ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24/11/14 12:03:18

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
948,205 กระทู้ ใน 85,735 หัวข้อ โดย 14,262 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: deawintania
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
:
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: D1 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: D1  (อ่าน 8265 ครั้ง)

D1
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,297


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
D1
« เมื่อ: 19/12/07 08:41:55 »

08:37  19/12/2007 
D1 :แจ้งจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด


--SET
ที่ D1EA070210
                                                         
                                                        วันที่ 18 ธันวาคม 2550

เรื่อง   แจ้งจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด

เรียน   กรรมการและผู้จัดการ
       ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

            ด้วยที่ป ระชุมคณะกรรมการบริษัท ดราก้อ น วัน จำกัด (มหาชน) ("บริษัท ฯ") ครั้งที่ 10/2550
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ได้มีมติอนุมัติกำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด
และ/หรือผู้ลงทุนสถาบันจำนวน 15,000,000 หุ้น ตามที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2550 เมื่อวันที่ 
30 มีนาคม 2550 มีรายละเอียด ดังนี้
            1. บุคคลในวงจำกัดที่ได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท
                1) นายบุญรัตน์ วิญญุกานนท์                                  จำนวน 5,000,000 หุ้น
                   นายบุญรัตน์ฯ เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินที่สนใจลงทุนในบริษัท
                2) นายธนชัย ชัยกิตติวนิช                                    จำนวน 5,000,000 หุ้น
                   นายธนชัยฯ เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินที่สนใจลงทุนในบริษัท
                3) นายสุรเดช จงยิ่งศิริ                                     จำนวน 5,000,000 หุ้น
                   นายสุรเดชฯ เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินที่สนใจลงทุนในบริษัท
             2. ราคาเสนอขายต่อหุ้น : 1 บาท ต่อหุ้น ซึ่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 (เก้าสิบ) ของราคาตลาด ซึ่ง
คำนวณโดยอิงกับราคาซื้อขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์รวม 7 วันทำการก่อนวันที่คณะกรรมการ
มีมติในครั้งนี้(คำนวณจากราคาปิดระหว่างวันที่ 6 - 17 ธันวาคม 2550 ราคาหุ้นละ 0.70 บาท)
            3. ระยะเวลาเสนอขาย : 18 ธันวาคม 2550 ถึงภายในวันที่ 31 มกราคม 2551
            4. ระยะเวลาชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน : ภายในวันที่ 31 มกราคม 2551
            5. วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเพิ่มทุน
                1) เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้ในการประกอบกิจการของบริษัท
                2) มีเงินลงทุนเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจใหม่ในอนาคต
             ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธาน
เจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้พิจารณา กำหนด แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม เงื่อนไข รายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้บริษัทได้รับประโยชน์สูงสุด

            จึงเรียนมาเพื่อทราบ

                                                                   ขอแสดงความนับถือ


                                                              (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                                                      กรรมการ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: D1
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #1 เมื่อ: 08/03/08 01:19:34 »

 D1 ประกาศเพิ่มทุน 463.01 ล้านหุ้น ขายผถห.เดิม 2 ต่อ 1 หุ้นละ 0.50 บ.-แจก
วอร์แรนต์ฟรี 3 ต่อ 1-ขาย PP หุ้นละ 0.70 บ.


     นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์    กรรมการ  บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด
(มหาชน) (D1) เปิดเผยว่า  ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 3/2551 ของบริษัท ซึ่ง
ประชุมเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2551 ได้มีมติที่สำคัญซึ่งสรุปได้ดังต่อไปนี้
              1. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ
จากจำนวน 650,000,000 บาท เป็นจำนวน 536,017,552 บาท โดยยกเลิกหุ้นสามัญ
ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้จำหน่าย จำนวน 113,982,448 หุ้น (ยกเว้นหุ้นที่
สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทฯ
จำนวน 150,000,000 หุ้น)
              2. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของ
บริษัท ข้อ 4 เรื่อง ทุนจดทะเบียนเพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียนของ
บริษัทข้างต้นโดยให้ใช้ข้อความใหม่ เป็นดังนี้
                               ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน                536,017,552 บาท
(ห้าร้อยสามสิบหกล้านหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยห้าสิบสองบาท)
                                       แบ่งออกเป็น                     536,017,552 หุ้น  (ห้าร้อยสาม
สิบหกล้านหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยห้าสิบ สองหุ้น)
                                       มูลค่าหุ้นละ                      1 บาท (หนึ่งบาท)
                                       โดยแบ่งออกเป็น
                                       หุ้นสามัญ                        536,017,552 หุ้น
                                                                     (ห้าร้อยสามสิบหกล้านหนึ่งหมื่น
เจ็ดพันห้าร้อยห้าสิบ
                                                                     สองหุ้น)
              3. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเพิ่มทุนของบริษัทฯ จากจำนวน
536,017,552 บาท เป็น 999,035,104 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน
463,017,552 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
              4. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ
4. เรื่องทุนจดทะเบียน เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทข้าง
ต้น โดยให้ใช้ข้อความใหม่ ดังต่อไปนี้
                               ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน                999,035,104
บาท   (เก้าร้อยเก้าสิบเก้าล้านสามหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยสี่บาท)

                                     แบ่งออกเป็น                       999,035,104 หุ้น(เก้าร้อยเก้า
สิบเก้าล้านสามหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยสี่หุ้น)
                                     มูลค่าหุ้นละ                        1 บาท (หนึ่งบาท)
                                     โดยแบ่งออกเป็น
                                     หุ้นสามัญ                           999,035,104 หุ้น  (เก้า
ร้อยเก้าสิบเก้าล้านสามหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยสี่หุ้น) 
                5. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญ
แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญรุ่นที่ 1 (D1-W1) จำนวนไม่เกิน 193,008,776 หน่วย ให้
แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ 3 หุ้นเดิม ต่อ 1 หน่วยใบ
สำคัญแสดงสิทธิ ในราคาหน่วยละ 0.00 บาท โดยใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย
สามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท รายละเอียดปรากฏตาม
เอกสารแนบ 2 และให้คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจกำหนดและเปลี่ยนแปลงหลัก
เกณฑ์ เงื่อนไข และรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวกับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ
ได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ในกรณีที่สิ้นสุดระยะเวลาใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
ดังกล่าว หากมีใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวนที่เหลือจากการใช้สิทธิ บริษัทจะดำเนินการ
ยกเลิกใบสำคัญแสดงสิทธิที่เหลืออยู่ทั้งจำนวน
            6. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญใหม่จากการเพิ่ม
ทุนจดทะเบียนจำนวน 463,017,552 หุ้น ดังนี้
                 ก) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 193,008,776 หุ้น เสนอขายให้
แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 24 มีนาคม
2551 ตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ หากมีเศษของหุ้น
เหลือจากการคำนวณตามการจัดสรรดังกล่าว ให้ปัดเศษหุ้นนั้นทิ้ง ในราคาเสนอขาย
หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นบริษัทฯ กำหนดวันเสนอ
ขาย 5 วันทำการ ระหว่างวันที่ 21-25 เมษายน 2551 โดยผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิจองซื้อ
หุ้นใหม่เกินสิทธิของตนตามอัตราที่กำหนดไว้นี้ได้ ในกรณีหุ้นที่เหลือมีจำนวนน้อย
กว่าจำนวนหุ้นที่แสดงความจำนงไว้ ให้จัดสรรหุ้นที่เหลือให้แก่ผู้ถือหุ้นที่จองซื้อเกิน
สิทธิแต่ละรายตามสัดส่วนที่ใกล้เคียงที่สุดกับจำนวนหุ้นที่จองซื้อเกินสิทธิ โดยมอบ
อำนาจให้กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้มีอำนาจดำเนิน
การเกี่ยวกับการกำหนด เงื่อนไข การจัดสรรเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ตลอดจน
เงื่อนไขและรายละเอียดอื่นใดที่จำเป็นตามที่เห็นสมควร
                    กรณีที่หุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัด
ส่วนข้างต้น ให้จัดสรรและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน
และ/หรือผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะตามข้อ ข)
                ข) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 57,000,000 หุ้น เสนอขายให้แก่บุคคล
ในวงจำกัด และ/หรือผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ โดยกำหนด
ราคาเสนอขายหุ้นละ 0.70 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นบริษัทฯ
ทั้งนี้ ราคาเสนอขายดังกล่าวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ราคาตลาด ซึ่งคำนวณโดยอิงกับ
ราคาซื้อขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์รวม 7 (เจ็ด) วันทำ
การก่อนวันที่คณะกรรมการมีมติในครั้งนี้ โดยต้องดำเนินการเสนอขายให้แล้วเสร็จ
ภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติการเสนอขายหุ้น ซึ่งจะเป็นการ
เสนอขายครั้งเดียว หรือหลายครั้งก็ได้ ขึ้นกับความเหมาะสมของสภาวะตลาดเงิน
ตลาดทุน เพื่อให้บริษัทได้รับประโยชน์สูงสุด
                    และมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัท และ/หรือกรรมการผู้มีอำนาจ
และ/หรือบุคคลที่คณะกรรมการหรือกรรมการผู้มีอำนาจมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจใน
การพิจารณาและกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขาย
หุ้นตามข้อ ข) ดังกล่าว เช่น จำนวนหุ้นสามัญที่จะออกและเสนอขายในแต่ละครั้ง
ระยะเวลาจองซื้อ และการชำระเงินค่าหุ้น เป็นต้น รวมทั้งมีอำนาจในการลงนามใน
เอกสารใดๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีอำนาจดำเนินการต่าง ๆ อันจำเป็นและสมควรอันเกี่ยว
เนื่องกับการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการให้ข้อมูล การยื่น
เอกสารหลักฐานต่อสำนักงาน
   คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด กระทรวง
พาณิชย์ หรือ หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนเข้าจด
ทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
               ค) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 193,008,776 หุ้น (หนึ่งร้อยเก้า
สิบสามล้านแปดพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบหกหุ้น) เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดง
สิทธิของบริษัทที่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม (D1-W1)
               ง) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น (ยี่สิบล้านหุ้น)
เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัทที่จัดสรรให้กรรมการ ผู้
บริหาร และ/หรือพนักงานของบริษัท (D1-WA) ตามการปรับสิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ
ที่จะซื้อหุ้นสามัญที่จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของบริษัท (D1-
WA) อันเนื่องมาจากการออกและเสนอขายหุ้นสามัญใหม่แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาเสนอ
ขายต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาดของหุ้นสามัญบริษัท
                    นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็น
เพื่อการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงทุนที่ชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์เป็นคราว
ๆ ไป เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้ใช้สิทธิแปลงเป็นหุ้น
สามัญจนกว่าระยะเวลาการใช้สิทธิจะหมดลง
                  7. เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น อนุมัติการปรับข้อกำหนดสิทธิของใบสำคัญ
แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทที่จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน
และ/หรือที่ปรึกษาของบริษัท (D1-WA) ส่วนที่เกี่ยวกับอายุใบสำคัญแสดงสิทธิและ
กำหนดวันใช้สิทธิ โดยขยายอายุใบสำคัญแสดงสิทธิจาก 3 ปี เป็น 5 ปี ซึ่งกำหนดวัน
ใช้สิทธิครั้งสุดท้ายจะแก้ไขจากวันที่ 9 มีนาคม 2553 เป็นวันที่ 9 มีนาคม 2555
                 8. รับทราบการปรับสิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ที่จัดสรร
ให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของบริษัท (D1-WA) ในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้
สิทธิอีกจำนวน 150,000,000 หน่วย ทั้งนี้สืบเนื่องจากการที่บริษัทมีการออกหุ้นสามัญ
เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ในราคาหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งเป็นการเสนอขายที่ต่ำกว่า
ร้อยละ 90 ของราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท ส่งผลให้บริษัทต้องดำเนินการ
ปรับสิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น D1-WA ที่ยังเหลืออยู่ เพื่อให้เป็นไปตาม
เงื่อนไขการปรับสิทธิข้อ 3.7 (ค) ของข้อกำหนดสิทธิ ซึ่งอัตราการใช้สิทธิจะเปลี่ยน
แปลงไปตามสูตรการคำนวณที่ได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดสิทธิ
               9. มีมติให้แก้ไขวัน และวาระของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี
2551 จากเดิมกำหนดวันที่ 28 เมษายน 2551 เป็นวันที่ 9 เมษายน 2551 เวลา 8.00
น. ณ ห้องกัญญลักษณ์ ชั้น 3 โรงแรม โฟร์วิงส์ ซอยสุขุมวิท 26 ถนนสุขุมวิท
กรุงเทพมหานคร โดยมีระเบียบวาระประชุม ดังนี้
                      วาระที่ 1 รับรองรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2550
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2550
                      วาระที่ 2 พิจารณารับทราบรายงานผลการดำเนินงานในรอบปี 2550
                      วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบดุลและกำไรขาดทุน ประจำปี 2550 สิ้นสุด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550
                      วาระที่ 4 พิจารณาอนุมัติงดจ่ายเงินปันผล ประจำปี 2550
                      วาระที่ 5 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ
                      วาระที่ 6 พิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2551
                      วาระที่ 7 พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทนผู้
สอบบัญชีประจำปี 2551
                      วาระที่ 8 พิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยยกเลิก
หุ้นสามัญที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว   แต่ยังไม่ได้จำหน่าย (ยกเว้นหุ้นที่สำรองไว้เพื่อ
รองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะ ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ
                   วาระที่ 9 พิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ของ
บริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ
                   วาระที่ 10 พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท
                   วาระที่ 11 พิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ของ
บริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ
                   วาระที่ 12 พิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่
จะซื้อหุ้นสามัญให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม
                   วาระที่ 13 พิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่จากการเพิ่มทุนจด
ทะเบียน
                             13.1 จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 193,008,776 หุ้น
ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (D1-W1)
                             13.2 จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 57,000,000 หุ้น ให้แก่บุคคล
ในวงจำกัด และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ
                             13.3 จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 193,008,776 หุ้น
(หนึ่งร้อยเก้าสิบสามล้านแปดพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบหกหุ้น) เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบ
สำคัญแสดงสิทธิของบริษัทที่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม
                             13.4 จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น
(ยี่สิบล้านหุ้น) เพื่อรองรับการปรับสิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัทที่จัดสรรให้
กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของบริษัท (D1-WA)
                   วาระที่ 14 พิจารณาอนุมัติการปรับข้อกำหนดสิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ที่จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และ/หรือที่
ปรึกษาของบริษัท (D1-WA) ส่วนที่เกี่ยวกับอายุใบสำคัญแสดงสิทธิ และกำหนดวัน
ใช้สิทธิ
                   วาระที่ 15 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
            10. อนุมัติแก้ไขกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อกำหนดสิทธิ
ของผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 และเพื่อกำหนดสิทธิ
ของผู้ถือหุ้นเดิมในการได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จากวันที่ 8 เมษายน
2551 เป็นวันที่ 24 มีนาคม 2551 เวลา 12.00 น. จนกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นจะแล้ว
เสร็จ




 

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   07/03/08   เวลา   14:21:08

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: D1
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #2 เมื่อ: 08/03/08 01:23:12 »

  D1 แจงเพิ่มทุน-แจกวอร์แรนต์ เพื่อนำเงินไปลงทุนและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

   นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์  กรรมการ   บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด
(มหาชน) (D1) เปิดเผยว่า  บริษัทขอรายงานมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่
3/2551เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2551 เกี่ยวกับการเพิ่มทุนและจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน ดังนี้

1.       การลดทุน/การเพิ่มทุน
         ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติมติให้ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจาก
650 ล้านบาท เป็น 536,017,552บาท โดยการตัดหุ้นที่ยังไม่ได้นำออกจำหน่าย
จำนวน 113,982,448 หุ้น (ยกเว้นหุ้นที่สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญ
แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 150,000,000 หุ้น) และให้เพิ่มทุนจด
ทะเบียนของบริษัทจาก 536,017,552 บาท (ห้าร้อยสามสิบหกล้านหนึ่งหมื่นเจ็ดพัน
ห้าร้อยห้าสิบสองบาท) เป็น 999,035,104บาท (เก้าร้อยเก้าสิบเก้าล้านสามหมื่นห้า
พันหนึ่งร้อยสี่บาท) โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มจำนวน 463,017,552 หุ้น (สี่ ร้อยหกสิบ
สามล้านหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยห้าสิบสองหุ้น) มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท (หนึ่ง
บาท) รวมเป็นมูลค่า   463,017,552 บาท (สี่ร้อยหกสิบสามล้านหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้า
ร้อยห้าสิบสองบาท)

2.       การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน
         ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติให้จัดสรรหุ้นสามัญ จำนวน
463,017,552 หุ้น (สี่ร้อยหกสิบสามล้านหนึ่ง หมื่นเจ็ดพันห้าร้อยห้าสิบสองหุ้น) มูลค่า
ที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 463,017,552 บาทโดยมีรายละเอียด ดังนี้

         2.1 รายละเอียดการจัดสรร

                                                                                            ราคาขาย       
กำหนดจองซื้อ
                     จัดสรรให้แก่                          จำนวนหุ้น            อัตรา
ส่วน                       และ/หรือชำระค่า        หมายเหตุ
                                                                                           ต่อหุ้น (บาท)
                                                                                                                หุ้น
        1) เพื่ อ เสนอขายให้ แ ก่ ผู้ ถื อ หุ้ น                193,008,776         อัตรา
การ             0.50        5 วันทำการ             -
           เดิ ม ตามสั ด ส่ ว นการถื อ หุ้ น                                      ใช้
สิทธิ                         ตั้งแต่วันที่ 21-
                                                                         2 หุ้นสามัญที่                       25
เมษายน 2551
                                                                         ถืออยู่ :1 หุ้น
                                                                          สามัญใหม่
        2) เพื่ อ เสนอขายให้ แ ก่ บุ ค คลใน                  57,000,000              -
              0.70             (1)              -
            วงจำ กั ด และ/หรื อ ผู้ ล งทุ น
            สถาบั น
        3) เพื่ อ รองรั บ การใช้ สิ ท ธิ ข อง                193,008,776        อัตรา
การ              (2)              (2)              -
            ใบสำ คั ญ แสดงสิ ท ธิ ที่ จ ะซื้ อ                                    ใช้สิทธิ
            หุ้ น สามั ญ ของบริ ษั ท ที่ จ ะ                                     1 หน่วย
            ออกและเสนอขายให้ แ ก่ ผู้ ถื อ                                   ใบสำคัญแสดง

           หุ้ น เดิ ม (D1-W1)                                         สิทธิ:1 หุ้น
                                                                   สามัญเพิ่มทุน
     4) เพื่ อ รองรั บ การปรั บ สิ ท ธิ ข อง              20,000,000           -             -
                -            -
         ใบสำ คั ญ แสดงสิ ท ธิ ซึ่ ง ได้
         จั ด สรรให้ แ ก่ ก รรมการ
         ผู้ บ ริ ห าร และ/หรื อ พนั ก งาน
         ของบริ ษั ท (D1-WA)
     หมายเหตุ
              (1) คณะกรรมการจะเป็นผู้กำหนดจำนวนหุ้นที่จะเสนอขายในแต่ละครั้ง
รวมทั้งวัน เวลา ในการชำระเงินค่าหุ้นและราคาเสนอขายหุ้นในแต่ละครั้ง
              (2) วันกำหนดการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิจะดำเนินการภายหลังจาก
ที่บริษัทได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด
หลักทรัพย์ ทั้งนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธินี้จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท อัตราส่วน
การได้รับจัดสรร 3 หุ้นสามัญเดิม ต่อ ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1หน่วย กรณีมีเศษหุ้นให้
ปัดทิ้ง ราคาเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ คือ ศูนย์บาท ราคาใช้สิทธิ คือ หุ้นละ   1
บาท ซึ่งเท่ากับมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของบริษัท

     2.2        ในกรณีที่มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตาม
สัดส่วนในข้อ 1) ข้างต้น ให้จัดสรรและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัดและ/หรือผู้ลง
ทุนสถาบัน ตามที่ระบุไว้ใน 2) ข้างต้น

     2.3        จำนวนหุ้นคงเหลือที่ยังไม่ได้จัดสรร
                 - ไม่มี -

3.   กำหนดวันประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อขออนุมัติการเพิ่มทุน / จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน
     กำหนดวันประชุมสามัญประจำปี 2551 ในวันที่ 9 เมษายน 2551 เวลา 8.00 น. ณ
ห้องกัญญลักษณ์ ชั้น 3 โรงแรมโฟร์วิงส์ ซอยสุขุมวิท 26 ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหา
นคร และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นของบริษัท เพื่อสิทธิในการเข้าร่วม
ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าการ
ประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวจะแล้วเสร็จ

4.   การขออนุญาตเพิ่มทุน / จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและ
เงื่อนไขการขออนุญาต (ถ้ามี) ไม่มี ทั้งนี้ หากมีการเสนอขายหุ้นที่จัดสรรไว้เพื่อเสนอ
ขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม หรือเสนอขายให้บุคคลในวงจำกัด และ/หรือผู้ลงทุนสถาบันใน
แต่ละคราวหรือเมื่อมีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของ
บริษัท บริษัทจะทำการจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วต่อกระทรวงพาณิชย์และหลัง
จากนั้น บริษัท จะยื่นคำขออนุญาตจากตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้รับหุ้น
สามัญเพิ่มทุนดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนและเข้าทำการ ซื้อขายในตลาด
หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป


5.   วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนและการใช้เงินทุนในส่วนที่เพิ่ม
     เพื่อเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น เสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด
และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน และ เพื่อเป็นการรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ
ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (D1-W1) ที่เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม รวมถึงเพื่ อ รองรั
บ การปรั บ สิ ท ธิ ข องใบสำ คั ญ แสดงสิ ท ธิ ซึ่ ง ได้ จั ด สรรให้ แ ก่ ก รรมการ
ผู้ บ ริ ห ารและ/หรื อ พนั ก งานของบริ ษั ท (D1-WA) โดยเมื่อมีการเสนอขายหุ้นดัง
กล่าว บริษัทจะได้รับเงินเพิ่มทุนหลังจากมีการเสนอขายหุ้นหรือมีการใช้สิทธิซื้อหุ้น
สามัญแล้ว ซึ่งเงินเพิ่มทุนที่ได้รับนี้ บริษัท จะนำไปใช้เป็นเงินลงทุนและเงินทุนหมุน
เวียนภายในบริษัท ต่อไป

6.   ประโยชน์ที่บริษัทฯ พึงได้รับจากการเพิ่มทุน / การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน
     6.1       บริษัทจะมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงขึ้น
     6.2       บริษัทสามารถขยายการลงทุนได้มากขึ้น

7.   ประโยชน์ที่ผู้ถือหุ้นพึงได้รับจากการเพิ่มทุน/จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน
     7.1       การที่บริษัทมีโครงสร้างทางการเงินที่เข้มแข็งขึ้นจะส่งผลดีต่อมูลค่าหุ้น
ของบริษัทในอนาคต
     7.2       สร้างผลกำไรจากการลงทุน

8.   รายละเอียดอื่นใดที่จำเป็นสำหรับผู้ถือหุ้นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการ
ตัดสินใจในการอนุมัติการเพิ่มทุน/การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน
     รายละเอียดของการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นให้แก่ผู้ถือ
หุ้นเดิม (D1-W1) ที่แนบมาพร้อมนี้

9.   ตารางระยะเวลาการดำเนินการในกรณีที่คณะกรรมการบริษัท มีมติให้เพิ่มทุน/จัด
สรรหุ้นเพิ่มทุน

     9.1       วันประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2551 เพื่ออนุมัติ
ให้                                7 มีนาคม 2551
               จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนใหม่

     9.2       วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้า
ร่วม                                   24 มีนาคม 2551
               ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2551

     9.3       วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2551 เพื่ออนุมัติการจัด
สรร                               9 เมษายน 2551

     9.4       วันใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นเดิม                      5 วันทำการ
ตั้งแต่วันที่ 21-25   เมษายน 2551

     9.5       วันที่ออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด
และ/                               กำหนดในภายหลัง
               หรือผู้ลงทุนสถาบัน

     9.6      วันที่ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ
ของ                                 กำหนดภายหลังเมื่อได้รับอนุญาต
              บริษัทที่จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม (D1-W1)                                                จาก
สำนักงาน กลต. แล้ว


                                                                                                               
             








 

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   07/03/08   เวลา   14:27:31

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: D1
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #3 เมื่อ: 08/03/08 01:38:05 »

 Update/บิ๊ก D1 เปิดแผนลุยโรงไฟฟ้าเขมร ยอมรับปีหน้าต้องเพิ่มทุนอีกรอบ

   บิ๊ก D1 เผยเพิ่มทุน 463 ล้านหุ้น ขนเงินลุยโรงไฟฟ้าถ่านหินกัมพูชา ระบุจะ
จัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตร แย้มเตรียมขายหุ้นเพิ่มทุน PP 57 ล้านหุ้นให้
บริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง พร้อมเปิดแผนเตรียมจับมือพันธมิตรลงทุนโรงไฟฟ้า
กัมพูชาอีก 2 โรง มูลค่ากว่า 2 หมื่นลบ.เผยจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าในปี 2554
คาดผลตอบแทน 10-15% ยอมรับเพิ่มทุนรอบนี้ยังไม่พอขยายธุรกิจ ปีหน้ามีแผน
ระดมทุนเพิ่มอีก แต่ยันปีนี้พลิกมีกำไรแน่นอน รับดอกผลหลังทยอยลงทุนต่อเนื่อง


   นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด
(มหาชน) หรือ D1 เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่าเงินที่ได้จากการเพิ่มทุน
463.01 ล้านหุ้น ซึ่งจะขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม 2 ต่อ 1 หุ้น ละ 0.50 บาท รวมถึงแจก
วอร์แรนต์ฟรี 3 ต่อ 1 พร้อม ขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP) หุ้นละ 0.70 บาท
นั้นมีแผนจะนำไปลงทุนในโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประเทศกัมพูชา กำลัง
การผลิต 350 เมกกะวัตต์  มูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ  หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้าน
บาท ซึ่งในการศึกษาจัดตั้งโครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าวบริษัทได้จัดตั้งเป็นบริษัทร่วม
ทุนกับพันธมิตรจากต่างประเทศ โดยคาดว่าการศึกษาจะได้ข้อสรุปในช่วงเดือน
พฤษภาคมนี้
   ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มนักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อหุ้น
PP ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยให้ทราบได้ว่าเป็นนักลงทุนกลุ่มใด เพราะยังต้อง
รอความชัดเจนอย่างเป็นทางการจากที่ประชุม ซึ่งจะแจ้งให้นักลงทุนทราบผ่านทาง
ตลาดหลักทรัพย์ โดยตอนนี้เปิดเผยได้เพียงว่าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลัก
ทรัพย์แห่งหนึ่ง
   ' ตอนนี้บอกไม่ได้ว่าเป็นใคร ไม่เหมาะสมที่จะพุด เอาไว้รู้พร้อมๆกันตอน
แจ้งตลาดฯดีกว่า ถ้าถามก็บอกได้แค่ว่าเป็นบริษัทมหาชน' นายจเรรัฐ กล่าว
   นายจเรรัฐกล่าวว่า นอกจากโครงการโรงไฟฟ้า 350 เมกกะวัตต์ ที่จะใกล้จะ
ได้ข้อสรุปในการศึกษาภายในเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว บริษัท ดราก้อน เพาเวอร์
จำกัด ยังมีแผนที่จะลงทุนร่วมกับพันธมิตรต่างชาติในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงาน
ความร้อนอีก 2 แห่ง รวมกำลังการผลิต 3,000 เมกกะวัตต์ ในกรุงไพลิน ราช
อาณาจักรกัมพูชา มูลค่ารวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้อยู่ในระหว่างการศึกษา
ความเป็นไปได้
   ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนในกรุงไพลิน
ประเทศกัมพูชาได้ประมาณปลายปี 2551 และรับรู้รายได้เข้ามาช่วงปี 2554  โดย
คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจพลังงาน 10-15% ซึ่งจะทำให้ผล
ประกอบการในระยะยาวเติบโตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
   อย่างไรก็ตามยอมรับว่า การเพิ่มทุน 463.01 ล้านหุ้นในรอบนี้ อาจยังไม่
เพียงพอต่อการลงทุนในการขยายธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประเทศกัมพูชา 
ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 1.5หมื่นล้านบาท ดังนั้นในปี 2552 บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มทุนอีกครั้ง
เพื่อรองรับการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง แต่ยังไม่
สรุปตัวเลขว่าจะต้องเพิ่มทุนอีกเท่าไหร่
   นายจเรรัฐ ยังกล่าว มั่นใจว่าผลประกอบการปี 2551 นี้บริษัทจะพลิกกลับมา
มีกำไรอย่างแน่นอนเนื่องจากผลจากการลงทุนในบริษัทกลุ่มเทคโนโลยี และไอทีให้
ผลตอบแทนดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศและ
เดินหน้าสนับสนุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภค
   นอกจากนี้การที่บริษัทฯ จะหันมารุกธุรกิจพลังงานมากขึ้นในส่วนของโรง
ไฟฟ้าเพราะอุตสาหกรรมกลุ่มดังกล่าวมีอัตราการเติบโตอยู่ในทิศทางที่ดี คือสร้างราย
ได้ค่อนข้างสูงและมีรายรับค่อนข้างแน่นอนไม่ผันผวนตามตลาดฯน่าจะทำให้รายได้
ระยะยาวเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
   'ยังยืนยันว่า D1 จะยังคงดำเนินธุรกิจโฮลดิ้ง ที่เน้นลงทุนด้านไอทีเป็นหลัก
ส่วนการไปลงทุนธุรกิจพลังงาน เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้
และผลตอบแทนให้มากขึ้น'
                  ทั้งนี้ D1 แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ในช่วงบ่ายวันนี้ว่า บริษัท ดราก้อน เพา
เวอร์ จำกัด  ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้เข้าทำ สัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ
ไทย ( EGAT ) เพื่อร่วมดำเนินการศึกษาการจัดตั้งโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อน
(ถ่านหิน) ที่สามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้ 350 เมกกะวัตต์ ในกรุงไพลิน ราช
อาณาจักรกัมพูชา มีมูลค่าโครงการโดยประมาณ 500 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ โดย
การศึกษาโครงการจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2551
   นอกจากนี้คณะกรรมการ D1 อนุมัติการเพิ่มทุน 463.01 ล้านหุ้น แบ่งเป็น
193 ล้านหุ้น จัดสรรให้กับผุ้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วน 2 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคา 0.50
บาท , 57 ล้านหุ้น เสนอขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะลง (PP) หุ้นละ 0.70
บาท ,193 ล้านหุ้น รองรับการแจกวอร์แรนต์ฟรี 3 หุ้นเดิม ต่อ 1 วอร์แรนต์ และที่เหลือ
อีก 20 ล้านหุ้น รองรับการใช้สิทธิ ESOP ที่ออกให้กับผู้บริหารและพนักงานของ
บริษัท
   ทั้งนี้เงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนนำไปลงทุนและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
   กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นใน
การเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 และเพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิม
ในการได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท วันที่ 24 มีนาคม 2551 เวลา 12.00
น. จนกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จ
 

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   07/03/08   เวลา   16:26:28

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: D1
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #4 เมื่อ: 08/03/08 01:42:23 »

แจ้งความคืบหน้าโครงการโรงผลิตไฟฟ้าในกรุงไพลิน กัมพูชา07/03/2551 13:58

         D1 : แจ้งความคืบหน้าโครงการโรงผลิตไฟฟ้าในกรุงไพลิน กัมพูชา

ที่ D1EA080049

                                                                                 7 มีนาคม 2551

เรื่อง        แจ้งความคืบหน้าของโครงการโรงผลิตไฟฟ้าในกรุงไพลิน ราชอาณาจักรกัมพูชา

เรียน        กรรมการและผู้จัดการ
            ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

         บริษัท ดราก้อน เพาเวอร์ จำกัด ( บริษัทฯ ) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ได้เข้าทำ
สัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( EGAT ) เพื่อร่วมดำเนินการศึกษาการจัดตั้งโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานความ
ร้อน (ถ่านหิน) ที่สามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้ 350 เมกกะวัตต์ ในกรุงไพลิน ราชอาณาจักรกัมพูชา มีมูลค่าโครงการ
โดยประมาณ 500 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ โดยการศึกษาโครงการจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2551

            จึงเรียนมาเพื่อทราบ

                                                                       ขอแสดงความนับถือ



                                                                  (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                                                         กรรมการ


 

ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย     วันที่   08/03/08   เวลา   0:02:43

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: D1
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #5 เมื่อ: 08/03/08 01:46:27 »

เพิ่มทุน, warrant  แก้ไขวัน วาระประชุม AGM07/03/2551 14:11

         D1 : เพิ่มทุน, warrant  แก้ไขวัน วาระประชุม AGM
ที่ D1EA080048
                                                                    7 มีนาคม 2551

เรื่อง      แจ้งมติการประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 3/2551 และแก้ไขวัน และวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2551

เรียน      กรรมการและผู้จัดการ
          ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สิ่งที่ส่งมาด้วย         1. เอกสารแนบ ก: แบบรายงานการเพิ่มทุน
                   2. เอกสารแนบ ข: รายละเอียดการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 1
                      (D1-W1) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม

              ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 3/2551 ของบริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ( บริษัท ) ซึ่งประชุมเมื่อ
วันที่ 7 มีนาคม 2551 ได้มีมติที่สำคัญซึ่งสรุปได้ดังต่อไปนี้
              1. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากจำนวน 650,000,000 บาท เป็น
จำนวน 536,017,552 บาท โดยยกเลิกหุ้นสามัญที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วแต่ยังไม่ได้จำหน่าย จำนวน 113,982,448 หุ้น (ยกเว้น
หุ้นที่สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 150,000,000 หุ้น)
              2. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ข้อ 4 เรื่อง ทุนจดทะเบียน
เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทข้างต้นโดยให้ใช้ข้อความใหม่ เป็นดังนี้
                               ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน                536,017,552 บาท
                                                                     (ห้าร้อยสามสิบหกล้านหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยห้าสิบ
                                                                     สองบาท)
                                       แบ่งออกเป็น                     536,017,552 หุ้น
                                                                     (ห้าร้อยสามสิบหกล้านหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยห้าสิบ
                                                                     สองหุ้น)
                                       มูลค่าหุ้นละ                      1 บาท (หนึ่งบาท)
                                       โดยแบ่งออกเป็น
                                       หุ้นสามัญ                        536,017,552 หุ้น
                                                                     (ห้าร้อยสามสิบหกล้านหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยห้าสิบ
                                                                     สองหุ้น)
              3. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเพิ่มทุนของบริษัทฯ จากจำนวน 536,017,552 บาท เป็น 999,035,104
บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 463,017,552 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
              4. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4. เรื่องทุนจดทะเบียน เพื่อให้
สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทข้างต้น โดยให้ใช้ข้อความใหม่ ดังต่อไปนี้
                               ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน                999,035,104 บาท
                                                                     (เก้าร้อยเก้าสิบเก้าล้านสามหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยสี่บาท)

