบ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปีที่แล้วมีการกล่าวกันว่า โลกของเราจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation อีกหรือไม่ เพราะนอกเหนือจากเรื่องราคาน้ำมันแล้ว เรื่องอื่นๆ ก็ดูคลับคล้ายคลับคลากับเหตุการณ์ในอดีต เช่น เรื่องการชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (ในอเมริกา) และความไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควรในการคุมระดับราคาสินค้า บังเอิญโชคดี ราคาน้ำมันหลังจากนั้นก็ปรับตัวลดลงมาตามลำดับ อยู่ที่ระดับประมาณ 60 กว่าดอลลาร์/บาร์เรล ในปัจจุบัน

หันมาดูบ้านเราบ้าง ในขณะนี้ ดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลงอย่างที่รู้กันตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ดอกเบี้ยอ้างอิงทางการ (R/P 1วัน) ลงมาแล้ว 1% ก็มีหลายท่านทำนายว่า ดอกเบี้ยน่าจะลดลงไปได้อย่างน้อยอีก 1% ในปีนี้ ผมก็อยากจะบอกว่า มีความเป็นไปได้มากที่จะเป็นเช่นนั้น แต่อยากจะบอกเพิ่มเติมอีกนิดว่า ที่เราคุยกันเรื่อง Stagflation มายืดยาวนี้ ก็อยากจะบอกว่าอย่าลืมปัจจัยด้านราคาน้ำมันไว้บ้าง ผมเชื่อว่า หากราคาน้ำมันไม่ขึ้นเข้าขั้นโอเวอร์ไปถึง 80 ดอลลาร์หรือกว่านั้น / บาร์เรล ทางการไทยก็คงจะมีความสบายใจในการลดดอกเบี้ยลงมาตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็คงจะเห็นดอกเบี้ยชะลอการลง อาจจะไม่ถึงอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ตามที่คาด และหากกระแส Volcker กลับมามีอิทธิพลใหม่ ก็อาจจะเห็นดอกเบี้ย U-TURN ได้

(ทั้งนี้ต้องตามดูราคาน้ำมันเป็นเกณฑ์สำคัญ และก็ไม่ต้องฟังอีกครั้งหนึ่งด้วย)

http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2007q2/2007april25p2.htm


วิทย์

แพทย์ใช้ทุน
Post : 303   
เมื่อ 29/11/2550 8:56:48

stagflation คือภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ เงินฝืดเคือง คนไม่ค่อยกล้าใช้จ่าย แต่สินค้าและ

ข้าวของที่จำเป็น ที่ดิน และน้ำมัน กลับราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ( นั่นคือ เศรษฐกิจฝืด

เคือง แต่เงินเฟ้อ )

ในทางเศรษฐศาสตร์นั้น ยังไม่มีทางแก้ เพราะหากแก้ เศรษฐกิจฝืด ใด ๆ ก็ตาม เงินก็จะ

เฟ้อขึ้นมาอีก ทำให้ปัญหาไม่ถูกแก้ ในทางกลับกัน หากควบคุมราคาสินค้าไม่ให้เฟ้อ

ผู้ประกอบการก็จะอยู่ไม่ได้ ทำให้ เศรษฐกิจฝืด หนักเข้าไปอีก

ภาวะนี้ เกิดขึ้นเมื่อ เศรษฐกิจโลกอย่างในช่วงขาลง แต่ดันมี การ " เก็งกำไร " อย่างหนัก

และชั่วร้าย ของ hedgefund ( hedgefund คือใครเหรอ ก็อเมริกา เองนั่นแหละ ครอง

hedgefund 3 ใน 4 ของ โลก ) จะไม่โทษจีน นะ เพราะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา และ

ทรัพยากรที่ใช้ก็สมเหตุสมผล แต่ hedgefund นั่นแหละ กักตุนทำไม

สรุปคือ อเมริกา กำลังทำกำไรจาก hedgefund ได้อย่างมาก ซึ่งผลสุดท้ายแล้ว

hedgefund จะทำลาย เศรษฐกิจของอเมริกา อย่างหนัก จนสุดท้ายจะล่มสลายไปเอง

( รวมทั้ง hedgefund ด้วย เพราะโลกไม่ได้มีทรัพยากรมากขนาด ให้กักตุนกันได้ )

กลไกทางการเงินของเศรษฐศาสตร์ ใด ๆ ก็แก้ไม่ได้ แต่ไม่ต้องตกใจ ยังมีทางแก้ในที่สุด

ทางแก้ก็คือ ปล่อยให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างหนักประมาณ 10-20 ปี จน hedge fund ล่ม

