:

Major

<< < (28/31) > >>

nana:
สถาบันวิจัยนครหลวงไทย แนะนำ "ซื้อ" MAJOR

Major Cineplex Group Plc. - MAJOR

SCRI Rating               B
Stock Value               Bt11.50
Mkt. price (17 May 2010) Bt8.70

Growth remained in theatre and ad businesses   
          SCRI คาดว่าผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงมีความโดดเด่นทั้งจากภาพยนตร์ที่เข้าฉายที่คาดว่าจะทำรายได้ให้กับธุรกิจโรงภาพยนตร์ได้เพิ่มขึ้น ธุรกิจโฆษณาเริ่มฟื้นตัวหลังจากที่ลูกค้ารายเก่ากลับมาเพิ่มงบโฆษณา อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการรวมกิจการเต็มปีจาก MPIC ซึ่งประสบความสำเร็จจากธุรกิจต่อยอดโรงภาพยนตร์ และ การลดสัดส่วนการถือหุ้นใน CAWOW ทำให้ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุน ถึงแม้ใน Q2/53 MAJOR มีโอกาสที่จะมีกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาแรกเนื่องจากผลกระทบจากการปิดสาขาพารากอน แต่คาดว่ามีโอกาสที่บริษัทยังสามารถทำกำไรได้ตามคาดหมายที่ 423 ล้านบาท ยังแนะนำ “ซื้อ”

ราคาตั๋วเฉลี่ยมีโอกาสทรงตัวสูงจากความนิยมของ 3D     
          SCRI มีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มธุรกิจภาพยนตร์ในอนาคตและคาดว่าจะเป็นธุรกิจที่ช่วยให้ผลการดำเนินงานของ MAJOR ปรับตัวดีขึ้น โดยในปีนี้ MAJOR มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนเครื่องฉายภาพยนตร์ในระบบ Digital ที่สามารถฉายภาพยนตร์ในระบบ 3 มิติอีกหลายสาขา ซึ่งจะเป็นการเพิ่มอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ได้มากขึ้นประกอบกับภาพยนตร์จากต่างประเทศ (Hollywood Movie) ได้เพิ่มการผลิตภาพยนตร์ในระบบ 3 มิติ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นราคาตั๋วเฉลี่ย (Average Ticket Price) ให้สูงขึ้นจากปีก่อนด้วยอัตราค่าตั๋วที่สูงกว่าตั๋วปกติกว่าเท่าตัว ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงภาพยนตร์ยังทรงตัวในระดับสูงได้

คาด Margin ยังทรงตัวสูง   
          อัตรากำไรขั้นต้นของ MAJOR ที่เพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ใน Q1/53 ที่ระดับ 21% ถือว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปีส่วนหนึ่งมาจาก 1) ความสำเร็จของภาพยนตร์ที่เข้าฉาย 2) การปรับเพิ่มราคาบัตรชมภาพยนตร์ขึ้น 3) ประโยชน์ของการฉายภาพยนตร์ไทยที่ผลิตโดยบริษัทย่อยของ MPIC และ 4) การเปลี่ยนนโยบายการตัดค่าเสื่อมราคาของอุปกรณ์โรงภาพยนตร์ยาวขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ยังช่วยให้อัตราการทำกำไรของธุรกิจโรงภาพยนตร์จะดีขึ้นต่อเนื่องในปี 2553 เมื่อเทียบกับปี 2552 อย่างแน่นอน สำหรับแนวโน้มของอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะทรงตัวในระดับที่สูง โดยคาดว่าจะอยู่ในกรอบ 15 – 20% ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือ การฟื้นตัวของธุรกิจโฆษณา หนังที่เข้าฉายสามารถทำรายได้ดี และ หนังของ MPIC ไม่มีผลขาดทุน อย่างไรก็ดี SCRI คาดว่าอัตรากำไรใน Q2/53 จะลดต่ำลงจากการปิดโรง Paragon Cineplex และ มีผลขาดทุนจากหนังของ MPIC แต่แนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่รายได้ค่าตั๋วเพิ่มขึ้นจากภาพยนตร์ Blockbuster เข้าฉายมากขึ้นในช่วง 2H/53

