ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
23/09/14 05:14:02

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
940,726 กระทู้ ใน 84,315 หัวข้อ โดย 14,011 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: teembanchang
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
:
ดูหุ้น  |  หุ้น ดูหุ้นดอทคอม  |  หุ้น  |  หัวข้อ: 'ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์' 1 ปี 3,000 ล้านบาท ทำได้หรือ? 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: 'ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์' 1 ปี 3,000 ล้านบาท ทำได้หรือ?  (อ่าน 5228 ครั้ง)

'ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์' 1 ปี 3,000 ล้านบาท ทำได้หรือ?
admin
doohoon
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85,545



« เมื่อ: 23/02/08 10:49:17 »

'ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์' 1 ปี 3,000 ล้านบาท ทำได้หรือ?

หลังจากประกาศ..ปั๊มรายได้แบบเติบโต “ก้าวกระโดด” แต่เพียงแค่ “ก้าวแรก” ของ บมจ.แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) กับโปรเจค “Six By Nine” หรือ มียอดขาย 6,000 ล้านบาท ภายในปี 2009 (ปี 2552) แค่ปี 2007 (ปี 2550) ก็ “สะดุด” เสียแล้ว กับเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงสองปี ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ยังถือคติเมื่อ “ขี่หลังเสือ” แล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อ ภายใต้แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นที่อยากเห็น หุ้น AIT ไปไกลกว่านี้


----------------------------------------

ความหวังคือปรารถนาในสิ่งที่เรายังไม่มี ตั้งไว้แต่พอประมาณ "กระตุ้นตัวเอง" ตั้งไว้มากเกินไป "ทำลายตัวเอง" ตั้งไว้ต่ำๆ กำไรออกมาสูง ได้ "เลื่อนขั้น" ตั้งไว้สูง แล้วทำไม่ได้ ชื่อเสียงเสื่อม..ไม่หวนคืน

--------------------------------------


ในปี 2550) ที่ผ่านมา แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น ทำยอดขายได้เพียง 1,646.59 ล้านบาท ลดลงจากปี 2549 ที่ทำไว้ 2,278.46 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขกำไรสุทธิก็ "หล่นฮวบ" จาก 197.17 ล้านบาท ลงมาเหลือ 93.91 ล้านบาท

ตามแผนในปี 2551 “บันไดขั้นที่สอง” บริษัทจะต้องปั๊มรายได้ ให้ถึง 3,000 ล้านบาท แล้วจึงจะกระโดดเป็น 6,000 ล้านบาท ในปี 2552 ถ้ามองจากมุมปัจจุบัน ก็ต้อง "แหงนมองเป้าหมาย" ที่อยู่ไกลลิบ ภายใต้เงื่อนไขเวลาที่กระชั้นเข้ามาทุกที...จะทำได้อย่างไร

“ปี 2550 ถือเป็นปีที่ไม่ปกติ ทำให้เราไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ คือ โต 30%” ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี กล่าวโทษความไม่แน่นอนทางการเมือง และการมีรัฐบาลชั่วคราวส่งผลให้งบประมาณเบิกจ่ายล่าช้าถึง 3 เดือน รายได้เลยหลุดเป้าไปเยอะ และไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ คือ มีรายได้ 2,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 170 ล้านบาท

ศิริพงษ์ ชี้แจงว่า ผลกำไรจริงๆ ในปี 2550 ควรจะอยู่ที่ 134 ล้านบาท ที่เห็นเพียง 94 ล้านบาทนั้น เกิดจากการตั้งสำรองการด้อยค่าของอุปกรณ์ที่ลงทุนไว้จำนวน 40 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีงานเข้ามา เผลอๆ อาจได้เงินส่วนนี้กลับคืนมา ถ้าธุรกิจเดินหน้าไปได้ด้วยดี

ถึงแม้ปีที่ผ่านมาจะ “หลุดฟอร์ม” ไปเยอะ และผิดคำพูดไปแล้วครั้งหนึ่ง ขอแก้ตัวในปี 2551 ตอนแรกเราตั้งเป้ารายได้โตขึ้น 50% แต่ดูจากโอกาสที่เข้ามาแล้ว เราน่าจะโตได้มากกว่านี้อีก จึงขอปรับเป้าเป็นโต 80% แทน เนื่องจากงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ของบริษัท 80% เริ่มมีการเบิกจ่ายตามปกติแล้ว

ส่วน Backlog ที่ยังค้างรอการรับรู้รายได้ในปีนี้ กว่า 2,000 ล้านบาท บวกกับระยะเวลาที่เหลืออีก 10 เดือน เป้าหมายรายได้ 3,000 ล้านบาท จึง "ไม่น่าพลาด"