สลาย และมีการเปลี่ยนสมดุล และการกระจายอำนาจทางการเงิน ให้สมดุลกว่านี้ ก็จะกลับ

สู่ยุคเฟื่องฟูได้อีกครั้ง ตามวัฏจักรเศรษฐกิจ

-------------------------------

ขณะนี้มีหลักฐานที่มีน้ำหนักมาก แล้วว่ามีภาวะ stagflation เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว คือ

โลหะหลัก และวัตถุดิบ เช่น ทองแดง สังกะสี เหล็ก กำลังราคาร่วงอย่างหนัก แต่

โลหะมีค่า และของที่ใช้แทนสิ่งมีค่า เช่น ทองคำ และน้ำมัน ยูเรเนียม กำลังขึ้นราคาอย่าง

รวดเร็ว ทะลุได้ทุกแนวต้าน

จึงฟันธงได้ทันทีว่า stagflation เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว แต่ ดูเหมือน hedgefund ยังไม่หยุด

เก็งกำไรเลย

subprime เป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น ปัญหายังไม่จบแน่นอน

โดยปกติ เมื่อเรื่มเกิด stagflation แล้ว เศรษฐกิจจะยังไม่พัง เพราะทุกประเทศจะมี

ภูมิต้านทานทางการเงิน และ กว่ากระบวนการผลิตจะชะงัก และขาดทุน จะกินเวลา

ประมาณ 3-6 เดือน ( ช่วงสงบก่อนพายุจะมา ) หลังจากนั้นปัญหา จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

และแก้ไขไม่ได้ จนกว่าจะพินาศ หรือ hedgefund ตายไปนั่นเอง ซึ่งจะกินเวลาไม่เกิน

10-20 ปี

เตรียมตัวรับแรงกระแทก และยินดีต้อนรับเข้าสู่ยุค ตกต่ำ ในอีก 6 เดือน ซึ่งจะยาวนาน

ประมาณ 10 ปี

megaproject ของเราก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อ

ให้หลีกเลี่ยงหุ้นก่อนนะ ช่วงนี้ และค่อยซื้อในอีกประมาณ 6 เดือน ตอน set ประมาณ

720 หรือตอนที่ทุกคนกำลังกลัว เพราะเศรษฐกิจตกต่ำไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นคือโอกาส

กลยุทธ์ตอนนี้คือ เก็บเงินสดเอาไว้ รอโอกาสใหญ่ในอีก 6 เดือน ถึง 1 ปี

ตอนนี้ถือ sport อยู่ตัวเดียวเพราะ ดูย้อนหลังมันขึ้นทุกรอบ แม้จะเศรษฐกิจตกต่ำ

เพียงแต่รอบนี้อาจขึ้นไม่มาก

อีกทางแก้หนึ่งคือออกกฏหมาย ห้าม hedgefund ดำเนินการ หรือจำกัดการดำเนินการ

ให้น้อยกว่า 30 % โดยด่วน มิฉะนั้น

WE all .... Will be Doom !!! ( ทำไมเราต้องโดนในสิ่งที่เราไม่ได้ก่อด้วยฟะ นึกถึง

เหตุการณ์ก่อน ฮิตเลอร์ ทำสงครามโลกครั้งที่ 2 เลย )

ปล. แค่ความเห็นหนึ่งนะครับ แลกเปลี่ยนกัน อย่าซีเรียส ( เพราะมันเกิดขึ้นแน่นอน

จึงไม่ต้องไป ซีเรียสหาทางแก้ )

อ่อ ๆ ลืม อธิบายลักษณะของ stagflation เลย คือ

คนที่เคยทำงานได้เดือนละ 20000 บาท 2 คน คนหนึ่งอาจถูกลดเงินเดือนเหลือ 15000 บาท ส่วนอีกคนถูกเชิญออก เพราะไม่มีเงินจ้าง

คน ๆ เดียวกันนั้นเคยกินมาม่าซองละ 5 บาท เติมน้ำมันลิตรละ 28 บาท ขึ้นทางด่วน 40 บาท กินเหล้าขวดละ 300 บาท
หลังจากถูกลดเงินเดือน หรือถูกเชิญออก คนๆ นั้นต้องกินมาม่าซองละ 7 บาท เติมน้ำมันลิตรละ 35 บาท ขึ้นทางด่วน 50 บาท เรื่อง
กินเหล้าเหรอ คงไม่เหลือเงินกินแล้ว เพราะขวดละ 450 บาทแน่ะ ( หรือจะกินเหล้าอย่างเดียวดี เอิ้ก ๆ )

เราจะต้องทำงานหนักกว่าเดิมอีก 20 % เพียงเพื่อจะพอให้อยู่ได้ นั่นคือต้องทำโอที เกือบทุกวัน
เราจะต้องทำงานหนักกว่าเดิมอีก 30 % จึงจะอยู่ได้เหมือนเดิม

ทำไมเราต้องปล่อยให้อเมริกา ครองทรัพยากร ไทย และโลก 3/4 ด้วย ..... ทำไม !

อย่าบอกว่า อเมริกาไม่ได้ครอบครอง เพราะถ้าไม่ได้ครอบครอง แล้วทำไมราคาสินค้าถึงขึ้น ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจตกต่ำ

กำลังของ hedgefund ขณะนี้เทียบได้กับ พระเจ้าอเลกซานเดอร์มหาราช ร่วมมือกับ กุบไลข่าน และ จูเลียส ซีซาร์ โดยมีกุนซือคือ

จูกัดเหลียง ขงเบ้ง , ซุนวู , อริสโตเติส และอัลเบริ์ตไอไสน์ โดยมีเป้าหมายคือยึดครอง เศรษฐกิจโลก และทรัพยากรโลก

ทำไมเราต้องรับผลกรรมที่เราไม่ได้ก่อ และต้องซื้ออาหารในราคาแพงขึ้น เพื่อปรนเปรอให้กับ hedgefund ด้วย ทำไม !

( ลองฝึกเป็นฮิตเลอร์ ดู  )

http://www.medchula.com/question.asp?class=54&GID=1825
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

บอร์ดคุยกับปลาหมึก
http://www.doohoon.com/smf/index.php?board=15.0
https://www.facebook.com/plamuek76


Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #5 เมื่อ: 10/03/08 13:29:56 »

ขอบคุณค่ะพี่  plamuek76 เจ้าพ่อข้อมูล ตัวจริงนะนี่
                     
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
plamuek76
"หน้าด้าน กล้ามั่ว"
Moderator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,520



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 10/03/08 13:33:10 »

ขอบคุณค่ะพี่  plamuek76 เจ้าพ่อข้อมูล ตัวจริงนะนี่
                     

ใช้googleตลอดครับ มีประโยชน์มากๆ 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

บอร์ดคุยกับปลาหมึก
http://www.doohoon.com/smf/index.php?board=15.0
https://www.facebook.com/plamuek76


Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #7 เมื่อ: 10/03/08 13:34:28 »

ค่ะพี่  plamuek76  เดี๋ยว นานา ลองมั่ง  แต่แย่ตรงที่ไม่เก่ง IT หนะดิ
                               
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
ROOKIE
"หน้าด้าน กล้ามั่ว"
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,152



« ตอบ #8 เมื่อ: 10/03/08 13:43:05 »

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หุ้นพื้นฐานมั่นศึกษา ถึงเวลาเคาะI   E   Cสอนมากกูเบื่อ สอนเหลือกูเกลียด สอนละเอียดกูงง บอกตรงๆกูขี้เกียจ

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
Tubex
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,906


« ตอบ #9 เมื่อ: 10/03/08 13:48:47 »



   รู้ไหม ?  อเมริกากลัวใครมากที่สุด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
plamuek76
"หน้าด้าน กล้ามั่ว"
Moderator
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,520



เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 10/03/08 13:56:00 »

Stagflation…น่ากลัวอย่างไร?

ตำราเศรษฐศาสตร์เล่มหนึ่งได้เขียนภาพการ์ตูนที่แสดงถึงการตอบปัญหาเศรษฐกิจไว้สองภาพ คำถาม ก็คือ "เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำจะทำอย่างไร" ภาพแรกตัวการ์ตูนบอกว่า "ออมเงิน ซิจะได้ไม่ลำบาก" แต่ภาพที่สอง ตัวการ์ตูนตัวเดียวกันกลับพูดว่า "ต้องช่วยกัน ใช้เงิน เยอะๆ จะได้กระตุ้นเศรษฐกิจ" คำตอบทั้งสองดูเหมือนขัดแย้งกัน แต่เป็นคำตอบที่ถูกทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกคำตอบได้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจหรือไม่

ภาพการ์ตูนข้างต้นเป็นตัวอย่างที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเวลานี้ ซึ่งนักวิชาการเศรษฐศาสตร์เกรงกันว่า เศรษฐกิจของประเทศจะเข้าสู่ภาวะชะงักงัน หรือ stagflation ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะแก้ไขได้ยากมาก เพราะไม่แน่ใจว่าจะใช้คำตอบใดที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด

Stagflation ทำไมจึงน่ากลัว

"Stagflation" เป็นการรวม 2 แนวคิดเข้าด้วยกัน คือ stagnation ซึ่งหมายถึง ภาวะเศรษฐกิจซบเซา และ inflation หรือเงินเฟ้อ (stagflation = stagnation + inflation) อาการของเศรษฐกิจในภาวะ stagnation จึงมี 2 ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ เศรษฐกิจซบเซา ซึ่งอาจสะท้อนออกมาทางอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นภาวะที่ผิดปกติ และไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเศรษฐศาสตร์สำนักเคนส์ ซึ่งระบุว่า กลไกตลาดจะมีปัญหาการขาดเสถียรภาพในตัวเองเสมอ เพราะในยามที่เศรษฐกิจขยายตัว (อัตราการว่างงานต่ำ) อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว (อัตราการว่างงานสูง) อัตราเงินเฟ้อจะต่ำ ดังนั้น เป้าหมายการว่างงานในระดับต่ำและอัตราเงินเฟ้อต่ำ จึงมีความขัดแย้งกันเสมอ ผู้บริหารเศรษฐกิจจึงต้องเลือกเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง แต่ในภาวะ stagflation กลับสูญเสียทั้งสองเป้าหมายไปพร้อมๆ กัน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : 26 ธันวาคม พ.ศ. 2550 07:00:00

Stagflation เป็นภาวะที่เกิดจากปัจจัยด้านอุปทาน (supply shock) ส่งผลทำให้ผลผลิตลดลงอย่างรวดเร็ว หรืออุปทานมวลรวมลดลงทันที ซึ่งไม่ได้เกิดจากกลไกราคา หรือระดับราคาสินค้าที่ลดลง แต่เป็นการลดลงของอุปทานมวลรวม ณ ทุก ๆ ระดับราคาสินค้า เมื่อผู้ผลิตผลิตสินค้าลดลง จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง และทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น

ในอดีต stagflation เกิดขึ้นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกายุคทศวรรษ 1970 อัตราเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 12 อัตราว่างงานสูงเกือบร้อยละ 9 ซึ่งสาเหตุของปัญหาดังกล่าวมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้นไปกว่าร้อยละ 400 จากราคาเดิม สำหรับในประเทศไทยเคยเกิดภาวะ stagflation เมื่อปี 2523 ในเวลานั้น อัตราเงินเฟ้อสูงเกินกว่าระดับร้อยละ 10 เนื่องจากราคาน้ำมันในประเทศสูงขึ้นกว่าร้อยละ 40 และทำให้เศรษฐกิจตกต่ำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

แก้ปัญหา Stagflation ใช้นโยบายอะไรดี

หากจำแนกประเภทของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในแง่ทฤษฎีสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ นโยบายการบริหารด้านอุปสงค์ (Demand management macroeconomic policy) ประกอบด้วย นโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ส่วนนโยบายด้านอุปทาน (Supply-side macroeconomic policy) ประกอบด้วย นโยบายการคลัง เฉพาะที่เกี่ยวกับภาษีและกฎระเบียบต่างๆ และการเพิ่มผลิตภาพของปัจจัยการผลิตทั้งแรงงานและทุน

นโยบายด้านอุปสงค์สามารถจัดการได้ผลรวดเร็ว จึงสามารถแก้ปัญหาเร่งด่วนได้ แต่ข้อเสีย คือเกิดภาวะได้อย่างเสียอย่าง (trade off) ระหว่างเป้าหมายด้านการเติบโตและเสถียรภาพ การแก้ปัญหาของตัวการ์ตูนข้างต้นด้วยการออม หรือใช้จ่ายเงินจัดอยู่ในนโยบายด้านอุปสงค์เช่นกัน

ส่วนนโยบายด้านอุปทานมักให้ผลระยะยาว ทำให้เกิดการเติบโตแบบยั่งยืนไปพร้อมๆ กับการรักษาเสถียรภาพ จึงเป็นการแก้ปัญหา stagflation ที่ต้นเหตุของปัญหา เนื่องจาก stagflation เกิดจากปัจจัยด้านอุปทาน ส่วนผลเสียของนโยบายด้านอุปทานคือ ไม่สามารถจัดการและแก้ปัญหาเร่งด่วนได้ นโยบายทั้งสองด้านนี้ จึงมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน จึงจำเป็นที่รัฐบาลควรเลือกใช้นโยบายทั้งสองด้านอย่างเหมาะสม และควรใช้นโยบายทั้งสองด้าน เพื่อแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาวไปด้วยกัน

เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะงักงันหรือยัง

ภาวะราคาน้ำมันที่กดดันเงินเฟ้ออยู่ในปัจจุบัน ทำให้มีการวิเคราะห์กันว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ stagflation คล้ายคลึงกับที่เคยเกิดขึ้นในยุควิกฤตการณ์น้ำมันทศวรรษ 1970 ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมๆ กับเกิดปัญหาเงินเฟ้อ

เมื่อพิจารณาภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันถือว่ายังห่านงไกลจาก stagflation เพราะครึ่งปีแรกของปีนี้ อัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.3 ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากครึ่งแรกของปี 2549 ที่เคยขยายตัวร้อยละ 5.0 แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับที่รับได้ ขณะที่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ คือไม่เกินร้อยละ 2 ส่วนอัตราเงินเฟ้อในเดือนตุลาคมที่อยู่ร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยช่วงที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศพื้นตัวไม่หวือหวา ทำให้ระดับราคาสินค้าไม่สูงขึ้นมากนัก และถึงแม้ว่ามีแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น แต่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ยังช่วยบรรเทาผลกระทบลงไปได้พอสมควร

อย่างไรก็ตาม สำหรับระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางต่อการเกิดภาวะ stagflation มาก เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนไม่ฟื้นตัว ขณะที่การส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาครัฐอาจมีความล่าช้า เพราะรัฐบาลหน้าจะเป็นรัฐบาลผสม

ประเทศไทยจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิด stagflation หากมีแรงกดดันต่อเงินเฟ้อจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากเกิดสงคราม และการลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม ประกอบกับปัญหาซับไพร์มที่จะแสดงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น

พรรคการเมืองต่างๆ จึงต้องตอบให้ได้ว่า "จะมีนโยบายแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างไร"

ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ศึกษาธุรกิจและรัฐบาล มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

http://kawthoung.blogspot.com/2007/12/stagflation.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

บอร์ดคุยกับปลาหมึก
http://www.doohoon.com/smf/index.php?board=15.0
https://www.facebook.com/plamuek76


Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,293


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 10/03/08 14:00:49 »

  เข้าใจขึ้นอีกนิดนึง ขอบคุณค่ะ plamuek76
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
pk
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,181


« ตอบ #12 เมื่อ: 10/03/08 14:20:50 »

คำเท่ห์ๆมักมีเรื่องราวให้ติดตามอีกยาว...เหมือนกับชื่อเท่ห์ๆก็มีอะไรน่าสนใจกว่าคนทั่วไป...แหล่งความรู้น่ะค่ะ Cheesy
ยินดีต้อนรับค่ะ  คุณredford   อีกหน่อยชื่อคุณต้องถูกบันทึกไว้ในtop ten memberแน่ๆค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
จา..
GAME PERCEPTION
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20,168



« ตอบ #13 เมื่อ: 10/03/08 14:47:03 »

ถ้าเทียบ Stagflation กับ deflation อันไหนแรงกว่าคะ?

deflation= ทั้งเฟ้อ + ทั้งฝืด   

ของก็แพง แต่คนไม่มีเงินจ่าย

ถ้ำจำไม่ผิด เป็นความรุนแรงของภาวะที่เศรษฐกิจอเมริกา ที่ซบในรอบก่อน

แต่รอบนี้ ลุงบัฟเฟตต์บอกว่า ถดถอยแล้ว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุมมองตลาด สไตล์จา..http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=25834.2698
พบกันที่อาศรมดูหุ้นวนาราม-ห้องสนทนากรรมฐาน  http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=15373.1939

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
zefilo
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 161


« ตอบ #14 เมื่อ: 10/03/08 15:19:08 »

Stagflation = Stagment(การว่างงาน) + Inflation(เงินเฟ้อ)
แย่กว่าdeflationอีกนะคับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

It depends on ...

Re: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation
Tungong
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,074



« ตอบ #15 เมื่อ: 10/03/08 16:23:09 »

ขอบคุณปลาหมึกครับ
 Cheesy Cheesy Cheesy
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์ 
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: คำเท่ห์ๆ มาอีกแล้ว Stagflation « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!