                                     แบ่งออกเป็น                       999,035,104 หุ้น
                                                                     (เก้าร้อยเก้าสิบเก้าล้านสามหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยสี่หุ้น)
                                     มูลค่าหุ้นละ                        1 บาท (หนึ่งบาท)
                                     โดยแบ่งออกเป็น
                                     หุ้นสามัญ                           999,035,104 หุ้น
                                                                      (เก้าร้อยเก้าสิบเก้าล้านสามหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยสี่หุ้น) 
                5. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญรุ่นที่ 1
(D1-W1) จำนวนไม่เกิน 193,008,776 หน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ 3 หุ้นเดิม ต่อ 1 หน่วย
ใบสำคัญแสดงสิทธิ ในราคาหน่วยละ 0.00 บาท โดยใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย สามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ใน
ราคาหุ้นละ 1 บาท รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 2 และให้คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจกำหนดและเปลี่ยนแปลง
หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวกับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญได้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ในกรณีที่
สิ้นสุดระยะเวลาใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าว หากมีใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวนที่เหลือจากการใช้สิทธิ บริษัทจะ
ดำเนินการยกเลิกใบสำคัญแสดงสิทธิที่เหลืออยู่ทั้งจำนวน
            6. เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญใหม่จากการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 463,017,552
หุ้น ดังนี้
                 ก) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 193,008,776 หุ้น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ใน
สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 24 มีนาคม 2551 ตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ หากมีเศษของ
หุ้นเหลือจากการคำนวณตามการจัดสรรดังกล่าว ให้ปัดเศษหุ้นนั้นทิ้ง ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำ
กว่ามูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นบริษัทฯ กำหนดวันเสนอขาย 5 วันทำการ ระหว่างวันที่ 21-25 เมษายน 2551 โดยผู้ถือหุ้นเดิมมี
สิทธิจองซื้อหุ้นใหม่เกินสิทธิของตนตามอัตราที่กำหนดไว้นี้ได้ ในกรณีหุ้นที่เหลือมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนหุ้นที่แสดงความ
จำนงไว้ ให้จัดสรรหุ้นที่เหลือให้แก่ผู้ถือหุ้นที่จองซื้อเกินสิทธิแต่ละรายตามสัดส่วนที่ใกล้เคียงที่สุดกับจำนวนหุ้นที่จองซื้อ
เกินสิทธิ โดยมอบอำนาจให้กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับการ
กำหนด เงื่อนไข การจัดสรรเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ตลอดจนเงื่อนไขและรายละเอียดอื่นใดที่จำเป็นตามที่เห็นสมควร
                    กรณีที่หุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนข้างต้น ให้จัดสรรและเสนอขาย
ให้แก่บุคคลในวงจำกัด และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะตามข้อ ข)
                ข) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 57,000,000 หุ้น เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน
และ/หรือผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้นละ 0.70 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ของหุ้น
บริษัทฯ ทั้งนี้ ราคาเสนอขายดังกล่าวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ราคาตลาด ซึ่งคำนวณโดยอิงกับราคาซื้อขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ
หุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์รวม 7 (เจ็ด) วันทำการก่อนวันที่คณะกรรมการมีมติในครั้งนี้ โดยต้องดำเนินการเสนอขายให้
แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติการเสนอขายหุ้น ซึ่งจะเป็นการเสนอขายครั้งเดียว หรือหลายครั้ง
ก็ได้ ขึ้นกับความเหมาะสมของสภาวะตลาดเงิน ตลาดทุน เพื่อให้บริษัทได้รับประโยชน์สูงสุด
                    และมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัท และ/หรือกรรมการผู้มีอำนาจ และ/หรือบุคคลที่คณะกรรมการ
หรือกรรมการผู้มีอำนาจมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาและกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
การเสนอขายหุ้นตามข้อ ข) ดังกล่าว เช่น จำนวนหุ้นสามัญที่จะออกและเสนอขายในแต่ละครั้ง ระยะเวลาจองซื้อ และการ
ชำระเงินค่าหุ้น เป็นต้น รวมทั้งมีอำนาจในการลงนามในเอกสารใดๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีอำนาจดำเนินการต่าง ๆ อันจำเป็น
และสมควรอันเกี่ยวเนื่องกับการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการให้ข้อมูล การยื่นเอกสารหลักฐ
17e5
านต่อสำนักงาน

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด กระทรวงพาณิชย์ หรือ หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนเข้าจดทะเบียนเป็น
หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
               ค) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 193,008,776 หุ้น (หนึ่งร้อยเก้าสิบสามล้านแปดพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบ
หกหุ้น) เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัทที่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม (D1-W1)
               ง) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น (ยี่สิบล้านหุ้น) เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญ
แสดงสิทธิของบริษัทที่จัดสรรให้กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของบริษัท (D1-WA) ตามการปรับสิทธิใบสำคัญ
แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของบริษัท (D1-WA) อันเนื่องมาจากการ
ออกและเสนอขายหุ้นสามัญใหม่แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาเสนอขายต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาดของหุ้นสามัญบริษัท
                    นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจในการดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นเพื่อการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงทุน
ที่ชำระแล้วกับกระทรวงพาณิชย์เป็นคราว ๆ ไป เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้ใช้สิทธิแปลงเป็นหุ้น
สามัญจนกว่าระยะเวลาการใช้สิทธิจะหมดลง
                  7. เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น อนุมัติการปรับข้อกำหนดสิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท
ที่จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และ/หรือที่ปรึกษาของบริษัท (D1-WA) ส่วนที่เกี่ยวกับอายุใบสำคัญแสดงสิทธิ
และกำหนดวันใช้สิทธิ โดยขยายอายุใบสำคัญแสดงสิทธิจาก 3 ปี เป็น 5 ปี ซึ่งกำหนดวันใช้สิทธิครั้งสุดท้ายจะแก้ไขจากวันที่
9 มีนาคม 2553 เป็นวันที่ 9 มีนาคม 2555
                 8. รับทราบการปรับสิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ที่จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/
หรือพนักงานของบริษัท (D1-WA) ในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิอีกจำนวน 150,000,000 หน่วย ทั้งนี้สืบเนื่องจากการที่บริษัทมี
การออกหุ้นสามัญเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ในราคาหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งเป็นการเสนอขายที่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคา
ตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท ส่งผลให้บริษัทต้องดำเนินการปรับสิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น D1-WA ที่ยัง
เหลืออยู่ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการปรับสิทธิข้อ 3.7 (ค) ของข้อกำหนดสิทธิ ซึ่งอัตราการใช้สิทธิจะเปลี่ยนแปลงไปตาม
สูตรการคำนวณที่ได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดสิทธิ
               9. มีมติให้แก้ไขวัน และวาระของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2551 จากเดิมกำหนดวันที่ 28 เมษายน
2551 เป็นวันที่ 9 เมษายน 2551 เวลา 8.00 น. ณ ห้องกัญญลักษณ์ ชั้น 3 โรงแรม โฟร์วิงส์ ซอยสุขุมวิท 26 ถนนสุขุมวิท
กรุงเทพมหานคร โดยมีระเบียบวาระประชุม ดังนี้
                      วาระที่ 1 รับรองรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2550
                      วาระที่ 2 พิจารณารับทราบรายงานผลการดำเนินงานในรอบปี 2550
                      วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบดุลและกำไรขาดทุน ประจำปี 2550 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550
                      วาระที่ 4 พิจารณาอนุมัติงดจ่ายเงินปันผล ประจำปี 2550
                      วาระที่ 5 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ
                      วาระที่ 6 พิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2551
                      วาระที่ 7 พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี 2551
                      วาระที่ 8 พิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยยกเลิกหุ้นสามัญที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว
                                แต่ยังไม่ได้จำหน่าย (ยกเว้นหุ้นที่สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะ
                                ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ

                   วาระที่ 9 พิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการลด
                             ทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ
                   วาระที่ 10 พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท
                   วาระที่ 11 พิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ของบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่ม
                             ทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ
                   วาระที่ 12 พิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม
                   วาระที่ 13 พิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่จากการเพิ่มทุนจดทะเบียน
                             13.1 จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 193,008,776 หุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (D1-W1)
                             13.2 จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 57,000,000 หุ้น ให้แก่บุคคลในวงจำกัด และ/หรือผู้
                                    ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ
                             13.3 จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 193,008,776 หุ้น (หนึ่งร้อยเก้าสิบสามล้านแปด
                                    พันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบหกหุ้น) เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัทที่
                                    เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม
                             13.4 จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น (ยี่สิบล้านหุ้น) เพื่อรองรับการ
                                    ปรับสิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัทที่จัดสรรให้กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือ
                                    พนักงานของบริษัท (D1-WA)
                   วาระที่ 14 พิจารณาอนุมัติการปรับข้อกำหนดสิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ที่
                              จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และ/หรือที่ปรึกษาของบริษัท (D1-WA) ส่วนที่
                              เกี่ยวกับอายุใบสำคัญแสดงสิทธิ และกำหนดวันใช้สิทธิ
                   วาระที่ 15 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
            10. อนุมัติแก้ไขกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมประชุม
สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 และเพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิมในการได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จากวันที่
8 เมษายน 2551 เป็นวันที่ 24 มีนาคม 2551 เวลา 12.00 น. จนกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จ

         จึงเรียนมาเพื่อทราบ

                                                                             ขอแสดงความนับถือ



                                                                         (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                                                                กรรมการ




 

ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย     วันที่   08/03/08   เวลา   0:02:58

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: D1
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #6 เมื่อ: 08/03/08 01:52:41 »

รายละเอียดการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม07/03/2551 14:13

         D1 : รายละเอียดการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม
                                                             เอกสารแนบ ข
                                รายละเอียดการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ
                               บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) รุ่นที่ 1 (D1-W1) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม


ประเภทของใบสำคัญแสดงสิทธิ                           : ใบสํ า คั ญ แสดงสิ ท ธิ ที่ จ ะซื้ อ หุ้ น สามั ญ ของบริ ษั ท ดราก้ อ น วั น จํ า กั ด
                                                   (มหาชน) 1 รุ่นที่ (D1-W1)
ชนิดของใบสำคัญแสดงสิทธิ                              : ระบุชื่อผู้ถือ และสามารถเปลี่ยนมือได้
จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่เสนอขาย                       : ไม่เกิน 193,008,776 หน่วย (หนึ่งร้อยเก้าสิบสามล้านแปดพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบ
                                                     หกหน่วย)
วิธีการเสนอขาย                                     : เป็ น การจั ด สรรให้ ผู้ ถื อ หุ้ น เดิ ม ของบริ ษั ท ที่ มี ร ายชื่ อ ปรากฏอยู่ ใ นสมุ ด
                                                     ทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น ซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีก
                                                     ครั้ ง ภายหลั ง จากวั น ที่ ไ ด้ รั บ อนุ ญ าตจากสํ า นั ก งานคณะกรรการกํ า กั บ
                                                     หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้จะจัดสรรในอัตราส่วน 3 หุ้นสามัญเดิม
                                                     ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งหากคำนวณแล้วปรากฏว่ามีเศษของ
                                                     หน่วย ให้ตัดเศษดังกล่าวทิ้งทั้งจำนวน
ราคาเสนอขายต่อหน่วย                                : หน่วยละ 0 บาท (ศูนย์บาท)
ราคาการใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้น                              : หุ้นละ 1.00 บาท (เว้นแต่จะมีการปรับราคาใช้สิทธิตามเงื่อนไขการปรับสิทธิ)
อัตราการใช้สิทธิ                                     : ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย สามารถซื้อหุ้นสามัญใหม่ได้ 1 หุ้น (เว้นแต่จะมี
                                                     การปรับอัตราการใช้สิทธิตามเงื่อนไขการปรับสิทธิ)
จำนวนหุ้นสามัญที่สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้                 : ไม่เกิน 193,008,776 หุ้น (มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) และคิดเป็นร้อย
สิทธิ                                                  ละ 33.33 ของจำนวนหุ้นที่เรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ซึ่งรวมการเสนอ
                                                     ขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในครั้งนี้
อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ                                 : 3 ปีนับจากวันที่ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ
ระยะเวลาและกำหนดการใช้สิทธิ                         : ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิครั้งแรกภายหลังพ้นกำหนด 1 ปี นับ
                                                     แต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยไม่จำกัดจำนวนจนกว่าจะครบอายุของ
                                                     ใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยกำหนดให้ใช้สิทธิได้ทุกๆ เดือน คือ ภายในวันทำการ
                                                     สุดท้ ายของเดื อ นตลอดอายุข องใบสำคั ญแสดงสิท ธิ ในกรณี ที่วัน ใช้ สิท ธิ
                                                     ดังกล่าวตรงกับวันหยุดทำการของบริษัท ให้เลื่อนวันใช้สิทธิเป็นวันทำการ
                                                     สุดท้ายก่อนวันกำหนดใช้สิทธิครั้งดังกล่าว ยกเว้นการแสดงความจำนงใน
                                                     การใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ให้แสดงความจำนงในการใช้สิทธิภายในเวลา 15 วัน
                                                     ทำการก่อนวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ซึ่งวันกำหนดใช้สิทธิวันสุดท้ายจะตรงกับ
                                                     วันที่ใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุครบกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญ
                                                     แสดงสิทธิ (วันกำหนดใช้สิทธิครั้งสุดท้าย) ในกรณีที่วันกำหนดใช้สิทธิครั้ง
                                                     สุ ด ท้ า ยตรงกั บ วั น หยุ ด ทํ า การของบริ ษั ท ให้ เ ลื่ อ นวั น กํ า หนดใช้ สิ ท ธิ ค รั้ ง
                                                     สุดท้ายดังกล่าวเป็นวันทำการสุดท้ายก่อนหน้าวันกำหนดใช้สิทธิครั้งสุดท้ายดังกล่าว
                                              ทั้งนี้ คณะกรรมบริษัท มีสิ ทธิกํ าหนดวั นใช้ สิทธิ ครั้ งแรกและครั้งสุ ดท้า ยได้
                                              ตามที่เห็นสมควรภายหลังจากที่ได้รับอนุญาตให้ออกและเสนอขายใบสำคัญ
                                              แสดงสิทธิดังกล่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด
                                              หลักทรัพย์
ระยะเวลาเสนอขาย                            : ภายหลั ง จากวั น ที่ ไ ด้ รั บ การอนุ ญ าตจากสํ า นั ก งานคณะกรรมการกํ า กั บ
                                              หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยให้คณะกรรมการบริษัทหรือผู้ที่ได้รับ
                                              มอบหมายจากคณะกรรมการบริ ษั ท เป็ น ผู้ พิ จ ารณากํ า หนดเงื่ อ นไขและ
                                              รายละเอียดต่อไป
ตลาดรองของใบสำคัญแสดงสิทธิ                    : บริษัทจะนำใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกและเสนอขายในครั้งนี้เข้าจดทะเบียน
                                              กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตลาดรองของหุ้นสามัญที่เกิดจากการใช้สิทธิ            : บริษัทจะนำหุ้นสามัญที่เกิดจากการใช้สิทธิไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
                                              แห่งประเทศไทย
ผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น                             : ในการพิ จ ารณาผลกระทบต่ อ ผู้ ถื อ หุ้ น ของบริ ษั ท จะพิ จ ารณาผลกระทบ
                                              แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
                                              กรณีที่ 1 ผู้ถือหุ้นเดิมเป็นผู้ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนและเป็นผู้ใช้สิทธิ
                                                        แปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่
                                                        1 (D1-W1) ทั้งจำนวน
                                              กรณีที่ 2 ผู้ถือหุ้นเดิมเป็นผุ้ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนและบุคคลอื่นที่
                                                        มิใช่เป็นผู้ถือหุ้นเดิมเป็นผู้ใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิที่
                                                        จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 1 (D1-W1) ทั้งจำนวน
                                              โดยพิจารณาผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นใน 3 ด้าน ประกอบด้วย
                                                   1. ด้านการลดลงของราคาหุ้น (Price Dilution)
                                                         ณ ปัจจุบัน ผู้ถือหุ้นเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของ
                                                         ราคาหุ้น เนื่องจากอัตราการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน และ ราคา
                                                         หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่
7f0
ออกให้ผู้ถือหุ้นเดิม เมื่อนำมาคำนวณเฉลี่ยกับ
                                                         อัตราและราคาใช้สิทธิแล้วมีราคาที่สูงกว่าราคาตลาด
                                                   2. ด้านการลดลงของสัดส่วนการถือหุ้น (Control Dilution)
                                                         ผู้ถือหุ้นเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของสัดส่วนการถือ
                                                         หุ้นและสิทธิออกเสียงในขณะออกและเสนอขายใบสำคัญแสดง
                                                         สิทธิ เนื่องจากเป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการ
                                                         ผู้ถือ อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นครบถ้วนตามใบสำคัญ
                                                         แสดงสิ ท ธิ โ ดยบุ ค คลอื่ น ที่ ไ ม่ ใ ช่ ผู้ ถื อ หุ้ น เดิ ม ทั้ ง จํ า นวนจะทํ า ให้
                                                         สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมลดลง ร้อยละ 25

                                                  3. ด้านการลดลงของส่วนแบ่งกำไร (EPS Dilution)
                                                       ผู้ถือหุ้นเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไร
                                                       ในทุ ก กรณี เ นื่ อ งจาก ณ 31 ธั น วาคม 2550 บริ ษั ท มี ผ ลการ
                                                       ดำเนินงานขาดทุน
เหตุในการปรับอัตราการใช้สิทธิและราคาใช้          : เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน กลต. กำหนด
สิทธิ
ระยะเวลาแสดงความจำนงในการใช้สิทธิครั้ง         : ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย
สุดท้าย
ข้อกำหนดกรณีที่มีใบสำคัญแสดงสิทธิ                 : บริษัทจะดำเนินการยกเลิกใบสำคัญแสดงสิทธิที่เหลืออยู่ทั้งจำนวน
เหลืออยู่
นายทะเบียนใบสำคัญแสดงสิทธิ                    : บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด




 

ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย     วันที่   08/03/08   เวลา   0:03:24

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: D1
Tubex
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,906


« ตอบ #7 เมื่อ: 08/03/08 23:47:04 »



   อืม.....   ขอบคุณค่ะ.   Cheesy
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #8 เมื่อ: 03/07/08 19:24:03 »

D1ฟันเฟื่องลุยธุรกิจถ่านหินปีนี้หวังฟันกำไรพอร์ตลงทุน

บอร์ด  D1 อนุมัติตั้งบริษัทย่อย "ดราก้อน ไมนิ่ง" ลุยธุรกิจเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย "จเรรัฐ" ฟุ้งผลิตขายทั่วโลก คาดเริ่มเดินเครื่องต้นปีหน้า ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เขมร 350เมกะวัตต์กำลังเจรจาหาพันธมิตรต่างชาติร่วมทุน  คาดสรุปผลไตรมาส  4  นี้  ส่วนไตรมาส 2 เผยยังขาดทุนสุทธิ แต่เชื่อจะพลิกเป็นกำไรได้จากพอร์ตลงทุนหุ้นบลูชิป

นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) หรือ D1 เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.อนุมัติให้ตั้งบริษัทย่อยภายใต้ชื่อบริษัท ดราก้อน ไมนิ่ง จำกัด ทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะถือหุ้นทั้ง 100% เพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต จำหน่าย ให้บริการธุรกิจเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย โดยการลงทุนครั้งนี้จะใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทในการลงทุน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบและทำถนน คาดว่าจะเริ่มเปิดหน้าเหมืองในช่วงต้นปี 2552

ทั้งนี้ถ่านหินที่ผลิตได้จากเหมืองดังกล่าว  จะนำไปใช้เป็นพลังงานรองรับการผลิตไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนถ่านหินที่กรุงไพลิน ประเทศกัมพูชา ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทย่อย คือ ดราก้อนวัน เพาเวอร์ ที่คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะเริ่มก่อสร้างไตรมาสที่ 2/2552 แต่ระหว่างการรอโรงไฟฟ้าสร้างเสร็จบริษัทก็จะผลิตและจำหน่ายถ่านหินให้กับลูกค้าที่สนใจไปทั่วโลก ซึ่งคาดว่ากำลังการผลิตถ่านหินจะอยู่ที่ 35-60 ล้านตันต่อปี

สำหรับความคืบหน้าการลงทุนของบริษัทย่อย  คือ  ดราก้อนวัน  เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนถ่านหิน ขนาดกำลังการผลิต 350 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุน 600 ล้านเหรียญ หรือมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่ง D1 ถือหุ้นอยู่ 100% นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบก่อสร้าง และเจรจาหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มทุนต่างประเทศทั่วโลกแสดงความสนใจที่จะเข้ามาร่วมทุน คาดว่าจะสรุปได้ประมาณไตรมาสที่ 4/51 นี้ และคาดว่าจะมีพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนไม่เกิน 4 ราย

ส่วนความคืบหน้าการลงทุนโรงงานผลิตเอทานอล มูลค่าลงทุน 1,000 ล้านบาท ที่กรุงไพลิน ประเทศกัมพูชานั้น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2552 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่และไถ่พรวนดินในพื้นที่เช่า 1.2 หมื่นไร่ หลังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับรัฐบาลกรุงไพลินของกัมพูชา ในการร่วมกันศึกษาโครงการลงทุนต่างๆ ในกรุงไพลินที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยศึกษาและออกแบบก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากถ่านหิน การศึกษาการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ศึกษาการตั้งโรงงานผลิตเอทานอล ศึกษาจัดตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายเบียร์ และออกแบบและพัฒนาการเชื่อมทางรถไฟระหว่างชายแดนไทยไปสู่กรุงไพลิน ซึ่งจะมีความร่วมมือศึกษาเป็นเวลา 1 ปี สิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2551

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติการขายหุ้นทั้งหมด 17.06% ในบริษัท ไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจประเภท Technology Content โดยจะขายหุ้นให้นายสุทธิชัย จรรโลงบุตร คิดเป็นมูลค่ารวม 21,509 บาท รวมถึงอนุมัติการขายหุ้นทั้งหมด 14.52% ในบริษัท วันเน็ต จำกัด ซึ่งทำธุรกิจให้บริการโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์และเกมออนไลน์ โดยจะขายหุ้นให้กับบริษัท ออกัสท์ เอเชีย โฮลดิ้งส์ พีทีอีและบริษัทย่อย คิดเป็นมูลค่ารวม 2 ล้านบาท

นายจเรรัฐ  เปิดเผยต่อว่า ปีนี้จะไม่เห็นการลงทุนใหม่ๆ เนื่องจากโครงการเกือบทั้งหมดจะเริ่มลงทุนในปี  2552 ส่วนปีนี้รายได้ส่วนใหญ่จะมาจากธุรกิจไอที คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 500 ล้านบาท และกำไรจากการลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ (บลูชิป) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ดี ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ลงทุนไปแล้ว 100 ล้านบาท โดยลงทุนหุ้นบลูชิปทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะบริษัทไม่มีหนี้สินและมีเงินสดอยู่ในมือหลายร้อยล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/51 บริษัทคาดว่าจะยังมีผลขาดทุนสุทธิ แต่จะลดลงจากไตรมาสที่ 1/51 ที่มีขาดสุทธิอยู่ที่ 18.39 ล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทคาดว่าจะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ เนื่องจากรอรับเงินปันผลจากลงทุน

วันที่ 03 ก.ค. 2551  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #9 เมื่อ: 10/07/08 20:27:11 »

นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด(มหาชน)หรือ D1 กล่าวว่า บริษัทยังคงเดินหน้าหาพันธมิตร(พาร์เนอร์)เพื่อที่จะเข้ามาลงทุนในโรงไฟฟ้าไพลินเช่นเดิม โดยบริษัทเตรียมที่จะเดินทาบงไปนำเสนอข้อมูลนักลงทุน(โรดโชว์)ในแถบเอเซีย ภายในเดือนส.ค.นี้ และคาดว่าจะสามารถปิดดีลดังกล่าวได้ในไตรมาส4/2551 ทั้งนี้แม้ว่าการเมืองในประเทศจะยังไม่ดีขึ้น แต่ก็ไม่มีผลต่อการลงทุนของบริษัทอย่างแน่นอน  เนื่องจากบริษัทได้มีการขยายการลงทุนในต่างประเทศดังกล่าวการดึงพาร์เนอร์ทเข้ามาร่วมลงทุนจึงไม่กระทบ ในขณะเดียวกันบริษัทกลับชะลอการลงทุนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อกิจการเพื่อต่อยอดธุรกิจ หรือแม้แต่การลงทุนในตลาดหุ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: 31/07/08 09:16:27 »

ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนใน Chaiyo และ Onenet31/07/2551 09:09

         D1 : ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนใน Chaiyo และ Onenet
ที่ DSCS080135

                                                        28 กรกฎาคม 2551

เรื่อง     ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนใน Chaiyo และ Onenet
เรียน     กรรมการและผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

       ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( สำนักงาน กลต. ) ได้มีหนังสือ
เลขที่ กลต.จ 1280/2551 ให้บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ( บริษัท  หรือ  D1 ) ชี้แจงข้อมูล
เกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท ไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด ( Chaiyo ) และบริษัท วันเน็ต จำกัด
( Onenet ) นั้น บริษัทขอชี้แจงข้อมูลดังนี้

เงินลงทุนใน Chaiyo
      บริษัทได้ลงทุนใน Chaiyo รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 62.2 ล้านบาท ต่อมาบริษัทได้บันทึกด้อยค่า
เงินลงทุนดังกล่าวทั้งจำนวนในงบการเงินประจำปี 2550 หลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาอันเป็นเหตุให้
Chaiyo ไม่มีสิทธิใช้ประโยชน์ในลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนดั้งเดิมในประเทศไทย และเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551
คณะกรรมการบริษัทได้มีมติจำหน่ายเงินลงทุนใน Chaiyo ออกไปในราคาหุ้นละ 0.01 บาท คิดเป็นเงิน
0.02 ล้านบาท

1.    ที่มาและความสมเหตุสมผลของการกำหนดราคาขายที่ 0.01 บาทต่อหุ้น
       เนื่องจากความขัดแย้งของคำพิพากษาของศาลฎีกาไทยและศาลฏีกาญี่ปุ่นในการใช้ประโยชน์ในผลงาน
อุลตร้าแมนทำให้เกิดปัญหาและความไม่แน่นอนในลิขสิทธิ์ของอุลตร้าแมนดังเดิม ดังนั้น การประกอบธุรกิจของ
Chaiyo ในอนาคตจึงขึ้นอยู่กับผลของข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายซึ่ง ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีสาระ
สำคัญแต่อย่างใดนอกจากนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้มีคำพิพากษาห้ามมิให้ Chaiyo
กระทำการหรืออ้างสิทธิใด ๆ ในผลงานอุลตร้าแมนดัดแปลงอีกด้วย
        จากปัญหาและความไม่แน่นอนดังกล่าว และฐานธุรกิจส่วนใหญ่ของ Chaiyo อยู่ในประเทศไทย
ทำให้ Chaiyo ได้หยุดประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Chaiyo ได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหา
ความขัดแย้งทางกฎหมาย ดังนั้น บริษัทจึงได้พิจารณาขายเงินลงทุนใน Chaiyo ทั้งหมด โดยกำหนดราคาขายที่
0.01 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่กำหนดจากวิธีปรับปรุงมูลค่าตามบัญชี (Adjusted Book Value) โดยใช้
งบการเงินภายในของ Chaiyo ณ วันที่ 30 กันยายน 2550 ซึ่งเป็นงบการเงินล่าสุดที่ Chaiyo จัดทำ
เนื่องจากปัจจุบัน Chaiyo ได้หยุดดำเนินกิจการชั่วคราว อันเป็นผลจากคำพิพากษาของศาลที่ตัดสินเรื่องลิขสิทธิ์
อุลตร้าแมน
        เหตุผลที่บริษัทกำหนดราคาขายโดยใช้วิธีปรับปรุงมูลค่าตามบัญชี เนื่องจากบริษัทเห็นว่าวีธีมูลค่าตาม
บัญชี ณ วันที่ 30 กันยายน 2550 ไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของ Chaiyo ณ ปัจจุบัน บริษัทจึงได้ปรับปรุงมูลค่า
ตามบัญชีให้สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของ Chaiyo ณ ปัจจุบัน ภายใต้ข้อจำกัดของข้อมูลที่ได้รับ โดยบริษัทได้ทำการ
ปรับปรุงรายการดังต่อไปนี้

                                        ล้านบาท               เหตุผล
มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 30 กันยายน 2550        128.05
ปรับปรุง งานระหว่างผลิต                   (105.77)     ต้นทุนการผลิตภาพยนตร์อุลตร้าแมน
                                                   ดัดแปลงซึ่ง ณ ปัจจุบัน Chaiyoไม่มีสิทธิใช้
                                                   ประโยชน์จากผลงานอุลตร้าแมนแล้วตาม
                                                   คำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า
                                                   ระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 2 เมษายน
                                                   2550
ที่ดิน อาคารและ อุปกรณ์                    (44.1)       ส่วนของอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผลิตและใช้
                                                   สำหรับสำนักงาน
มูลค่าตามบัญชีสุทธิหลังปรับปรุง                (21.82)

        อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่สามารถพิจารณากำหนดราคาขายจากวิธีการอื่นได้ เช่น วิธีอัตราส่วนราคา
ต่อกำไรสุทธิ เนื่องจาก Chaiyo มีผลประกอบการขาดทุน และเนื่องจากปัจจุบันบริษัทได้หยุดประกอบกิจการ
และมีความไม่แน่นอนในการดำรงอยู่ของ Chaiyo ในอนาคต วิธีส่วนลดกระแสเงินสดสุทธิจึงไม่สามารถกำหนด
ราคาขายได้เช่นกัน
         จากการพิจารณาข้างต้น บริษัทเห็นว่าราคาซื้อขายหุ้น Chaiyo ที่ 0.01 บาทต่อหุ้นเป็นราคาที่ผู้ซื้อ
และผู้ขายเห็นสมเหตุสมผลและเป็นราคาที่ตกลงกัน นอกจากนี้บริษัทเห็นว่าการทำรายการดังกล่าวเป็นประโยชน์
ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น เนื่องจากผลของคำพิพากษาของศาลทำให้เกิดความไม่แน่นอนในอนาคตของ Chaiyo
อีกทั้งความไม่ชัดเจนว่าจะมีประเด็นทางกฎหมายเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ชึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและโอกาสใน
การฟื้นฟูกิจการรวมถึงภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังซึ่งจะกระทบต่อบริษัททั้งทางตรงและ
ทางอ้อม บริษัทไม่ต้องการที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้วอีกต่อไป ดังนั้นการขาย
เงินลงทุนใน Chaiyo จึงเป็นการจำกัดผลเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บริษัท

2.       การตั้งสำรองด้อยค่าเงินลงทุน
       จากผลของคำพิพากษาของศาล และความไม่แน่นอนของแผนธุรกิจรวมถึงการดำรงอยู่ของ Chaiyo
คณะกรรมการลงทุนได้พิจารณาการตั้งสำรองด้อยค่าเงินลงทุน ในงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2550
และได้มอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไปดำเนินการ


3.       สินทรัพย์ที่ทำให้มูลค่าทางบัญชีไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงและมีมูลค่าลดลงอย่างมาก
         ตามงบการเงินภายในของ Chaiyo ณ วันที่ 30 กันยายน 2550 มีสินทรัพย์รวม 275.06
ล้านบาท ซึ่งไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง โดยสินทรัพย์ที่ทำให้มูลค่าทางบัญชีดังกล่าวไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงและ
มีมูลค่าลดลงอย่างมากได้แก่
         1. งานระหว่างผลิต มูลค่า 105.77 ล้านบาท ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตภาพยนตร์อุลตร้าแมนดัดแปลง
            ทั้งนี้ เนื่องจาก Chaiyo ไม่มีสิทธิใด ๆ และไม่สามารถหาผลประโยชน์ในอุลตร้าแมนดัดแปลง
            ได้อีกต่อไปตามคำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเมื่อวันที่
            2 เมษายน 2550 ดังนั้น งานระหว่างผลิตดังกล่าวจึงไม่มีมูลค่าอีกต่อไป
         2. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ มูลค่า112.07 ล้านบาท ประกอบด้วย ที่ดิน และส่วนปรับปรุง
            อาคารมูลค่ารวม 67.97 ล้านบาท และอุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตมูลค่า
            44.1 ล้านบาท บริษัทได้ปรับลดมูลค่าในส่วนของอุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตมูลค่า
            44.1 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้รับทราบ Chaiyo ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวได้สูญหายไปบางส่วน
            และส่วนที่เหลือได้จำหน่ายออกไป

เงินลงทุนใน Onenet
      บริษัทได้ลงทุนใน Onenet รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 2 ล้านบาท และให้เงินกู้ยืมแก่ Onenet
จำนวน 7.797 ล้านบาท และดอกเบี้ยจำนวน 0.58 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551
บริษัทได้จำหน่ายเงินลงทุนและหนี้เงินกู้ในอัตราส่วนลด 50% โดยจำหน่ายหุ้น Onenet จำนวน 2 ล้านบาท
จำหน่ายเงินต้นจำนวน 2.61 ล้านบาท และดอกเบี้ยเต็มจำนวน

1.     ชี้แจงรายละเอียดของข้อตกลงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างผู้ถือหุ้นของ Onenet
       คณะกรรมการบริษัท ได้พิจารณาเกี่ยวกับการลงทุนใน Onenet โดยคำนึงถึงความเสี่ยงจากการ
ลงทุนที่อาจมีขึ้นในอนาคต จึงได้กำหนดรูปแบบของการลงทุนใน Onenet เป็นหุ้นสามัญและเงินให้กู้ยืม
จำนวน 10 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นเงินลงทุนในหุ้นสามัญจำนวน 2 ล้านบาท และเงินให้กู้ยืม จำนวน
8 ล้านบาท  ซึ่ง Onenet สามารถเบิกเงินกู้ยืมเป็นงวด ๆ ได้ตามความต้องการใช้เงินของ Onenet
ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่บริษัทอนุมัติเงินให้กู้ยืมแก่ Onenet น
d88
ั้น เกมส์ออนไลน์ยังมิได้เริ่มให้บริการใน
เชิงพาณิชย์ อีกทั้งการคาดการณ์ความนิยมของเกมส์ออนไลน์เมื่อเปิดให้บริการแล้วเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยาก
ซึ่งหากภายหลังจากการเปิดให้บริการเกมส์ออนไลน์แล้วได้รับความนิยมอย่างมาก Onenet อาจไม่มีความ
จำเป็นในการเบิกเงินกู้ดังกล่าว

2. การอนุมัติการให้เงินกู้ยืมและก่อนการให้กู้ยืมเงินได้พิจารณาความสามารถในการชำระคืนหนี้เงินต้น
และดอกเบี้ยของ Onenet หรือไม่ อย่างไร
      คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติเงินให้กู้ยืมจำนวน 8 ล้านบาทแก่ Onenet โดยมอบหมายให้
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขเงินให้กู้ยืมดังกล่าว และให้
คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้พิจารณาความสมเหตุสมผลของเงื่อนไขการให้เงินกู้ยืมดังกล่าว ทั้งนี้
ระยะเวลาการให้กู้ยืมมีกำหนด 1 ปีนับจากวันที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงิน และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ได้ถูก
กำหนดอ้างอิงจากอัตราเงินกู้ของธนาคารในขณะนั้น