ศิริพงษ์ บอกว่า สำหรับปีนี้ บริษัทตั้งเป้าจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ที่ระดับ 25% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ 8.6% เป็นตัวเลขเท่ากับปีที่แล้ว เนื่องจากปีนี้ ไม่ต้องตัดค่าเสื่อมจากการลงทุนอุปกรณ์อีกแล้ว และมีรายได้เข้ามาที่แน่นอนมากขึ้น

แต่ทว่าเป้าหมายรายได้ 6,000 ล้าน ภายในปี 2009 (ปี 2552) หรือแผน "Six By Nine" นั้น ยังเป็นแรงกดดันสำคัญ ซึ่ง ศิริพงษ์ ยังมั่นใจลึกๆ ว่า "น่าจะทำได้" และโปรเจคนี้ คือการ "ลิงค์" ไปที่ราคาหุ้น AIT โดยตรง

ถ้าประเมินจากความเป็นไปได้ ก็ต้องบอกว่า "ยาก" ในปี 2550 มีรายได้รวม 1,646 ล้านบาท จะกระโดดไปเป็น 3,000 ล้านบาท ในปีนี้ และ 6,000 ล้านบาท ในปีหน้า หมายถึงการโต 1 เท่าตัวถึง 2 ปีซ้อน มีแค่ปาฏิหาริย์เท่านั้น

เขาบอกว่า ทางเดียว คือ บริษัทจะต้อง "ขยายตัวเอง" ออกไป ทั้ง “แนวกว้าง” คือ การหาลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่น สถาบันการเงิน และ “แนวดิ่ง” คือ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมา รวมถึงในปีนี้ จะเปิดตลาดใหม่ในอีก 3 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม จะมุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าภาคเอกชนเป็นหลัก

ที่สำคัญ แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จะเติบโตไปคนเดียวไม่ได้ การจะมีรายได้ตามเป้าหมาย Six By Nine คงต้องหา "พันธมิตรธุรกิจ" มาร่วมด้วยถึงจะสำเร็จ

ที่ผ่านมา ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนแล้ว 2 บริษัท คือ บริษัท เมเปิ้ลพลัส จำกัด ดำเนินธุรกิจจัดทำระบบแผนที่สารสนเทศ หรือ GIS (Geography Information System) มีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท บริษัท ถือหุ้น 55% คาดว่าในปีนี้ จะสามารถทำรายได้ 50 ล้านบาท และ บริษัท แบงค์เสริฟ จำกัด ทำการตลาดกับกลุ่มสถาบันการเงิน และภาคอุตสาหกรรม มีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท บริษัทมีหุ้นอยู่ 80% คาดว่าจะทำรายได้ในปีแรก ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

ล่าสุด เพิ่งอนุมัติจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท Sojitz Coporation ประเทศญี่ปุ่น มีทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท โดย บริษัทถือหุ้น 70% และ Sojitz ถือหุ้น 30% ทำธุรกิจบริการซ่อมบำรุงรักษา และ Outsource ให้กับ บริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในไตรมาส 3 และจะมีรายได้ในปีแรกกว่า 200 ล้านบาท

เขายังเปิดเผยด้วยว่า อยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนในลักษณะเดียวกันนี้อีก 3 บริษัททางไอที แต่อาจจะเป็นคนละเซคเตอร์กับที่บริษัทเคยทำมาก่อน สำหรับ “โมเดล” การจัดตั้งบริษัทร่วมทุน จะยึดนโยบายถือหุ้นสัดส่วน "เกินครึ่ง" เพื่อสิทธิในการบริหารงานอย่างเต็มที่ และต้องเป็นการรวมกันแบบ 1+1 เท่ากับ 3

ส่วนคำถามที่ว่า เหลือเวลาเพียงแค่ 1 ปี 10 เดือน แผนการ Six By Nine จะสำเร็จหรือไม่ ศิริพงษ์ กล่าวว่า ผลจากการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนอาจยังไม่เห็นผลในปีแรก แต่พอขึ้นถึง "ปีที่สอง" ถ้าระบบที่วางไว้ลงตัวมันจะโตแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว

ความหวังคือปรารถนาในสิ่งที่เรายังไม่มี ตั้งไว้แต่พอประมาณ "กระตุ้นตัวเอง" ตั้งไว้มากเกินไป "ทำลายตัวเอง" ตั้งไว้ต่ำๆ กำไรออกมาสูง ได้ "เลื่อนขั้น" ตั้งไว้สูง แล้วทำไม่ได้ ชื่อเสียงเสื่อม..ไม่หวนคืน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์ 
ดูหุ้น  |  หุ้น ดูหุ้นดอทคอม  |  หุ้น  |  หัวข้อ: 'ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์' 1 ปี 3,000 ล้านบาท ทำได้หรือ? « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!