ธุรกิจโฆษณาที่ฟื้นตัว จะช่วยสร้างกำไรให้สูงกว่าคาด
          ธุรกิจโฆษณาของ MAJOR ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องหลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้บริษัทข้ามชาติหลายแห่งที่มีสำนักงานในประเทศไทย และ หน่วยงานของรัฐฯลดงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อการโฆษณาในสื่อเฉพาะ (Niche Media) รวมถึงการโฆษณาในโรงภาพยนตร์ของ MAJOR ที่ลดลง 38% yoy ในปี 2552 และถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ MAJOR มีกำไรจากธุรกิจปกติที่อ่อนแอลงอย่างมาก ถึงแม้ว่าใน Q1/53 แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโฆษณายังไม่ดีขึ้น โดยรายได้ยังปรับตัวลดลง 6% yoy และ 9% qoq และมีส่วนสร้างกำไรขั้นต้นให้กับ MAJOR ลดลงเหลือเพียง 9% ของรายได้รวม อย่างไรก็ดี แนวโน้มของรายได้และการสร้างกำไรของธุรกิจโฆษณา น่าจะปรับดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีหลังจากที่ลูกค้าหลายกลุ่มที่เป็นพันธมิตรธุรกิจของ MAJOR ได้แก่ Unilever และ Toyota เริ่มกลับมาซื้อโฆษณาในโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้หาก MAJOR สามารถเพิ่มรายได้โฆษณาได้มากขึ้น 10% จากประมาณการเดิมที่คาดไว้ที่ 650 ล้านบาท จะมีผลทำให้กำไรสุทธิปีนี้ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นจากประมาณการเดิมราว 6.8% เป็น 452 ล้านบาท       

คาดกำไร Q2/53 ยังขยายตัวเป็นบวก yoy แต่จะลดลง qoq 
          SCRI คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการใน Q2/53 คาดว่าจะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกจาก การปิดสาขา Paragon Cineplex ซึ่งเป็นสาขาที่ทำรายได้อันดับ 1 ของ MAJOR รวมถึงการสูญเสียรายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่มและการโฆษณา ถึงแม้ว่าโรงภาพยนตร์สาขาอื่นๆจะได้รับอานิสงค์จากการปิด Paragon Cineplex แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี รายได้โฆษณาที่เพิ่มขึ้น จะทำให้รายได้รวมน่าจะลดลงเล็กน้อย 3% qoq ขณะที่กำไรสุทธิน่าจะปรับลดลง qoq ค่อนข้างมาก เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษเหมือน Q1/53 ทั้งรายได้จากการขายสินทรัพย์และรายได้ค่าเช่าพื้นที่ล่วงหน้า

Company Profile
          MAJOR เป็นผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุด โดยมีจำนวนโรงภาพยนตร์ที่ให้บริการจำนวน 344 โรง ซึ่งรวมโรงภาพยนตร์ที่ MAJOR เข้าซื้อกิจการจาก EGV นอกจากนี้ MAJOR ยังมีธุรกิจที่หลากหลาย ได้แก่ โบว์ลิ่งและคาราโอเกะ ให้เช่าพื้นที่ในศูนย์ฯ ขายอาหารและเครื่องดื่ม จำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ และ การลงทุนใน CAWOW / SF / MPIC 

SCRI Score
          SCRI ให้คะแนนของ MAJOR ในระดับ 75 คะแนน จากคุณภาพด้านบรรษัทภิบาลระดับ “ดี” และผู้ตรวจสอบบัญชีไม่ได้แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข หรือ ตั้งข้อสังเกต ส่วนในแง่ของสถานภาพทางการเงินอาจมีความเสี่ยงจากอัตราการเติบโตที่ถดถอยลงทั้งๆที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจโรงภาพยนตร์   

Corporate Governance
          คณะกรรมการบรรษัทภิบาลให้คะแนนด้านบรรษัทภิบาล แก่ MAJOR ในระดับ “ดี”
          ผู้ตรวจสอบบัญชีของ บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด ยอมรับงบการเงินของ MAJOR ในงวดปี 2552 อย่างไม่มีเงื่อนไข

         โดย  สถาบันวิจัยนครหลวงไทย ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม  2553

แมงเม่าน้องใหม่:
MAJOR:เมเจอร์เผยพรุ่งนี้โรงภาพยนตร์ในเครือ 46 สาขาเปิดบริการ,ปิดแค่ 2 สาขา

กรุงเทพฯ--21 พ.ค.--รอยเตอร์

บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป(MAJOR) เผย ในวันพรุ่งนี้(22 พ.ค.) โรงภาพยนตร์

ใน เครือส่วนใหญ่ คือ 46 สาขาเปิดให้บริการได้ ในเวลา 10.00-18.00 น. โดยมีเพียง 2 สาขา

เท่านั้นที่ปิดบริการ

MAJOR ระบุในเอกสารเผยแพร่ ว่า ในวันพรุ่งนี้ โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ 46 สาขา

สามารถ เปิดให้บริการได้ คือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขาปิ่นเกล้า, สุขุมวิท-เอกมัย,