3. เหตุใดภายหลังการให้กู้ยืมเพิ่มเพียงไม่นาน บริษัทจึงยินยอมที่จะลดหนี้ ให้ถึงร้อยละ 62 ของมูลหนี้
ทั้งหมดและการพิจารณาลดหนี้ให้ดังกล่าวได้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทท่านและผู้ถือหุ้นโดยรวม
อย่างไร
           ในการอนุมัติเงินกู้ให้แก่ Onenet นั้น อยู่ในช่วงเริ่มต้นการดำเนินธุรกิจเกมออนไลน์ และ
คาดว่าจะการเปิดให้บริการเกมส์ออนไลน์ได้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2550 ซึ่งปรากฎว่า Onenet เริ่มมีรายได้
จากการดำเนินงานล่าช้าจากแผนที่ตั้งไว้เนื่องจากปัญหาทางด้านเทคนิค โดยเริ่มมีรายได้เข้ามาตั้งแต่
ไตรมาสที่ 4 ปี 2550 เป็นต้นมา สำหรับในไตรมาสที่ 1 ปี 2551 ยังคงมีรายได้ต่อเดือนที่สูงขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง จนกระทั่งในไตรมาสที่ 2 ปี 2551 รายได้ในแต่ละเดือนลดลงอย่างมาก ดังนั้น ผู้บริหารของ
Onenet จึงได้ปรับแผนธุรกิจโดยต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการ
จัดหาเกมส์ออนไลน์ใหม่ในการดำเนินธุรกิจต่อไป ประกอบกับบริษัทต้องการระดมเงินทุนเพื่อนำไปใช้ใน
ธุรกิจด้านพลังงานแทน จึงยังไม่สนใจที่จะลงทุนเพิ่มเติมใน Onenet จึงได้ตัดสินใจหาผู้ร่วมทุนรายอื่นที่มี
ความสนใจในธุรกิจเกมส์ออนไลน์ ซึ่งต่อมา บริษัท ออกัสท์ เอเชีย โฮลดิ้งส์ พีทีอี จำกัด ( AAH )
ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Onenet ได้เสนอซื้อหุ้นสามัญของ Onenet ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมดพร้อมทั้งเงินกู้
ในอัตราส่วนร้อยละ 50 ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดซึ่งรวมถึงเงินให้กู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยค้างชำระ
เพื่อปรับโครงสร้างทุน โครงสร้างการเงิน และการบริหารจัดการใน Onenet ให้มีศักยภาพในการ
ดำเนินธุรกิจ ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงได้อนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนและเงินให้กู้ยืมดังกล่าว
เนื่องจากเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทในการถอนตัวจาก Onenet รวมทั้งเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจ
จะเกิดขึ้นในอนาคตจากการที่จะไม่ได้รับการชำระหนี้ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาโดยคำนึง
ถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ

4. เหตุผลที่บริษัทไม่พิจารณาตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างชำระของ
Onenet ในช่วงที่ผ่านมา
         เนื่องจาก Onenet มีกำหนดชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเงินกู้ยืมให้แก่บริษัทในวันที่
22 เมษายน 2551 จึงเป็นเหตุทำให้ที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2551 บริษัทจึงยังไม่ได้ตั้ง
สำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างชำระเนื่องจากยังไม่ถึงกำหนดชำระ ประกอบกับ
ผลการดำเนินงานของ Onenet มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในไตรมาสที่ 1 ปี 2551

       จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
                                     
                                              ขอแสดงความนับถือ


                                         (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                                 (กรรมการ)



 

ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย     วันที่   31/07/08   
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: 01/08/08 09:34:22 »

ที่ D1EA080139

                                              1 สิงหาคม 2551

เรื่อง     แจ้งความคืบหน้าของโครงการเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย

เรียน     กรรมการและผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

             บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ได้เข้าทำบันทึกข้อตกลงกับ
PT LUNTO BIOENERGI PRIMA ("Lunto") ซึ่งเป็นนิติบุคคลสัญชาติอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ได้
รับอนุญาตในการสำรวจแหล่งถ่านหิน เพื่อร่วมดำเนินการศึกษา สำรวจประเมินมูลค่า บริเวณ
พื้นที่เหมืองถ่านหินประเภทซับบิทูมินัส (Sub-bituminous) โดยมีพื้นที่ประมาณ 10,224 เฮกต้า
(63,900 ไร่) ตั้งอยู่ที่ Desa Intu Lingau, Kutai Barat, East Kalimantan
ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยโครงการความร่วมมือศึกษาข้างต้นมี ระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน
ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมกราคม 2552 ทั้งนี้ หากผลสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีปริมาณถ่านหินเป็นที่น่าพอใจ
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันดำเนินโครงการในเชิงพาณิชย์ต่อไป

         จึงเรียนมาเพื่อทราบ

                                            ขอแสดงความนับถือ



                                         (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                                 กรรมการ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #12 เมื่อ: 01/08/08 14:24:56 »

D1เสียววอร์แวนต์ไม่ผ่านกลต.สั่งแจงขายหุ้นไชโย

ก.ล.ต.ติดใจ"ดราก้อน  วัน"สั่งแจงข้อมูลขายหุ้น  Chaiyo แค่ 0.01 บาทต่อหุ้น พร้อมเปิดเผยข้อมูลการขายหุ้น Onenet แบบละเอียด ถึงแม้จะชี้แจงคำถามของตลาดหลักทรัพย์ฯมาแล้วหลายรอบ วงการเชื่อเตรียมออกวอร์แรนต์ เลยถูกจับให้แจงข้อมูลเพื่อระบุข้อมูลไว้ในไฟลิ่ง

นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ กรรมการ บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) หรือ  D1 เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ได้มีหนังสือเลขที่ กลต.จ 1280/2551 ให้ D1 ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท ไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด (Chaiyo) และบริษัท วันเน็ต จำกัด (Onenet) นั้น บริษัทขอชี้แจงข้อมูลดังนี้

บริษัทได้ลงทุนใน Chaiyo รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 62.2 ล้านบาท ต่อมาบริษัทได้บันทึกด้อยค่าเงินลงทุนดังกล่าวทั้งจำนวนในงบการเงินประจำปี 2550 หลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาอันเป็นเหตุให้  Chaiyo ไม่มีสิทธิใช้ประโยชน์ในลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนดั้งเดิมในประเทศไทย และเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 คณะกรรมการบริษัทได้มีมติจำหน่ายเงินลงทุนใน Chaiyo ออกไปในราคาหุ้นละ 0.01 บาท คิดเป็นเงิน 0.02 ล้านบาท

ทั้งนี้เนื่องจากความขัดแย้งของคำพิพากษาของศาลฎีกาไทยและศาลฏีกาญี่ปุ่นในการใช้ประโยชน์ในผลงานอุลตร้าแมนทำให้เกิดปัญหาและความไม่แน่นอนในลิขสิทธิ์ของอุลตร้าแมนดังเดิม  ดังนั้น  การประกอบธุรกิจของ  Chaiyo  ในอนาคตจึงขึ้นอยู่กับผลของข้อตกลงระหว่างสองฝ่ายซึ่ง ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีสาระสำคัญแต่อย่างใดนอกจากนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้มีคำพิพากษาห้ามมิให้ Chaiyo กระทำการหรืออ้างสิทธิใด ๆ ในผลงานอุลตร้าแมนดัดแปลงอีกด้วย

จากปัญหาและความไม่แน่นอนดังกล่าว  และฐานธุรกิจส่วนใหญ่ของ  Chaiyo  อยู่ในประเทศไทยทำให้  Chaiyo ได้หยุดประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Chaiyo ได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางกฎหมาย

ดังนั้น  บริษัทจึงได้พิจารณาขายเงินลงทุนใน  Chaiyo  ทั้งหมด โดยกำหนดราคาขายที่  0.01 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่กำหนดจากวิธีปรับปรุงมูลค่าตามบัญชี (Adjusted Book  Value) โดยใช้งบการเงินภายในของ Chaiyo ณ วันที่ 30 กันยายน 2550 ซึ่งเป็นงบการเงินล่าสุดที่  Chaiyo จัดทำ เนื่องจากปัจจุบัน Chaiyo ได้หยุดดำเนินกิจการชั่วคราว   อันเป็นผลจากคำพิพากษาของศาลที่ตัดสินเรื่องลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนเหตุผลที่บริษัทกำหนดราคาขายโดยใช้วิธีปรับปรุงมูลค่าตามบัญชี เนื่องจากบริษัทเห็นว่าวีธีมูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 30 กันยายน 2550 ไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของ Chaiyo ณ ปัจจุบัน บริษัทจึงได้ปรับปรุงมูลค่าตามบัญชีให้สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของ Chaiyo ณ ปัจจุบัน ภายใต้ข้อจำกัดของข้อมูลที่ได้รับ

แหล่งข่าวจากบริษัทจดทะเบียน เปิดเผยว่า กรณีที่ก.ล.ต.ให้ D1 ชี้แจงข้อมูลรายการขายหุ้น Chaiyo ของบริษัทที่เข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ เนื่องจากD1 กำลังอยู่ระหว่างการขอออกใบสำคัญแสดงสิทธิ(วอแรนต์)ของD1 ซึ่งต้องมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน

"เรื่องที่ก.ล.ต.ขอข้อมูลที่D1  ขายหุ้น  Chaiyo ออกไปที่ราคา 0.01 บาทต่อหุ้น เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาจากการที่D1  มีแผนจะออกวอร์แรนต์  ทำให้ต้องมีการยื่นแบบแสดงข้อมูล(ไฟลิ่ง) ทำให้ข้อมูลบ้างอย่างที่D1 ยังชี้แจงไม่ครบถ้วน ประกอบกับ บางครั้งการขอข้อมูลบางอย่าง อาจอยู่นอกเหนือจากอำนาจของทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)

ทำให้ก.ล.ต.ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง"แหล่งข่าว กล่าว

ที่ผ่านมาสำนักงานก.ล.ต.ได้เข้ามามีบทบาทในการขอข้อมูลกับบริษัทจดทะเบียนที่มีธุรกรรมที่มีความเกี่ยวโยงกัน ซึ่งการขอข้อมูลD1 ก็เป็นอีกครั้งที่ทางการทั้งตลท.กับสำนักงานก.ล.ต.ทำงานรวมกัน ก่อนที่งานตรวจสอบดังกล่าวจะถูกย้ายไปเป็นงานในส่วนของก.ล.ต.ภายหลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ฯมีการแปรสภาพเรียบร้อยแล้ว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: 14/08/08 10:11:20 »

หลักทรัพย์ D1 
 แหล่งข่าว D1 
  หัวข้อข่าว ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมการจำหน่ายเงินลงทุน Chaiyo&Onenet 
  วันที่/เวลา 14 ส.ค. 2551 09:52:19   

  ที่ D1CS080148

                                                                                           13 สิงหาคม 2551

เรื่อง ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนใน Chaiyo และ Onenet
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



      ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ("สำนักงาน กลต.") ได้มีหนังสือเลขที่ กลต.จ
1588/2551 ให้บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ("บริษัท" หรือ "D1") ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำหน่ายเงิน
ลงทุนในบริษัท ไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด ("Chaiyo") และบริษัท วันเน็ต จำกัด ("Onenet") นั้น บริษัทขอชี้แจงข้อมูลดังนี้


เงินลงทุนใน Chaiyo
1.     ปัจจัยที่ใช้ในการประกอบการพิจารณาตัดสินใจเข้าลงทุนใน Chaiyo บริษัทได้พิจารณาตัดสินใจ
ดำเนินการภายใต้ข้อมูลและปัจจัยต่างๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมหรือไม่
อย่างไร
         ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงทุนนั้น คณะกรรมการได้พิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับ วิเคราะห์การลงทุนซึ่งรวมถึง
การวิเคราะห์ความเสี่ยงของบริษัทและอุตสาหกรรมและเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียจากการลงทุน โดยปัจจัยสำคัญใน
การพิจารณาลงทุนใน Chaiyo คือการที่ Chaiyo ได้รับสิทธิในการนำอุลตร้าแมนมาสร้างสรรค์และพัฒนารูปลักษณ์ขึ้น
ใหม่ โดยถือครองลิขสิทธิ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์อุลตร้าแมนทั่วโลก (ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งใน
ขณะนั้นมีข้อเท็จจริงอันประจักษ์ว่า ศาลฏีกาประเทศญี่ปุ่นได้ตัดสินให้นายสมโพธิ แสงเดือนฉาย (ซึ่งต่อมาได้ให้สิทธิแก่
บริษัท ซึบูรญ่า ไชโย จำกัด และบริษัท ซึบูรญ่า ไชโย จำกัด ได้ให้สิทธิในการนำอุลตร้าแมนมาสร้างสรรค์ พัฒนาและ
ประดิษฐ์รูปลักษณ์ขึ้นใหม่ รวมทั้งหาประโยชน์ใดๆ ทั้งจากอุลตร้าแมนดัดแปลงและอุลตร้าแมนเดิมให้แก่ Chaiyo โดยยึด
หลักการของคำตัดสินของศาลฏีกาญี่ปุ่น) เป็นผู้มีสิทธิอย่างผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวในการใช้สิทธิผลงานอุลตร้าแมนต่างๆ
ทั่วโลก (ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น) ตามสัญญามอบสิทธิจากบริษัท ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ จำกัด มาให้แก่นายสมโพธิ แสง
เดือนฉายจึงทำให้บริษัทเชื่อว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างมากในการลงทุนใน Chaiyo อีกทั้งอุลตร้าแมนยังได้รับความนิยม
อย่างมากในประเทศไทย โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 17/2549 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2549 ได้มีมติลงทุน
ซื้อหุ้นสามัญของ Chaiyo รวมไม่เกิน 3,485,852 หุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 100,246,782 บาท และต่อมาบริษัทได้ทยอยการ
ลงทุนใน Chaiyo ทั้งหมด 5 ครั้ง รวม 2,150,852 หุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 62,199,282 บาท ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการชำระค่าหุ้น
สามัญเพิ่มทุนนั้นสถานะของ Chaiyo ยังคงอยู่ภายใต้สถานการณ์เดียวกันกับช่วงอนุมัติการลงทุน ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 15
พฤษภาคม 2550 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติชะลอการลงทุนเพิ่มใน Chaiyo อันเนื่องมาศาลทรัพย์สินทาง
ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้มีคำพิพากษาว่านายสมโพธิ แสงเดือนฉาย ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัท ซิบู
ราญ่า โปรดักชั่นส์ จำกัด โดยให้ลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนที่ Chaiyo สร้างสรรค์ขึ้นใหม่เป็นของบริษัท ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์
จำกัดเท่านั้น


2. สาเหตุที่บริษัทเห็นว่ามูลค่าตามบัญชีที่แท้จริงของ Chaiyo ควรจะต้องปรับลดด้วยมูลค่างานระหว่างผลิต
ของ Chaiyo จำนวน 105.77 ล้านบาท
        งานระหว่างผลิต มูลค่า 105.77 ล้านบาท เป็นต้นทุนการผลิตภาพยนตร์อุลตร้าแมนดัดแปลง จำนวน 1 เรื่อง ซึ่ง
ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการผลิตภาพยนตร์อุลตร้าแมนดัดแปลง ได้แก่ ค่าลิขสิทธิ์ตัดจ่าย อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแสดงซึ่งรวมถึง เงินเดือนฝ่ายผลิต อุปกรณ์ประกอบฉาก และค่าใช้จ่ายสำหรับสื่อต่าง ๆ เป็นต้น
ภาพยนตร์ดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เฉพาะการถ่ายทำเสร็จสิ้นเพียงร้อยละ 90 เท่านั้น ซึ่งภายหลังการถ่ายทำเสร็จ
สมบูรณ์ ยังต้องมีขั้นตอนภายหลังการผลิต (Post Production) ได้แก่ การตัดต่อ การทำ computer graphic ด้วย
เทคโนโลยี CG และการประกอบแสงและเสียง เป็นต้น ดังนั้นหากจะทำให้ภาพยนตร์เสร็จสมบูรณ์ต้องใช้เงินลงทุนอีกเป็น
จำนวนมาก โดยภาพยนตร์อุลตร้าแมนดัดแปลงนี้สร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายลูกค้าหลักในประเทศไทย และเนื่องจาก ณ วันที่
5 กุมภาพันธ์ 2551 ศาลฎีกาของประเทศไทยได้พิพากษาตัดสินให้นายสมโพธิไม่สิทธิใด ๆ ในอุลตร้าแมนดั้งเดิมเลย
เนื่องจากหนังสือสัญญาในปี 2519 ไม่มีผลตามกฎหมาย ส่งผลให้ Chaiyo ไม่สิทธิใด ๆ ในอุลตร้าแมนดั้งเดิมด้วยเช่นกัน
ผลของคำพิพากษาดังกล่าวคลอบคลุมไปถึงสิทธิในการดัดแปลงอุลตร้าแมนด้วย นอกจากนี้ ตามคำสั่งศาลทรัพย์สินทาง
ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 Chaiyo ไม่มีสิทธิใด ๆ และไม่สามารถหาผลประโยชน์
ในอุลตร้าแมนดัดแปลงได้อีกต่อไป ดังนั้น จากคำพิพากษาของศาลบริษัทจึงได้พิจารณาแล้วว่างานระหว่างผลิตดังกล่าว
ไม่มีมูลค่าอีกต่อไป
        ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อผู้ถือหุ้นเดิมที่อยู่ในระหว่างยื่นต่อสำนักงานได้ระบุ
ว่า Chaiyo ยังคงมีสิทธิหาประโยชน์จากอุลตร้าแมนดั้งเดิมได้ทั่วโลก ยกเว้นประเทศไทยและญี่ปุ่นนั้น บริษัทขอเรียนชี้แจง
ว่า เนื่องจากตามหลักอธิปไตยอำนาจศาลฎีกาไทยจะครอบคลุมในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้นในทางธุรกิจ Chaiyo ยัง
สามารถหาผลประโยชน์ในอุลตร้าแมนดั้งเดิมได้ทั่วโลกยกเว้นประเทศไทยและญี่ปุ่น โดย บริษัท ซิบูรญ่า โปรดักส์ชั่น
จำกัด อาจจะตามไปฟ้องต่อศาลในประเทศนั้น ๆ ต่อไป


3. การปรับลดมูลค่าของอุปกรณ์ลงอีกจำนวน 44.1 ล้านบาทเนื่องจากอุปกรณ์บางส่วนสูญหายและบางส่วนได้จำหน่ายออกไปแล้ว
        (1) บริษัทได้ปรับลดมูลค่าในส่วนของอุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตมูลค่า 44.1 ล้านบาท เนื่องจาก
บริษัทได้รับทราบจาก อดีตผู้บริหาร Chaiyo ว่าปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวแทบจะไม่เหลืออยู่ใน Chaiyo เลย โดยมีบางส่วน
สูญหายซึ่งไม่สามารถระบุถึงสาเหตุและผู้รับผิดชอบได้                    และบางส่วนได้จำหน่ายออกไปเพื่อนำเงินมาจ่ายชำระหนี้แต่
เนื่องจากปัจจุบัน Chaiyo ไม่ได้ดำเนินธุรกิจแล้ว จึงไม่มีพนักงานติดตามบันทึกรายการ ทำให้ไม่สามารถระบุมูลค่าได้
ชัดเจน
             บริษัทได้ตระหนักถึงภาระความรับผิดชอบของผู้บริหารของ Chaiyo ในการละเลยการควบคุมดูแลสินทรัพย์
ของบริษัท แต่บริษัทได้พิจารณาที่จะไม่ฟ้องร้องผู้บริหารของ Chaiyo ในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน เนื่องจาก
บริษัทเห็นว่าภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในการฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่คุ้มกับการชดใช้ค่าเสียหายที่จะได้รับในอนาคต
เนื่องจากผู้บริหารของ Chaiyo มีคดีความระหว่างถูกฟ้องร้องอยู่แล้ว อีกทั้งภาระหนี้สินที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ของผู้บริหารเอง
และภาระหนี้สินส่วนของ Chaiyo ด้วย
       (2) สำหรับการจำหน่ายสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้นั้น บริษัทได้ทราบจากอดีตผู้บริหาร Chaiyo ว่าได้มีการนำเงินที่
ได้รับจากการจำหน่ายสินทรัพย์ไปชำระหนี้ และเนื่องจาก Chaiyo มีภาระหนี้ที่เพิ่มมากขึ้นจาก ณ 30 กันยายน 2550 ซึ่ง
ไม่มีพนักงานบันทึกบัญชี ทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์นำไปชำระหนี้ส่วนใด
        (3) ปัจจุบัน Chaiyo ไม่ได้มีการบันทึกบัญชีแต่อย่างใดเนื่องจากไม่มีพนักงานและได้หยุดดำเนินธุรกิจแล้วทำให้ไม่
สามารถระบุมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นจริงว่าแตกต่างจากมูลค่าตามบัญชีในงบการเงินล่าสุดของ Chaiyo ณ 30 กันยายน
2550 และจากการสอบถามผู้บริหาร Chaiyo และได้ทราบว่า Chaiyo ได้นำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินไปจ่ายชำระหนี้ที่
เกิดขึ้นภายหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2550 นอกจากนี้ อดีตผู้บริหารของ Chaiyo ได้แจ้งว่าได้มีบริษัทซึ่งเป็นพันธมิตร
ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์อุลตร้าแมนได้ฟ้องร้องค่าเสียหายกับ Chaiyo และผู้บริหารมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท
โดย Chaiyo มีคดีความถูกฟ้องร้องอื่น ๆ อีก ดังนั้น Chaiyo จึงมีภาระหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีก ซึ่งบริษัทไม่ได้
นำมาพิจารณาในการปรับมูลค่าตามบัญชีของ Chaiyo ข้างต้น
      จากการสอบถามผู้บริหารของ Chaiyo และข้อมูลที่ได้รับ Chaiyo ไม่มีสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนที่ยังไม่ได้บันทึกไว้ใน
งบการเงินของ Chaiyo


4. บริษัทมีการกำหนดมาตรการในการติดตามดูแลการดำเนินงานและการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินและ
ผลการดำเนินงานของ Chaiyo อย่างไร
      การที่บริษัทไม่ได้แต่งตั้งตัวแทนเข้าไปเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร Chaiyo เนื่องจาก Chaiyo ยังมีความไม่ชัดเจนใน
คดีความเรื่องละเมิดลิขสิทธ์อุลตร้าแมนและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ติดตามการดำเนินงาน
ทุกไตรมาสโดยได้มีการจัดทำรายงานการควบคุม (Monitoring Report) นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการติดต่อกับ Chaiyo
เป็นระยะ ๆ และได้มีการให้ความช่วยเหลือทางด้านธุรกิจ เช่น การช่วยเจรจากับบริษัท ซิบูรญ่า โปรดักส์ชั่น จำกัด และ
การเจรจาการค้าที่ประเทศจีน เป็นต้น


เงินลงทุนใน Onenet
1. ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นของ Onenet แต่ละรายมีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
และการที่บริษัทให้กู้ยืมเงินแก่ Onenet ในจำนวนที่สูงกว่าผู้ถือหุ้นรายอื่น จะถือเป็นการให้ความช่วยเหลือทาง
การเงินอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ อย่างไร
      ในการตกลงให้เงินกู้ยืมแก่ Onenet นั้น ในเบื้องต้นกลุ่มผู้ถือหุ้นได้ตกลงที่จะให้เงินกู้ยืมแก่ Onenet ผ่านการ
ประชุมคณะกรรมการบริษัทของ Onenet ครั้งที่ 3/2550 ในวงเงินรวม 19 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัทจำนวน 8 ล้าน
บาท บริษัท อินโฟคอม โฮลดิ้งส์ (บีวีไอ) จำกัด ("IAH") จำนวน 8 ล้านบาท และ บริษัท ไออีซี บิซิเนส พาร์ทเนอร์ส จำกัด
("IEC BP") จำนวน 3 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี ซึ่งภายหลังได้มีการทยอยเบิกเงินกู้จากผู้ถือหุ้นแต่ละราย
นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นรายอื่นยกเว้นบริษัทได้อนุมัติเพิ่มวงเงินการให้กู้ยืมแก่ Onenet โดย ณ ปัจจุบัน จำนวนเงินกู้ยืม (ไม่
รวมดอกเบี้ย) เท่ากับ 27,805,000 บาท ประกอบด้วย IAH จำนวน 16,508,000 บาท บริษัท จำนวน 7,797,000 บาท
และ IEC BP จำนวน 3,500,000 บาท
       ทั้งนี้ การพิจารณาวงเงินให้กู้ยืมของผู้ถือหุ้นแต่ละรายขึ้นอยู่กับกำลังความสามารถ รวมทั้งรูปแบบการให้ความ
ช่วยเหลืออื่นที่มิใช้เงินให้กู้ยืมด้วย โดยในส่วนของบริษัทพิจารณาภายใต้ปัจจัยที่ว่า การที่ Onenet มีแผนที่จะเพิ่มทุนจด
ทะเบียนจาก 10 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท ซึ่งบริษัทพิจารณาแล้วคาดการณ์ว่าเมื่อ Onenet มีกำไรสุทธิจากผล
ประกอบการที่เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ตั้งไว้ และมีแนวโน้มที่ชัดเจน บริษัทจะพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Onenet
เป็นร้อยละ 20 ของทุนจดทะเบียน คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 10 ล้านบาท แต่เนื่องจาก Onenet เพิ่งเริ่มประกอบธุรกิจ และ
คาดว่า Onenet มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2550 เมื่อวันที่ 3
มีนาคม 2550 จึงได้พิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนใน Onenet และได้มีมติว่าจะยังคงเงินลงทุนใน Onenet จำนวน
2 ล้านบาท และอนุมัติวงเงินให้กู้ยืมแก่ Onenet จำนวน 8 ล้านบาท โดยที่วงเงินให้กู้ยืมจำนวนดังกล่าวจะเกินกว่าสัดส่วน
การถือหุ้นของบริษัท แต่บริษัทคาดว่า Onenet จะไม่มีความจำเป็นที่จะเบิกเงินกู้เต็มวงเงินและจะสามารถจ่ายชำระหนี้
ก่อนกำหนดได้
        สำหรับผู้ถือหุ้นรายอื่นนั้น บริษัทได้รับทราบข้อตกลงผ่านการประชุมคณะกรรมการบริษัทของ Onenet ดังนี้ IAH
ได้อนุมัติวงเงินกู้จำนวน 8 ล้านบาท และ Onenet ได้เบิกเงินกู้ครบถ้วนแล้ว โดยภายหลังตั้งแต่เดือน กันยายน 2550 เป็น
ต้นมาจนถึงปัจจุบัน IAH ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินกู้เพิ่มเติมอีกจำนวน 4 ครั้ง จำนวน 8,508,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อย
ละ 8 ต่อปี ส่วน IEC BP ได้อนุมัติวงเงินกู้จำนวน 8 ล้านบาท และ Onenet ได้เบิกเงินกู้ครบถ้วนแล้ว และต่อมาเมื่อเดือน
กันยายน 2550 IEC BP ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินกู้เพิ่มเติมเป็นจำนวน 500,000 บาท นอกจากนี้ Onenet ยังค้างชำระหนี้อื่น
กับกลุ่ม IEC BP อีกประมาณ 3.5 ล้านบาท

2. ปัจจัยที่ใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจเข้าไปลงทุนและให้เงินกู้ยืมแก่ Onenet รวมทั้ง การขายเงิน
ลงทุนซึ่งทำให้บริษัทได้รับความเสียหายนั้น บริษัทได้พิจารณาตัดสินใจดำเนินการภายใต้ข้อมูลและปัจจัยต่าง
ๆ ด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมหรือไม่ อย่างไร
       ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงทุนนั้น บริษัทได้ศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนทั้งในด้านการตลาด ภาวะ
อุตสาหกรรม ประมาณการทางการเงิน การบริหารจัดการซึ่งรวมถึงประสบการณ์โดยตรงของผู้บริหารในธุรกิจเกมส์
ออนไลน์ซึ่งเป็นธุรกิจเฉพาะที่ผู้บริหารจะต้องมีประสบการณ์และเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าอย่างถ่องแท้ นอกจากนี้
บริษัทยังได้วิเคราะห์เปรียบเทียบทั้งข้อดี                ข้อจำกัด รวมทั้งความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการลงทุน ซึ่งเป็นไปตาม
หลักการลงทุน ซึ่งในการลงทุนแต่ละครั้งล้วนแต่มีความเสี่ยง เพียงแต่จะบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไร โดยใน
กรณีของ Onenet ทางบริษัททราบเป็นอย่างดีว่าธุรกิจเกมส์ออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงตามกระแสความนิยมอย่างรวดเร็ว
และการคาดการณ์เกี่ยวกับความนิยมของเกมส์เป็นไปได้ยากเนื่องจากเกมส์ออนไลน์ยังไม่เริ่มให้บริการ แต่เนื่องจากเกมส์
ดังกล่าวได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นและถูกพัฒนาโดยทีมงานเดียวกับเกมส์ออนไลน์ Ragnarok ซึ่ง
เป็นเกมส์ที่เคยได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย ประกอบกับความนิยมที่มากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี
จึงได้มีการคาดการณ์ว่าธุรกิจเกมส์ออนไลน์จะประสบความสำเร็จในประเทศไทย                  จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่บริษัทมองว่ามี
โอกาสที่จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากหาก Onenet สามารถเปิดให้บริการตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
        ในการอนุมัติเงินกู้ยืมแก่ Onenet บริษัทได้พิจารณาปัจจัยต่างๆ ความเสี่ยงของการลงทุนและตัดสินใจเพื่อ
ประโยชน์ของผู้ถือหุ้นโดยลงทุนในรูปเงินทุนและเงินให้กู้ยืมนั้นจะป้องกันผลขาดทุนในฐานะผู้ให้กู้ยืม ขณะที่การลงทุนใน
รูปเงินลงทุนจะทำให้มีโอกาสทำกำไรหากเกมส์ประสบความสำเร็จ บริษัทคาดการณ์ว่า Onenet คงไม่มีผลการดำเนินงาน
กำไรจนกว่าจะเปิดให้บริการ ทั้งนี้ ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงทุนและให้เงินกู้ยืมนั้น บริษัทขอยืนยันว่าได้พิจารณา
ภายใต้หลักการระมัดระวังภายใต้พื้นฐานข้อมูลและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอย่างเต็มที่ จากประสบการณ์ของ
ผู้บริหารและความสำเร็จของเกมส์ในญีปุ่นและเกาหลี โดยที่ภายหลังจากการลงทุนบริษัทได้แต่งตั้งกรรมการจำนวน 2
ท่านซึ่งจะรับผิดชอบและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและให้คำแนะนำและช่วยเหลือ
       จากการที่บริษัทได้มีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พบว่า
          Onenet เริ่มเปิดให้บริการล่าช้าจากเดิมที่กำหนดไว้ในที่ไตรมาส 2 ของปี 2550 เป็นปลายไตรมาส 3 ของปี 2550
เนื่องจากปัญหาทางด้านเทคนิค ส่งผลให้งบการเงินของ Onenet สำหรับไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 ของปี 2550 ยังไม่มี
รายได้จากการดำเนินงานและประสบผลขาดทุนและต้องการเงินทุนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าหากเปิดให้บริการ
แล้วจะมีรายได้เข้ามาจนทำให้ Onenet มีผลกำไรจากการดำเนินงาน ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2550 เงินกู้ยืมจากกลุ่ม
ผู้ถือหุ้นเท่ากับ 18 ล้านบาท ประกอบด้วย IAH จำนวน 8,998,000 บาท บริษัทจำนวน 5,502,000 บาท และ IEC BP
จำนวน 3,500,000 บาท โดย บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียวที่ให้ Onenet ทะยอยเบิกเงินกู้ตามความจำเป็นในการใช้
เงินและยังเบิกจ่ายเงินกู้ไม่ครบตามวงเงินกู้ ในขณะที่ผู้ถือหุ้นรายอื่นได้ให้เบิกเงินกู้ทั้งหมดและได้อนุมัติวงเงินกู้เพิ่มเติม
ให้แก่ Onenet อีกด้วย
         ต่อมา Onenet เริ่มมีรายได้ในเชิงพาณิชย์เข้ามาในไตรมาสที่ 4 ปี 2550 เป็นต้นมา แต่เนื่องจากในระหว่างเดือน
กรกฎาคม ถึงกันยายน 2550 ผู้ประกอบการรายอื่นได้เปิดตัวเกมส์ใหม่อื่นๆ อีกมาก ทำให้ผู้เล่นเกมส์หันไปเล่นเกมส์ใหม่
แทน จึงส่งผลต่อความนิยมต่อเกมส์ของ Onenet แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของ Onenet ได้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาด
และส่งเสริมการขายอย่างเต็มที่เพื่อดึงความนิยมของเกมส์กลับคืนมา รวมทั้งพิจารณารูปแบบการให้บริการในรูปแบบ
ใหม่ๆ เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ค่าบริการ โดยทางผู้บริหารของ Onenet ได้แจ้งให้บริษัททราบว่า
รายได้จะเริ่มเติบโตขึ้นในไตรมาสต่อๆ ไป นอกจากนี้ Onenet ยังได้ทำโครงการ Cost Cutting โดยการลดจำนวนพนักงาน
ลดเงินเดือนผู้บริหารลงร้อยละ 50 ลดค่าเช่า เป็นต้น ซึ่งน่าจะทำให้คุ้มทุนได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2550 เงินกู้ยืมจาก
กลุ่มผู้ถือหุ้นเท่ากับ 19.05 ล้านบาท ประกอบด้วย IAH จำนวน 8,998,000 บาท บริษัทจำนวน 6,552,000 บาท และ IEC
BP จำนวน 3,500,000 บาท โดยที่ Onenet ยังมีวงเงินค้างเบิกจากบริษัทเป็นจำนวน 1,245,000 บาท
       สำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2551 Onenet มีรายได้เพิ่มสูงขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา ในขณะที่ค่าใช้จ่ายต่างๆ ลดลง จน
ส่งผลต่อผลการดำเนินงานซึ่งแต่เดิมขาดทุนประมาณเดือนละ 1-2 ล้านบาท ลดลงเหลือเฉลี่ย 400,000 บาทต่อเดือนใน
ไตรมาสแรกของปี 2551 ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2551 เงินกู้ยืมจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเท่ากับ 23.46 ล้านบาท ประกอบด้วย
IAH จำนวน 13,408,000 บาท บริษัทจำนวน 6,552,000 บาท และ IEC BP จำนวน 3,500,000 บาท
         ต่อมา เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2551 Onenet ได้แจ้งความประสงค์ที่จะเบิกจ่ายเงินกู้ค้างเบิกจากบริษัทจำนวน
1,245,000 บาท และเนื่องจากบริษัทได้ให้คำมั่นไว้แล้วว่าจะให้เบิกเงินทั้งหมดตามสัญญาเงินกู้เช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นราย
อื่น จึงได้แจ้งกลับไปยัง Onenet ว่าจะเบิกจ่ายเงินกู้ให้ภายในเดือน เมษายน 2551 ต่อมาปรากฎว่า รายได้ของ Onenet
ไม่เป็นไปตามที่คาด โดยรายได้ในแต่ละเดือนลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน 2551 เริ่มสะท้อนให้เห็นว่า
รายได้ลดลงตั้งแต่ช่วงต้นเดือนและไม่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้บริหารของ Onenet ได้แจ้งว่าเนื่องจากผู้เล่นเปลี่ยนไป
เล่นเกมส์ใหม่ของบริษัทอื่นๆ ที่เปิดให้บริการในช่วงปิดเทอม ทำให้จำนวนผู้เล่น และรายได้ลดลงไปมาก นอกจากนี้ภายใต้
เกมส์ที่มีอยู่เพียง 1 เกมส์ ทำให้ไม่สามารถเกิดการประหยัดเนื่องจากขนาดได้ (Economy of Scale) ดังนั้น หากให้บริการ
แค่เกมส์เดียว คงไม่ทำให้ Onenet มีกำไรได้อย่างแน่นอน และหากต้องเพิ่มจำนวนเกมส์จำเป็นจะต้องเพิ่มทุนหรือกู้เงิน
เพิ่มเติมเพื่อทำการซื้อเกมส์ใหม่มาเปิดให้บริการซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงได้
ตัดสินใจหาผู้ร่วมทุนรายอื่นที่มีความสนใจในธุรกิจเกมส์ออนไลน์เพื่อซื้อเงินลงทุนจากบริษัท ซึ่งต่อมาทางบริษัท ออกัสท์
เอเชีย โฮลดิ้งส์ พีทีอี จำกัด ("AAH") ได้เสนอซื้อหุ้นสามัญของ Onenet ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมดพร้อมทั้งเงินกู้ ในอัตราส่วน
ร้อยละ 50 ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดซึ่งรวมถึงเงินให้กู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยค้างชำระ เพื่อปรับโครงสร้างทุน โครงสร้าง
การเงิน และการบริหารจัดการใน Onenet ให้มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจรวมทั้ง ด้วยเหตุผลข้างต้น คณะกรรมการ
บริษัทจึงได้อนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนและเงินให้กู้ยืมดังกล่าว เนื่องจากเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทในการถอนตัวจาก
Onenet รวมทั้งเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากการที่จะไม่ได้รับการชำระหนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์
ต่อบริษัทมากกว่า ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม
เป็นสำคัญ


3. ในช่วงที่ผ่านมา Onenet ค้างชำระดอกเบี้ยให้แก่บริษัทมาอย่างต่อเนื่อง และโดยที่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี
2551 รายได้การดำเนินงานของ Onenet ลดลงอย่างมากนั้น เหตุใดบริษัทจึงยังคงให้กู้ยืมแก่ Onenet เพิ่มเติม
อีกและในการให้กู้ยืมเงินดังกล่าว ได้คำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้คืนหรือไม่
     สำหรับเงื่อนไขการชำระดอกเบี้ยนั้น จะชำระเมื่อครบสัญญาเงินกู้ในวันที่ 22 เมษายน 2551 ดังนั้น จึงไม่ถือว่า
Onenet ค้างชำระดอกเบี้ยแต่อย่างใด นอกจากนี้การเบิกเงินกู้งวดสุดท้ายยังคงอยู่ภายใต้วงเงินกู้ที่ได้อนุมัติให้แก่ Onenet


4.    เหตุใดบริษัทจึงให้กู้ยืมเงินภายหลังวันที่ครบกำหนดชำระหนี้คืน และการที่พ้นกำหนดชำระหนี้คืนแล้ว
Onenet ยังไม่สามารถชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ทางบริษัทมีมาตรการติดตามชำระหนี้คืนหรือไม่ อย่างไร
       การที่บริษัทเบิกจ่ายเงินกู้ยืมงวดสุดท้ายจำนวน 1,245,000 บาท ให้แก่ Onenet ภายหลังวันที่ครบกำหนดชำระหนี้
คืนนั้น เนื่องจาก Onenet ไม่มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะชำระค่าลิขสิทธิ์และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่จะครบกำหนดใน
ช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งจะเป็นผลทำให้ Onenet ต้องหยุดการให้บริการเกมส์ออนไลน์ในทันที ดังนั้น การเบิกจ่ายเงินกู้
ดังกล่าวจึงส่งผลให้ Onenet สามารถให้บริการเกมส์ออนไลน์ต่อไปได้และยังคงมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจ ประกอบกับ
บริษัทได้ให้คำมั่นว่าจะให้ Onenet เบิกจ่ายเงินกู้ทั้งหมดในวงเงินไม่เกิน 8 ล้านบาท (ตามที่ได้ชี้แจงไว้แล้วในข้อ 2) ดังนั้น
ทาง IAH จึงขอให้บริษัทเบิกจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ Onenet โดยที่ IAH ก็จะเบิกจ่ายเงินกู้เพิ่มเติมให้แก่ Onenet ใน
ภายหลังเนื่องจากติดขัดระบบภายในและไม่สามารถให้เงินกู้ได้อย่างรวดเร็ว ต่อมา IAH ได้เบิกจ่ายเงินกู้ให้แก่ Onenet
อันเป็นผลทำให้ Onenet สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
          สำหรับมาตรการการติดตามชำระหนี้นั้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2550 บริษัทได้มีหนังสือแจ้งให้ Onenet ชำระหนี้
เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยภายใน 15 วัน นับจากวันที่ในหนังสือ และต่อมาคณะกรรมการของ Onenet ได้มีมติขอให้ทางบริษัท
พิจารณาขยายระยะเวลาตามสัญญาเงินกู้ยืม อย่างไรก็ตามเมื่อครบกำหนด 15 วัน บริษัทจึงได้มีหนังสือติดตามการชำระ
หนี้จาก Onenet เป็นฉบับที่ 2


      จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


                                                               ขอแสดงความนับถือ




                                                           (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                                                     (กรรมการ)


 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: 14/08/08 13:59:42 »

หลักทรัพย์ D1 
 แหล่งข่าว D1 
  หัวข้อข่าว ข้อมูลเพิ่มเติมการจำหน่ายเงินลงทุน Chaiyo&Onenet (แก้ไข) 
  วันที่/เวลา 14 ส.ค. 2551 13:53:59   

 
แก้ไขข้อมูลในหัวข้อ เงินลงทุนใน Onenet ข้อ 1 ย่อหน้าสุดท้าย จาก "IEC BP อนุมัติวงเงินกู้จำนวน 8 ล้านบาท" แก้ไขเป็น
"IEC BP อนุมัติวงเงินกู้จำนวน 3 ล้านบาท"


ที่ D1CS080148

                                                                                           13 สิงหาคม 2551

เรื่อง ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนใน Chaiyo และ Onenet
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



      ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ("สำนักงาน กลต.") ได้มีหนังสือเลขที่ กลต.จ
1588/2551 ให้บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ("บริษัท" หรือ "D1") ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำหน่ายเงิน
ลงทุนในบริษัท ไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด ("Chaiyo") และบริษัท วันเน็ต จำกัด ("Onenet") นั้น บริษัทขอชี้แจงข้อมูลดังนี้


เงินลงทุนใน Chaiyo
1.     ปัจจัยที่ใช้ในการประกอบการพิจารณาตัดสินใจเข้าลงทุนใน Chaiyo บริษัทได้พิจารณาตัดสินใจ
ดำเนินการภายใต้ข้อมูลและปัจจัยต่างๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมหรือไม่
อย่างไร
         ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงทุนนั้น คณะกรรมการได้พิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับ วิเคราะห์การลงทุนซึ่งรวมถึง
การวิเคราะห์ความเสี่ยงของบริษัทและอุตสาหกรรมและเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียจากการลงทุน โดยปัจจัยสำคัญใน
การพิจารณาลงทุนใน Chaiyo คือการที่ Chaiyo ได้รับสิทธิในการนำอุลตร้าแมนมาสร้างสรรค์และพัฒนารูปลักษณ์ขึ้น
ใหม่ โดยถือครองลิขสิทธิ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์อุลตร้าแมนทั่วโลก (ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งใน
ขณะนั้นมีข้อเท็จจริงอันประจักษ์ว่า ศาลฏีกาประเทศญี่ปุ่นได้ตัดสินให้นายสมโพธิ แสงเดือนฉาย (ซึ่งต่อมาได้ให้สิทธิแก่
บริษัท ซึบูรญ่า ไชโย จำกัด และบริษัท ซึบูรญ่า ไชโย จำกัด ได้ให้สิทธิในการนำอุลตร้าแมนมาสร้างสรรค์ พัฒนาและ
ประดิษฐ์รูปลักษณ์ขึ้นใหม่ รวมทั้งหาประโยชน์ใดๆ ทั้งจากอุลตร้าแมนดัดแปลงและอุลตร้าแมนเดิมให้แก่ Chaiyo โดยยึด
หลักการของคำตัดสินของศาลฏีกาญี่ปุ่น) เป็นผู้มีสิทธิอย่างผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวในการใช้สิทธิผลงานอุลตร้าแมนต่างๆ
ทั่วโลก (ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น) ตามสัญญามอบสิทธิจากบริษัท ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ จำกัด มาให้แก่นายสมโพธิ แสง
เดือนฉายจึงทำให้บริษัทเชื่อว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างมากในการลงทุนใน Chaiyo อีกทั้งอุลตร้าแมนยังได้รับความนิยม
อย่างมากในประเทศไทย โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 17/2549 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2549 ได้มีมติลงทุน
ซื้อหุ้นสามัญของ Chaiyo รวมไม่เกิน 3,485,852 หุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 100,246,782 บาท และต่อมาบริษัทได้ทยอยการ
ลงทุนใน Chaiyo ทั้งหมด 5 ครั้ง รวม 2,150,852 หุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 62,199,282 บาท ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการชำระค่าหุ้น
สามัญเพิ่มทุนนั้นสถานะของ Chaiyo ยังคงอยู่ภายใต้สถานการณ์เดียวกันกับช่วงอนุมัติการลงทุน ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 15
พฤษภาคม 2550 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติชะลอการลงทุนเพิ่มใน Chaiyo อันเนื่องมาศาลทรัพย์สินทาง
ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้มีคำพิพากษาว่านายสมโพธิ แสงเดือนฉาย ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัท ซิบู
ราญ่า โปรดักชั่นส์ จำกัด โดยให้ลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนที่ Chaiyo สร้างสรรค์ขึ้นใหม่เป็นของบริษัท ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์
จำกัดเท่านั้น


2. สาเหตุที่บริษัทเห็นว่ามูลค่าตามบัญชีที่แท้จริงของ Chaiyo ควรจะต้องปรับลดด้วยมูลค่างานระหว่างผลิต
ของ Chaiyo จำนวน 105.77 ล้านบาท
        งานระหว่างผลิต มูลค่า 105.77 ล้านบาท เป็นต้นทุนการผลิตภาพยนตร์อุลตร้าแมนดัดแปลง จำนวน 1 เรื่อง ซึ่ง
ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการผลิตภาพยนตร์อุลตร้าแมนดัดแปลง ได้แก่ ค่าลิขสิทธิ์ตัดจ่าย อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแสดงซึ่งรวมถึง เงินเดือนฝ่ายผลิต อุปกรณ์ประกอบฉาก และค่าใช้จ่ายสำหรับสื่อต่าง ๆ เป็นต้น
ภาพยนตร์ดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เฉพาะการถ่ายทำเสร็จสิ้นเพียงร้อยละ 90 เท่านั้น ซึ่งภายหลังการถ่ายทำเสร็จ
สมบูรณ์ ยังต้องมีขั้นตอนภายหลังการผลิต (Post Production) ได้แก่ การตัดต่อ การทำ computer graphic ด้วย
เทคโนโลยี CG และการประกอบแสงและเสียง เป็นต้น ดังนั้นหากจะทำให้ภาพยนตร์เสร็จสมบูรณ์ต้องใช้เงินลงทุนอีกเป็น
จำนวนมาก โดยภาพยนตร์อุลตร้าแมนดัดแปลงนี้สร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายลูกค้าหลักในประเทศไทย และเนื่องจาก ณ วันที่
5 กุมภาพันธ์ 2551 ศาลฎีกาของประเทศไทยได้พิพากษาตัดสินให้นายสมโพธิไม่สิทธิใด ๆ ในอุลตร้าแมนดั้งเดิมเลย
เนื่องจากหนังสือสัญญาในปี 2519 ไม่มีผลตามกฎหมาย ส่งผลให้ Chaiyo ไม่สิทธิใด ๆ ในอุลตร้าแมนดั้งเดิมด้วยเช่นกัน
ผลของคำพิพากษาดังกล่าวคลอบคลุมไปถึงสิทธิในการดัดแปลงอุลตร้าแมนด้วย นอกจากนี้ ตามคำสั่งศาลทรัพย์สินทาง
ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 Chaiyo ไม่มีสิทธิใด ๆ และไม่สามารถหาผลประโยชน์
ในอุลตร้าแมนดัดแปลงได้อีกต่อไป ดังนั้น จากคำพิพากษาของศาลบริษัทจึงได้พิจารณาแล้วว่างานระหว่างผลิตดังกล่าว
ไม่มีมูลค่าอีกต่อไป
        ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิต่อผู้ถือหุ้นเดิมที่อยู่ในระหว่างยื่นต่อสำนักงานได้ระบุ
ว่า Chaiyo ยังคงมีสิทธิหาประโยชน์จากอุลตร้าแมนดั้งเดิมได้ทั่วโลก ยกเว้นประเทศไทยและญี่ปุ่นนั้น บริษัทขอเรียนชี้แจง
ว่า เนื่องจากตามหลักอธิปไตยอำนาจศาลฎีกาไทยจะครอบคลุมในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้นในทางธุรกิจ Chaiyo ยัง
สามารถหาผลประโยชน์ในอุลตร้าแมนดั้งเดิมได้ทั่วโลกยกเว้นประเทศไทยและญี่ปุ่น โดย บริษัท ซิบูรญ่า โปรดักส์ชั่น
จำกัด อาจจะตามไปฟ้องต่อศาลในประเทศนั้น ๆ ต่อไป


3. การปรับลดมูลค่าของอุปกรณ์ลงอีกจำนวน 44.1 ล้านบาทเนื่องจากอุปกรณ์บางส่วนสูญหายและบางส่วนได้จำหน่ายออกไปแล้ว
        (1) บริษัทได้ปรับลดมูลค่าในส่วนของอุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตมูลค่า 44.1 ล้านบาท เนื่องจาก
บริษัทได้รับทราบจาก อดีตผู้บริหาร Chaiyo ว่าปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวแทบจะไม่เหลืออยู่ใน Chaiyo เลย โดยมีบางส่วน
สูญหายซึ่งไม่สามารถระบุถึงสาเหตุและผู้รับผิดชอบได้                    และบางส่วนได้จำหน่ายออกไปเพื่อนำเงินมาจ่ายชำระหนี้แต่
เนื่องจากปัจจุบัน Chaiyo ไม่ได้ดำเนินธุรกิจแล้ว จึงไม่มีพนักงานติดตามบันทึกรายการ ทำให้ไม่สามารถระบุมูลค่าได้
ชัดเจน
             บริษัทได้ตระหนักถึงภาระความรับผิดชอบของผู้บริหารของ Chaiyo ในการละเลยการควบคุมดูแลสินทรัพย์
ของบริษัท แต่บริษัทได้พิจารณาที่จะไม่ฟ้องร้องผู้บริหารของ Chaiyo ในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน เนื่องจาก
บริษัทเห็นว่าภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในการฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่คุ้มกับการชดใช้ค่าเสียหายที่จะได้รับในอนาคต
เนื่องจากผู้บริหารของ Chaiyo มีคดีความระหว่างถูกฟ้องร้องอยู่แล้ว อีกทั้งภาระหนี้สินที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ของผู้บริหารเอง
และภาระหนี้สินส่วนของ Chaiyo ด้วย
       (2) สำหรับการจำหน่ายสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้นั้น บริษัทได้ทราบจากอดีตผู้บริหาร Chaiyo ว่าได้มีการนำเงินที่
ได้รับจากการจำหน่ายสินทรัพย์ไปชำระหนี้ และเนื่องจาก Chaiyo มีภาระหนี้ที่เพิ่มมากขึ้นจาก ณ 30 กันยายน 2550 ซึ่ง
ไม่มีพนักงานบันทึกบัญชี ทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์นำไปชำระหนี้ส่วนใด
        (3) ปัจจุบัน Chaiyo ไม่ได้มีการบันทึกบัญชีแต่อย่างใดเนื่องจากไม่มีพนักงานและได้หยุดดำเนินธุรกิจแล้วทำให้ไม่
สามารถระบุมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นจริงว่าแตกต่างจากมูลค่าตามบัญชีในงบการเงินล่าสุดของ Chaiyo ณ 30 กันยายน
2550 และจากการสอบถามผู้บริหาร Chaiyo และได้ทราบว่า Chaiyo ได้นำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินไปจ่ายชำระหนี้ที่
เกิดขึ้นภายหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2550 นอกจากนี้ อดีตผู้บริหารของ Chaiyo ได้แจ้งว่าได้มีบริษัทซึ่งเป็นพันธมิตร
ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์อุลตร้าแมนได้ฟ้องร้องค่าเสียหายกับ Chaiyo และผู้บริหารมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท
โดย Chaiyo มีคดีความถูกฟ้องร้องอื่น ๆ อีก ดังนั้น Chaiyo จึงมีภาระหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีก ซึ่งบริษัทไม่ได้
นำมาพิจารณาในการปรับมูลค่าตามบัญชีของ Chaiyo ข้างต้น
      จากการสอบถามผู้บริหารของ Chaiyo และข้อมูลที่ได้รับ Chaiyo ไม่มีสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนที่ยังไม่ได้บันทึกไว้ใน
งบการเงินของ Chaiyo


4. บริษัทมีการกำหนดมาตรการในการติดตามดูแลการดำเนินงานและการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินและ
ผลการดำเนินงานของ Chaiyo อย่างไร
      การที่บริษัทไม่ได้แต่งตั้งตัวแทนเข้าไปเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร Chaiyo เนื่องจาก Chaiyo ยังมีความไม่ชัดเจนใน
คดีความเรื่องละเมิดลิขสิทธ์อุลตร้าแมนและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ติดตามการดำเนินงาน
ทุกไตรมาสโดยได้มีการจัดทำรายงานการควบคุม (Monitoring Report) นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการติดต่อกับ Chaiyo
เป็นระยะ ๆ และได้มีการให้ความช่วยเหลือทางด้านธุรกิจ เช่น การช่วยเจรจากับบริษัท ซิบูรญ่า โปรดักส์ชั่น จำกัด และ
การเจรจาการค้าที่ประเทศจีน เป็นต้น


เงินลงทุนใน Onenet
1. ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นของ Onenet แต่ละรายมีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
และการที่บริษัทให้กู้ยืมเงินแก่ Onenet ในจำนวนที่สูงกว่าผู้ถือหุ้นรายอื่น จะถือเป็นการให้ความช่วยเหลือทาง
การเงินอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ อย่างไร
      ในการตกลงให้เงินกู้ยืมแก่ Onenet นั้น ในเบื้องต้นกลุ่มผู้ถือหุ้นได้ตกลงที่จะให้เงินกู้ยืมแก่ Onenet ผ่านการ
ประชุมคณะกรรมการบริษัทของ Onenet ครั้งที่ 3/2550 ในวงเงินรวม 19 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัทจำนวน 8 ล้าน
บาท บริษัท อินโฟคอม โฮลดิ้งส์ (บีวีไอ) จำกัด ("IAH") จำนวน 8 ล้านบาท และ บริษัท ไออีซี บิซิเนส พาร์ทเนอร์ส จำกัด
("IEC BP") จำนวน 3 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี ซึ่งภายหลังได้มีการทยอยเบิกเงินกู้จากผู้ถือหุ้นแต่ละราย
นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นรายอื่นยกเว้นบริษัทได้อนุมัติเพิ่มวงเงินการให้กู้ยืมแก่ Onenet โดย ณ ปัจจุบัน จำนวนเงินกู้ยืม (ไม่
รวมดอกเบี้ย) เท่ากับ 27,805,000 บาท ประกอบด้วย IAH จำนวน 16,508,000 บาท บริษัท จำนวน 7,797,000 บาท
และ IEC BP จำนวน 3,500,000 บาท
       ทั้งนี้ การพิจารณาวงเงินให้กู้ยืมของผู้ถือหุ้นแต่ละรายขึ้นอยู่กับกำลังความสามารถ รวมทั้งรูปแบบการให้ความ
ช่วยเหลืออื่นที่มิใช้เงินให้กู้ยืมด้วย โดยในส่วนของบริษัทพิจารณาภายใต้ปัจจัยที่ว่า การที่ Onenet มีแผนที่จะเพิ่มทุนจด
ทะเบียนจาก 10 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท ซึ่งบริษัทพิจารณาแล้วคาดการณ์ว่าเมื่อ Onenet มีกำไรสุทธิจากผล
ประกอบการที่เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ตั้งไว้ และมีแนวโน้มที่ชัดเจน บริษัทจะพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Onenet
เป็นร้อยละ 20 ของทุนจดทะเบียน คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 10 ล้านบาท แต่เนื่องจาก Onenet เพิ่งเริ่มประกอบธุรกิจ และ
คาดว่า Onenet มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2550 เมื่อวันที่ 3
มีนาคม 2550 จึงได้พิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนใน Onenet และได้มีมติว่าจะยังคงเงินลงทุนใน Onenet จำนวน
2 ล้านบาท และอนุมัติวงเงินให้กู้ยืมแก่ Onenet จำนวน 8 ล้านบาท โดยที่วงเงินให้กู้ยืมจำนวนดังกล่าวจะเกินกว่าสัดส่วน
การถือหุ้นของบริษัท แต่บริษัทคาดว่า Onenet จะไม่มีความจำเป็นที่จะเบิกเงินกู้เต็มวงเงินและจะสามารถจ่ายชำระหนี้
ก่อนกำหนดได้
        สำหรับผู้ถือหุ้นรายอื่นนั้น บริษัทได้รับทราบข้อตกลงผ่านการประชุมคณะกรรมการบริษัทของ Onenet ดังนี้ IAH
ได้อนุมัติวงเงินกู้จำนวน 8 ล้านบาท และ Onenet ได้เบิกเงินกู้ครบถ้วนแล้ว โดยภายหลังตั้งแต่เดือน กันยายน 2550 เป็น
ต้นมาจนถึงปัจจุบัน IAH ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินกู้เพิ่มเติมอีกจำนวน 4 ครั้ง จำนวน 8,508,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อย
ละ 8 ต่อปี ส่วน IEC BP ได้อนุมัติวงเงินกู้จำนวน 3 ล้านบาท และ Onenet ได้เบิกเงินกู้ครบถ้วนแล้ว และต่อมาเมื่อเดือน
กันยายน 2550 IEC BP ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินกู้เพิ่มเติมเป็นจำนวน 500,000 บาท นอกจากนี้ Onenet ยังค้างชำระหนี้อื่น
กับกลุ่ม IEC BP อีกประมาณ 3.5 ล้านบาท

2. ปัจจัยที่ใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจเข้าไปลงทุนและให้เงินกู้ยืมแก่ Onenet รวมทั้ง การขายเงิน
ลงทุนซึ่งทำให้บริษัทได้รับความเสียหายนั้น บริษัทได้พิจารณาตัดสินใจดำเนินการภายใต้ข้อมูลและปัจจัยต่าง
ๆ ด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมหรือไม่ อย่างไร
       ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงทุนนั้น บริษัทได้ศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนทั้งในด้านการตลาด ภาวะ
อุตสาหกรรม ประมาณการทางการเงิน การบริหารจัดการซึ่งรวมถึงประสบการณ์โดยตรงของผู้บริหารในธุรกิจเกมส์
ออนไลน์ซึ่งเป็นธุรกิจเฉพาะที่ผู้บริหารจะต้องมีประสบการณ์และเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าอย่างถ่องแท้ นอกจากนี้
บริษัทยังได้วิเคราะห์เปรียบเทียบทั้งข้อดี                ข้อจำกัด รวมทั้งความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการลงทุน ซึ่งเป็นไปตาม
หลักการลงทุน ซึ่งในการลงทุนแต่ละครั้งล้วนแต่มีความเสี่ยง เพียงแต่จะบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไร โดยใน
กรณีของ Onenet ทางบริษัททราบเป็นอย่างดีว่าธุรกิจเกมส์ออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงตามกระแสความนิยมอย่างรวดเร็ว
และการคาดการณ์เกี่ยวกับความนิยมของเกมส์เป็นไปได้ยากเนื่องจากเกมส์ออนไลน์ยังไม่เริ่มให้บริการ แต่เนื่องจากเกมส์
ดังกล่าวได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นและถูกพัฒนาโดยทีมงานเดียวกับเกมส์ออนไลน์ Ragnarok ซึ่ง
เป็นเกมส์ที่เคยได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย ประกอบกับความนิยมที่มากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี
จึงได้มีการคาดการณ์ว่าธุรกิจเกมส์ออนไลน์จะประสบความสำเร็จในประเทศไทย                  จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่บริษัทมองว่ามี
โอกาสที่จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากหาก Onenet สามารถเปิดให้บริการตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
        ในการอนุมัติเงินกู้ยืมแก่ Onenet บริษัทได้พิจารณาปัจจัยต่างๆ ความเสี่ยงของการลงทุนและตัดสินใจเพื่อ
ประโยชน์ของผู้ถือหุ้นโดยลงทุนในรูปเงินทุนและเงินให้กู้ยืมนั้นจะป้องกันผลขาดทุนในฐานะผู้ให้กู้ยืม ขณะที่การลงทุนใน
รูปเงินลงทุนจะทำให้มีโอกาสทำกำไรหากเกมส์ประสบความสำเร็จ บริษัทคาดการณ์ว่า Onenet คงไม่มีผลการดำเนินงาน
กำไรจนกว่าจะเปิดให้บริการ ทั้งนี้ ในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงทุนและให้เงินกู้ยืมนั้น บริษัทขอยืนยันว่าได้พิจารณา
ภายใต้หลักการระมัดระวังภายใต้พื้นฐานข้อมูลและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอย่างเต็มที่ จากประสบการณ์ของ
ผู้บริหารและความสำเร็จของเกมส์ในญีปุ่นและเกาหลี โดยที่ภายหลังจากการลงทุนบริษัทได้แต่งตั้งกรรมการจำนวน 2
ท่านซึ่งจะรับผิดชอบและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและให้คำแนะนำและช่วยเหลือ
       จากการที่บริษัทได้มีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พบว่า
          Onenet เริ่มเปิดให้บริการล่าช้าจากเดิมที่กำหนดไว้ในที่ไตรมาส 2 ของปี 2550 เป็นปลายไตรมาส 3 ของปี 2550
เนื่องจากปัญหาทางด้านเทคนิค ส่งผลให้งบการเงินของ Onenet สำหรับไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 ของปี 2550 ยังไม่มี
รายได้จากการดำเนินงานและประสบผลขาดทุนและต้องการเงินทุนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าหากเปิดให้บริการ
แล้วจะมีรายได้เข้ามาจนทำให้ Onenet มีผลกำไรจากการดำเนินงาน ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2550 เงินกู้ยืมจากกลุ่ม
ผู้ถือหุ้นเท่ากับ 18 ล้านบาท ประกอบด้วย IAH จำนวน 8,998,000 บาท บริษัทจำนวน 5,502,000 บาท และ IEC BP
จำนวน 3,500,000 บาท โดย บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียวที่ให้ Onenet ทะยอยเบิกเงินกู้ตามความจำเป็นในการใช้
เงินและยังเบิกจ่ายเงินกู้ไม่ครบตามวงเงินกู้ ในขณะที่ผู้ถือหุ้นรายอื่นได้ให้เบิกเงินกู้ทั้งหมดและได้อนุมัติวงเงินกู้เพิ่มเติม
ให้แก่ Onenet อีกด้วย
         ต่อมา Onenet เริ่มมีรายได้ในเชิงพาณิชย์เข้ามาในไตรมาสที่ 4 ปี 2550 เป็นต้นมา แต่เนื่องจากในระหว่างเดือน
กรกฎาคม ถึงกันยายน 2550 ผู้ประกอบการรายอื่นได้เปิดตัวเกมส์ใหม่อื่นๆ อีกมาก ทำให้ผู้เล่นเกมส์หันไปเล่นเกมส์ใหม่
แทน จึงส่งผลต่อความนิยมต่อเกมส์ของ Onenet แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของ Onenet ได้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาด
และส่งเสริมการขายอย่างเต็มที่เพื่อดึงความนิยมของเกมส์กลับคืนมา รวมทั้งพิจารณารูปแบบการให้บริการในรูปแบบ
ใหม่ๆ เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ค่าบริการ โดยทางผู้บริหารของ Onenet ได้แจ้งให้บริษัททราบว่า
รายได้จะเริ่มเติบโตขึ้นในไตรมาสต่อๆ ไป นอกจากนี้ Onenet ยังได้ทำโครงการ Cost Cutting โดยการลดจำนวนพนักงาน
ลดเงินเดือนผู้บริหารลงร้อยละ 50 ลดค่าเช่า เป็นต้น ซึ่งน่าจะทำให้คุ้มทุนได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2550 เงินกู้ยืมจาก
กลุ่มผู้ถือหุ้นเท่ากับ 19.05 ล้านบาท ประกอบด้วย IAH จำนวน 8,998,000 บาท บริษัทจำนวน 6,552,000 บาท และ IEC
BP จำนวน 3,500,000 บาท โดยที่ Onenet ยังมีวงเงินค้างเบิกจากบริษัทเป็นจำนวน 1,245,000 บาท
       สำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2551 Onenet มีรายได้เพิ่มสูงขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา ในขณะที่ค่าใช้จ่ายต่างๆ ลดลง จน
ส่งผลต่อผลการดำเนินงานซึ่งแต่เดิมขาดทุนประมาณเดือนละ 1-2 ล้านบาท ลดลงเหลือเฉลี่ย 400,000 บาทต่อเดือนใน
ไตรมาสแรกของปี 2551 ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2551 เงินกู้ยืมจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเท่ากับ 23.46 ล้านบาท ประกอบด้วย
IAH จำนวน 13,408,000 บาท บริษัทจำนวน 6,552,000 บาท และ IEC BP จำนวน 3,500,000 บาท
         ต่อมา เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2551 Onenet ได้แจ้งความประสงค์ที่จะเบิกจ่ายเงินกู้ค้างเบิกจากบริษัทจำนวน
1,245,000 บาท และเนื่องจากบริษัทได้ให้คำมั่นไว้แล้วว่าจะให้เบิกเงินทั้งหมดตามสัญญาเงินกู้เช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นราย
อื่น จึงได้แจ้งกลับไปยัง Onenet ว่าจะเบิกจ่ายเงินกู้ให้ภายในเดือน เมษายน 2551 ต่อมาปรากฎว่า รายได้ของ Onenet
ไม่เป็นไปตามที่คาด โดยรายได้ในแต่ละเดือนลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน 2551 เริ่มสะท้อนให้เห็นว่า
รายได้ลดลงตั้งแต่ช่วงต้นเดือนและไม่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้บริหารของ Onenet ได้แจ้งว่าเนื่องจากผู้เล่นเปลี่ยนไป
เล่นเกมส์ใหม่ของบริษัทอื่นๆ ที่เปิดให้บริการในช่วงปิดเทอม ทำให้จำนวนผู้เล่น และรายได้ลดลงไปมาก นอกจากนี้ภายใต้
เกมส์ที่มีอยู่เพียง 1 เกมส์ ทำให้ไม่สามารถเกิดการประหยัดเนื่องจากขนาดได้ (Economy of Scale) ดังนั้น หากให้บริการ
แค่เกมส์เดียว คงไม่ทำให้ Onenet มีกำไรได้อย่างแน่นอน และหากต้องเพิ่มจำนวนเกมส์จำเป็นจะต้องเพิ่มทุนหรือกู้เงิน
เพิ่มเติมเพื่อทำการซื้อเกมส์ใหม่มาเปิดให้บริการซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงได้
ตัดสินใจหาผู้ร่วมทุนรายอื่นที่มีความสนใจในธุรกิจเกมส์ออนไลน์เพื่อซื้อเงินลงทุนจากบริษัท ซึ่งต่อมาทางบริษัท ออกัสท์
เอเชีย โฮลดิ้งส์ พีทีอี จำกัด ("AAH") ได้เสนอซื้อหุ้นสามัญของ Onenet ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมดพร้อมทั้งเงินกู้ ในอัตราส่วน
ร้อยละ 50 ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดซึ่งรวมถึงเงินให้กู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยค้างชำระ เพื่อปรับโครงสร้างทุน โครงสร้าง
การเงิน และการบริหารจัดการใน Onenet ให้มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจรวมทั้ง ด้วยเหตุผลข้างต้น คณะกรรมการ
บริษัทจึงได้อนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนและเงินให้กู้ยืมดังกล่าว เนื่องจากเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทในการถอนตัวจาก
Onenet รวมทั้งเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากการที่จะไม่ได้รับการชำระหนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์
ต่อบริษัทมากกว่า ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม
เป็นสำคัญ


3. ในช่วงที่ผ่านมา Onenet ค้างชำระดอกเบี้ยให้แก่บริษัทมาอย่างต่อเนื่อง และโดยที่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี
2551 รายได้การดำเนินงานของ Onenet ลดลงอย่างมากนั้น เหตุใดบริษัทจึงยังคงให้กู้ยืมแก่ Onenet เพิ่มเติม
อีกและในการให้กู้ยืมเงินดังกล่าว ได้คำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้คืนหรือไม่
     สำหรับเงื่อนไขการชำระดอกเบี้ยนั้น จะชำระเมื่อครบสัญญาเงินกู้ในวันที่ 22 เมษายน 2551 ดังนั้น จึงไม่ถือว่า
Onenet ค้างชำระดอกเบี้ยแต่อย่างใด นอกจากนี้การเบิกเงินกู้งวดสุดท้ายยังคงอยู่ภายใต้วงเงินกู้ที่ได้อนุมัติให้แก่ Onenet


4.    เหตุใดบริษัทจึงให้กู้ยืมเงินภายหลังวันที่ครบกำหนดชำระหนี้คืน และการที่พ้นกำหนดชำระหนี้คืนแล้ว
Onenet ยังไม่สามารถชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ทางบริษัทมีมาตรการติดตามชำระหนี้คืนหรือไม่ อย่างไร
       การที่บริษัทเบิกจ่ายเงินกู้ยืมงวดสุดท้ายจำนวน 1,245,000 บาท ให้แก่ Onenet ภายหลังวันที่ครบกำหนดชำระหนี้
คืนนั้น เนื่องจาก Onenet ไม่มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะชำระค่าลิขสิทธิ์และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่จะครบกำหนดใน
ช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งจะเป็นผลทำให้ Onenet ต้องหยุดการให้บริการเกมส์ออนไลน์ในทันที ดังนั้น การเบิกจ่ายเงินกู้
ดังกล่าวจึงส่งผลให้ Onenet สามารถให้บริการเกมส์ออนไลน์ต่อไปได้และยังคงมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจ ประกอบกับ
บริษัทได้ให้คำมั่นว่าจะให้ Onenet เบิกจ่ายเงินกู้ทั้งหมดในวงเงินไม่เกิน 8 ล้านบาท (ตามที่ได้ชี้แจงไว้แล้วในข้อ 2) ดังนั้น
ทาง IAH จึงขอให้บริษัทเบิกจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ Onenet โดยที่ IAH ก็จะเบิกจ่ายเงินกู้เพิ่มเติมให้แก่ Onenet ใน
ภายหลังเนื่องจากติดขัดระบบภายในและไม่สามารถให้เงินกู้ได้อย่างรวดเร็ว ต่อมา IAH ได้เบิกจ่ายเงินกู้ให้แก่ Onenet
อันเป็นผลทำให้ Onenet สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
          สำหรับมาตรการการติดตามชำระหนี้นั้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2550 บริษัทได้มีหนังสือแจ้งให้ Onenet ชำระหนี้
เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยภายใน 15 วัน นับจากวันที่ในหนังสือ และต่อมาคณะกรรมการของ Onenet ได้มีมติขอให้ทางบริษัท
พิจารณาขยายระยะเวลาตามสัญญาเงินกู้ยืม อย่างไรก็ตามเมื่อครบกำหนด 15 วัน บริษัทจึงได้มีหนังสือติดตามการชำระ
หนี้จาก Onenet เป็นฉบับที่ 2


      จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


                                                               ขอแสดงความนับถือ




                                                           (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                                                     (กรรมการ)


   
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: 15/08/08 10:43:20 »

หลักทรัพย์ D1 
 แหล่งข่าว D1 
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3) 
  วันที่/เวลา 14 ส.ค. 2551 19:22:00   

                  สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)
                     บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน)

                                                          สอบทาน
                                                      (หน่วย : พันบาท)
                                             สิ้นสุดวันที่  30 มิถุนายน
 งบการเงินรวม
                                       ไตรมาสที่ 2         งวด 6 เดือน
              ปี                    2551        2550        2551        2550

   กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              (55,458)    (21,059)    (73,849)    (43,059)
   กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    (0.11)    (0.06)    (0.16)    (0.12)


  งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                       ไตรมาสที่ 2         งวด 6 เดือน
              ปี                    2551        2550        2551        2550

   กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              (57,866)    464    (70,595)    1,544
   กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    (0.11)    0.01    (0.16)    0.01

   ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
        ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
 

  หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
                ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

  "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
   การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
   ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                               ลงลายมือชื่อ _______________________
                                ( นายทรงวุธ  เวชชานุเคราะห์ )
                               ตำแหน่ง กรรมการ
                                     ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: 15/08/08 10:44:26 »

หลักทรัพย์ D1 
 แหล่งข่าว D1 
  หัวข้อข่าว ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2551 
  วันที่/เวลา 14 ส.ค. 2551 19:22:00   

   
ที่ D1FA080149
                                     14 สิงหาคม 2551

เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551

เรียน กรรมการและผู้จัดการ
      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

           บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงว่า ผลการดำเนินงานตามงบการเงินรวม
สำหรับไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เปลี่ยนแปลงลดลงจากผลการดำเนินงาน
งวดเดียวกันของปี 2550 เกินกว่าร้อยละ 20 มีสาเหตุหลักมาจาก ในไตรมาสที่ 2 ปี 2551 บริษัทฯ มีการตั้ง
สำรองการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจากบริษัทร่วม รวมทั้งสิ้ น
ประมาณ 10 ล้านบาท และบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศกัมพูชา

            จึงเรียนมาเพื่อทราบ

                                       ขอแสดงความนับถือ

                         ลายมือชื่อ _____________________________
                                  (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                       ตำแหน่ง กรรมการ
                                   ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ





 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #17 เมื่อ: 15/08/08 14:20:11 »

กลต.สั่งD1ชี้แจงอีกรอบกรณีซื้อหุ้นไชโย-วันเน็ต
สำนักการก.ล.ต.คาใจ D1 สั่งชี้แจงอีกรอบ ที่มาของการซื้อหุ้น Chaiyo รวมถึงหาเหตุที่บริษัทเห็นว่ามูลค่าตามบัญชีที่แท้จริงของ  Chaiyo  ควรจะต้องปรับลดด้วยมูลค่างานระหว่างผลิตของ Chaiyo และการปรับลดมูลค่าของอุปกรณ์ลงอีก 44.1 ล้านบาท

นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ กรรมการ บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด(มหาชน)หรือ D1

เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท ไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด  หรือ  Chaiyo  ว่า  ปัจจัยที่ใช้ในการประกอบการพิจารณาตัดสินใจเข้าลงทุนใน Chaiyo ได้พิจารณาตัดสินใจดำเนินการภายใต้ข้อมูลและปัจจัยต่างๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมหรือไม่อย่างไร

โดยบริษัทตอบว่า การที่ Chaiyo ได้รับสิทธิในการนำอุลตร้าแมนมาสร้างสรรค์และพัฒนารูปลักษณ์ขึ้นใหม่      โดยถือครองลิขสิทธิ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์อุลตร้าแมนทั่วโลก(ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งในขณะนั้นมีข้อเท็จจริงว่า ศาลฏีกาประเทศญี่ปุ่นได้ตัดสินให้นายสมโพธิ แสงเดือนฉายได้ให้สิทธิในการนำอุลตร้าแมนมาสร้างสรรค์ พัฒนาและประดิษฐ์รูปลักษณ์ขึ้นใหม่

รวมทั้งหาประโยชน์ใดๆ ทั้งจากอุลตร้าแมนดัดแปลงและอุลตร้าแมนเดิมให้แก่ Chaiyo

เป็นผู้มีสิทธิอย่างผูกขาดเพียงผู้เดียวในการใช้สิทธิผลงานอุลตร้าแมนต่างๆ  ทั่วโลก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ตามสัญญามอบสิทธิจากบริษัท ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ มาให้แก่นายสมโพธิ จึงทำให้บริษัทเชื่อว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างมากในการลงทุนใน Chaiyo

อีกทั้งอุลตร้าแมนยังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย     โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 17/2549 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2549 ได้มีมติลงทุนซื้อหุ้นสามัญของ Chaiyo รวมไม่เกิน 3,485,852 หุ้น คิดเป็นเงิน 100,246,782 บาท

ต่อมาบริษัทได้ทยอยการลงทุนใน  Chaiyo ทั้งหมด 5 ครั้ง รวม 2,150,852 หุ้น คิดเป็นเงิน 62,199,282 บาท ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนนั้นสถานะของ Chaiyo  ยังคงอยู่ภายใต้สถานการณ์เดียวกันกับช่วงอนุมัติการลงทุน

และเมื่อวันที่ 15 พ.ค.50 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติชะลอการลงทุนเพิ่มใน Chaiyo เนื่องจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำพิพากษาว่านายสมโพธิได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัท  ซิบูราญ่า  โปรดักชั่นส์ โดยให้ลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนที่ Chaiyo สร้างสรรค์ขึ้นใหม่เป็นของบริษัท ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ จำกัดเท่านั้น

นอกจากนี้ก.ล.ต.ยังต้องการทราบสาเหตุที่บริษัทเห็นว่ามูลค่าตามบัญชีที่แท้จริงของ Chaiyo ควรจะต้องปรับลดด้วยมูลค่างานระหว่างผลิตของ Chaiyo จำนวน 105.77 ล้านบาท การปรับลดมูลค่าของอุปกรณ์ลงอีก 44.1 ล้านบาทเนื่องจากอุปกรณ์บางส่วนสูญหายและบางส่วนได้จำหน่ายออกไปแล้ว  และบริษัทมีการกำหนดมาตรการในการติดตามดูแลการดำเนินงานและการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ Chaiyo อย่างไร

ทางก.ล.ต.ยังมีประเด็นสงสัยในเรื่องบริษัท วันเน็ต โดยให้ชี้แจงเพิ่มเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นของ วันเน็ต แต่ละรายมีความต่างกันหรือไม่ และปัจจัยที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเข้าไปลงทุนและให้เงินกู้ยืมแก่ Onenet รวมทั้งการขายเงินลงทุนซึ่งทำให้บริษัทได้รับความเสียหายนั้น บริษัทได้ตัดสินใจดำเนินการภายใต้ข้อมูลและปัจจัยต่างๆ ด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมหรือไม่ อย่างไร

แหล่งข่าว กล่าวว่า การที่สำนักงานก.ล.ต.เรียกร้องให้ D1 ชี้แจงข้อสงสัยดังกล่าว เนื่องจากบริษัทได้มีการขอออกใบสำคัญแสดงสิทธิ(วอร์แรนต์) ทำให้ทางก.ล.ต.ต้องขอข้อมูลเพิ่ม  เพื่อเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)  ก่อนที่จะมีออกวอร์แรนต์ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้ศึกษาข้อมูลเพื่อใช้ในการลงทุน

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #18 เมื่อ: 07/10/08 19:15:07 »

ผู้ถือหุ้นD1เฮ วอร์แรนต์ผ่าน ฤกษ์แจกต.ค.
วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ผู้ถือหุ้น D 1 เฮ!! ก.ล.ต.อนุมัติวอร์แรนต์ตามเกณฑ์เดิม ส่วน LIVE รอใช้เกณฑ์ใหม่

นางนุตนา ศรีสมศักดิ์ กรรมการ บริษัท ดราก้อนวัน (D 1) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติให้ D 1 ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) ชุดที่ 1 (D 1-W) เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการจะประชุมเพื่อกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อสิทธิในการจัดสรร D 1-W ต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2551 ของ D 1 เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2551 อนุมัติให้ออกและขาย D 1-W จำนวนไม่เกิน 193 ล้านหน่วยเศษ แจกฟรีผู้ถือหุ้นเดิม อัตรา 3 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์

แหล่งข่าวจาก D 1 กล่าวว่า D 1-W ยื่นแบบข้อมูล (ไฟลิง) เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา และได้รับอนุมัติตามเกณฑ์เก่า ซึ่งคณะกรรมการจะประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดวัน XW และคาดไม่เกินปลายเดือน ต.ค.นี้ จากนั้นไม่กี่วันสามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ทันที

แหล่งข่าวจากบริษัท ไลฟ์ อินคอร์ปอเรชั่น (LIVE) กล่าวว่า วอร์แรนต์ที่ยื่นไฟลิงไปแล้ว คาดเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นไม่ทันปลายปีนี้ และอาจไปใช้เกณฑ์ใหม่ของสำนักงาน ก.ล.ต. ปี 2552

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: 07/11/08 13:56:21 »

 หลักทรัพย์ D1 
 แหล่งข่าว mai 
  หัวข้อข่าว สรุปข้อสนเทศ : D1-W1 
  วันที่/เวลา 07 พ.ย. 2551 13:16:37   

                                              สรุปข้อสนเทศ
                   ลักษณะ เงื่อนไข และสาระสำคัญใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ
                           ของบริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) (D1-W1)


                                             
วันที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน                      11 พฤศจิกายน 2551 (เริ่มทำการซื้อขายวันที่ 11 พฤศจิกายน 2551)

ประเภทหลักทรัพย์จดทะเบียน                      ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ดราก้อน วัน จำกัด
                                             (มหาชน) รุ่นที่ 1 (D1-W1)
 
ตลาดรอง                                     ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ                          192,928,208 หน่วย

จำนวนหุ้นที่รองรับการใช้สิทธิ                      192,928,208 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท

ผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ                           บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ("บริษัท")

สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ                         ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทได้ 1
                                             หุ้น ในราคาหุ้นละ 1.00 บาท โดยราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้
                                             สิทธิอาจเปลี่ยนแปลงในภายหลังตามเงื่อนไขการปรับสิทธิ ทั้งนี้
                                             ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวเป็นการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท
                                             ในอัตราส่วน 3 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิที่มีรายชื่อ
                                             ปรากฎอยู่ในวันที่ 27 ตุลาคม 2551

ชนิดของใบสำคัญแสดงสิทธิ                         ชนิดระบุชื่อผู้ถือและโอนเปลี่ยนมือได้

วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ                         วันที่ 27 ตุลาคม 2551

อายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ                         3 ปี นับจากวันที่ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ (วันใช้สิทธิครั้ง
                                             สุดท้ายวันที่ 26 ตุลาคม 2554)

ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ                           0.00 บาท (ศูนย์บาท)

การกระจายการถือใบสำคัญแสดงสิทธิ                ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2551

                                                          จำนวนราย     จำนวนใบสำคัญ      %ของใบสำคัญแสดงสิทธิ
                                                                       แสดงสิทธิ           ที่จดทะเบียนในครั้งนี้

1. ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่เป็น :
    1.1 กรรมการ ผู้จัดการ และผู้บริหาร รวมถึงผู้ที่                        4      22,527,459              11.68
        เกี่ยวข้องและบุคคลที่มีความสัมพันธ์
    1.2 ผู้ถือหุ้นที่ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ > 5 % โดยนับ                        -               -                 -
         รวมผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
    1.3 ผู้มีอำนาจควบคุม                                              -               -                 -
2. ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิรายย่อยที่ถือไม่ต่ำกว่า 1                  1,705            170,399,011              88.32
   หน่วยการซื้อขาย
3. ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิต่ำกว่า 1 หน่วยการซื้อขาย                   76                  1,738              <0.01
            รวมผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งสิ้น                    1,785            192,928,208             100.00

หมายเหตุ : กำหนดให้ 1 หน่วยการซื้อขายเท่ากับ 100 หลักทรัพย์
                                             
ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิรายใหญ่ ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2551
    ชื่อ                                        จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ                 ร้อยละของใบสำคัญแสดงสิทธิ
                                                                                   ที่ยื่นจดทะเบียนในครั้งนี้
1. นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย                               21,672,460                                  11.23
2. นายวิรัตน์ อุดมสินวัฒนา                               8,124,864                                   4.21
3. นายสืบพงษ์ เพ็ชรรัตน์                                5,006,666                                   2.60
4. MR.IKUO ANO                                     4,833,333                                    2.51
5 นายจิรทีปต์ ญาณวิรุฬห์ฤทธิ์                              4,157,966                                   2.16
6. นายณรงค์ หวังเจริญวงศ์                              3,870,066                                   2.01
7. นางโสภาวดี บุณยรักษ์                                3,495,000                                   1.81
8. นายจักรกริช บุญประกาศิต                             3,449,700                                   1.79
9. นายบุญประสิทธิ์ ตั้งชัยสุข                              3,333,333                                   1.72
10. นายไพโรจน์ สิทธิมนต์อำนวย                          2,689,400                                   1.39
    รวม                                            60,632,788                                  31.43

นายทะเบียนใบสำคัญแสดงสิทธิ                             บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด

ผู้รับชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญตามสิทธิ
ของใบสำคัญแสดงสิทธิ                                    บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน)


การใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
           
      1.   วันกำหนดการใช้สิทธิ
           ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งประสงค์จะใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท สามารถใช้สิทธิได้เมื่อครบ
           1 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ("วันเริ่มใช้สิทธิ") โดยวันกำหนดการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดง
           สิทธิ คือ วันทำการสุดท้ายของทุก ๆ เดือน ตลอดอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ วันกำหนดการใช้
           สิทธิครั้งแรก คือ วันที่ 30 ตุลาคม 2552 และกำหนดวันใช้สิทธิครั้งสุดท้ายจะตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม
           2554 (วันที่ใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุครบ 3 ปี) โดยหากวันใช้สิทธิตรงกับวันหยุดทำการของบริษัท ให้
           เลื่อนวันกำหนดการใช้สิทธิเป็นวันทำการสุดท้ายก่อนหน้าวันกำหนดการใช้สิทธิดังกล่าว
     
      2.   ระยะเวลาการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิ
           ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งประสงค์จะใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท จะต้องแจ้งความจำนงใน
           การใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ระหว่างเวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น. ภายในระยะเวลา 5 วันทำการ
           ก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิในแต่ละครั้ง (ต่อไปนี้เรียกว่า "ระยะเวลาการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิ")
           ยกเว้นการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายกำหนดให้มีระยะเวลาการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายภายใน
           15 วันทำการก่อนวันครบกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย (ต่อไปนี้เรียกว่า "ระยะเวลาการแจ้งความจำนงใน
           การใช้สิทธิครั้งสุดท้าย")
           บริษัทจะไม่มีการปิดสมุดทะเบียนเพื่อพักการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิ ยกเว้นในกรณีการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายจะมีการ
           ปิดสมุดทะเบียนพักการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นระยะเวลา 21 วันก่อนวันครบกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย
           และตลาดหลักทรัพย์จะทำการขึ้นเครื่องหมายห้ามการซื้อขายชั่วคราว (SP) ล่วงหน้า 3 วันทำการก่อนวัน
           ปิดสมุดทะเบียนพักการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิ ในกรณีที่วันปิดสมุดทะเบียนดังกล่าว ตรงกับวันหยุดของตลาดหลักทรัพย์
           ให้เลื่อนเป็นวันทำการก่อนหน้า
           ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งข่าวเกี่ยวกับระยะเวลายื่นความจำนงในการใช้สิทธิ อัตราการใช้สิทธิ ราคาการใช้สิทธิ
           พร้อมทั้งสถานที่ใช้สิทธิผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อแจ้งให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิทราบล่วงหน้า
           ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการก่อนระยะเวลายื่นความจำนงในการใช้สิทธิแต่ละครั้ง สำหรับการใช้สิทฺธิครั้งสุดท้าย
           บริษัทจะส่งจดหมายลงทะเบียนถึงผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ ตามรายชื่อที่ปรากฎในสมุดทะเบียนผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ
           ณ วันปิดสมุดทะเบียนครั้งสุดท้าย

วิธีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
      1. สถานที่ติดต่อในการใช้สิทธิ
         บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน)
         59/1 ซอยสุขุมวิท 26 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
         โทรศัพท์: 0-2259 7851
         โทรสาร: 0-2259 7852
      2. วิธีการใช้สิทธิ
           ขั้นตอนการใช้สิทธิสำหรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่อยู่ในระบบใบหุ้น (Script System) และระบบไร้ใบหุ้น
           (Scriptless System) จะมีความแตกต่างตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
                      ในกรณีของใบสำคัญแสดงสิทธิที่อยู่ในระบบใบหุ้น ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้
                      ใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นหลักฐานในการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ที่บริษัท
                      โดยจะต้องแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิตามระยะเวลาแสดงความจำนงในการใช้สิทธิตามที่
                      ระบุข้างต้น
                      ในกรณีที่ใบสำคัญแสดงสิทธิอยู่ในระบบไร้ใบหุ้น (Scriptless) ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่มี
                      ความประสงค์จะใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญต้องแจ้งความจำนงและกรอกแบบคำขอเพื่อขอถอน
                      ใบสำคัญแสดงสิทธิหรือเพื่อออกใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิตามที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด
                      โดยยื่นต่อบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) ของตนและ
                      บริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวจะดำเนินการแจ้งกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ เพื่อขอถอนใบสำคัญ
                      แสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ สำหรับนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ
                      ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ สามารถแจ้งความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ
                      ได้ที่บริษัท โดยจะต้องแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิ โดยยื่นเอกสารแสดงความจำนงการใช้สิทธิ ดังนี้
      1) แบบแสดงความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญที่ได้กรอกข้อความถูกต้องชัดเจน และครบถ้วนทุกรายการ พร้อมลงนามโดยผู้ถือ
         ใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิจะสามารถขอรับแบบแสดงความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทได้
         ณ สถานที่ติดต่อในการใช้สิทธิ ในช่วงระยะเวลาการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิหรือระยะเวลาแจ้งความจำนงใน
         การใช้สิทธิครั้งสุดท้าย
      2) ใบสำคัญแสดงสิทธิซึ่งผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิลงลายมือชื่อผู้โอนด้านหลัง หรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์
         แห่งประเทศไทยกำหนดตามจำนวนที่ระบุในแบบแสดงความจำนงการใช้สิทธิและหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมารับใบสำคัญแสดงสิทธิ
         ฉบับใหม่สำหรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ (ถ้ามี)
      3) ชำระเงินตามจำนวนที่ระบุในใบแจ้งความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ โดยผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่ประสงค์จะใช้สิทธิซื้อหุ้น
         จะต้องชำระเป็นเงินสด เช็ค ดร๊าฟท์ ตั๋วแลกเงินธนาคารหรือคำสั่งจ่ายเงินธนาคาร ที่สามารถเรียกเก็บได้ในเขตกรุงเทพมหานคร
         ภายใน 2 วันทำการนับจากวันที่แจ้งความจำนงการใช้สิทธิในแต่ละครั้ง โดยขีดคร่อมเฉพาะสั่งจ่าย "บัญชีจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน
         บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน)" เลขที่บัญชี 003-2-21307-5 ประเภทบัญชีออมทรัพย์ ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
         สาขาสุขุมวิท 33 (บางกะปิ) ทั้งนี้ การใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญดังกล่าวจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อบริษัทได้เรียกเก็บเงินดังกล่าว
         ได้แล้วเท่านั้น หากเรียกเก็บเงินไม่ได้ด้วยเหตุผลใด ๆ ที่มิได้เกิดจากบริษัท ให้ถือว่าผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิแสดงเจตนายกเลิก
         และบริษัทตกลงให้ถือเป็นการยกเลิกการขอใช้สิทธินครั้งนั้น ทั้งนี้ บริษัทจะนำส่งใบสำคัญแสดงสิทธิทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน
         14 วันนับจากวันกำหนดการใช้สิทธิ โดยจะไม่มีการคำนวณดอกเบี้ยไม่ว่าในกรณีใดๆ และผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถยื่นความจำนง
         ขอใช้สิทธิใหม่ได้ในวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งต่อไป เว้นแต่เป็นการยกเลิกการใช้สิทธิในครั้งสุดท้ายให้ถือว่าหมดสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญตาม
         ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวอีกต่อไป
      4) หลักฐานประกอบการจองซื้อ
         (1) บุคคลสัญชาติไทย        :    สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง   
         (2) บุคคลต่างด้าว           :    สำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
         (3) นิติบุคคลในประเทศ      :      สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ที่
                                         ออกไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันกำหนดการใช้สิทธิ พร้อมรับรอง
                                         สำเนาถูกต้อง และเอกสารหลักฐานของผู้มีอำนาจลง
                                         ลายมือชื่อตาม (1) หรือ (2) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
         (4) นิติบุคต่างประเทศ        :    สำเนาหนังสือสำคัญการจัดตั้งบริษัท หนังสือบริคณฑ์สนธิ
                                         ข้อบังคับ และหนังสือรับรอง ที่ออกไม่เกิน 6 เดือนก่อนวัน
                                         กำหนดการใช้สิทธิ ซึ่งรับรองโดย Notary public พร้อม
                                         รับรองสำเนาถูกต้อง และเอกสารหลักฐานของผู้มีอำนาจลง
                                         ลายมือชื่อตาม (1) หรือ (2) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
      5) จำนวนหน่วยของใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่ขอใช้สิทธิซื้อหุ้น
         สามัญ จะต้องเป็นจำนวนเต็มเท่านั้น โดยอัตราการใช้สิทธิเท่ากับใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบ
         แทนใบสำคัญแสดงสิทธิหนึ่งหน่วยต่อหุ้นสามัญหนึ่งหุ้น เว้นแต่การปรับสิทธิ
      6) จำนวนหุ้นสามัญที่ออกให้เมื่อมีการใช้สิทธิจะคำนวณโดยการนำจำนวนเงินในการใช้สิทธิ ซึ่ง
         ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิได้ชำระตามที่กล่าวข้างต้น หารด้วย
         ราคาการใช้สิทธิในขณะที่มีการใช้สิทธินั้น โดยบริษัทจะออกหุ้นสามัญเป็นจำนวนเต็มไม่เกิน
         จำนวนหน่วยของใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิคูณด้วยอัตราการใช้สิทธิ
         หากมีการปรับราคาการใช้สิทธิและ/หรืออัตราการใช้สิทธิแล้ว ทำให้มีเศษเหลืออยู่จาก
         การคำนวณดังกล่าว บริษัทจะไม่นำเศษดังกล่าวมาคิดคำนวณ และจะชำระเงินที่เหลือจากการ
        ใช้สิทธิดังกล่าว คืนทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 14 วันทำการนับจากวันกำหนดการใช้
        สิทธิในแต่ละครั้งโดยไม่มีดอกเบี้ยไม่ว่าในกรณีใด ๆ
   
    ในกรณีที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอัตราการใช้สิทธิตามเกณฑ์การปรับราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิ
    ตามที่ระบุในเงื่อนไขการปรับสิทธิ และมีเศษของจำนวนหุ้นสามัญที่จะได้รับจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
    ให้ตัดเศษของหุ้นทิ้ง

7) หากบริษัทได้รับหลักฐานใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิไม่ครบตามจำนวนที่ระบุไว้ในแบบแสดงความจำนง
   การใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญหรือบริษัทตรวจสอบได้ว่าข้อความที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ กรอกลงใน
   แบบแสดงความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญนั้นไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ
   จะต้องทำการแก้ไขให้ถูกต้องภายในวันกำหนดการใช้สิทธิในแต่ละครั้ง หากผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ
   ไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาดังกล่าว บริษัทจะถือว่าการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิในครั้งนั้นสิ้นสภาพลง
   โดยไม่มีการใช้สิทธิ และบริษัทจะจัดส่งเงินที่ได้รับ และใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิคืนให้แก่ผู้ถือ
   ใบสำคัญแสดงสิทธิภายใน 14 วันทำการนับจากวันกำหนดการใช้สิทธิ โดยไม่มีการคำนวณดอกเบี้ยไม่ว่าในกรณีใด ๆ

Cool ในกรณีที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิชำระจำนวนเงินในการใช้สิทธิไม่ครบถ้วน บริษัทมีสิทธิ
   ที่จะดำเนินการประการใดประการหนึ่งต่อไปนี้
    (ก)   ถือว่าการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิในครั้งนั้นสิ้นสภาพลงโดยไม่มีการใช้สิทธิ หรือ
    (ข)   ถือว่าจำนวนหุ้นสามัญที่จองซื้อมีจำนวนเท่ากับจำนวนที่จะได้รับตามจำนวนเงินในการ
          ใช้สิทธิ ซึ่งบริษัทได้รับชำระไว้จริงตามราคาการใช้สิทธิในขณะนั้น หรือ
    (ค)   ให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิชำระเงินเพิ่มเติมตาม
          จำนวนที่ประสงค์จะใช้สิทธิให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิใน
          ครั้งนั้น หากบริษัทไม่ได้รับเงินครบตามจำนวนในการใช้สิทธิภายในระยะเวลาดังกล่าว
          บริษัทจะถือว่าการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิในครั้งนั้นสิ้นสภาพลงโดยไม่มีการใช้สิทธิ
    หมายเหตุ: ในการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย บริษัทจะดำเนินการตามข้อ ข ข้างต้น
    ในกรณีตามข้อ ก) และ ค) บริษัทจะส่งเงินที่ได้รับไว้และใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทน
    ใบสำคัญแสดงสิทธิซึ่งบริษัทถือว่าไม่มีการใช้สิทธิดังกล่าว คืนให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ
    หรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 14 วันทำการนับจากวัน
    กำหนดการใช้สิทธิโดยไม่มีดอกเบี้ย
    ในกรณีข้อ ข) บริษัทจะส่งมอบใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิส่วนที่
    เหลือในกรณีที่บริษัทถือว่ามีการใช้สิทธิเพียงบางส่วน คืนให้กับผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือ
    ใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 14 วันทำการนับจากวัน
    กำหนดการใช้สิทธิ พร้อมเงินส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) โดยไม่มีดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ใบสำคัญแสดงสิทธิ
    หรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิที่ยังไม่มีการใช้สิทธิดังกล่าวยังมีผลใช้สิทธิต่อไปจนถึง
    วันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย

9) ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าอากร
   แสตมป์หรือภาษีอื่นใด (ถ้ามี) ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรหรือข้อบังคับ หรือกฎหมาย
   ต่าง ๆ ที่ใช้บังคับในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิ

10) เมื่อผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิที่ประสงค์จะใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ
    ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการแจ้งความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ กล่าวคือ ได้ส่งมอบทั้ง
    ใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ แบบแสดงความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้น
    สามัญ และชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ
    หรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิจะไม่สามารถเพิกถอนการใช้สิทธิได้

11) เมื่อพ้นกำหนดวันใช้สิทธิครั้งสุดท้ายแล้วแต่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ
    ยังมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของการใช้สิทธิที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนให้ถือว่าใบสำคัญแสดงสิทธิหรือ
    ใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธินั้น ๆ สิ้นสภาพลงโดยไม่มีการใช้สิทธิและผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือ
    ใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิจะใช้สิทธิไม่ได้อีก

12) ในกรณีที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ ส่งมอบใบสำคัญแสดงสิทธิ
    เป็นจำนวนมากกว่าจำนวนที่ประสงค์จะใช้สิทธิ บริษัทจะส่งใบสำคัญแสดงสิทธิใบใหม่ โดยมี
    จำนวนของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ลดลงให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าว หากใบสำคัญแสดงสิทธินั้น
    อยู่ในระบบใบหุ้น โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 14 วันนับจากวันใช้สิทธินั้น ๆ
    และจะทำการยกเลิกใบสำคัญแสดงสิทธิใบเก่า

13) บริษัทจะยื่นขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วของบริษัทต่อกระทรวงพาณิชย์ตาม
    จำนวนหุ้นสามัญที่ออกใหม่สำหรับการใช้สิทธิในแต่ละครั้งภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่บริษัท
    ได้รับชำระค่าหุ้นตามจำนวนที่มีการใช้สิทธิแต่ละครั้ง และบริษัทจะดำเนินการจดทะเบียนผู้ถือ
    ใบสำคัญแสดงสิทธิที่ได้ใช้สิทธินั้นเข้าเป็นผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
    ตามจำนวนหุ้นสามัญที่คำนวณได้จากการใช้สิทธิในครั้งนั้น
   
14) ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถคืนเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้สิทธิให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิได้ภายใน
    ระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันใช้สิทธิในครั้งนั้น ๆ ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิจะได้รับดอกเบี้ยใน
    อัตราร้อยละ 7.50 ต่อปี โดยคำนวณจากจำนวนเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้สิทธินับแต่วันที่พ้นกำหนด
    14 วันดังกล่าวจนถึงวันที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิได้รับคืนเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้สิทธิ
    อย่างไรก็ตาม หากบริษัทได้ดำเนินการส่งเช็ค ดราฟท์ ตั๋วแลกเงินธนาคาร หรือคำสั่งจ่ายเงิน
    ของธนาคารซึ่งขีดคร่อมสั่งจ่ายเฉพาะชื่อผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
    ตามที่อยู่ที่ระบุในหนังสือแสดงความจำนงในการใช้สิทธิโดยถูกต้องแล้วให้ถือว่าผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ
    ได้รับเงินส่วนที่ไม่ได้สิทธิคืนแล้วโดยชอบและไม่มีสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ย และ/หรือค่าเสียหายใด ๆ อีกต่อไป
             
15) ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิจะต้องใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญไม่ต่ำกว่า 100 หุ้นสามัญ
   โดยจำนวนหน่วยของใบสำคัญแสดงสิทธิที่ขอใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญจะต้องเป็นจำนวนเต็มเท่านั้น เว้นแต่
      ก) ในกรณีที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิที่มีสิทธิในการซื้อหุ้นต่ำ กว่า 100 หุ้นสามัญ
         จะต้องใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญในครั้งเดียวทั้งจำนวน
      ข) กรณีที่เป็นการใช้สิทธิครั้งสุดท้าย ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถที่จะใช้สิทธิ
         จองซื้อหุ้นสามัญในจำนวนเท่าใดก็ได้

16) การคำนวณการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่ง
    ทำให้ราคาการใช้สิทธิใหม่สูงขึ้น และ/หรือ อัตราการใช้สิทธิลดลง เว้นแต่กรณีการรวมหุ้น
    และจะใช้ราคาการใช้สิทธิใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง (ทศนิยม 3 ตำแหน่ง) คูณกับจำนวนหุ้นสามัญ
   (จำนวนหุ้นสามัญคำนวณได้จากอัตราการใช้สิทธิใหม่ คูณกับจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่แสดงความจำนงการใช้สิทธิ
  เมื่อคำนวณได้จำนวนหุ้นออกมาเป็นเศษหุ้น ให้ตัดเศษของหุ้นนั้นทิ้ง) ส่วนในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิดังกล่าว
   มีผลทำให้ราคาการใช้สิทธิใหม่มีราคาซึ่งต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ ของหุ้นสามัญของบริษัท ให้ใช้มูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญ
   ของบริษัทเป็นราคาการใช้สิทธิใหม่

17) ในกรณีที่หุ้นสามัญที่สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิมีไม่เพียงพอ บริษัทจะดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่
   ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่ชดใช้ค่าเสียหาย
  ให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้ ถึงแม้ว่าจะมีหุ้นสามัญเพียงพอก็ตาม
  กล่าวคือ ในกรณีที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิต่างด้าวไม่สามารถใช้สิทธิได้เพราะถูกจำกัดสิทธิตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ระบุใน
  ข้อบังคับบริษัท

18) ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ
    แสดงความจำนงใช้สิทธิโดยถูกต้องสมบูรณ์แล้วนั้น จนถึงก่อนวันที่นายทะเบียนหุ้นของบริษัทได้จดแจ้งชื่อของผู้ถือหุ้น
   ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท
   และกระทรวงพาณิชย์ได้รับจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วอันเนื่องมาจากการใช้สิทธินั้น บริษัทจะถือว่าสิทธิผู้ถือ
   ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีสิทธิและสภาพเช่นเดียวกับผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือ
   ใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิที่ยังไม่ได้แสดงความจำนงใช้สิทธิ แต่ทั้งนี้นับแต่วันที่นายทะเบียนหุ้นของบริษัทได้จดแจ้งชื่อของ
  ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ ได้แสดงความจำนงในการใช้สิทธิโดยถูกต้องสมบูรณ์แล้วในสมุดทะเบียน
  รายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท และกระทรวงพาณิชย์ได้รับจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วอันเนื่องมาจากการใช้สิทธินั้น
  บริษัทจะถือว่าผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทโดยสมบูรณ์

การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิ

ทั้งนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิไม่ให้ด้อยไปกว่าเดิม บริษัทจะดำเนินการ
ปรับราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญตลอดอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิเมื่อเกิด
เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งดังต่อไปนี้

      1) เมื่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญของบริษัทอันเป็นผลมาจากการรวมหุ้น
         หรือแบ่งแยกหุ้นของบริษัท
          การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิจะมีผลบังคับทันที นับตั้งแต่วันที่ได้มีการจด
          ทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญของบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์

      2) เมื่อบริษัทเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือ ประชาชนทั่วไป และ/หรือ
         บุคคลในวงจำกัด โดยราคาเฉลี่ยต่อหุ้นของหุ้นสามัญที่ออกใหม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของ "ราคา
         ตลาดของหุ้นสามัญบริษัท"
         
          การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิจะมีผลบังคับทันที ตั้งแต่วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญ
          จะไม่ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ (วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XR)
          สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Issue) และ/หรือวันแรกของการเสนอขาย
          หุ้นสามัญที่ออกใหม่ให้แก่ประชาชนทั่วไปและ/หรือบุคลในวงจำกัดแล้วแต่กรณี
               
                "ราคาเฉลี่ยต่อหุ้นของหุ้นสามัญที่ออกใหม่" คำนวณได้จากจำนวนเงินทั้งหมดที่บริษัทจะได้รับ
                การเสนอขายหุ้นสามัญหักด้วยค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายของ
                หลักทรัพย์ที่ออกนั้น (ถ้ามี) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกใหม่ทั้งหมด

                ในกรณีที่มีการเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่พร้อมกันในราคาเสนอขายที่แตกต่างกันภายใต้
                เงื่อนไขที่จะต้องจองซื้อหุ้นดังกล่าวด้วยกัน ให้นำราคาหุ้นดังกล่าวและจำนวนหุ้นที่ออกใหม่
                ทั้งหมดมาคำนวณราคาเฉลี่ยต่อหุ้นของหุ้นสามัญที่ออกใหม่ แต่ในกรณีที่การเสนอขายพร้อม
                กันดังกล่าวไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่จะต้องจองซื้อด้วยกัน ให้นำจำนวนหุ้นและราคาเสนอขายที่
                ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของ "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท" มาคำนวณการเปลี่ยนแปลง
                เท่านั้น

                "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท" ได้กำหนดไว้เท่ากับ ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้น
                สามัญ บริษัทที่มีการซื้อขายทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ 5 วันทำการติดต่อกันก่อนวันที่ใช้ใน
                การคำนวณ ซึ่งราคาตลาดเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก เท่ากับ มูลค่าการซื้อขายหุ้นสามัญทั้งหมดของ
                บริษัท หารด้วยจำนวนหุ้น สามัญของบริษัทที่มีการซื้อขายทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ใน
                ระยะเวลา 5 วันทำการ (วันที่เปิดทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์) ติดต่อกันก่อนวันที่ใช้ใน
                การคำนวณ

                "วันที่ใช้ในการคำนวณ" หมายถึง วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญจะไม่ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้น
                สามัญที่ออกใหม่ (วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XR) สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอ
                ขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Issues) และ/หรือ วันแรกของการเสนอขายหุ้นสามัญที่ออก
                ใหม่ สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ กรณีที่เป็นการเสนอขาย
                ให้แก่บุคคลในวงจำกัด แล้วแต่กรณี

                ในกรณีที่ไม่สามารถหา "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท" เนื่องจากหุ้นสามัญไม่มีการซื้อ
                ขายในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการกำหนดราคายุติธรรมเพื่อใช้ในการคำนวณแทน

      3) เมื่อบริษัทเสนอขายหลักทรัพย์ออกใหม่ใด ๆ ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และ/หรือ ประชาชนทั่วไป และ/
         หรือบุคคลในวงจำกัดโดยที่หลักทรัพย์นั้นให้สิทธิที่จะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือให้สิทธิในการ
         ซื้อหุ้นสามัญ เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ โดยราคาเฉลี่ยต่อหุ้น
         ของหุ้นสามัญที่ออกใหม่เพื่อรองรับสิทธิดังกล่าวต่ำกว่าร้อยละ 90 ของ "ราคาตลาดของหุ้นสามัญ
         บริษัท"
         การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิ จะมีผลบังคับทันทีตั้งแต่วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้น
         สามัญไม่ได้รับสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ใด ๆ ที่ให้สิทธิที่จะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญหรือให้สิทธิ
         ในการซื้อหุ้นสามัญ (วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XR) สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอ
         ขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Issue) และ/หรือ วันแรกของการเสนอขายหลักทรัพย์ออกใหม่ใด ๆ
         ที่ให้สิทธิที่จะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญหรือให้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ กรณีที่เป็นการเสนอขาย
         ให้แก่ประชาชนทั่วไป และ/หรือ กรณีที่เป็นการเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด แล้วแต่กรณี

              "ราคาเฉลี่ยต่อหุ้นของหุ้นสามัญที่ออกใหม่เพื่อรับรองการใช้สิทธิ" คำนวณได้จากจำนวนเงินที่
              บริษัทจะได้รับจากการขายหลักทรัพย์ที่ให้สิทธิที่จะแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือให้สิทธิใน
              การซื้อหุ้นสามัญหักด้วยค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายของ
              หลักทรัพย์ที่ออกนั้น รวมกับเงินที่จะได้รับจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญนั้น หารด้วยจำนวนหุ้น
              ทั้งสิ้นที่ต้องออกใหม่เพื่อรองรับกับการใช้สิทธินั้น


        "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท" มีความหมายเช่นเดียวกับรายละเอียดในข้อ 2 ข้างต้น

        "วันที่ใช้ในการคำนวณ" หมายถึงวันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญจะไม่ได้รับสิทธิในการจองซื้อ
        หลักทรัพย์ที่ออกใหม่ใด ๆ ที่ให้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือให้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ
        สำหรับกรณีที่เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (Right Issue)
        และ/หรือ วันแรกของการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ใด ๆ ที่ให้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
        หรือให้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปและ/หรือกรณีที่เป็นการเสนอขาย
        ให้แก่บุคคลในวงจำกัด แล้วแต่กรณี

4) เมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นหุ้นสามัญให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิ
   และอัตราการใช้สิทธิจะมีผลบังคับทันทีตั้งแต่วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้นสามัญจะไม่มีสิทธิรับหุ้นปันผล (วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์
   ขึ้นเครื่องหมาย XD)

5) เมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลเป็นเงินเกินกว่าอัตราร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ของ
   บริษัท สำหรับการดำเนินงานในรอบระยะเวลาบัญชีใด ๆ ในระหว่างอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ
    การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิ จะมีผลบังคับทันทีตั้งแต่วันแรกที่ผู้ซื้อหุ้น
    สามัญจะไม่มีสิทธิรับเงินปันผล (วันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XD)
    ทั้งนี้ อัตราร้อยละของเงินปันผลที่จ่ายให้กับผู้ถือหุ้น คำนวณโดยนำเงินปันผลที่จ่ายออกจริงจาก
    ผลการดำเนินงานในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี หารด้ วยกำไรสุ ทธิหลังหักภาษีเงินได้ ของผลการ
    ดำเนินงานของรอบระยะเวลาบัญชีปีเดียวกัน โดยที่เงินปันผลที่จ่ายออกจริงดังกล่าวให้รวมถึงเงิน
    ปันผลที่จ่ายระหว่างกาลในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวด้วย
      "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท" ให้ใช้และมีความหมายเช่นเดียวกับรายละเอียดเรื่องการ
         เปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิ ในข้อ 2 ข้างต้น
      "วันที่ใช้ในการคำนวณ" หมายถึง วันแรกที่ผู้ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญจะไม่ได้รับเงินปันผล (วันแรกที่
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขึ้นเครื่องหมาย XD)

6) ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใด ๆ อันทำให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิเสีย
   สิทธิและผลประโยชน์ใด ๆ อันพึงได้ โดยที่เหตุการณ์ใด ๆ นั้น ไม่ได้กำหนดอยู่ในข้อ 1) ถึง 5)
   ดังกล่าวข้างต้น ให้บริษัทพิจารณาเพื่อกำหนดการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและ/หรืออัตราการ
   ใช้สิทธิ (หรือปรับจำนวนหน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิแทนอัตราการใช้สิทธิ) ใหม่อย่างเป็นธรรม และ
   ไม่ทำให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิได้รับผลประโยชน์ด้อยไปจากเดิม โดยให้ถือว่าผลการพิจารณา
   นั้นเป็นที่สุด และให้บริษัทแจ้งให้สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และนาย
   ทะเบียนของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทราบถึงรายละเอียดดังกล่าวด้วยภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีเหตุ
   ให้ต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงการใช้สิทธิดังกล่าว

7) การคำนวณการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิตามข้อ1) ถึงข้อ 6) เป็นอิสระต่อ
   กัน และจะคำนวณการเปลี่ยนแปลงตามลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง ของการเปรียบเทียบกับราคา
   ตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท ในกรณีที่เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นพร้อมกัน ให้คำนวณการ
   เปลี่ยนแปลงเรียงลำดับดังนี้คือ ข้อ 1) ข้อ 2) ข้อ 3) ข้อ 4) ข้อ 5) และข้อ 6) โดยในแต่ละละดับ
   ครั้งที่คำนวณการเปลี่ยนแปลง ให้คงสภาพของราคาการใช้สิทธิเป็นทศนิยม 3 ตำแหน่ง และอัตรา
   การใช้สิทธิเป็นทศนิยม 3 ตำแหน่ง
    ทั้งนี้ ในการคำนวณการปรับสิทธิของเหตุการณ์ในลำดับใด ให้นำค่าตัวแปรที่ผ่านการคำนวณการ
    ปรับสิทธิของลำดับก่อนหน้า (ถ้ามี) มาเป็นค่าตัวแปรก่อนการเปลี่ยนแปลง ในการคำนวณการปรับ
    สิทธิลำดับนั้น

Cool การคำนวณการเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิตามข้อ 1) ถึงข้อ 6) จะไม่มีการ
   เปลี่ยนแปลงซึ่งทำให้ราคาการใช้สิทธิใหม่สูงขึ้น และ/หรือ อัตราการใช้สิทธิลดลง เว้นแต่กรณีการ
   รวมหุ้น สำหรับการคำนวณจำนวนเงินจากการใช้สิทธิ จะคำนวณจากราคาการใช้สิทธิใหม่หลังการ
   เปลี่ยนแปลง (ทศนิยม 3 ตำแหน่ง) คูณกับจำนวนหุ้นสามัญ (จำนวนหุ้นสามัญคำนวณได้จาก
   อัตราการใช้สิทธิใหม่ คูณกับจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่แสดงความจำนงการใช้สิทธิ เมื่อคำนวณ
   ได้จำนวนหุ้นออกมาเป็นเศษหุ้น ให้ตัดเศษของหุ้นนั้นทิ้ง) ในกรณีจำนวนเงินที่คำนวณได้จากการ
   ใช้สิทธิ มีเศษของบาทให้ตัดเศษของบาททิ้ง
    ทั้งนี้ ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิดังกล่าวมีผลทำให้ราคาการใช้สิทธิใหม่มีราคาต่ำ
    กว่ามูล ค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญของบริษัท ให้ใช้มูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญของบริษัทเป็นราคา
    การใช้สิทธิใหม่ ส่วนอัตราการใช้สิทธิใหม่ให้ใช้อัตราการใช้สิทธิที่คำนวณได้ตามข้อ 1) ถึง 6)
    เช่นเดิม

  9) การเปลี่ยนแปลงราคาการใช้สิทธิและอัตราการใช้สิทธิตามข้อ 1) ถึง 6) บริษัทจะดำเนินการแจ้ง
       ผลการเปลี่ยนแปลงโดยระบุรายละเอียดวิธีการคำนวณและเหตุผลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
      ดังกล่าวให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิทราบผ่านตลาดหลักทรัพย์ ภายใน 15 วันนับจากวันที่มีเหตุ
      ให้ต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงการใช้สิทธิดังกล่าว

การออกและส่งมอบหุ้นสามัญที่ออกใหม่
      ชื่อที่จะระบุในหุ้นสามัญที่ออกใหม่จะใช้ชื่อเดียวกับชื่อที่ปรากฎอยู่ในแบบแสดงความจำนงการใช้สิทธิโดย
      บริษัทจะจัดส่งใบหุ้นไปยังผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ ตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ในแบบแสดงความจำนงการใช้สิทธิ
      โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายใน 14 วันทำการ นับจากวันกำหนดการใช้สิทธิแต่ละครั้ง
      อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจตกลงกับผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิล่วงหน้า ให้บริษัทเก็บใบหุ้นสามัญนั้นไว้ที่บริษัทเพื่อให้ผู้ถือ
      ใบสำคัญแสดงสิทธิหรือตัวแทนมารับไปด้วยตนเองก็ได้ โดยจะต้องดำเนินการตามที่ทางบริษัทกำหนด
      นอกจากนี้ ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิอาจใช้บริการของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) เพื่อฝาก
      หุ้นในระบบไร้ใบหุ้น (Scriptless) ก็ได้ โดยผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิต้องระบุชื่อและบัญชีของบริษัทสมาชิก
      ของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) โดยถูกต้องในแบบแสดงความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ
     และบริษัทจะส่งมอบหุ้นสามัญหรือใบสำคัญแสดงสิทธิผ่านบัญชีฝากหลักทรัพย์ภายใน 7 วันทำการนับ
      จากวันใช้สิทธิแต่ละครั้ง

ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถจัดให้มีหุ้นสามัญเพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ
      บริษัทจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิ ตามรายละเอียดดังนี้
      (1)    บริษัทจะชดใช้ค่าเสียหายให้เฉพาะผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่มาแจ้งความจำนงที่จะใช้สิทธิในวัน
             กำหนดการใช้สิทธิแต่ละครั้ง ซึ่งบริษัทไม่สามารถจัดให้มีหุ้นสามัญเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญ
             แสดงสิทธิได้อย่างเพียงพอ ยกเว้นกรณีตามที่ระบุไว้ในข้อจำกัดใบสำคัญแสดงสิทธิและหุ้นสามัญที่
             เกิดจาการใช้สิทธิตามหัวข้อ 17) เรื่อง วิธีการใช้สิทธิ
             บริษัทจะชดใช้ให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิตามสูตรการคำนวณ ดังนี้
             ค่าเสียหายต่อใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย =  B x [MP - EP]
             โดยที่           B       คือ     จำนวนหุ้นสามัญที่ไม่สามารถจัดให้มี และ/หรือ เพิ่มขึ้นได้ตามอัตราการใช้สิทธิ
                                           ที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นต่อ 1 หน่วย
                            MP      คือ     ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นสามัญของบริษัท 5 วันทำการติดต่อกัน
                                           ก่อนวัน กำหนดการใช้สิทธิในแต่ละครั้งซึ่งผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิมา
                                           แสดงความจำนงการใช้สิทธิ
                            EP      คือ     ราคาการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิหรือราคาการใช้สิทธิตาม
                                           เงื่อนไขการปรับสิทธิหากมีการปรับราคาการใช้สิทธิ
             ในกรณีที่ไม่สามารถหา "ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท" เนื่องจากหุ้นสามัญของบริษัทไม่มีการ
             ซื้อขายในวันกำหนดการใช้สิทธิ บริษัทจะดำเนินการกำหนดราคายุติธรรมเพื่อใช้ในการคำนวณแทน

      (2)    การชดใช้ค่าเสียหายตามข้อ (1) บริษัทจะชำระให้เป็นเช็คระบุชื่อขีดคร่อมสั่งจ่ายเฉพาะ และจะจัดส่ง
             ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายใน 14 วันทำการ นับจากวันที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่มาแจ้ง
             ความจำนงที่จะใช้สิทธิ โดยไม่มีดอกเบี้ย


ข้อจำกัดการโอนใบสำคัญแสดงสิทธิ
      1) บริษัทไม่มีข้อจำกัดในการโอนใด ๆ เว้นแต่การโอนหุ้นนั้นจะทำให้บริษัทเสียสิทธิและผลประโยชน์ที่บริษัท
      จะพึงได้รับตามกฎหมาย และข้อจำกัดการโอนอันสืบเนื่องมาจากข้อบังคับของบริษัทว่าด้วยเรื่องอัตราส่วนการ
      ถือหุ้นของบุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย โดยบริษัทจะไม่ออกหุ้นสามัญให้แก่ผู้ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่
      มิใช่สัญชาติไทย ที่จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้น ของคนที่ไม่ใช่สัญชาติไทย มากกว่าร้อยละ 49 ของทุนที่เรียก
      ชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท
      2) หากข้อจำกัดการโอนดังกล่าวข้างต้นมีผลทำให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่มิใช่สัญชาติไทยที่ได้ดำเนินการ
      ใช้สิทธิตามวิธีการใช้สิทธิไม่สามารถใช้สิทธิได้ตามจำนวนที่ระบุในใบแจ้งความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้น
      บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะคืนใบสำคัญแสดงสิทธิพร้อมเงินส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) ในส่วนที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้
      โดยไม่มีดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่มิใช่สัญชาติไทยดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 14
      วันนับจากวันกำหนดการใช้สิทธิในครั้งนั้น ๆ
      3) บริษัทจะดำเนินการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่มิใช่สัญชาติไทย
      ตามลำดับการแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่กำหนดในการใช้สิทธิในแต่ละครั้ง
      4) ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่มิใช่สัญชาติไทยจะไม่ได้รับการชดเชยไม่ว่าในรูปแบบใดจากบริษัท ในกรณีที่ไม่
       สามารถดำเนินการใช้สิทธิได้ โดยมีสาเหตุมาจากข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนการถือครองหลักทรัพย์ของผู้ถือ
       ใบสำคัญแสดงสิทธิที่มิใช่สัญชาติไทย

      ระยะเวลาห้ามจำหน่ายหุ้น      ใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 23,672,459 หน่วยที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมซึ่งเป็น
                                ผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน (Strategic Shareholders) อยู่ในระยะเวลา
                                ห้ามจำหน่ายจนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2551
                                   
อื่น ๆ ที่สำคัญ                      -ไม่มี-
                               
ที่ปรึกษาทางการเงิน                 -ไม่มี-
                                               
จัดทำโดย                        บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน)


   
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #20 เมื่อ: 07/11/08 13:56:58 »

หลักทรัพย์ mai 
 แหล่งข่าว mai 
  หัวข้อข่าว ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพิ่มสินค้า : D1-W1 
  วันที่/เวลา 07 พ.ย. 2551 13:15:00   

  ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพิ่มสินค้า : D1-W1

    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขอแจ้งว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สั่งรับ
ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) (D1-W1)
เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2551
เป็นต้นไป และกำหนดให้ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ D1-W1 จำนวน
192,928,208 หน่วย เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอได้ ตั้งแต่วันที่
11 พฤศจิกายน 2551 เป็นต้นไป และใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "D1-W1"

   หมายเหตุ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะ เงื่อนไขและสาระสำคัญ
ของใบสำคัญแสดงสิทธิได้จากสรุปข้อสนเทศของ D1-W1 ในระบบบริการข้อมูล
ตลาดหลักทรัพย์ (SET SMART) ภายใต้หลักทรัพย์ D1
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #21 เมื่อ: 11/11/08 08:45:37 »

หนังสือพิมพ์ทันหุ้น สรุปข่าว MAI -- 1 ชั่วโมง 31 นาทีที่แล้ว
จับตาหุ้น D1-W1 เข้าเทรดวันนี้ (11-พ.ย.51)ด้าน "จเรรัฐ ปิงคลาศัย" ระบุ หุ้นวอร์แรนต์ D1 เหมาะเก็งกำไรในช่วงตลาดหุ้นซบ ขณะที่บล.เอเซีย พลัส ประเมินราคาวอร์แรนต์ระหว่าง 0.01-0.05 บาทต่อหุ้น โดยอิงกับราคาแม่ 0.15-0.30 บาทต่อหุ้น

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #22 เมื่อ: 19/11/08 09:31:25 »

   
   หลักทรัพย์ D1 
 แหล่งข่าว D1 
  หัวข้อข่าว ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับงบการเงิน Q3 ปี 2551 
  วันที่/เวลา 14 พ.ย. 2551 09:21:00   

  ที่ D1FA080197
                                      14 พฤศจิกายน 2551

เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551

เรียน กรรมการและผู้จัดการ
      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

           บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงว่า ผลการดำเนินงานตามงบการเงินรวม
สำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 เปลี่ยนแปลงลดลงจากผลการดำเนินงานงวด
เดียวกันของปี 2550 เกินกว่าร้อยละ 20 มีสาเหตุหลักมาจากวิกฤตทางการเมือง และเศรษฐกิจทั้งภายในและ
ต่างประเทศ

            จึงเรียนมาเพื่อทราบ

                                        ขอแสดงความนับถือ

                          ลายมือชื่อ _____________________________
                                     (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                          ตำแหน่ง กรรมการ
                                      ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ




 


   
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #23 เมื่อ: 19/11/08 09:39:03 »

 หลักทรัพย์ D1 
 แหล่งข่าว D1 
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3) 
  วันที่/เวลา 14 พ.ย. 2551 09:17:00   

                  สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)
                           บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน)

                                                          สอบทาน
                                                      (หน่วย : พันบาท)
                                             สิ้นสุดวันที่  30 กันยายน
 งบการเงินรวม
                                     ไตรมาสที่ 3          งวด 9 เดือน
              ปี                    2551        2550        2551        2550

   กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              (22,105)    (16,264)    (95,961)    (59,323)
   กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    (0.04)    (0.04)    (0.19)    (0.16)


  งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                       ไตรมาสที่ 3         งวด 9 เดือน
              ปี                    2551        2550        2551        2550

   กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              14,546    (4,249)    (56,049)    (2,705)
   กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    0.03    (0.01)    (0.11)    (0.01)

  ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต
 

  หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
                ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

  "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
   การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
   ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                               ลงลายมือชื่อ _______________________
                                ( นายทรงวุธ  เวชชานุเคราะห์ )
                               ตำแหน่ง กรรมการ
                                     ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ



 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #24 เมื่อ: 19/05/09 11:13:51 »

D1ดึงรายใหญ่เพิ่มทุนขาย15สต.  
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ดราก้อน วัน ดึงรายใหญ่ซื้อหุ้นเพิ่มทุน 15 สต. ด้าน “สดาวุธ เตชะอุบล” คิดนานก่อนตัดสินใจซื้อหุ้นขายพีพี ล็อต 2

นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดราก้อน วัน (D1) เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด (PP) จำนวน 320 ล้านหุ้น โดยเสนอขายนายชาญ เลิศประเสริฐภากร จำนวน 145 ล้านหุ้น น.ส.ลักษณา จริยวัฒน์สกุล จำนวน 95 ล้านหุ้น และน.ส.จิตติมา วิบูลย์ลาภ จำนวน 80 ล้านหุ้น
 
สำหรับราคาเสนอขาย 0.15 บาท/หุ้น ระยะเวลาขายวันที่ 18 พ.ค. และชำระค่าหุ้นภายในวันที่ 5 มิ.ย. 2552 โดยทั้ง 3 รายเป็น ผู้สนับสนุนด้านการเงินที่สนใจลงทุนในบริษัท และเข้ามาถือลงทุนระยะยาว เป็นบุคคลที่ไม่มีความเกี่ยวโยงกัน

“ผู้ร่วมทุนใหม่ทั้ง 3 คน เป็นพรรคพวกในวงนักธุรกิจที่ผมรู้จัก และชักชวนเข้ามาลงทุน แต่ละคนถือหุ้นระยะยาว” นายจเรรัฐ กล่าว

นายจเรรัฐกล่าวถึงนายสดาวุธ เตชะอุบล ผู้ถือหุ้นใหญ่และเจ้าของบริษัท แบงก์ค๊อค ดีเวลล็อปเม้นท์ ซึ่งมีแผนขายที่ดินและเข้าถือหุ้น D1 ว่า นายสดาวุธยังไม่ตัดสินใจ เข้าลงทุนในขณะนี้ ซึ่งบริษัทยัง มีหุ้นเพิ่มทุนอีกล็อตที่รอการจัดสรร

นายสดาวุธ กล่าวว่า อยู่ระหว่างตัดสินใจ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง หลังจากที่บริษัทได้จัดสรรหุ้นให้กับกลุ่มนักลงทุนนี้แล้ว ส่วนที่ดินบางส่วนที่บริษัท แบงก์ค๊อคฯ จะขายให้ D1 เป็นไปตามสัญญา

นายชาญ เลิศประเสริฐภากร กล่าวว่า เข้ามาลงทุนหุ้น D1 เนื่องจาก ถูกชักชวนให้ลงทุน และเห็นว่าราคาหุ้นที่ซื้อต่ำมาก 15 สตางค์/หุ้น ใช้เงินลงทุน 21 ล้านบาท เป็นการลงทุนระยะยาว

นายจเรรัฐ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติให้ตั้ง บริษัท ซินเนอร์เจ็กซ์ ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดย D1 ถือหุ้น 100% ประกอบธุรกิจให้บริการด้านไอทีครบวงจร วางแผนไอทีวิจัยเทคโน โลยี โดยแต่ละขอบข่ายงานจะเป็นบริการแบบวันสต็อปเซอร์วิสให้ กับลูกค้า รวมถึงจัดบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้องค์กรด้านไอทีดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ นายอัฏฐ์ อัศวานันท์ และนายดำรงชัย กิตติประภัสร์ ได้ลาออกจากกรรมการบริษัทตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 2552 แต่ยัง ดำรงตำแหน่งผู้บริหารบริษัท และได้แต่งตั้งพล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี และนางนัยนา เศรษฐบุตร เป็นกรรมการแทน

ด้านผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทขาดทุนสุทธิ 184.92 ล้านบาท แย่ลงมากจาก ขาดทุนสุทธิเพียง 18.39 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะการขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนจำนวน 162.57 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีการเพิ่มทุนมาหลายครั้ง

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #25 เมื่อ: 19/05/09 11:20:07 »

"เตชะอุบล"แบ็คดอร์D1ดันอสังหาฯหมื่นล.เข้า

กลุ่มเตชะอุบล  เตรียมดันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท บริเวณสะพานปลา ย่านเจริญกรุง เข้าตลาดหุ้นทางอ้อม(Backdoor listing)ผ่าน D1 ระบุตอนนี้อยู่ระหว่างการรอออกหุ้นเพิ่มทุน  ล่าสุดขายหุ้นพีพี  320  ล้านหุ้นให้บุคคล  3  ราย  "ชาญ  เลิศประเสริฐภากร"รับไป 145 ล้านหุ้น งานนี้รายย่อยที่ติดหุ้น D1 มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งหาก กลุ่มใหม่เข้ามาพลิกฟื้นกิจการ

แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน   เปิดเผยว่า  กลุ่มเตชะอุบลมีความต้องการที่จะนำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  ที่สะพานปลาย่านถนนเจริญกรุง  ที่จะทำโรงแรมระดับ  6-7 ดาว มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯทางอ้อม(Backdoor listing) จากการเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) หรือ D1

กรณีกลุ่มเตชะอุบลต้องการเทคโอเวอร์ D1 เพื่อต้องการเข้าตลาดหุ้นทางอ้อม เกิดจากการที่    D1   แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่ามีความประสงค์ต้องการซื้อที่ดินจากจากบริษัท แบงค็อค ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด จำนวน 13 ไร่ 89 ตารางวา มูลค่าทั้งสิ้น 298 ล้านบาท ของกลุ่มเตชะอุบล โดยทาง D1 จะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับกลุ่มเตชะอุบลเพื่อแลกกับที่ดินแปลงดังกล่าว

ความคืบหน้าของแผนดังกล่าวเริ่มมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากที่ผลการประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2552 ได้มีการอนุมัติการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 800 ล้านหุ้นให้แก่บุคคลในวงจำกัด ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง(พีพี)ของ D1 ตามที่บริษัทได้แจ้งไว้กับตลาดหลักทรัพย์ฯ นั่นก็คือกลุ่มเตชะอุบล

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ตอนนี้กลุ่มเตชะอุบล ยังอยู่ระหว่างรอดูนโยบายของD1 ว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้จะสามารถทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มเตชะอุบลได้บ้าง ซึ่งถ้าหากพิจารณาแล้วว่าจะเป็นผลดีโดยตรง ก็คงจะอนุมัติการใส่เงินเพิ่มทุนเข้าไปให้ D1

"เม็ดเงินการเพิ่มทุนของกลุ่มเตชะอุบลใน D1 คงอยู่ที่ระดับประมาณหลักร้อยล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่มาก  แต่ได้โครงสร้างการเป็นบริษัทจดทะเบียน ทำให้กลุ่มเตชะอุบลเสียเวลา และค่าใช้จ่ายน้อยกว่าปกติในการเข้าเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในขณะที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯเองก็สนับสนุนให้บริษัทนอกตลาดทำการ Backdoor บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯที่กำลังมีปัญหาได้โดยไม่ปิดกั้น"แหล่งข่าวกล่าว

นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ กรรมการ บมจ. ดราก้อน วัน กล่าวว่า บริษัทได้อนุมัติกำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด จำนวน320  ล้านหุ้น  ให้กับ  ชาญ  เลิศประเสริฐภากร  จำนวน 145 ล้านหุ้น ลักษณา จริยวัฒน์สกุล จำนวน 95 ล้านหุ้น และ จิตติมา วิบูลย์ลาภ จำนวน 80 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.15 บาท ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินที่สนใจลงทุนในบริษัท

แหล่งข่าวจากผู้ถือหุ้น  D1  รายหนึ่ง  กล่าวว่า ถ้าหากแผนการ Backdoor ของกลุ่มเตชะอุบลเป็นผลสำเร็จ ก็จะทำให้ผู้ถือหุ้นของ D1 ที่ติดหุ้นอยู่ราคาสูงได้ลืมตาอ้าปากกันบ้าง ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องทนถือหุ้น D1 ไว้โดยที่ไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ เลย

"ถ้ากลุ่มใหม่เข้ามาถือว่าเป็นเรื่องดี ที่จะพลิกฟื้นให้ D1 กลับมามีกำไรได้จากแผนธุรกิจใหม่ๆ เนื่องจากปัจจุบันทีมผู้บริหารไม่สามารถทำให้บริษัทมีกำไรเข้ามาได้เลย ได้แต่วาดฝัน แต่ไม่สามารถทำได้จริง และมองว่ากลุ่มเตชะอุบลน่าจะเป็นกลุ่มที่มีความน่าเชื่อถือว่ากลุ่มผู้บริหารปัจจุบัน ที่นักลงทุนรายย่อยน่าจะฝากอนาคตไว้ได้"แหล่งข่าวกล่าว

ก่อนหน้านี้   นายสดาวุธ  เตชะอุบล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัทหลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด(มหาชน)หรือ ASL กล่าวว่า ปี 2552 กลุ่มเตชะอุบลได้ตั้งงบลงทุนไว้รวมจำนวนทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาท ในโครงการก่อสร้างโรงแรมระดับ 6-7 ดาว จำนวน 2 แห่ง บนพื้นที่เดียวกันในย่านเจริญกรุง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการสร้างได้ภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ กลุ่มเตชะอุบลได้คัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาบริหารและจัดการจากต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเหลือเพียงการลงนามในสัญญาและจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้

ขณะที่แหล่งเงินทุนนั้นจะมาจากการระดมทุนหลาย ๆ ทาง อาทิ การกู้สถาบันการเงิน หรือจะเป็นเงินทุนจากต่างประเทศที่ให้ความสนใจจะเข้ามาร่วมทุน  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียดของการร่วมทุน

ด้านนายบี  เตชะอุบล  ซึ่งเป็นลูกชายของนายสดาวุธ  ในฐานะผู้ดูแลการลงทุนกลุ่มเตชะอุบล กล่าวว่า กลุ่มเตชะอุบลตั้งเป้าที่จะเข้าไปซื้อกิจการ (เทคโอเวอร์) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 1-2 แห่ง ที่ดำเนินธุรกิจด้านไอที เพราะประเมินว่าราคาหุ้นของหลายบริษัทได้ปรับตัวลดลงต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี  (Book Value) ซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเข้าไปลงทุนในลักษณะเก็งกำไรราคาหุ้น

"กลุ่มเตชะอุบลจะเน้นลงทุนระยะยาวในลักษณะเข้าไปซื้อกิจการเข้าไปบริหาร ซึ่งไม่มีนโยบายลงทุนในลักษณะเทรดหุ้น ซึ่งปีนี้บริษัทมูลค่าทางบัญชี จึงถือเป็นโอกาสที่จะเข้าไปลงทุน ส่วนเม็ดเงินในการสร้างคอนโดมิเนียมนั้น ทางกลุ่มอยู่ระหว่างการติดต่อกับธนาคารต่างประเทศมาสนับสนุนเงินทุน" นายบี กล่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
ออมสิน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,526


สิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือ ความไม่แน่นอน


« ตอบ #26 เมื่อ: 11/06/09 09:25:24 »

ทันหุ้น

 “D1” ฮอตกองทุน-บุคคลทั่วไป รุมจีบขอซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพียบ “จเรรัฐ  ปิงคลาศัย” ซีอีโอ เผยไม่รีบร้อนขายออก เน้นตามแคสโฟลว์ ปัจจุบันยังมีเหลือเฟือ คาดจบดีลเพิ่มทุนครบ 800 ล้านหุ้น ภายใน เม.ย. 53 พร้อมยอมรับเจรจาเสนอขายหุ้นให้กลุ่มเตชะอุบล แต่ยังไม่มีการตอบกลับ ส่วนวานนี้ราคาหุ้นวิ่งชนซิลลิ่ง ระบุราคาค่อนข้างถูก เชื่อหมดรอบหุ้นใหญ่นักลงทุนหันมาหาหุ้นเล็กแทน
  นายจเรรัฐ  ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด(มหาชน) หรือ D1เปิดเผยว่า
การขายหุ้นเพิ่มทุนที่เหลืออีกจำนวน 345 ล้านหุ้น จากทั้งหมดที่ 800 ล้านหุ้น ปัจจุบันยังไม่ได้รีบร้อนที่จะขาย แม้ว่าจะมีทั้งกองทุนและบุคคลทั่วไปให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก โดยเชื่อว่าจะขายได้หมดทั้งจำนวนภายในเดือนเมษายน 2553
“เรายังไม่ถือว่าการขายหุ้นเพิ่มทุนที่เหลือเป็นเรื่องเร่งรีบ แม้จะผู้สนใจเพียบเป็นร้อยๆ ที่จะมาขอซื้อหุ้น แต่เราพยายามเพิ่มทุนตามแคสโฟลว์ที่ต้องใช้ ซึ่งตอนนี้เรายังมีเหลืออยู่ และจะเพิ่มทุนไปเรื่อยๆ จนครบ 800 ล้านหุ้นให้จบภายในเมษายน 2553 ตามมติผู้ถือหุ้นที่ขอไว้” นายจเรรัฐ กล่าว
 สำหรับประเด็นของผู้ที่สนใจซื้อหุ้น D1 ในกลุ่มเตชะอุบลนั้น ยอมรับว่าบริษัทได้เคยเจรจาเสนอให้เข้ามาถือหุ้น แต่ยังไม่ได้มีการตอบรับมาแต่อย่างใด ซึ่งมีการคุยกันล่าสุดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้มีเพียงการติดต่อในเรื่องของการซื้อขายที่ดินเท่านั้น และได้มีการจ่ายเงินงวดแรกไปแล้ว
  "เราเคยเสนอหุ้นไปให้กับทางกลุ่มเตชะอุบล แต่ทางนั้นยังไม่ตอบกลับมา ซึ่งเราไม่ได้คุยเรื่องนี้กันนานพอสมควรคุยกันล่าสุดเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา แต่เราก็ยังไม่เลิกล้มความพยายามที่จะเชิญชวนให้เข้ามาเป็นผู่ร่วมทุนอยู่” นายจเรรัฐ กล่าว
 สำหรับวานนี้(10 มิ.ย.52) ราคาหุ้น D1 พุ่งขึ้นชนซิ่งลิ่ง เนื่องจากราคาหุ้น D1 ค่อนข้างถูก และคาดว่าเป็นการพุ่งแรงตามปัจจัยทางเทคนิค เนื่องจากผู้ลงทุนหันมาลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก ประกอบกับช่วงนี้สภาพตลาดดีทำให้มีความเป็นไปได้ที่กองทุนต่างชาติที่สนใจอาจจะเทขายหุ้นใหญ่ออกมาบ้าง แล้วหันมาซื้อหุ้นเล็กเพื่อรอเวลาขายต่อ
 "ผมว่าคิดว่านักลงทุนเริ่มหันมาหาหุ้นเล็ก และคงหมดรอบของหุ้นใหญ่แล้ว นักลงทุนเริ่มมีเงินเหลือที่จะเข้ามาเล่นหุ้นเล็กแทน และจากที่ผ่านมาจะเห็นว่ากองทุนต่างชาติให้การตอบรับดีทำให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นมามาก” นายจเรรัฐ กล่าว
          สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2/52 คาดว่าปรับตัวดีขึ้นหลังกลุ่มผู้ร่วมทุนใหม่ที่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนเฉพาะเจาะจง( PP) ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งจะช่วยหาลูกค้ามาให้เพิ่มในส่วนของธุรกิจไอที และพลังงาน
  ด้านนายอภิสิทธิ์  ลิมศุภนาค ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายหลักทรัพย์ บล.บีฟิท กล่าวว่า ราคาหุ้น บมจ. ดราก้อน วัน (D1) พุ่งชนซิลลิ่ง 30% วานนี้ น่าจะเป็นการเก็งกำไรเรื่องขายหุ้นเพิ่มทุนเฉพาะเจาะจง (PP) ส่วนกลุ่มเตชะอุบลจะเป็นเรื่องการดีลซื้อที่ดินมากกว่าในเส้นเจริญกรุงพระราม 3 แต่ราคาหุ้นน่าจะเป็นเรื่องของการขายหุ้นเพิ่มทุนมากกว่า และหาคนซื้อที่เป็น PP เข้ามา และเม็ดเงินตรงนั้นค่อยเอาไปซื้อที่ดินอีกที
 ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นวานนี้(10 มิ.ย.52) เปลี่ยนแปลง 30%  ปิดตลาดที่ระดับ 0.39 บาท เพิ่มขึ้น 0.09 บาท มูลค่าการซื้อขาย 26.46 ล้านบาท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
ออมสิน
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,526


สิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือ ความไม่แน่นอน


« ตอบ #27 เมื่อ: 17/06/09 09:15:04 »

เตชะอุบล” สบช่องฮุบ D1 เข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 23.63% หลังซื้อหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 345 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.15 บาท “จเรรัฐ  ปิงคลาศัย” ระบุยังบริหารงานเหมือนเดิมปีนี้ไม่คิดลงทุนเพิ่ม ขณะนี้เย็นใจมีเงินกอดไว้ 300 ล้านหวังใช้ในยามฉุกเฉิน ส่วนปีหน้าเล็งรุกโครงการอสังหาฯ อยู่ระหว่างตัดสินใจทำคอนโด ออฟฟิศบิวดิ้ง และศูนย์การค้า
 นายทรงวุธ  เวชชานุเคราะห์ กรรมการ บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) หรือ D1 ได้แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2552 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2552 มีมติอนุมัติกำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 345,000,000 หุ้น ให้ นายเบน เตชะอุบล ราคาเสนอขายต่อหุ้น 0.15 บาท ต่อหุ้น ระยะเวลาเสนอขายและชำระค่าหุ้น 16-26 มิถุนายน 2552
            ทั้งนี้ ภายหลังเข้าซื้อหุ้น PP ของ D1 ทำให้ "เบน เตชะอุบล" ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ใน D1 สัดส่วน 23.63%  โดยสรุปโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ ภายหลังการเข้ามาถือหุ้นของผู้ถือหุ้น (โครงสร้างผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2552 ซึ่งเป็นวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นครั้งล่าสุดของบริษัท) สัดส่วนผู้ถือใหญ่ 3 อันดับแรก ได้แก่ นายเบน  เตชะอุบล  ถือหุ้น 345,000,000 หุ้น คิดเป็น 23.63%  นายชาญ เลิศประเสริฐภากร ถือหุ้น 145,000,000 หุ้น คิดเป็น 9.93% และ นางสาวลักษณา จริยวัฒน์สกุล ถือหุ้น 95,000,000 หุ้น คิดเป็น 6.51%
                 นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติการขายหุ้นทั้งหมดของบริษัท ดราก้อน เพาเวอร์ จำกัด (D-Power) จำนวน 599,995 หุ้น ในอัตราหุ้นละ 25 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 14,999,875 บาท ให้แก่นายเอ็ดเวิรด์ เชอร์แมน แกรนท์ และนายจเรรัฐ  ปิงคลาศัย ซึ่งถือเป็นการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
          ทั้งนี้ได้ขายให้นายจเรรัฐ   ปิงคลาศัย ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท โดยเป็นกรรมการ ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งถือหุ้นจำนวน 65,017,380 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.63 ของทุนเรียกชำระแล้วของบริษัท ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2552 จำนวน 349,996 หุ้น ในราคาหุ้นละ 25 บาท รวมเป็นเงิน 8,749,900 บาท
           พร้อมทั้งอนุมัติจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท บริทไบค์ จำกัด ("Britbike") จำนวน 15,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 15 ของทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว ให้แก่ นายดอม เหตระกูล ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Britbike ซึ่งมิได้เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ในราคาหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 1,500,000 บาท
  นอกจากนี้ยังอนุมัติให้ยกเลิกมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2551 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ในการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท วันเน็ต จำกัด ("Onenet") จำนวน 200,000 หุ้น และเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ บริษัท ออกัสท์ เอเชีย โฮลดิ้ง พีทีอี จำกัด และ/หรือบริษัทย่อย ("AAH") เนื่องจาก AAH ปรับแผนธุรกิจตามสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และไม่ประสงค์ลงทุนใน Onenet เพิ่มเติม จึงขอยกเลิกการซื้อ Onenet จากบริษัท
            ดังนั้นคณะกรรมการของบริษัทมีมติให้บริษัทขายเงินลงทุนใน Onenet และเงินให้กู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยค้างรับแก่ Onenet ให้แก่นายสุทธิชัย จรรโลงบุตร ซึ่งมิใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ในมูลค่ารวมทั้งสิ้น 500,000 บาท
            อย่างไรก็ตามหลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอไอ รับหุ้นเพิ่มทุน บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) (D1)เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเพิ่มเติมแล้ว จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้ ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2552 เป็นต้นไป
          D1 มีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้ว(มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) ทุนเดิม 660,053,931 บาท ทุนใหม่ 980,053,931 บาท หุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวเกิดจากการจัดสรรให้บุคคลเฉพาะเจาะจง 3 ราย รวม 320 ล้านหุ้น คือ นายชาญ เลิศประเสริฐภากร จำนวน 145 ล้านหุ้น น.ส. ลักษณา จริยวัฒน์สกุล จำนวน 95 ล้านหุ้น และนางจิตติมา วิบูลย์ลาภ จำนวน 80 ล้านหุ้น ในราคาต่อหุ้น 0.15 บาท/หุ้น
 นายจเรรัฐ  ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด(มหาชน) หรือ D1 เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้ขายหุ้นเพิ่มทุนเฉพาะเจาะจง(PP) ให้กับ "เบน เตชะอุบล" จำนวน 345 ล้านหุ้นแล้ว ในแง่ของการบริหารงานยังคงเหมือนเดิม แต่มีเงินสดเข้ามาสำรองภายในบริษัทมากขึ้น ส่วนแผนการลงทุนในปีนี้ยังไม่มีเพิ่มเติม แต่ในปีหน้าจะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ อาจจะเป็นออฟฟิศบิวดิ้ง คอนโดมิเนียม หรือศูนย์การค้า ซึ่งอยู่ระหว่างดูทิศทางของตลาดก่อน
 “หลังเพิ่มทุนเราได้เงินสดมาสำรองในยามฉุกเฉินเพราะปีนี้จนถึงสิ้นปีเหตุการณ์ไม่แน่นอนเศรษฐกิจยังไม่นิ่ง เรามีเงินไว้ 300 ล้านบาทยังใจเย็นได้ ซึ่งที่ผ่านมา D1 ไม่เคยมีหนี้ ส่วนโครงการอสังหาฯ คงเป็นปีหน้าเราเพิ่มทุนรอไว้ก่อน อยู่ในช่วงของการตัดสินใจว่าจะเป็นคอนโดฯ ออฟฟิศบิวดิ้ง หรือศูนย์การค้า คงดูตลาดกันอีกครั้ง” นายจเรรัฐ กล่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
insider
diy2008
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,966


« ตอบ #28 เมื่อ: 01/07/09 08:13:04 »

D1      :ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมการจัดสรรหุ้น PP และจำหน่ายเงินลงทุน

                     30 มิ.ย.--SET

ที่ D1EA090106

 

                                                       30 มิถุนายน 2552

 

เรื่อง   ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดและการจำหน่ายเงินลงทุนใน

       D-Power และ Onenet

เรียน  กรรมการและผู้จัดการ      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

      บริษัทขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด และการจำหน่ายเงิน

ลงทุนใน D-Power และ Onenet โดยมีข้อมูลรวมดังนี้

 

การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด

          บริษัทชี้แจงรายละเอียดของผู้ได้รับจัดสรรหุ้นสามัญ จำนวน 345,000,000 หุ้น เพิ่มเติม ดังนี้

นายเบน เตชะอุบล เป็นนักลงทุนทั่วไป และนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท

          การขายหุ้นที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัดดังกล่าว บริษัทจะได้รับเงินทุนเพื่อใช้เป็นเงิน

ลงทุนและเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาเสนอชื่อกรรมการ

หรือผู้บริหารเป็นตัวแทนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร

 

การจำหน่ายเงินลงทุนใน D-Power

           - ในการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าของ D-Power นั้น ทาง D-Power ได้รับอนุญาตจาก

             กระทรวงอุตสาหกรรมของประเทศกัมพูชา ให้เข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ

             โรงไฟฟ้า โดยที่ปัจจุบันมิได้มีการทำสัญญาสัมปทาน ดังนั้น จึงไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายใด ๆ ให้

             รัฐบาลกัมพูชา

           - ในการตัดสินใจจำหน่ายเงินลงทุนใน D-Power บริษัทได้พิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน รวมถึง

             การลดปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ("EGAT")

             เนื่องจากผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอตัว นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนในการหาเงินทุน

             อันสืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจด้านการเงินทั่วโลก ซึ่งมีผลกระทบต่อสถาบันการเงินต่าง ๆ จากที่

             กล่าวมา ด้วยความไม่แน่นอนของโครงการ บริษัทจึงเห็นว่า การจำหน่ายเงินทุนใน D-Power

             เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่สุด

           - ในการจำหน่ายหุ้นบางส่วนให้แก่นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ("นายจเรรัฐ") เนื่องจากการศึกษาและ

             ลงทุนในโรงไฟฟ้าต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้รับผลตอบแทนตามที่ต้องการ ซึ่งนายจเรรัฐ

             ไม่เพียงแต่มีความเข้าใจโครงการเป็นอย่างดี คุณจเรรัฐยังมีความเชื่อมั่นในโครงการและพร้อม

             ที่จะรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในการศึกษาด้านต่าง ๆ

             รวมถึงการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและด้านเทคนิค

           - สำหรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความเหมาะสมของราคานั้น ทั้งบริษัทและผู้ซื้อได้เจรจาตก

             ลงร่วมกันโดยอ้างอิงจากราคามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (Book Value) เนื่องจากโครงการของ

             D-Power ยังไม่มีความชัดเจน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่มิอาจคาดเดาได้ จึงไม่อาจประเมินได้

             ด้วยวิธีอื่น ดังนั้น ราคามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด และก่อให้เกิด

             ประโยชน์ต่อบริษัทสูงสุด

 

การจำหน่ายเงินลงทุนใน Onenet

           - ในการเจรจาซื้อขายเงินลงทุนของ Onenet กับทาง AAH ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ

             บริษัทครั้งที่ 6/2551 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 นั้น AAH ยังมิได้ทำสัญญาซื้อขายกับบริษัท

             ทั้งนี้ เนื่องจาก AAH ต้องการจัดตั้งบริษัทย่อย ซึ่งมีสัญชาติไทยในการเข้าทำสัญญาและซื้อหุ้น

             Onenet แต่ในที่สุดมิได้ดำเนินการจัดตั้ง

           - การจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน Onenet จะทำให้ภาระผูกพันในการติดตามชำระหนี้หรือ

             ภาระผูกพันอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างบริษัทกับ Onenet สิ้นสุดลงนับแต่วันที่ดำเนินการ

             จำหน่ายเงินลงทุนออกไป

 

ภาพรวมของการจำหน่ายเงินลงทุนและการดำเนินธุรกิจของบริษัท

           - ในการพิจารณาความเหมาะสมของราคาของการจำหน่ายเงินลงทุนในครั้งนี้ เป็นการประเมิน

             มูลค่าโดยผู้บริหารและมอบหมายให้นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย เป็นผู้เจรจาการจำหน่ายเงินลงทุน

             ของ Onenet และ Britbike ส่วนนายศุภกร พลกุล ประธานกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้เจรจา

             การจำหน่ายเงินลงทุนของ D-Power

           - โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ผลการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่

             ไม่เอื้ออำนวย โดยสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ณ ช่วงที่จำหน่ายเงินลงทุน

             เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเมื่อเทียบกับแต่ละช่วงเวลาที่ลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทมิอาจ

             คาดการณ์และสามารถควบคุมได้ อันส่งผลให้โครงการลงทุนต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามระยะเวลา

             ที่กำหนดไว้ และการจัดหาแหล่งเงินทุนและเงินกู้เป็นไปได้ยากกว่าที่คาดการณ์ไว้

           - ทั้งนี้ มูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดใน D-Power, Onenet และ Britbike เท่ากับ 60.00 ล้านบาท 9.99

             ล้านบาท และ 1.50 ล้านบาท ตามลำดับ รวมเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 71.49 ล้านบาท ในขณะ

             ที่เงินที่ได้รับจากการจำหน่ายเท่ากับ 14.99 ล้านบาท 0.50 ล้านบาท และ 1.5 ล้านบาท

             ตามลำดับ รวมเป็นจำนวนเงิน 16.99 ล้านบาท

 

       อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงประกอบธุรกิจหลัก คือ การลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น ๆ (Holding

Company) โดยมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Technology Focus) ซึ่งมีบริษัท

เอ-โฮสต์ จำกัด เป็นบริษัทแกน ดังนั้น การจำหน่ายเงินลงทุนใน D-Power Britbike และ Onenet จึงไม่ส่งผลกระทบ

ต่อการดำรงสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ การลงทุนในอนาคตของบริษัท ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาความ

เป็นไปได้ ความสามารถในการทำกำไรของโครงการ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนการลงทุนเพิ่มเติมในช่วง

ระยะเวลาอันใกล้นี้

 

       ภายหลังจากจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทข้างต้นแล้ว มีโครงสร้างการถือหุ้นในกลุ่มบริษัท ดังนี้

        บริษัท                ทุนจดทะเบียนและทุน        ความเกี่ยวข้อง        ลักษณะการประกอบธุรกิจ             สัดส่วนการถือ

                                ชำระแล้ว               กับ D1                                             หุ้นของ D1

1. บริษัท เอ-โฮสต์ จำกัด       ทุนจดทะเบียนและทุน         บริษัทย่อยของ       จำหน่าย และให้บริการ                 ร้อยละ 83.64

("A-HOST" หรือ              ชำระแล้ว 60.00 ล้านบาท        D1           เกี่ยวกับโปรแกรม

"บริษัทแกน")                                                           คอมพิวเตอร์ รวมถึงการจัดวาง

                                                                      ระบบและ

                                                                      ให้บริการเสริมต่าง ๆ

2. บริษัท เอวิชั่น จำกัด         ทุนจดทะเบียนและทุน         บริษัทย่อยของ      จำหน่าย ติดตั้ง ให้บริการ และ            ถือหุ้นโดย

                           ชำระแล้ว 2.00 ล้านบาท       A-HOST         ให้คำปรึกษาด้านระบบโปรแกรม           A-HOST

                                                                     คอมพิวเตอร์                        ร้อยละ 49.00

                                                                                       

3. บริษัท เอบีซีเอส จำกัด      ทุนจดทะเบียนและทุน          บริษัทย่อยของ      บริการด้านเทคโนโลยี ในการ             ถือหุ้นโดย

                          ชำระแล้ว 4.00 ล้านบาท        A-HOST         พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์               A-HOST

                                                                                                      ร้อยละ 90.00

           นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจดทะเบียนบริษัทอื่นเพิ่มเติม ดังรายละเอียดต่อไปนี้

           - ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท ครั้งที่ 14/2549 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2549 มีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัท ดรา

ก้อน ดูไบ จำกัด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2549 โดยมีทุนจดทะเบียน 300,000 ดีแรห์ม เพื่อประกอบธุรกิจเป็นที่ปรึกษาด้าน

การลงทุนให้นักลงทุนในดูไบมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังมิได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัท ดราก้อน ดูไบ จำกัด

           - บริษัทได้จดทะเบียนบริคณห์สนธิ บริษัท ดราก้อน ไพลิน จำกัด เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 ตามมติ

คณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2551 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551 เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม

           - บริษัทได้จดทะเบียนบริคณห์สนธิ บริษัท ดราก้อน ไมนิ่ง จำกัด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 ตามมติ

คณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2551 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต จำหน่าย ให้บริการ

ธุรกิจเหมืองถ่านหิน รวมถึงประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อรองรับโครงการโรงไฟฟ้าของ

D-Power เมื่อจำหน่าย D-Power ออกไปแล้ว บริษัทจึงต้องชะลอโครงการนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะมีความเหมาะสมในการลงทุน

           - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2552 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2552 มีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัท ซินเนอร์

เจ็กซ์ จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการด้าน IT ครบวงจร วางแผน IT วิจัย

เทคโนโลยี IT วางระบบ IT พัฒนาระบบสนับสนุนธุรกิจ ตรวจสอบคุณภาพสารสนเทศ การปฏิบัติการด้าน IT โดยแต่ละ

ขอบข่ายงานจะเป็นบริการแบบ one stop service ให้กับลูกค้า รวมถึงการจัดการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้องค์กรด้าน

IT ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อกรมพัฒนา

ธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

สรุปขนาดรายการของการทำรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์

ที่                    รายการ                             วันที่ทำรายการ               เกณฑ์สินทรัพย์              เกณฑ์มูลค่ารวม

                                                                                     ที่มีตัวตนสุทธิ                สิ่งตอบแทน

1     สละสิทธิจองหุ้นสามัญเพิ่มทุนในบริษัท ดราก้อน                27 กุมภาพันธ์ 2552                2.19%                   11.64%

      เพาเวอร์ จำกัด มูลค่า 40,000,000 บาท

2     โอนหุ้นบริษัท เอ-โฮสต์ จำกัด ให้บริษัท ไออีซี บิซิเนส          30 เมษายน 2552                9.25%                    3.35%

      พาร์ทเนอร์ส จำกัด มูลค่า 11,209,549 บาท เพื่อชดเชย

      การยกเลิกสัญญาซื้อหุ้น A-HOST บางส่วน

3     จำหน่ายหุ้นสามัญ บริษัท ดราก้อน เพาเวอร์ จำกัด            15 มิถุนายน 2552                15.61%                    7.97%

      มูลค่า 14,999,975 บาท

4     จำหน่ายหุ้นสามัญ บริษัท บริทไบค์ จำกัด มูลค่า               15 มิถุนายน 2552                 2.25%                    0.80%

      1,500,000 บาท

5     จำหน่ายหุ้นสามัญบริษัท วันเน็ต จำกัด และเงินกู้ยืม            15 มิถุนายน 2552                     -                    4.73%

      พร้อมดอกเบี้ยค้างชำระ จำนวน 500,000 บาท

      รวม                                                                             29.30%                   28.49%

          เมื่อคำนวณรวมขนาดของรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัท ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงระยะเวลา

6 เดือนที่ผ่านมาแล้ว โดยคำนวณขนาดรายการจากเกณฑ์ที่มีมูลค่าสูงสุด ได้แก่ เกณฑ์สินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ คิด

เป็นสัดส่วนร้อยละ 29.30 ซึ่งเกินกว่าร้อยละ 15 แต่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ดังนั้น บริษัทจึงมีหน้าที่ต้องเปิดเผย

สารสนเทศการทำรายการของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และจัดส่งหนังสือเวียนแจ้งให้ผู้ถือหุ้น

ทราบภายใน 21 วัน นับแต่วันแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

          จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

 

                                                                    ขอแสดงความนับถือ

 

                                                               (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)

                                                                      กรรมการ

 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #29 เมื่อ: 28/07/09 18:02:39 »

D1ร้อนเคาะสนั่น-หึ่ง!พี่น้องเบียร์ช้างดอดเก็บหุ้น
 

         รายย่อยระวังตัว “ดราก้อน วัน” ร้อนฉ่าอีกแล้ว แม้เพิ่งหลุด Turnover List วานนี้ ล่าสุดข่าวลือสะพัดอีกระลอก สองพี่น้องสิริวัฒนภักดี "ฐาปน-ปณต" ควักเงินส่วนตัว สั่งนอมินีต่างชาติเข้าเก็บหุ้น หากได้ครบตามเป้า 35% เตรียมเข้าคุยกลุ่มเตชะอุบล กลางสิงหาคมนี้ คาดโครงการคอมเพล็กซ์ตรงข้ามห้างซีคอน สแควร์ล่อใจ หวังรวบเพื่อช่วยเสริมแผนธุรกิจอสังหาฯของยูนิเวนเจอร์ที่กลุ่มตนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โบรกเกอร์ย้ำอย่าเสี่ยง!..เป็นแมงเม่า มีแต่เสียเปรียบ
       
       รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งว่า วานนี้(27ก.ค.)เป็นวันแรกของการซื้อขายหุ้นแบบปกติของ บมจ. ดราก้อน วัน (D1) และ บมจ. ไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม (TIES) หลังจากติด Turnover List ซึ่งผู้ลงทุนที่สนใจต้องวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนก่อนการซื้อ(Cash Balance)ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 -24 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยตลอดวานนี้พบว่า D1 ปิดที่ 0.73 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ 6.41% ระหว่างวันปรับตัวสูงสุด 0.79 บาท ต่ำสุด 0.72 บาท มูลค่าซื้อขาย 53.092 ล้านบาท ขณะที่ TIES ปิด 1.30 บาท ลดลง 0.27 บาท หรือ 17.20% ระหว่างวันปรับตัวสูงสุด 1.67 บาท และต่ำสุด 1.16 บาท มูลค่า 167.89 ล้านบาท
       
       ส่วนราคาหุ้นย้อนหลัง D1 ตั้งแต่วันที่ 2 -24 ก.ค. พบว่า ราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยต่ำสุด(1ก.ค.) ที่ 0.61 บาท และสูงสุด(23ก.ค.) 0.79 บาท เมื่อเปรียบเทียบแล้วเพิ่มขึ้น0.18 บาท หรือ 29.50% แม้ติด Cash Balance ซึ่งส่วนใหญ่ราคาจะอยู่ที่ระดับ 0.64 -0.79 บาท ขณะเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบราคาต่ำสุดกับราคาปิดวานนี้พบว่าเพิ่มขึ้น 0.12 บาท หรือ 19.67%
       
      **ลือสะพัด”สิริวัฒนภักดี”เข้าเก็บ
       
       เมื่อเร็วๆนี้ มีข่าวตามห้องค้าหลักทรัพย์ว่า มีกลุ่มทุนรายใหญ่เข้ามาเก็บหุ้น D1 ตั้งแต่อยู่ในช่วง Cash Balance ทำให้เป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วไปมาก และจากการสอบถาม แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า ได้มีคำสั่งผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศหลายแห่ง ให้เข้ามาซื้อหุ้นแทน(นอมินี) ในหุ้นของD1 โดยเป็นคำสั่งของนายฐาปน และนายปณต สิริวัฒนภักดี ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการประชุมกันระหว่างผู้สั่งซื้อและผู้รับคำสั่ง ที่สิงคโปร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
       
       โดยการซื้อหุ้น ในครั้งนี้จะมีบล.เครดิต สวิส (สิงคโปร์) เป็นศูนย์กลางรับสั่งคำสั่งซื้อจากโบรกเกอร์ (นอมินี) จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD,UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED,CITIBANK NOMINEES SINGAPORE ,MELLON BANK, UBS AG SINGAPORE,BRANCH-PB SECURITIES CLIENT CUSTODY และ BNP PARIBAS PRIVATE BANK HONG KONG BRANCH ด้วยวงเงินลงทุนรวมประมาณ 250 ล้านบาท
       
       แต่ คำสั่งซื้อดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งซื้อครั้งล่าสุดในหุ้น D1 ของนักลงทุนกลุ่มนี้ เพราะได้มีการเก็บหุ้นตัวนี้มาตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ก.ค. 2552 และตลอดช่วงเวลาที่หุ้นติด Turnover List รวมกว่า 335 ล้านหุ้น ซึ่งเมื่อรวมกับคำสั่งซื้อผ่าน บล.ยูบีเอส สิงคโปร์ วานนี้ (27ก.ค.)อีก 35 ล้านหุ้น พบว่าสองพี่น้อง สิริวัฒนภักดีได้เก็บหุ้นD1 ไปแล้วประมาณ 370 ล้านหุ้น โดยกระจายสัดส่วนการถือหุ้นผ่านโบรกเกอร์(นอมินี)ต่างชาติทั้งหมด
       
      **คาดที่ดินล่อใจหวังร่วมมีเอี่ยว
       
       ทั้งนี้ ไม่เป็นที่ยืนยันถึงสาเหตุในการเข้าเก็บหุ้น D1 ว่าทางกลุ่มสิริวัฒนภักดี ต้องการเพื่อจุดประสงค์ใด แต่เป็นที่เชื่อว่า น่าจะเป็นความต้องการเข้ามาร่วมลงทุนในด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากมีข้อมูลก่อนหน้าผ่านสื่อต่างๆระบุว่า ดราก้อน วัน มีที่ดินในย่านถนนศรีนครินทร์ 23 ไร่ ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ มูลค่าประมาณจำนวน 280 ล้านบาท และมีเป้าหมายที่จะเข้ามาลงทุนในที่ดินแปลงนี้เพื่อนำไปพัฒนาเป็นซุปเปอร์คอมเพล็กซ์ หรือตลาดสดและปล่อยให้เช่า อีกทั้งด้วยกระแสเงินที่บริษัทมีอยู่ ณ ปัจจุบันประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการรับรู้รายได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนให้นาย เบน เตชะอุบล (ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในปัจจุบัน) 345 ล้านหุ้น ประมาณ 51.75 ล้านบาท ทำให้หุ้นของบริษัทจึงมีความน่าสนใจ
       
       “ด้วยมูลค่าที่ดิน23 ไร่กว่า 280 ล้านบาท บวกกับกระแสเงินสดอีก 300 ล้านบาทนั้น นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้กลุ่มสริริวัฒนภักดี สนใจเข้ามาดอดเก็บหุ้นD1 เพราะมีการประมาณการไว้ว่าน่าจะใช้เงินแค่ 500 ล้านบาทก็สามารถเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทนี้ได้แล้ว”
       
       **เตรียมเจรจาเตชะอุบลหลังวันแม่
       
       ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อโบรกเกอร์ต่างประเทศสามารถเก็บหุ้นD1 ได้ประมาณ 35% ทางกลุ่มสิริวัฒนภักดีจะเข้าทำการเจรจากับกลุ่มเตชะอุบล ผู้ถือหุ้นใหญ่ของดราก้อน วัน ในช่วงประมาณกลางเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อชี้แจงเหตุผลในการซื้อหุ้นD1 ที่ผ่านมา และหลังจากได้ข้อสรปุเป็นที่พอใจ คาดว่าจะมีการโอนหุ้นD1 ที่ถืออยู่ทั้งหมดให้ บริษัท อเดลฟอส จำกัด (ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบมจ. ยูนิ เวนเจอร์ หรือ UV) รับช่วงต่อ ตามแผนที่ต้องการเข้าลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของUV
       
       แต่เมื่อสอบถาม นายธนพล ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการ บมจ.ยูนิเวนเจอร์ กล่าวเพียงว่า ตนไม่ได้รับทราบเรื่องอะไรทั้งสิ้น และไม่รู้ จึงไม่สามารถตอบได้ในเรื่องที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทไปซื้อหุ้นไกลถึงสิงคโปร์
       
      **เตือนแมงเม่าห้ามร่วมวง
       
       นักวิเคราะห์รายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า ยังมองไม่เห็นพื้นฐานของหุ้น D1 และตัวหุ้นเองไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรายย่อยไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวด้วย เพราะจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบรายใหญ่ ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่าหลังจากหุ้น D1 หลุด Turnover List วานนี้ ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งในบริษัทก็นำหุ้นออกมาปล่อยขายในกระดาน เพื่อหวังสร้างราคา แต่กลับไม่รู้ว่าที่ตนขายไปนั้นตกไปอยู่ในมือกลุ่มทุนที่ใหญ่กว่า และยังไม่รู้เหตุผลการเก็บหุ้นที่แน่ชัด
       
       ขณะเดียวกัน เมื่อตรวจสอบงบการเงินในไตรมาส 1 ของD1 ที่ผ่านมา ไม่พบที่ดินจำนวนดังกล่าวระบุไว้ อีกทั้งกระแสเงินสดในไตรมาสเดียวกันก็มีเพียง 60 ล้านบาท และเมื่อรวมกับเงินที่ได้จากการขายหุ้นให้นายเบน เตชะอุล ก็ไม่น่าจะถึง 300 ล้านบาท ตามที่ผู้บริหารเคยให้ข่าวไปก่อนนี้ไม่ จึงมองว่าเป็นเรื่องที่ประเมินยาก และนักลงทุนรายย่อยไม่ควรเข้าไปเสี่ยงกับการซื้อหุ้นครั้งนี้ แม้ข่าวลือดังกล่าวจะเป็นความจริงภายหลัง
       
       “D1 ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ และก็เป็นหุ้นอย่างที่รู้กัน แต่ยอมรับว่าข่าวนี้มีพูดถึงมากในห้องค้า ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูรายชื่อผู้ถือหุ้นของ UV จะพบว่านอมินีต่างชาติที่จะเข้ามงาเก็บD1 ในครั้งนี้ ล้วนมาจากแหล่งเดียวกันทั้งสิ้น และก่อนหน้านี้กลุ่มสิริวัฒนภักดีก็มีสัดส่วนถือหุ้นในD1 ผ่าน Quan SECURITIES ฮ่องกง 2.92% ซึ่งบริษัทแห่งนี้อยู่ในเครือ Quan Capital ทำธุรกิจด้านอสังหาฯ และจดทะเบียนในตลาดฮั่งเสง อีกทั้งเป็นพันธมิตรกับเครือสิริวัฒนภักดี”

 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
nowandnow
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #30 เมื่อ: 17/09/09 11:18:56 »

เชียร์ D1 ด้วยสัญชาตญาณอย่างเดียวครับ

มันเป็นหุ้นที่มีความแปลกดี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
สวยสุด on board
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,630


« ตอบ #31 เมื่อ: 18/09/09 22:27:18 »

ด้วยคนคะ มั่นใจ 0.77 แถวนี้แหละ ไม่หลุดแล้ว
 
โฟนอิน 1 บาท สัญญากันไว้แล้ว
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #32 เมื่อ: 18/09/09 22:30:05 »

.


* d1.12.png (21.9 KB, 843x1035 - ดู 447 ครั้ง.)

* d1.6.png (19.28 KB, 843x1035 - ดู 447 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
สวยสุด on board
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,630


« ตอบ #33 เมื่อ: 18/09/09 22:35:31 »


กราฟแบบนี้ส่อเค้าชัวร์ป๊าบไม่หลุดราคาที่ว่าแน่

วันจันทร์ใครเงินเหลือไม่รู้จะซื้อตัวไหน

ตัวนี้หละ ได้เลย แถว 0.77-0.79

D1 ลุยอสังหาหมื่นล้าน ดึงต่างชาติร่วมทุน ของแท้แน่นอน

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24/02/10 21:12:20 โดย superlemonn » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #34 เมื่อ: 04/12/09 12:45:48 »

D1ไปได้สวยดีลPPคืบ SLCคว้างาน19.20ล้าน

D1 ดีล PP คืบหลังขายได้แล้ว 169 ล้านหุ้นที่ราคา 0.65 บาทต่อหุ้น จากทั้งหมด 230 ล้านหุ้น ส่งผลให้ผู้ลงทุนใหม่ “จิรศักดิ์ ผ่องหทัยกุล” เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในอันดับสอง พร้อมยืนยันไม่มีการเสนอชื่อกรรมการนั่งบริหาร ขณะที่ PP ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างเจรจาคัดเลือกแต่ยังไม่รีบร้อน ระบุแผนลงทุนปีหน้าขออุบไต๋ไว้ก่อน ย้ำขอรอจังหวะเหมาะสม ส่วน SLC คว้างานจาก ธกส. กว่า 19.20 ล้านบาท
 
นายจเรรัฐ  ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) D1 เปิดเผยว่าคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติกำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัดและ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน (PP) จำนวน 169,005,938 หุ้น ให้นายจิรศักดิ์ ผ่องหทัยกุล อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นนักลงทุนทั่วไป ในราคาเสนอขาย 0.65 บาทต่อหุ้น โดยมีระยะเวลาเสนอขายและชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนเมื่อ 3 ธันวาคม 2552 ซึ่งบริษัทจะได้รับเงินทุนเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนและเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท
 
หลังจากที่ขาย PP จำนวน 169 ล้านหุ้นในครั้งนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาขายหุ้นเพิ่มทุนในส่วนที่เหลืออีกจากที่บริษัทได้มีแผนการจัดสรรทั้งหมด 230 ล้านหุ้นที่ราคา 0.65 บาท โดยในส่วนที่เหลือดังกล่าวยังอยู่ในช่วงการเจรจาและยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะสรุปได้ทันภายในปีนี้หรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณาโดยละเอียดเพราะต้องการนักลงทุนที่สามารถสร้างศักยภาพที่ดีต่อบริษัท
 
สำหรับจุดประสงค์ที่บริษัทเพิ่มทุนด้วยการออก PP ก็เพื่อนำเงินที่ได้รับมาเป็นเงินลงทุน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทต่อไป ขณะที่ในปัจจุบันบริษัทมีเงินสดในมือจำนวน 300 ล้านบาท (ไม่รวม PP) ส่วนแผนการลงทุนในปี 2553 นั้นยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนในขณะนี้เนื่องจากยังอยู่ในช่วงประเมินจังหวะที่เหมาะสม และจับตาดูสัญญาณของทิศทางเศรษฐกิจ
 
นายจเรรัฐ กล่าวว่า การขายหุ้นที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัดให้นายจิรศักดิ์ในครั้งนี้ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจของบริษัท อีกทั้งเมื่อนักลงทุนรายดังกล่าวได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนและเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทแล้ว จะไม่มีการเสนอชื่อกรรมการเป็นตัวแทนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารแต่อย่างใด
 
สำหรับโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท ภายหลังการเข้ามาถือหุ้นของผู้ถือหุ้นใหม่จากการขายหุ้น PP ณ วันที่ 6 พ.ย.2552 พบว่านายเบน เตชะอุบล เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับแรกที่จำนวน 345 ล้านหุ้นหรือถือครอง 21.18% จากเดิมที่ 23.63% โดยนายจิรศักดิ์ ผ่องหทัยกุล ได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองที่จำนวน 184.05 ล้านหุ้นหรือ 11.30% ขณะที่นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ถือครองเป็นอันดับหกที่จำนวน 58.02 ล้านหุ้นหรือ 3.56% จากเดิมที่อยู่อันดับห้าซึ่งถือจำนวน 65.02 ล้านหุ้นหรือ 4.45%
 
นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังมีมติอนุมัติจำหน่ายเงินลงทุนที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมดในบริษัท ซินเนอร์เจ็กซ์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายและให้บริการด้าน IT ครบวงจร จำนวน 99,997 หุ้นหรือ 99.99% ให้แก่นายพงศ์ศักดิ์ นวลักษณ์ ซึ่งมิใช่บุคคลที่เกี่ยวโยง ราคาหุ้นละ 10 บาท เท่ากับมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ เป็นเงินทั้งสิ้น 999,970 บาท
 
อนึ่งการจำหน่ายไปซึ่งเงินลงทุนในบริษัทย่อยดังกล่าว ไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เนื่องจาก Synergex ยังมิได้เริ่มประกอบธุรกิจแต่อย่างใด

SLCคว้างานใหม่ 19.2 ลบ.
นายธนพันธ์ วงศ์ชินศรี  กรรมการอำนวยการ  บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) SLC ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 บริษัทได้เซ็นสัญญาซื้อขายในโครงการใหม่ กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อโครงการพัฒนาระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นจำนวนเงิน 19.20 ล้านบาท
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #35 เมื่อ: 18/12/09 12:31:02 »

สภาแมงเม่าดร.สมชาย

D1 สมบัติพลัดกันชม

คุณลัดดา จากหนองแขม กทม. เล่าความหลังครั้งก่อนเกี่ยวกับหุ้น D1 ให้ฟังว่า หุ้นตัวนี้เคลื่อนไหวค่อนข้างหวือหวา และมีการเปลี่ยนมือผู้บริหารมาหลายครั้ง อีกทั้งยังเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจไปอีกหลายแนว  และสุดท้ายกลับไปอยู่ภายใต้การบริหารงานของตระกูล

"เตชะอุบล" ซึ่งตระกูลนี้ก็มีธุรกิจที่หลากหลายอยู่แล้ว จึงใคร่ขอความรู้ว่า ตระกูลนี้ตั้งใจทำธุรกิจขนาดไหน รวมทั้งอยากรู้ว่า ทำไมราคาหุ้นถึงอ่อนตัวลงเรื่อยๆ ทั้งที่เรื่องร้ายๆ ก็มีการรับรู้กันหมดแล้ว

ผมเห็น คุณลัดดา พาดหัวจดหมายด้วยคำ "สมบัติพลัดกันชม" พาลให้ตัวกระผมตกใจ จนหัวใจเกือบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม  เพราะไม่นึกไม่ฝันว่า  นักลงทุนรายย่อยจะแสดงความคิดเห็นแบบดุดัน และซัดตรงประเด็นทุกดอก

เนื่องจากการเขียนจดหมายในลักษณะดังกล่าวมักเกิดขึ้นกับนักลงทุนที่หลงเข้าไปเป็นเหยื่อทำราคาหุ้น ขณะที่ตัว คุณลัดดา ไม่ได้พูดถึงการตกเป็นเหยื่อของนักลงทุนรายใหญ่ แต่สามารถเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ  ได้เป็นอย่างดี แสดงว่าเป็นนักลงทุนที่ชอบติดตามข่าวสารของหุ้นที่คุณกำลังให้ความสนใจ

สำหรับแนวความคิดส่วนตัวของกระผมค่อนไปในทางให้โอกาสคนเป็นประจำ จึงมองเรื่องธุรกิจเปลี่ยนมือคนบริหารไปเรื่อยๆ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนไปตามกลไกตลาด และไม่มีใครรู้ว่า  ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นจะประสบความสำเร็จแค่ไหน

ผนวกกับโมเดลในโลกของธุรกิจสมัยใหม่มักมีการปล่อยให้คนเข้ามาเทคโอเว่อร์ เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมที่ทำอยู่  หรืออาจเป็นการแตกแขนงธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้ส่วนใดส่วนหนึ่งก็เป็นไปได้นะครับ

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารงานของตระกูล  "เตชะอุบล" ไม่ค่อยมีอะไรต้องเคลือบแคลงสงสัยมากนัก  เพราะระยะเวลา  2-3  ปีที่ผ่านมา ตระกูลนี้พยายามขยายอาณาจักรของตัวเองตลอดเวลา

นั่นหมายความว่า  ธุรกิจที่จับต้องทำกำไรคืนสู่ผู้ถือหุ้นใหญ่  และการที่นำเงินส่วนตัวเข้าไปลงทุนในหุ้น D1 น่าจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการปลุกปั้นธุรกิจอสังหาฯ ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

เมื่อทุกอย่างยังไม่เข้าที่ เข้าทาง ราคาหุ้นย่อมอ่อนตัวลงก่อน หลังจากนั้นถึงจะปรับตัวขึ้นอย่างมั่นคง  หากตัวเลขผลการดำเนินงาน และแผนงานในส่วนต่างๆ บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้นะครับ

ทางที่ดีควรให้ตระกูล  "เตชะอุบล"  พิสูจน์ฝีมือเสียก่อน หลังจากนั้นค่อยเข้าซื้อหุ้นทีหลัง มันก็ยังไม่สายเกินไปนะครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
nowandnow
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #36 เมื่อ: 24/12/09 11:26:48 »

กราฟแบบนี้ส่อเค้าชัวร์ป๊าบไม่หลุดราคาที่ว่าแน่

วันจันทร์ใครเงินเหลือไม่รู้จะซื้อตัวไหน

ตัวนี้หละ ได้เลย แถว 0.77-0.79

D1 ลุยอสังหาหมื่นล้าน ดึงต่างชาติร่วมทุน ของแท้แน่นอน



ตอนนี้ 24 ธค 52 อยู่ 0.56     

คุณจิรศักดิ์นี่ทำไรหรือครับ??? ถือหุ้นทั้ง D1 และ CGS เลย
และเพิ่มทุนที่ 0.65 นี่จ่ายเงินสดกันทันทีจริงๆหรือนี่ ทั้งๆ ที่กระดานตอนนั้นก็ราวๆ 0.64-0.68

คุณจิรศักดิ์มีความมั่นใจอะไร  ถึงกล้าทุ่มเงิน 100 กว่าล้านซื้อหุ้นเพิ่มทุนดีหนึ่งวันอย่างอาจหาญเยี่ยงนี้...หนอ Huh
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,297


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #37 เมื่อ: 01/02/10 09:36:14 »

--SET
ที่ D1BO100007

                                                         29 มกราคม 2553

เรื่อง       รายงานผลการใช้เงินทุนในส่วนที่เพิ่มทุน

เรียน       กรรมการและผู้จัดการ
           ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

              ตามที่บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ได้ระดมทุนและจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน โดยมี
วัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปใช้เป็นเงินลงทุนและเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทฯ มี
รายละเอียด ดังนี้
              1. เงินที่ได้จากการเพิ่มทุน โดยการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด จำนวน 800,000,000
หุ้น ราคาหุ้นละ 0.15 บาท รวมเป็นเงิน 120,000,000 บาท ซึ่งบริษัทได้ใช้ไปตามวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุน
คงเหลือเงินที่ได้จากการเพิ่มทุน จำนวน 22,765,954.45 บาท
              2. เงินที่ได้จากการเพิ่มทุน โดยการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด จำนวน 169,005,938
หุ้น ราคาหุ้นละ 0.65 บาท รวมเป็นเงิน 109,853,859.70 บาท
             รวมเงินคงเหลือจากการเพิ่มทุนทั้งสิ้น 132,619,814.15 บาท
              บริษัทฯ จึงขอรายงานการใช้เงินทุนดังกล่าว ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม
2552 ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
                                                                                                หน่วย : บาท
                                  จำนวนเงินจากการเพิ่มทุน         เงินใช้ไป                  คงเหลือ
- ยอดยกมา                            132,619,814.15               -                      -
- ชำระค่าที่ดิน (บางส่วน)                       -              (123,350,000.00)               -
- เงินทุนหมุนเวียน                             -                 (9,269,814.15)              -
รวม                                  132,619,814.15       (132,619,814.15)              0.00

           จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

                                                               ขอแสดงความนับถือ



                                                          (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                                          กรรมการ และเลขานุการบริษัท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: D1
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #38 เมื่อ: 09/02/10 13:26:58 »

กำหนดใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ D1-W1 ครั้งที่ 5 (ก.พ.2553)09/02/2553 13:21

         D1 : กำหนดใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ D1-W1 ครั้งที่ 5 (ก.พ.2553)
ที่ D1BO100010

                                           10 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่อง        แจ้งการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิ (D1-W1) ครั้งที่ 5 (26 กุมภาพันธ์ 2553)
เรียน        กรรมการและผู้จัดการ
            ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

            ตามที่ บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) ( บริษัทฯ ) ได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะ
ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ( D1-W1 ) จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2551 จำนวน 192,928,208
หน่วย โดยผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิได้ เมื่อครบ 1 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (27
ตุลาคม 2551) โดยวันกำหนดการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ คือ วันทำการสุดท้ายของทุกเดือน ตลอดอายุ
ของใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งนี้ วันกำหนดการใช้สิทธิครั้งแรก คือ วันที่ 30 ตุลาคม 2552 และกำหนดวันใช้สิทธิ
ครั้งสุดท้ายจะตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม 2554
            บริษัทฯ ขอแจ้งรายละเอียดและกำหนดการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิ (D1-W1)
ครั้งที่ 5 ดังนี้

            1. กำหนดวันใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญ ครั้งที่ 5 : วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553

            2. วันกำหนดใช้สิทธิ : ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้าย
ของทุกเดือน ตลอดอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ
                ทั้งนี้วันกำหนดใช้สิทธิครั้งแรก คือ วันที่ 30 ตุลาคม 2552 และวันกำหนดใช้สิทธิครั้งสุดท้าย คือ วันที่
26 ตุลาคม 2554 ในกรณีที่วันใช้สิทธิตรงกับวันหยุดทำการของบริษัทให้เลื่อนวันกำหนดการใช้สิทธิเป็นวันทำ
การสุดท้ายก่อนหน้าวันกำหนดการใช้สิทธิดังกล่าว

            3. ระยะเวลาแจ้งความจำนงในการใช้สิทธิ : ภายในระยะเวลา 5 วันทำการก่อนวันใช้สิทธิ ซึ่งสามารถแจ้งความ
จำนงในการใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 19, 22-25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 9.00 น.ถึง 16.00 น.

            4. ราคาใช้สิทธิ : ราคาการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ เท่ากับ 1 บาทต่อหุ้น

            5. อัตราการใช้สิทธิ : ใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น

            6. เอกสารที่ใช้ในการยื่นความจำนง :
                6.1 แบบแสดงความจำนงการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญที่ได้กรอกข้อความถูกต้อง ชัดเจน และครบถ้วน
แล้วทุกรายการ ซึ่งสามารถติดต่อขอรับแบบฟอร์มได้ที่บริษัทฯ
                6.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิซึ่งผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิได้ลงลายมือชื่อผู้โอนด้านหลัง หรือใบแทน
ใบสำคัญแสดงสิทธิตามแบบที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ในกรณีที่ใบสำคัญแสดงสิทธิอยู่ใน
ระบบไร้ใบหุ้น (Scripless System) ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่ต้องการใช้สิทธิต้องแจ้งความจำนง และกรอกแบบ
คำขอให้ออกใบแทนใบสำคัญแสดงสิทธิตามที่ตลาดหลักทรัพ ย์แห่งประเทศไทยกำหนด  โดยยื่นต่อบริษัท
หลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์(Broker) ของตน และ Broker จะแจ้งกับ บริษัท ศูนย์รับฝาก
หลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อขอถอนใบสำคัญแสดงสิทธิ และศูนย์รับฝากจะออกใบแทนใบสำคัญแสดง
สิทธิ เพื่อให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธินำไปใช้เป็นหลักฐานที่จะยื่นกับบริษัทฯ
                6.3 ชำระเงินเป็น เช็ค ดร๊าฟท์ ตั๋วแลกเงินธนาคาร หรือคำสั่งจ่ายเงินของธนาคารที่สามารถเรียกเก็บ
ได้ในเขตกรุงเทพมหานครภายใน 2 วันทำการนับจากวันใช้สิทธิแต่ละครั้ง โดยขีดคร่อมสั่งจ่าย  บริษัท ดราก้อน
วัน จำกัด (มหาชน)  หรือ  Dragon One Public Company Limited  หรือโอนเงินสดเข้าบัญชีเงินฝากชื่อบัญชี
 บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน)  บัญชีเลขที่ 227-203882-3 ประเภทบัญชีออมทรัพ ย์ ของธนาคารไทย
พาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาย่อย อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี พร้อมนำส่งสำเนาใบนำฝากเงินให้แก่บริษัทฯ
                     ทั้งนี้ การใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญดังกล่าวจะสมบูรณ์ต่อเมื่อบริษัทฯ สามารถเรียกเก็บเงินจำนวน
ดังกล่าวได้แล้วเท่านั้น หากเรียกเก็บเงินไม่ได้ด้วยเหตุใดๆ ที่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิต้องรับผิดชอบให้ถือว่า ผู้ถือ
ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวแสดงเจตนายกเลิก ทั้งนี้ บริษัทฯ จะส่งใบสำคัญแสดงสิทธิหรือใบแทนใบสำคัญ
แสดงสิทธิ พร้อมกับเช็คที่เรียกเก็บเงินไม่ได้คืน ให้แก่ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 14
วันนับจากวันใช้สิทธิในแต่ละครั้ง โดยไม่มีการคำนวณดอกเบี้ยให้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ไม่ว่าในกรณีใด ๆ และผู้ถือ
ใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถยื่นความจำนงขอใช้สิทธิใหม่ได้ในวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งต่อไป เว้นแต่เป็นการ
ยกเลิกการใช้สิทธิในครั้งสุดท้าย ให้ถือว่าหมดสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวอีกต่อไป
                 6.4 หลักฐานประกอบการจองซื้อ
                      1) บุคคลสัญชาติไทย: สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
                      2) บุคคลต่างด้าว: สำเนาหนังสือเดินทาง พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
                      3) นิติบุคคลในประเทศ: สำเนาหนังสือรับรองบริษัท ซึ่งออกให้โดยกระทรวงพาณิชย์ หรือ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 6 เดือน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลนั้น และ
เอกสารหลักฐานของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อตาม 1) หรือ 2) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
                      4) นิติบุคคลต่างประเทศ: สำเนาเอกสารการจดทะเบียนรับรองซึ่งออกโดยหน่วยราชการที่มี
อำนาจของประเทศที่นิติบุคคลนั้นตั้งอยู่ และรับรองโดย Notary Public หรือหน่วยราชการที่มีอำนาจไม่เกิน 6
เดือน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และเอกสารหลักฐานของผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อตาม 1) หรือ 2) พร้อมรับรอง
สำเนาถูกต้อง

              7. การใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญครั้งนี้ จะเป็นไปตามรายละเอียดและเงื่อนไขในข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้
ออกใบสำคัญแสดงสิทธิและผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสำหรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของ
บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) รุ่นที่ 1 สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ( ใบสำคัญแสดงสิทธิ  หรือ  D1-W1 )

              8. สถานที่ติดต่อขอใช้สิทธิ
                 บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน)
                 เลขที่ 1 อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี ชั้น 11 ห้อง 1103
                 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
                 โทรศัพ ท์ 0-2677-7330
                 โทรสาร 0-2677-7337

              จึงเรียนมาเพื่อทราบ

                                            ขอแสดงความนับถือ



                                          (นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์)
                                          กรรมการ และเลขานุการบริษัท


 

ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย     วันที่   09/02/10   เวลา   13:22:29
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: D1
nowandnow
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #39 เมื่อ: 15/02/10 11:57:19 »

เห็นแววว่า จะมาแรงแฮะ เพิ่มทุนเสร็จร่วงกว่า 20 ตังค์  ท่านที่ PP ล่าสุดไม่ตาเขียวปั๊ดหรือเนี่ย

หรือเห็นเป้าที่ใหญ่กว่านี้กันนะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #40 เมื่อ: 24/02/10 21:04:49 »

 Wink


* d1.png (17.93 KB, 843x1035 - ดู 321 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
nowandnow
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #41 เมื่อ: 27/02/10 17:53:25 »

     ไม่ต้องมองงบที่ออกมาวิเคราะห์อนาคต เพราะมันขาดทุนแน่ๆ แล้วก็แน่จริงๆ

บริษัทฯ ก่อนกลุ่มเตชะอุบลเข้ามาก็ลูกผีแล้ว หลุดไปถึง 0.10 บาท

พอกลุ่มเตฯ เข้ามาก็ทะยานไปถึง 0.80 บาท  ปัจจุบันอยู่ราวๆ 0.53-0.55 บาท

     หุ้นอย่างนี้ต้องมองแต่ว่า  กลุ่มเตฯ จะเข้ามาทำอะไร  เข้ามาทำไหม มั่นใจอะไรถึงเข้ามา

     เมื่อมองแล้วก็ต้องตอบว่า  มีดีแน่ครับ  เพราะตั้งแต่เข้ามาก็เริ่มปัดกวาดบริษัทลูกที่จับฉ่ายตามสไตล์คุณจ.ทิ้งไป

    หันมาซื้อที่ดิน 1 แปลงทั้งๆ ที่บริษัทฯ ไม่มีเงินสด  แต่สุดท้ายก็เพิ่มทุนจนมี ทำให้มีหลักทรัพย์เกิดขึ้นมา
   
     แล้วมองไปที่หนังสือบริคนสนธิ ก็จดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาฯ อีก

    ฮึ่ม!!!

    จากข่าวลือที่ปล่อยออกมา

     ขออนุญาตเดาว่า D1 จะแปลงร่างใหม่เป็นหุ้นชื่อใหม่ พร้อมอนาคตที่สดใส แพรวพราว ยิ่งใหญ่ตระการตา

     และขอเดาว่า D1 อีก 5 ปี ราคาจะอยู่เกิน 5 บาทครับ ถ้ามีปลาตัวใหญ่เข้ามากินจริงๆๆๆๆ และถ้าปลาไม่มา  เหลือแต่มด ก็มอดแน่ หุหุ

     มองแล้วขอลงทุนแบบรายย่อยกับกลุ่มเตฯ นี้สัก 2 ปี ครับ  ผมเชื่อ ในใจว่าพวกคุณต้องกลับมายิ่งใหญ่ ผงาดวงการได้ ขอเป็นกำลังใจ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
chin
เข้าใจยากจัง
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,087


ตลาดหุ้นก้อเหมือนคนเรา มีหลายอารมณ์ ..


« ตอบ #42 เมื่อ: 02/03/10 21:02:51 »

หลักทรัพย์ D1 
 แหล่งข่าว D1 
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3) 
  วันที่/เวลา 02 มี.ค. 2553 08:40:06   

                   สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3)
                          บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน)

                                               ตรวจสอบ
                                             (หน่วย : พันบาท)
                                            สิ้นสุดวันที่  31 ธันวาคม
 งบการเงินรวม
                                               งวด 1 ปี
               ปี                            2552            2551

      กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    (224,000)     (114,201)
      กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          (0.20)     (0.22)


  งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                               งวด 1 ปี
               ปี                            2552            2551

      กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    (270,802)     (74,037)
      กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          (0.25)     (0.14)

  ประเภทของความเห็นของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน :
      ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต
 

  หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
                ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

       "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้
        จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้น
        ฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                               ลงลายมือชื่อ _______________________
                                (นายทรงวุธ  เวชชานุเคราะห์ )
                               ตำแหน่ง กรรมการ
                                     ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

.. อัจฉริยะสร้างได้  ด้วยการฝึกฝน ..

Re: D1
nowandnow
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #43 เมื่อ: 16/03/10 10:04:46 »

'D1' พับแผนลงทุนยาวหวั่นการเมืองพ่นพิษ
     บิ๊ก D1 "จเรรัฐ ปิงคลาศัย" หมดสภาพรับการเมืองป่วน  ฉุดแผนลงทุนปีนี้วูบยาว  เผยตอนนี้ต้อง
ชะงักแผนลงทุนทั้งหมดที่วางไว้ ทั้งแผนเจรจาลงทุนเวียดนาม และการพัฒนาด้านไอที พร้อมปัดข่าวเพิ่มทุน
ขยายธุรกิจใหม่ด้านอสังหา ไม่ชัวร์แถมมั่วนิ่ม ย้ำชัดช่วงนี้ไม่มีนโยบายดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น โอดยอดขาย
2 เดือนแรกไม่เข้าเป้าหลังเจอคู่แข่งล้นตลาดคาดปีนี้เติบโตได้มากกว่า 15%
---------------
ทำมายเฮียจเรยังไม่ไปหนอ[/glow]
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,297


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #44 เมื่อ: 16/03/10 21:31:54 »

16 มีนาคม 2010

D1พับแผนลงทุนยาว หวั่นการมืองพ่นพิษ



ทันหุ้น – บิ๊ก D1 “จเรรัฐ ปิงคลาศัย” หมดสภาพรับการเมืองป่วน ฉุดแผนลงทุนปีนี้วูบยาว เผยตอนนี้ต้องชะงักแผนลงทุนทั้งหมดที่วางไว้ ทั้งแผนเจรจาลงทุนเวียดนาม และการพัฒนาด้านไอที พร้อมปัดข่าวเพิ่มทุนขยายธุรกิจใหม่ด้านอสังหาฯ ไม่ชัวร์แถมมั่วนิ่ม ย้ำชัดช่วงนี้ไม่มีนโยบายดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น โอดยอดขาย 2 เดือนแรกไม่เข้าเป้าหลังเจอคู่แข่งล้นตลาด คาดปีนี้เติบโตได้มากกว่า 15%
นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดราก้อน วันจำกัด (มหาชน) D1 เปิดเผยว่า ในช่วงนี้บริษัทจะไม่ขอกล่าวถึงแผนการลงทุนเพราะกลัวในเรื่องของการเมืองที่ เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งยังไม่ทราบได้ว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น จึงทำให้แผนการลงทุนที่วางไว้ของบริษัทจะต้องมีการหยุดพักไว้ก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นภาย 2-3 เดือนข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร โดยในขณะนี้บริษัทยังไม่คิดที่จะเริ่มลงทุน หรือการเพิ่มทุนใดๆ ทั้งสิ้น
สำหรับในเรื่องของการเพิ่มทุนที่จะขยายธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นในด้านของกลุ่ม อสังหริมทรัพย์ นั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากบริษัทต้องมีเงินรองรับกับธุรกิจใหม่และจำเป็นต้องใช้เงินเป็น จำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรในช่วงนี้ บริษัทจึงไม่มีนโยบายที่จะทำการใด
“การลงทุนในปีนี้เรายังไม่มีแผนที่จะลงทุนใดๆ ทั้งสิ้น และยังต้องชอแผนเก่าออกไปด้วยเนื่องจากต้องรอดูในเรื่องของสภาวะเศรษฐกกิจ ที่มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะป็นในเรื่องของการเมือง ที่มีความไม่แน่นอนในตอนนี้ ซึ่งถ้าจบปัญหาเหล่านี้ลงได้บริษัทเชื่อว่าเม็ดเงินของประเทศไทยก็จะเริ่ม สะพัดมากขึ้น” นายจเรรัฐ กล่าว
ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัทต้องการที่จะขยายตลาดใหม่โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาด ในประเทศเวียดนามเนื่องจากบริษัทมองว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจ และบริษัทได้มีพันธมิตรอยู่แล้ว จึงมองว่าถ้าขยายตลาดส่วนนี้ได้น่าจะทำได้ง่าย ซึ่งในปีนี้บริษัทจะขอดูในส่วนของตลาดเวียดนามก่อน ส่วนตลาดอื่นนั้นยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการแต่อนาคตอาจจะเริ่มเข้าไปดูมาก ขึ้น โดยแผนทั้งหมดนี้บริษัทต้องหยุดชะงักทั้งหมดเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมือง ดังกล่าว
นอกจากนี้บริษัทมองว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะสามารถทำรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่ทั้งปีคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 400 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมองในส่วนของ IT ในปีนี้จะมีการเติบโตได้มากกว่า 15% จากที่ทุกปีจะมีการเติบโตอย่าง น้อย15% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มมีทิศทางดีขึ้น
**เศร้ายอดขายไม่เข้าเป้า
สำหรับในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมายอดขายของบริษัทออกมาไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากมีคู่แข่งเกิดขึ้น รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจในประเทศ สำหรับไตรมาส 1/2553 บริษัทยังไม่สามารถที่จะบอกตัวเลขได้ในขณะนี้ และในปี 2553 บริษัทยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะสามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรได้หรือไม่ เนื่องจากต้องรอดูสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้
ส่วนในปีนี้บริษัทมองในเรื่องของสถานการณ์การเมืองเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนมองประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่ไม่น่าที่ จะเข้ามาลงทุน และยังทำให้นักลงทุนหล่านั้นขาดความเชื่อมั่นจึงทำให้ในปีนี้ไม่มีความแน่ นอนในเรื่องการเมือง รัฐบาล และเศรษฐกิจในประเทศ
อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่มีการขยับตัวเพิ่มขึ้นนั้น เนื่องจากนักลงทุนไทยถือโอกาสในช่วงนี้เข้าซื้อหุ้น ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นไม่มีนัยสำคัญใดๆ ทั้งสิ้น
ปัจจุบันธรุกิจหลักของบริษัท ประกอบธุรกิจลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่นๆ มุ่งเน้นธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพการเจริญเติบโตและสร้างผลกำไรในระยะยาว ดำเนินธุรกิจการจำหน่ายและการให้บริการงานระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย โดยเป็นตัวแทนจำหน่าย และการให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของประเทศ
นักวิเคราะห์ทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้น D1 มีการแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยให้แนวต้านที่ 0.55 บาท และแนวรับที่ 0.40 บาท แนะ “ซื้อ” ในกรอบ ถ้าราคาลงควรซื้อ และราคาขึ้นควรขาย
สำหรับราคาหุ้นปิดวานนี้ (15.มี.ค.53)ที่ 0.47 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท เปลี่ยนแปลงที่ 6.82 % มูลค่าการซื้อขาย 4.74 ล้านบาท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #45 เมื่อ: 17/03/10 20:00:06 »

 Wink


* d1.png (17.81 KB, 843x1035 - ดู 290 ครั้ง.)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #46 เมื่อ: 18/03/10 12:37:02 »

D1 หวังอานิสงส์เงินไหลเข้าหนุนขายหุ้นเพิ่มทุน,เปลี่ยนธุรกิจเป็นอสังหาฯยังไม่ชัด

 
นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดราก้อน วัน (D1) เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า การที่คณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้มีมติอนุมัติให้ออกหุ้นเพิ่มทุน 814.52 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เนื่องจากมองว่าเป็นจังหวะที่ดีที่ขณะนี้มีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นจำนวนมาก เห็นได้ว่าเมื่อดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มีบริษัทหลายแห่งได้ประกาศขายหุ้นเพิ่มทุนเช่นกัน

"ตอนนี้ในตลาดมีเงินทุนเยอะ ฝรั่งเข้ามาเต็มไปหมด ต้องรีบเอาตอนนี้ ถ้าไม่รีบตอนนี้แล้วจะทำตอนไหน" นายจเรรัฐ กล่าว

การขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิมนั้น ในส่วนของตนเองยังคงใช้สิทธิในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน เพื่อคงสัดส่วนการถือหุ้นเช่นกัน ขณะเดียวกันยอมรับว่าหากผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนไม่หมด ก็ยังมีพันธมิตรรายใหม่ คือกลุ่มกองทุนจากอาบูดาบีที่สนใจเข้ามาซื้อหุ้นในจำนวนที่มากเช่นกัน แต่บริษัทคงพิจารณาขายหุ้นตามความเหมาะสม โดยกลุ่มอาบูดาบีเป็นธุรกิจโฮลดิ้งคอมพานี

นายจเรรัฐ คาดว่า ภายในเดือน พ.ค.53 จะดำเนินการขายหุ้นเพิ่มทุนได้ หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว พร้อมจะมีการชี้แจงรายละเอียดถึงแผนงานต่างๆ ของบริษัท

อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนชื่อ บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทจะหันไปรุกธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ชัดเจน โดยต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งในกลุ่มคันทรี่กรุ๊ปนั้นมีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย ไม่เฉพาะอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น

อีกทั้งมองว่าปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ขณะนี้มีสินค้าล้นตลาด และรัฐบาลไม่ต่ออายุมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์แล้ว ดังนั้นการดำเนินธุรกิจคงต้องรอจังหวะที่ดีก่อน

"โครงการพัฒนาที่ดินย่านสะพานปลา ถนนเจริญกรุง เป็นโรงแรม ยังไม่แน่นอน ยังอยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งตอนนี้มองว่าธุรกิจอสังหาฯยังไม่ดี เราก็รอดูไปก่อน" นายจเรรัฐ กล่าว

นายจเรรัฐ กล่าวอีกว่า ในปีนี้บริษัทยังไม่แผนการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มเติม แม้ปัจจุบันจะมีสภาพคล่อง มีเงินสดในมือจำนวนมาก และไม่มีภาระหนี้สิน  แต่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่มีการชุมนุมกันอาจกระทบต่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น การลงทุนของบริษัทยังคงเป็นธุรกิจเดิม โดยเฉพาะด้านไอทีและโทรคมนาคม ที่มองว่าปีนี้มีการเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะรัฐบาลมีนโยบายลงทุนด้านนี้ ซึ่งน่าจะทำให้ภาพรวมธุรกิจยังเติบโตไปได้ดี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: D1
nowandnow
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #47 เมื่อ: 22/03/10 12:24:10 »

ดีวันเปลี่ยนชื่อใหม่สมใจ "เตชะอุบล" ปีนี้คาดตัวเลขสวย     D1 แจงเปลี่ยนชื่อเป็น "คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเม้นท์" ใช้ชื่อย่อใหม่ว่า CGD หวังให้สอดคล้องกับ
กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ "เตชะอุบล" คาดปี'53  ผลประกอบการสวยกว่าปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 287.47 ล้านบาท
หลังมีแผนลุยธุรกิจเต็มสูบ คาดกระบวนการเพิ่มทุน 1,810 ล้านบาท เสร็จประมาณเดือนพ.ค. 53 หวัง
โกยเงินเข้าบริษัท 390 ล้านบาท ต่อยอดธุรกิจเดิม-ขยายธุรกิจใหม่
---------------------------------------------------------------------------
นี่แหละเข้าตลาดพิมพ์นิยม ง่าย เร็ว แรง 
ผมก็ชอบนะครับ
ขออนุญาตติดตามผลงานต่อไป
หวังว่า ประชุมผู้ถือหุ้นรอบหน้าจะมีแผนงานเซอร์ไพรส์รายย่อยอย่างผมบ้างนะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nowandnow
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #48 เมื่อ: 22/03/10 13:23:36 »

*D1 เพิ่มทุน 814.53 ล้านหุ้นขายผถห.เดิม 0.47 บ./หุ้น พร้อมแจกวอร์แรนต์
Source - IQ ข่าว บจ.
Thursday, 18 March 2010 09:45
 
นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ กรรมการ บมจ.ดราก้อน วัน(D1) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/53 เมื่อวันที่ 17 มี.ค.53 มีมติอนุมัติให้ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวน 814,529,934 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.47 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ โดยผู้ถือหุ้นเดิมสามารถจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินสิทธิได้
         
 กรณีที่มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนคงเหลือจากการจองซื้อของผู้ถือหุ้นเดิม กำหนดมอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัท หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทสามารถนำหุ้นสามัญคงเหลือดังกล่าวไปเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด  (PP) ซึ่งรวมถึงผู้ลงทุนประเภทสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะได้ ในราคาหุ้นละ 0.47 บาท
         
พร้อมทั้ง ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท จำนวน 995,536,586 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่า และกำหนดราคาการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิเท่ากับ 0.50 บาท/หุ้น แบ่งเป็น

(ก) จำนวน 181,006,652 หน่วย เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 9 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ  และ

(ข) จำนวน 814,529,934 หน่วย เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน ในอัตราส่วน 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ
          ทั้งนี้ มีการเพิ่มทุนของบริษัทฯ จากจำนวน 1,991,988,077 บาท เป็น 3,802,054,597 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 1,810,066,520 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการขายหุ้นเพิ่มทุนและวอร์แรนต์ 
       
   และ เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเปลี่ยนชื่อจดทะเบียนของบริษัท และตราประทับบริษัท รวมถึงชื่อย่อหลักทรัพย์ เป็นดังนี้ เป็น บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ ชื่อย่อหลักทรัพย์ CGD
       
   ทั้งนี้ กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 53 ในวันที่ 29 เม.ย.53  กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 53 ในวันที่ 1 เม.ย.53 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 2 เม.ย.53

-----------------------------
เพิ่มทุน 2 ต่อ 1 อีก 0.47 บาท ได้ วอ2 มา 1 ตัว(ทีใช้สิทธิ์ 0.50 บาท )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: D1
nowandnow
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


« ตอบ #49 เมื่อ: 22/03/10 13:34:16 »

มีหุ้นเดิม 1,000,000 หุ้น
จะได้ D1-w2 = 1000000/9
                   = 111,111 ตัว

+ต้องจ่ายเงินเพิ่มทุนอีกที่

1,000,000/2 = 500,000

500,000*0.47 = 235,000 บาท

แถม D1-w2 อีก 500,000 ตัว

   อืม  มันมีประเด็นตรง W2 นี่แหละ  รวมแล้วผมจะมีหุ้นสามัญ 1,500,000 ตัว  และ D1-w2 อีก 611,111 ตัว

ถ้าสมมุติว่า วอร์2 มันใข้สิทธิ 0.50 (เอ ใช้สิทธิน้อยกว่าวอร์1 อีกแฮะ)

ถ้าเปิดวอร์2 มาที่ 0.2 บาท  ผมจะได้ทุนคืนที่ 611,111*0.2=122,222 บาท

แปลว่า ผมต้องจ่ายจริงที่ 235000-122222 = 112,778 บาท

   อืม ชักน่าสนใจแฮะ

    ถ้ากลุ่มเตฯ เอาจริง มีโครงการจริง  ทำจริงๆ 
CGD ก็น่าจะโตไปได้สัก 1.00 บาท ในช่วง 2 ปีแรก
ตัววอร์ 2 ก็น่าจะวิ่งไปที่ 0.5 ได้ เพราะอย่างนั้น จะคิดเป็นเงิน 611,111*0.5 = 305,555 บาท

ผมจะกำไรราวๆ 305,555 - 235,500 = 70,555 บาทต่อ 2 ปี = 35,277 บาทต่อปี

ประมาณ15 % ต่อปี อืม ใช้ได้แฮะ

แล้วยังมีราคาตัวแม่อีก ก็จะมีส่วนต่างอีกมั้งครับ  หุหุ 

ใครเข้าใจเบื้องหลังกลุ่มเต ฯ ลองมาเฉลยบ้างนะครับ                               
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 ขึ้นบน ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์ 
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: D1 « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!