รัชโยธิน, รามคำแหง, บางกะปิ, แจ้งวัฒนะ, รังสิต, ฟิวเจอร์ รังสิต, แฟชั่นไอส์แลนด์,

เพชรเกษม, สำโรง, นนทบุรี, โลตัสศรีนครินทร์, โลตัสนวนคร, โลตัสบ้านโป่ง,

โลตัสอมตะ นคร, โลตัสศาลายา, บิ๊กซีนวนคร, บิ๊กซีธัญบุรี, บิ๊กซีชลบุรี, บิ๊กซีอยุธยา,

บิ๊กซีมหาชัย, สระบุรี, หัวหิน, พัทยา, ฉะเชิงเทรา, นครสวรรค์, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์,

อุบลราชธานี, กระบี่, สมุย , เซ็นทรัลบางนา , เซ็นทรัลพระราม 2 , เซ็นทรัลพระราม 3,

เชียงใหม่, อุดรธานี , เซ็นทรัลปิ่นเกล้า

รวมถึง อีจีวี สาขาลาดพร้าว, บางแค, อ้อมใหญ่, โคราช, ศรีราชา, ซีคอนสแควร์

และเอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา, งามวงศ์วาน-แคราย

สำหรับ 2 สาขาที่ยังปิดให้บริการในวันพรุ่งนี้ คือ อีจีวี สาขาเมโทรโปลิส

(บิ๊ก ซีราชดำริ) และพารากอน ซีนีเพล็กซ์--จบ--

(โดย กชกร บุญลาย เรียบเรียง--วพ--)

NOOPOOK:
 ;)

nana:
ศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2554

MAJOR ปันผลระหว่างกาล 0.43 บาท/หุ้น จ่าย 8 ก.ย.

บมจ. เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) แจ้งว่า ที่ประฃุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 ม.ค. -30 มิ.ย. 54 ในอัตราหุ้นละ 0.43 บาท และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 ก.ย. 54

ทั้งนี้ กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 29 ส.ค. 54 วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ในวันที่  30 ส.ค. 54 ส่วนวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 25 ส.ค. 54

nana:
จันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2554

MAJOR ปรับเป้ารายได้ปี 54 เป็นโต 20-25% จากเป้าเดิม 10-15%

นายวิชา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าการเติบโตรายได้ในปี 54 เพิ่มเป็น 20-25% จากเป้าหมายเดิมที่ 10-15% เนื่องจากในช่วง 6 เดือนเติบโตแล้ว 42% โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากยอดขายตั๋วภาพยนตร์ ที่ในปีนี้มีหนังใหม่เข้ามาฉายจำนวนมาก และเป็นภาพยนตร์ที่สร้างรายได้สูง เช่น TRANSFORMERS 3, Harry Potter เป็นต้น  อีกทั้งภาพยนตร์ที่ฉายส่วนใหญ่จะเป็นในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง ส่งผลต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นด้วยส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 54 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%

ทั้งนี้มองว่ารายได้ในไตรมาส 3/54 ก็จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 2/54  จากภาพยนตร์ใหม่ที่เข้าฉาย และเป็นฟอร์มยักษ์ ส่วนการปรับค่าตั๋วหนังในช่วงครึ่งแรกได้ปรับแล้วเฉลี่ย 5 % และประเมินจะไม่มีการปรับเพิ่มในครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม ในปี 55 ตั้งงบลงทุนในประเทศไม่ต่ำกว่า 600-700 ล้านบาท โดยใช้ลงทุนในการเปิดโรงหนังใหม่จำนวน 16 โรง ที่อิเกียบางนา ซึ่งมีพื้นที่ 2 หมื่นตารางเมตร ซึ่งจะมีทั้งโบว์ลิ่ง และไอซ์สเกต  และคาราโอเกะ และที่ซีคอนสแควส์ บางแค จำนวน 10 โรง โดยบริษัทตั้งเป้าในการเปิดโรงหนัง 380 โรงภายในสิ้นปี จากปัจจุบัน 367 โรง และในปี 55 เพิ่มเป็น 430 โรง

สำหรับการลงทุนประเทศอินเดีย คาดว่าในปี 56 จะมีเลนโบว์ลิ่ง 160 เลน ใช้เงินลงทุน 80 ล้านบาทต่อปี ขณะที่โรงภาพยนตร์ 200 โรง

กรรมการผู้จัดการ MAJOR  กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศสิงค์โปร และนิวยอร์คในต้นเดือนก.ย 54  โดยบริษัทตั้งเป้านักลงทุนต่างชาติในการถือหุ้น 30% จากปัจจุบัน 25% จากเพดานในการลงทุนสูงสุด 49% เนื่องจากเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหุ้น

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว