ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
24/07/14 21:40:38

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
932,027 กระทู้ ใน 82,855 หัวข้อ โดย 13,765 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: oillive9898
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
:
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: BT 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: BT  (อ่าน 4030 ครั้ง)

BT
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,293


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
BT
« เมื่อ: 06/12/07 07:14:19 »

ไทยธนาคารทิ้งซีดีโอ มีซับไพรม์หนุน 20 ล้านเหรียญ ลดความเสี่ยง
     ไทยธนาคาร ตัดไฟต้นลม ดอดขายทิ้งซีดีโอที่มีซับไพรม์หนุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ แหล่งข่าวจากธนาคารไทยธนาคาร เปิดเผยว่า ธนาคารเพิ่งขายตราสารต่างประเทศประเภทซีดีโอ ที่มีชื่อว่า Rutland Rated Investment จำนวน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ออกไปเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
เพื่อปิดความเสี่ยงด้านชื่อเสียง (Reputation Risk).... Liberty
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: BT
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,293


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 06/12/07 07:58:41 »

แนะรายย่อยทิ้งสิทธิเพิ่มทุน BT-ฐานะการเงินแย่ สำรองCDO เพิ่ม 3.2 พันล.
     เตือนรายย่อยไม่ควรใช้สิทธิเพิ่มทุน BT แม้ธนาคารจะหั่นราคาขายลง 0.40 บาท เหตุบริษัทขาดทุนกระจายปีนี้ เพราะต้องตั้งสำรองเงินลงทุน CDO และตราสารอนุพันธ์อีก 3.25 พันล้านบาท ขณะที่หุ้นไดลูทมาก สวนทางศักยภาพทำกำไรที่ยังต่ำ หวั่นลงทุนไปสูญเปล่า.... Liberty
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: BT
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #2 เมื่อ: 06/12/07 20:08:54 »

 
  ที่ ทธ. สกญ. 619/2550

                                                             วันที่ 3 ธันวาคม 2550

เรื่อง     แจ้งเปลี่ยนแปลงวัน และราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน

เรียน     กรรมการและผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

          ตามที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2550 ของธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) ("ธนาคาร")
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 ได้มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของธนาคาร จำนวน 16,686,751,455 บาท โดยการออก
หุ้นสามัญใหม่จำนวน 4,449,800,388 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 3.75 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของธนาคาร
ซึ่งมีชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของธนาคาร ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2550 ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่
(Rights Offering) ในอัตรา 1 หุ้นเดิม ต่อ 2 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 1.73 บาท และขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมของธนาคาร
และ/หรือ ผู้ลงทุนรายอื่นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ได้แก่ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน
การเงิน, กลุ่ม TPG Newbridge โดย Newbridge Sukhothai Netherlands B.V. ("Newbridge") และ/หรือ
โดยบริษัทการลงทุนอื่น (Investment Vehicle) ของกลุ่ม TPG Newbridge, Blum Strategic III BT
Hong Kong Limited, MSOF Hong Kong BT Limited และ/หรือผู้ถือหุ้นเดิมบางราย (รวมเรียกว่า "ผู้ลงทุนแบบ
เฉพาะเจาะจง") ในราคาหุ้นละ 1.75 บาท ซึ่งเป็นราคาที่อาจต่ำกว่าราคาตลาดเกินกว่าร้อยละ 10 โดยให้ขายหุ้น
สามัญเพิ่มทุนใหม่ต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่จดทะเบียน (3.75 บาท) ได้ และราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวจะไม่ต่ำกว่าราคา
1 บาทต่อหุ้น โดยในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนนั้นได้มอบหมายให้คณะกรรมการธนาคาร หรือกรรมการผู้จัดการใหญ่หรือ
บุคคลที่คณะกรรมการธนาคารมอบหมายมีอำนาจในการกำหนด หรือเปลี่ยนแปลงวันที่เสนอขาย รวมทั้งมีอำนาจในการกำหนด
หรือเปลี่ยนแปลงราคาเสนอขายหากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ

        ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 24/2550 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 ได้มีมติกำหนดราคา
เสนอขาย วันที่จองซื้อ และชำระเงินค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่
(Rights Offering) ดังนี้
        - ราคาเสนอขาย                        1.73 บาท ต่อหุ้น (อัตรา 1 หุ้นเดิม ต่อ 2 หุ้นใหม่)
        - วันที่จองซื้อและชำระเงินค่าหุ้น             ระหว่างวันที่ 6 ธันวาคม ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2550
           โดยรายละเอียดตามที่ได้แจ้งในหนังสือของธนาคาร ที่ ทธ.สกญ.572/2550 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550
เรื่อง กำหนดวัน ราคาเสนอขาย และการชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุน

            ธนาคารขอเรียนให้ทราบถึงกรณีที่ทำให้หากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ ดังต่อไปนี้
            1. ราคาหุ้นของธนาคารโดยเฉลี่ยในช่วงระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2550
อยู่ที่ราคา 1.690 บาทต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าราคาเสนอขายที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
            2. ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 อยู่ที่ 849.07 และในวันที่ 3
ธันวาคม 2550 อยู่ที่ 831.12
            3. นอกจากนี้ ธนาคารขอเรียนให้ทราบเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่
24/2550 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 ได้มีมติกำหนดวันที่เสนอขาย วันที่จองซื้อและชำระเงินค่าหุ้นแล้ว ในวันที่ 19
พฤศจิกายน 2550 ธนาคารได้รับหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ ฝนส.(21)ว 178/2550 เรื่อง การ
อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง และ ที่ ฝนส.(21)ว.179/2550 เรื่องการอนุญาตให้
ธนาคารพาณิชย์ลงทุนในตราสาร Collateralized Debt Obligation (CDO) ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 โดยตาม
ประกาศของ ธปท. ทั้งสองดังกล่าว กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ Mark to Market ตราสาร CDO ประเภทที่ถือจนครบ
กำหนด และ Structured Notes (ประเภทที่ถือจนครบกำหนด) กรณีถ้าอนุพันธ์แฝงไม่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด
กับตราสารหลัก ซึ่งต้องมีการ Marked to Market ให้เป็นไปตามแนวทางของ International Accounting Standard
No.39 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป อนึ่ง สภาวะตลาด CDO และ Structured Notes ในปัจจุบันมีการ
เปลี่ยนแปลงไปในทางลบบ้างด้วยอันเป็นผลจากราคาเสนอซื้อของผู้จัดจำหน่าย (Arranger's price) ซึ่งตามเกณฑ์
อนุรักษ์นิยม ถึงแม้ว่ายังไม่มีการผิดนัดชำระหนี้ (default) ก็ตาม ธนาคารอาจจะต้องมีการสำรองเผื่อการด้อยค่าของ
เงินลงทุน CDO จำนวนประมาณ 3,100 ล้านบาท และ Structured Notes ประมาณ 150 ล้านบาท เพิ่มเติมเพื่อให้
เป็นไปตามเกณฑ์ใหม่ของ ธปท. ดังกล่าว

          ธนาคารขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน ธนาคารมีการลงทุนใน CDO ประเภทถือจนครบกำหนด (Held
to Maturity) โดยแยกออกเป็น
          1. CDO ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารที่หนุนโดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยประเภท sub-prime จำนวน 50 ล้าน
เหรียญสหรัฐ และเนื่องจากมีความผันผวนของตลาด sub-prime ค่อนข้างมาก ธนาคารจึงได้กันสำรองไว้แล้วจำนวน
48.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยใช้ราคาเสนอซื้อของผู้จัดจำหน่าย (Arranger's price) เป็นเกณฑ์ในการตีราคา ใน
ปัจจุบันตราสาร CDO ยังมีการชำระหนี้อยู่เป็นปกติ
          2. CDO ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารที่หนุนโดยลูกหนี้นิติบุคคล (Corporate) จำนวน 260 ล้านเหรียญ
สหรัฐ และธนาคารได้กันสำรองไว้แล้วจำนวน 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานบัญชีไทยฉบับที่ 40
และในปัจจุบัน CDO ดังกล่าวยังมีสภาพที่ดีอยู่ กล่าวคือ มีการชำระดอกเบี้ยตรงตามกำหนดและยังไม่เกิดความสูญ
เสียกับส่วนป้องกันทางเครดิต ในปัจจุบันตราสาร CDO ยังมีการชำระหนี้อยู่เป็นปกติ

          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประกาศของ ธปท. ดังกล่าว ได้กำหนดให้ธนาคารต้องคำนวณมูลค่าตามราคาเสนอ
ซื้อของผู้จัดจำหน่าย (Arranger's price) สำหรับ CDO ทุกรายการที่อยู่ในประเภทถือจนครบกำหนด (Held to
Maturity) โดยแนวทางปฏิบัติดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของ International Accounting Standard No.39
ซึ่งเป็นไปตามหลักอนุรักษ์นิยม ซึ่งแตกต่างจากมาตรฐานบัญชีไทยฉบับที่ 40 ซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบัน

         นอกจากนี้ ประกาศของ ธปท. ดังกล่าวทำให้ธนาคารอาจต้องตั้งสำรองเผื่อการด้อยค่าสำหรับเงินลงทุน
CDO เพิ่มขึ้น ถ้าพิจารณาราคาเสนอซื้อของผู้จัดจำหน่าย (ปกติจะมีอยู่รายเดียว) ธนาคารจะต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น
ประมาณ 95.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,100 ล้านบาท สำหรับการลงทุนใน Structured Notes กรณีถ้า
อนุพันธ์แฝงไม่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับตราสารหลัก จะต้องมีการคำนวณตามราคา Mark-to-Model และผลต่างจาก
การคำนวณจะต้องรับรู้ในงบกำไรขาดทุน ปัจจุบันธนาคารมีการลงทุนใน Structured Notes จำนวน 1,028
ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นตราสารที่มีการคุ้มครองเงินต้น (Principal Protected) โดยมีเพียงบางรายการที่เข้าเกณฑ์
ตามประกาศของ ธปท. และต้องมีการคำนวณมูลค่ายุติธรรมซึ่งมีผลทำให้ธนาคารอาจจะต้องตั้งสำรองจำนวน
ประมาณ 4.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 150 ล้านบาท

         สำรองเผื่อการด้อยค่าของ CDO และ Structured Notes ดังกล่าว จะเปลี่ยนไปตามราคาเสนอซื้อของผู้จัด
จำหน่าย กล่าวคือ ถ้าราคาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็สามารถล้างรายการสำรองเผื่อการด้อยค่าออกเป็นรายได้ หรืออาจต้อง
ตั้งสำรองเพิ่มขึ้นหากราคาเปลี่ยนไปในทางลบ อย่างไรก็ตาม ตราสารดังกล่าวยังมีการชำระดอกเบี้ยตรงตามเวลาที่กำหนด

        ธนาคารมีความประสงค์จะทำการตั้งสำรองเผื่อการด้อยค่าตามประกาศของ ธปท. ให้แล้วเสร็จภายในวันที่
31 ธันวาคม 2550 ถึงแม้ ธปท. จะกำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 เป็นต้นไป

          ด้วยเหตุผลของสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปในทางลบข้างต้น ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยบวกอย่างอื่นอยู่ด้วยใน
ไตรมาสนี้ คณะกรรมการธนาคารครั้งที่ 25/2550 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2550 จึงเห็นสมควรมีมติให้มีการเปลี่ยนแปลง
ราคาเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทั้งหมดและกำหนดวันที่เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนใหม่ ดังนี้
          1. ราคาเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของธนาคารซึ่งมีชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของธนาคาร ณ วัน
ที่ 26 ตุลาคม 2550 ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ในอัตรา 1 หุ้นเดิม ต่อ 2
หุ้นใหม่ จากเดิมราคาเสนอขายหุ้นละ 1.73 บาท เป็นราคาหุ้นละ 1.36 บาท
          2. ราคาเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของธนาคาร และ/หรือ ผู้ลงทุนรายอื่นแบบเฉพาะเจาะจง (Private
Placement) จากเดิมราคาเสนอขายหุ้นละ 1.75 บาท เป็นราคาอย่างน้อยหุ้นละ 1.38 บาท
          3. เปลี่ยนแปลงวันที่จองซื้อและชำระเงินค่าหุ้นจากระหว่างวันที่ 6 ธันวาคม ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2550
เป็นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2550 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2551

           สำหรับหนังสือแจ้งการจองซื้อหุ้นและสารสนเทศ รวมทั้งใบจองซื้อหุ้น ธนาคารจะดำเนินการจัดส่งให้แก่
ผู้ถือหุ้นซึ่งมีชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของธนาคาร ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2550 ต่อไป

        จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


                                                  ขอแสดงความนับถือ




                                                 (นายฐาภพ คลี่สุวรรณ)
                                       ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่





 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BT
เล่นรอบ
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,463


« ตอบ #3 เมื่อ: 06/12/07 22:01:01 »

เป็นหุ้นที่ต้องหลีกเลี่ยงทั้งในแง่เก็งกำไรหรือจะลงทุน ถ้าเพิ่มทุนสำเร็จแล้วจะขอเข้าไปดูงบอีกที Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
แมงเม่าน้องใหม่
คิดดี ทำดี พูดดี
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24,293


อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 11/12/07 07:25:46 »

BT อนาคตส่อแววเพิ่มทุนอีก เงินกองทุนต่ำไม่พอปล่อยกู้
     ไทยธนาคารอนาคตยังมืดมน เพิ่มทุนรอบนี้ได้เงินไม่พอ อนาคตอันใกล้ส่อแววเพิ่มทุนอีกรอบ เพราะเงินกองทุนยังต่ำแค่ 9-10% ไม่พอขยายธุรกิจ เชื่อต้องใส่เงินเข้ามาอีก 3-5 พันล้านบาท ดันเงินกองทุนแตะ 12-14% ด้านผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ BT หั่นราคาขายเพิ่มทุนเหมาะสมแล้ว เพื่อให้เป็นธรรมกับรายย่อย .... Liberty
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฟังเพลง ชมภาพสวย http://www.doohoon.com/smf/index.php?topic=11221.13450

Re: BT
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #5 เมื่อ: 12/12/07 14:04:18 »

BTอนาคตส่อแววเพิ่มทุนอีก เงินกองทุนต่ำไม่พอปล่อยกู้

ไทยธนาคารอนาคตยังมืดมน เพิ่มทุนรอบนี้ได้เงินไม่พอ อนาคตอันใกล้ส่อแววเพิ่มทุนอีกรอบ เพราะเงินกองทุนยังต่ำแค่ 9-10% ไม่พอขยายธุรกิจ เชื่อต้องใส่เงินเข้ามาอีก 3-5 พันล้านบาท ดันเงินกองทุนแตะ 12-14% ด้านผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ BT หั่นราคาขายเพิ่มทุนเหมาะสมแล้ว เพื่อให้เป็นธรรมกับรายย่อย

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ภายหลังจากที่ธนาคารมีมติปรับลดราคาขายหุ้นเพิ่มทุนเหลือเพียง 1.36-1.38 บาทต่อหุ้น จากเดิม 1.76-1.78 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้จำนวนเงินเพิ่มทุนที่จะได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะได้ประมาณ 7.7 พันล้านบาท

ขณะที่ปีนี้คาดว่าธนาคารจะมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานสูงขึ้นด้วยจากการตั้งสำรองเงินลงทุนใน CDO เพิ่มอีก 3.25 พันล้านบาท ทำให้คาดอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio)ปี50 จะอยู่ที่เพียงราว 10% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 6.78%ในเดือนก.ย.50 และถือว่ายังต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคาร ดังนั้นคาดว่า BT อาจต้องเพิ่มทุนอีกรอบประมาณ 3-5 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มระดับเงินกองทุนให้สูงราว 12-14% ซึ่งน่าจะเป็นระดับที่เพียงพอและเหมาะสมสำหรับธนาคารพาณิชย์ในการขยายธุรกิจ

ทั้งนี้ ยังคงแนะนำขายหุ้น BT โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 1.25 บาท ซึ่งเป็นราคาตามมูลค่าทางบัญชี(บุ๊คแวลู)ในปี 51 เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดูแย่ในปีนี้และอาจจะยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนนักในปีหน้า รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มทุนอีก

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าว แม้ว่า BT จะใช้นโยบายอนุรักษ์นิยมในการกันสำรองเพิ่มเงินลงทุนซีดีโออีก 3.25 พันล้านบาท ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง แต่สถานการณ์ปัญหาซับไพร์มในสหรัฐฯ ยังไม่ชัดเจน และอาจยังเป็นปัจจัยลบกดดันให้ราคาตราสารที่ BT ลงทุนลดลงได้อีกในอนาคต ทำให้ BT ยังมีความเสี่ยงที่อาจต้องกันสำรองเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวาจะกดดันจิตวิทยาการลงทุน BT ในอนาคต นอกจากนี้ การปรับลดราคาขายหุ้นเพิ่มทุน ทำให้คาดว่า BT จะได้เงินจากการเพิ่มทุนเพียง 6.1 พันล้านบาท ช่วยให้เงินกองทุนสูงขึ้นเป็นราว 9.5% ซึ่งจะสูงกว่าเกณฑ์ที่แบงก์ชาติกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 8.5% แต่หากมองต่อไปในอนาคตมองว่า BT ควรต้องหาแนวทางในการเพิ่มระดับเงินกองทุนรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว รวมถึงรองรับกฎเกณฑ์มาตรฐานสากล เช่น Basel II ที่จะมีผลบังคับใช้ ณ สิ้นปี 51

โดยยังคงแนะนำขายหุ้น BT ซึ่งมีราคาเหมาะสมอยู่ที่ 1.35 บาทต่อหุ้น อิงกับราคาต่อมูลค่าทางบัญชีปี 51 ที่ 1 เท่า เนื่องจากได้ปรับประมาณการขาดทุนสุทธิปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 5.3 พันล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะขาดทุน 2.8 พันล้านบาท

ด้านนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวว่า ฐานะของไทยธนาคาร (BT)จะไม่ได้รับผลกระทบแม้ลดราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน โดยเชื่อว่าหลังเพิ่มทุนเสร็จแล้ว จะทำให้ฐานะของธนาคารแข็งแกร่งขึ้น และมีเงินกองทุนเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด

"(ได้เงินจากการเพิ่มทุนลดลง)ไม่เป็นไร เพิ่มทุนไปแล้วก็แข็งแรงขึ้น ถ้าราคาเดิมมันเปลี่ยนไปแล้ว ก็ต้องเปลี่ยน ไม่อย่างนั้น ก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นรายย่อย" นางธาริษา กล่าว

สำหรับราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของ BT ที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น เป็นไปตามมูลค่าทางบัญชีของธนาคารที่ควรจะเป็น ซึ่งต้องมีการตั้งสำรองหลังจากได้รับความเสียหายจากการลงทุนในตราสารหนี้ประเภท CDO

ผู้ว่าการแบงก์ชาติกล่าวถึงเรื่องนี้ หลังเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา BT ได้ปรับลดราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และผู้ลงทุนรายอื่นแบบเฉพาะเจาะจง(PP)หลังราคาหุ้นในตลาดลดลงซึ่งต่ำกว่าราคาเสนอขายที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น BT ยังเลื่อนวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นออกไปจนถึงช่วงม.ค.51 ด้วย หลังปรับแผนเพิ่มทุน BT กำหนดราคาขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่ 1.36 บาท ลดลงจากเดิมที่ 1.73 บาท/หุ้น ในอัตรา 1 หุ้นเดิม ต่อ 2 หุ้นใหม่

ทั้งนี้ ธนาคารได้ปรับลดราคาขายหุ้นครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้เงินที่ได้จากการระดมทุนลดเหลือราว 6 พันล้านบาท จากเดิมที่ราว 7.6 พันล้านบาท จากที่ธนาคารมีแผนเพิ่มทุนจำนวน 4.45 พันล้านหุ้น

 
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BT
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #6 เมื่อ: 12/07/08 14:13:54 »

ดีล CIMB เข้าร่วมเป็นพันธมิตรใน BT น่าจะเสนอคลังอนุมัติได้ก่อนสิ้นเดือน

Posted on Friday, July 11, 2008

หลังจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ของ บมจ.ธนาคารไทยธนาคาร (BT) ตกลงขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดใน BT ให้กับกลุ่มธนาคาร CIMB ของมาเลเซีย จำนวน 2,810 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 42.1% ของทุนจดทะเบียน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 5,900 ล้านบาท โดยได้มีพิธีลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น BT ไปแล้วเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ซึ่งการเข้ามาถือหุ้นใน BT ครั้งนี้ จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติใน BT เพิ่มเป็นกว่า 80% เพราะก่อนหน้านี้กลุ่ม TPG Newbridge ของสหรัฐและพันธมิตร มีการถือหุ้นอยู่ก่อนแล้วในสัดส่วน 42.2% จึงต้องขออนุมัติเพิ่มเพดานการถือหุ้นของต่างชาติจากกระทรวงการคลังก่อน ตามขั้นตอน

ล่าสุด นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายกำกับสถาบันการเงิน กล่าวถึงความคืบหน้าในการเสนอเรื่องขอเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มทุนต่างชาติ ใน บมจ.ธนาคารไทยธนาคาร (BT) ให้กระทรวงการคลังอนุมัติตามขั้นตอน โดยบอกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสือ และเอกสารประกอบการขอผ่อนผันอย่างเป็นทางการจากผู้บริหาร BT ซึ่งคาดว่าจะถึง ธปท.ภายในสัปดาห์หน้า ทำให้ ธปท.น่าจะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ก่อนสิ้นเดือนนี้แน่นอน

ทั้งนี้ การยื่นเรื่องขออนุมัติกระทรวงการคลัง เป็นขั้นตอนตามพระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ฉบับเดิม ซึ่งให้อำนาจ ธปท.ในการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาถือหุ้นสถาบันการเงินไทยได้เกิน 25% เฉพาะกรณีที่มีการแก้ไขฐานะ หรือฟื้นฟูกิจการเท่านั้น ขณะที่การปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคมนี้ ให้อำนาจ ธปท.เพิ่มขึ้นเป็น การอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติ เข้ามาถือหุ้นสถาบันการเงินไทยได้เพิ่มเป็น 49% แต่หากสัดส่วนการถือหุ้นสูงเกิน 49% จะต้องขออนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะลงนามอนุมัติได้เมื่อไร คงต้องติดตามความคืบหน้ากันต่อไป เพราะก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า คุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อยากตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดึงพันธมิตรต่างชาติเข้ามาร่วมธุรกิจใน BT เพิ่มเติม

มันนี่ ชาเนล - วรนนท์ อัศวพิริยานนท์
 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BT
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #7 เมื่อ: 23/07/08 13:28:15 »

BTรอคลังเพิ่มเพดานต่างชาติ

ธปท.คาดขายหุ้นBTให้ CIMB Group จากมาเลย์เสร็จพ.ย.นี้  หลังคลังไฟเขียวเพิ่มเพดานต่างชาติถือหุ้นเกินเกณฑ์  ส่วนCIMB ส่งจม.แสดงเจตจำนงหนุนแผนเพิ่มทุนวงเงินไม่เกิน 6 พันล้านบาท หากเข้าถือหุ้นใหญ่

     นายสรสิทธิ์  สุนทรเกศ  ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า กระบวนการซื้อขายหุ้นธนาคารไทยธนาคาร จำกัด(มหาชน)BT ให้ CIMB Group จากมาเลเซีย จะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ หากกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติให้ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้เกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหลังธปท.ส่งหนังสือขอผ่อนผันไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้
 
            “ ผู้ว่าแบงก์ชาติได้ลงนามในหนังสือการขอเพิ่มสัดส่วนผู้ถือต่างชาติหุ้นของ BT ไปแล้วเมื่อ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา และคาดว่าหนังสือดังกล่าวจะถึงกระทรวงการคลังวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา”นายสรสิทธิ์  กล่าว
 
          ทั้งนี้ การขออนุญาตดังกล่าวได้รวมถึงกรณีการขออนุญาตให้มีผู้ถือหุ้นเกิน 5%, ผู้ถือหุ้นต่างชาติถือหุ้นเกิน 25% และการที่ผู้ถือหุ้นต่างชาติทุกรายถือหุ้นรวมกันเกิน 49%
 
          อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนที่ผ่านมา กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BT ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นของ BT กับผู้บริหารของ CIMB Group จาก มาเลเซีย เพื่อจำหน่ายหุ้น BT จำนวน 2.81 พันล้านหุ้น หรือ 42.13% ของทุนจดทะเบียน รวมเป็นเงิน 5.9 พันล้านบาท
 
         โดยการเข้าถือหุ้นของ CIMB Group ใน BT ครั้งนี้จะทำให้สัดส่วนถือหุ้นของผู้ลงทุนต่างชาติใน BT เพิ่มเป็นกว่า 80% หลังปัจจุบัน TPG Newbridge จากสหรัฐและพันธมิตรถือหุ้นอยู่แล้ว 42.13% ซึ่งจะต้องขออนุมัติการเพิ่มเพดานการถือหุ้นของต่างชาติจากกระทรวงการคลังก่อน
 
             ตามพ.ร.บ.ธนาคารพาณิชย์ฉบับเดิม ได้อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นในสถาบันการเงินไทยได้เกิน 25% เฉพาะกรณีแก้ไขฐานะหรือฟื้นฟูกิจการเท่านั้น ขณะที่พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินฉบับใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคมนี้ จะให้อำนาจ ธปท.ในการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นในสถาบันการเงินไทยได้ถึง 49%แต่หากต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% ยังต้องขออนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
 
          นายสรสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ธปท.ได้เสนอเรื่องการเพิ่มทุนของ BT รวมไปกับหนังสือการขอผ่อนผันเกณฑ์ของต่างชาติด้วย  โดยเห็นว่า BT จะต้องเพิ่มทุนอีกครั้ง  ส่วนจะต้องเพิ่มทุนอีกเท่าใดต้องพิจารณาถึงแผนขยายธุรกิจในอนาคต รวมทั้งเงินกองทุนที่จะรองรับธุรกิจในอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้าด้วย  อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนควรจะทำให้BIS Ratioของธนาคาร เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าระบบ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 12%
 รายงานข่าวจากธนาคารไทยธนาคาร จำกัด(มหาชน) BT แจ้งว่า  CIMB กรุ๊ปของมาเลเซีย ส่งหนังสือแสดงเจตจำนง ซึ่งระบุว่า CIMB Group มีความเชื่อมั่นในอนาคตของไทยธนาคาร และมีเจตจำนงและจะยึดมั่นที่จะให้การสนับสนุนแผนการระดมทุนของไทยธนาคารในวงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท

          โดย CIMB จะเข้าร่วมในการเพิ่มทุนของไทยธนาคาร ภายหลังจากได้ดำเนินการซื้อหุ้นจากกองทุนฯ แล้วเสร็จ และ CIMB เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของไทยธนาคาร แล้ว รวมทั้งการทำคำเสนอซื้อหุ้นไทยธนาคารทั้งหมด (Mandatory Tender Offer) จากผู้ถือหุ้นรายอื่นทุกรายแล้วเสร็จ ซึ่งจะได้มีการหารือกับไทยธนาคารต่อไป           
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 31/07/08 09:44:32 »

บอร์ด BT อนุมัติเพิ่มทุน 6.67 พันล้านหุ้น ขายผถห.เดิม 1 ต่อ 1 ราคาไม่ต่ำกว่า 0.66
บ.

                   บอร์ด BT ประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 2.5 หมื่นล้านบาท เป็น 5 หมื่นล้านบาท
โดยออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ 6.67 พันล้านหุ้น ขายผู้ถือหุ้นเดิม 1:1 ราคาไม่ต่ำกว่า 0.66 บาท ซึ่ง
การขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจะดำเนินการหลังจากการซื้อหุ้นแบงก์ของ CIMB จากกองทุนฟื้นฟูฯ
และการทำคำเสนอซื้อทั้งหมดจะเสร็จ โดยเตรียมนำมติบอร์ดเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น
อนุมัติ 3 ก.ย. นี้ และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนฯ เพื่อการโอนหุ้น และกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นใน
การเข้าร่วมประชุมฯ  14 ส.ค. นี้

                   นายฐาภพ คลี่สุวรรณ  ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร
ไทยธนาคาร (BT) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารฯ ครั้งที่ 14/2551 เมื่อวันที่ 30
กรกฎาคม 2551  ที่ผ่านมา มีมติในเรื่องสำคัญ สรุปดังนี้
                 1. คณะกรรมการเห็นสมควรนำเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติการเพิ่ม
ทุนจดทะเบียนของธนาคารจากทุนจดทะเบียน 25,030,127,182.50 บาท เป็นจำนวน
50,060,254,365 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 6,674,700,582 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้
หุ้นละ 3.75 บาท และกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน ดังนี้
                 1) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งหมด จำนวน 6,674,700,582 หุ้น เสนอขายให้แก่ผู้
ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ ( Rights Offering ) ตามรายชื่อที่
ปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น  ณ วันที่คณะกรรมการธนาคารจะได้มีการกำหนดต่อไป ในอัตรา
1 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยให้สามารถขายหุ้นเพิ่มทุนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนไว้ (3.75
บาท) และราคาเสนอขายดังกล่าวจะไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 0.66 บาท (ราคาดังกล่าวสะท้อนมูลค่าทาง
บัญชี (Book Value) ของหุ้นธนาคารที่ปรากฏตามงบการเงินก่อนสอบทานของธนาคารงวด 6
เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551) โดยราคา 0.66 บาท นี้เป็นการกำหนดราคาขั้นต่ำตาม
กฎหมายเท่านั้น
                  2) หากมีหุ้นเหลือจากการเสนอขายให้แก่ผู้ถือเดิมแบบ Rights Offering ให้นำหุ้น
ที่เหลือเสนอไปจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกรายที่จองเกินสิทธิตามสัดส่วนการถือหุ้นจนกว่าหุ้นดัง
กล่าวจะหมด
                 3) ในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ให้ (ก) การออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน
ดำเนินการภายหลังจากการซื้อหุ้นของธนาคารโดย CIMB Bank จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและ
พัฒนาระบบสถาบันการเงิน ( กองทุนฟื้นฟูฯ ) และการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของธนาคาร
(Tender Offer) โดย CIMB Bank  อันสืบเนื่องมาจากการซื้อขายหุ้นดังกล่าวดำเนินการแล้ว
เสร็จ และ (ข) ให้คณะกรรมการธนาคารมีอำนาจพิจารณากำหนดรายละเอียดและเงื่อนไขอื่นๆ ที่
เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขายหุ้นต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นแต่ละราย
ถืออยู่ (Rights Offering) เช่น วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการจองซื้อหุ้น
สามัญของธนาคาร (หรือวันที่กำหนดชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิจอง
ซื้อหุ้นสามัญของธนาคาร) (ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันหลังจากวันสุดท้ายของการทำคำเสนอซื้อหลัก
ทรัพย์ทั้งหมดของธนาคาร (Tender Offer) โดย CIMB Bank หรือวันอื่นใดที่คณะกรรมการ
เห็นสมควรหากการซื้อขายหุ้นธนาคารระหว่าง CIMB Bank และกองทุนฟื้นฟูฯ ไม่เกิดขึ้นตามที่
ธนาคารได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากกองทุนฟื้นฟูฯ) ราคาเสนอขาย (ซึ่งคาดว่าจะถูก
กำหนดในเวลาที่ใกล้เคียงกับระยะเวลาการจองซื้อ) ระยะเวลาการจองซื้อและการชำระเงินค่าหุ้น
เป็นต้น และ (ค) ให้คณะกรรมการธนาคาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายมี
อำนาจการดำเนินการใดๆ ลงนามในเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งดำเนินการต่างๆ อัน จำ
เป็นและสมควรอันเกี่ยวเนื่องกับการออกและเสนอขายหุ้นต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นซึ่ง
ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering)
                รวมถึงการให้ข้อมูลยื่นเอกสารหลักฐานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กระทรวง
พาณิชย์และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ธนาคารได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากกอง
ทุนฟื้นฟูฯว่า การซื้อขายหุ้น ธนาคาร ระหว่าง CIMB Bank และ กองทุนฟื้นฟูฯไม่เกิดขึ้น ให้
คณะกรรมการธนาคารมีอำนาจดำเนินการออกและการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของธนาคารให้
แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ต่อไป
                 2. คณะกรรมการเห็นสมควรนำเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติแก้ไขข้อ
บังคับของธนาคาร ข้อ 9 โดยให้ยกเลิกข้อความเดิม และให้ใช้ข้อความใหม่เป็นดังนี้
หมวด 3 การโอนหุ้นข้อ 9 หุ้นของบริษัทโอนได้โดยไม่มีข้อจำกัด เว้นแต่ในกรณีดังจะกล่าวต่อไป
นี้
                 (1) การโอนหุ้นจะทำให้บริษัทเสียสิทธิและผลประโยชน์ที่บริษัทจะพึงได้รับตาม
กฎหมาย หรือ
                 (2) การโอนหุ้นใดๆซึ่งจะมีผลทําให้คนต่างด้าวถือหุ้นเกินกว่าร้อยละสี่สิบเก้าของหุ้นที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท เว้นแต่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งจากกระทรวง
การคลังและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดหรืออนุญาตไว้เป็นอย่างอื่น 
                 อย่างไรก็ตาม การยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับดังกล่าว จะกระทำ
ได้ต่อเมื่อ
               1. ธนาคารได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ต่างด้าวถือหุ้นของธนาคารเกินกว่า
ร้อยละ 49 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของธนาคาร และได้รับอนุมัติในหลักการ
จากกระทรวงพาณิชย์ให้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
               2. ธนาคารได้รับหนังสือยันยันจากกองทุนฟื้นฟูฯ ว่าเงื่อนไขบังคับก่อนตามที่ระบุใน
สัญญาซื้อขายหุ้นระหว่างกองทุนฟื้นฟูฯ และ CIMB Group Sdn Bhd ฉบับลงวันที่ 20
มิถุนายน 2551 ได้มีการดำเนินการครบถ้วนหรือได้รับการผ่อนผันแล้ว (ยกเว้นเงื่อนไขเกี่ยวกับ
การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับของธนาคาร) โดยกองทุนฟื้นฟูฯจะต้องแจ้งให้ธนาคาร
ทราบถึงวันที่กองทุนฟื้นฟูฯประสงค์จะทำการโอนหุ้นธนาคารให้แก่ CIMB Bank ด้วย
                3. กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2551 ใน วันพุธที่ 3 กันยายน 2551
เวลา 14.00 น. ณ ห้อง ประชุมชั้น 23 ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เลข
ที่ 44 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีระเบียบวาระดังต่อไปนี้
              (1) พิจารณารับรองรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2551 ซึ่งประชุมเมื่อวัน
ที่ 12 มิถุนายน 2551
              (2) พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของธนาคาร
              (3) พิจารณาอนุมัติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของธนาคาร ข้อ 4. เพื่อให้สอดคล้องกับ
การเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยให้ยกเลิกข้อความเดิมและให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน ข้อ 4. ทุนจด
ทะเบียน จำนวน 50,060,254,365 บาท (ห้าหมื่นหกสิบล้านสองแสนห้าหมื่นสี่พันสามร้อยหกสิบ
ห้าบาทถ้วน) แบ่งออกเป็น 13,349,401,164 หุ้น (หนึ่งหมื่นสามพันสามร้อยสี่สิบเก้าล้านสี่แสน
หนึ่งพันหนึ่งร้อยหกสิบสี่หุ้น) มูลค่าหุ้นละ 3.75 บาท (สามบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์) โดยแบ่งออก
เป็น : หุ้นสามัญ 13,349,401,164 หุ้น (หนึ่งหมื่นสามพันสามร้อยสี่สิบเก้าล้านสี่แสนหนึ่งพันหนึ่ง
ร้อยหก สิบสี่หุ้น)
               (4) พิจารณาและอนุมัติการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวน
หุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ตามรายชื่อที่ปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
ณ วันที่คณะกรรมการธนาคารจะได้มีการกำหนดต่อไป ในอัตรา 1 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยให้
สามารถขายหุ้นเพิ่มทุนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนไว้ (3.75 บาท) และราคาเสนอขายดังกล่าว
จะไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 0.66 บาท โดยราคา 0.66 นี้ เป็นการกำหนดราคาขั้นต่ำตามกฎหมายเท่านั้น
               (5) พิจารณาอนุมัติแก้ไขข้อบังคับของธนาคารข้อ 9 โดยให้ยกเลิกข้อความเดิมและให้
ใช้ข้อความใหม่เป็น  ดังนี้  หมวด 3 การโอนหุ้น
               ข้อ 9 หุ้นของบริษัทโอนได้โดยไม่มีข้อจำกัด เว้นแต่ในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้
                (1) การโอนหุ้นจะทำให้บริษัทเสียสิทธิและผลประโยชน์ที่บริษัทจะพึงได้รับตาม
กฎหมาย หรือ
               (2) การโอนหุ้นใดๆ ซึ่งจะมีผลทำให้คนต่างด้าวถือหุ้นเกินกว่าร้อยละสี่สิบเก้าของหุ้นที่
จำหน่าย ได้แล้วทั้งหมดของบริษัท เว้นแต่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งจากกระทรวง
การคลัง และ/ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดหรืออนุญาตไว้เป็นอย่างอื่น 
              (6) เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
                  อนึ่ง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่มีคำถามเกี่ยวกับวาระการประชุมผู้ถือหุ้นใน
ครั้งนี้ผู้ถือหุ้น สามารถส่งคำถามล่วงหน้ามายัง ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) งาน
เลขานุการคณะกรรมการและผู้ลงทุนสัมพันธ์ สำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่ เลขที่ 44 ถนนสาทร
เหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 หรือ ผ่านทาง E-mail Address ของ
ธนาคารได้ที่ Shareholder.services1@bankthai.co.th  โดยส่งคำถามได้ตั้งแต่วันที่ 4
สิงหาคม 2551 จนถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2551
                4. กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้า
ร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือ หุ้น ครั้งที่ 2/2551 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของ วันพฤหัสบดีที่ 14
สิงหาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าการประชุมจะแล้วเสร็จ


            
            
 

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 01/08/08 09:51:44 »

บล.โกลเบล็ก : BT แนะนำ“ขาย” ปรับลดราคาเหมาะสมปี51มาที่ 0.70 บาท (รวมการเพิ่ม
ทุนครั้งนี้แล้วที่ระดับราคาหุ้นละ0.66บาท)

ประกาศเพิ่มทุน1:1หลังCIMBซื้อหุ้นจากFIDFและTender Offerเรียบร้อยแล้ว
              BTประกาศเพิ่มทุน 1:1 ราคาไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 0.66 บาท
              การขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำภายหลังได้รับการอนุมัติการถือครองหุ้นของต่างด้าวจา
กก.การคลัง จากนั้นCIMB Bank จะซื้อหุ้นจากFIDF และการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ
ธนาคาร(Tender Offer)
             ราคาTender Offer ยังไม่กำหนด ดังนั้นไม่ควรคาดหวังว่าจะได้รับคำเสนอขอซื้อที่
ราคาเดียวกันกับที่ CIMBซื้อจาก FIDFที่หุ้นละ 2.10 บาท
            คงแนะนำ “ขาย” ปรับลดราคาเหมาะสมปี51มาที่ 0.70 บาท (รวมการเพิ่มทุนครั้งนี้แล้ว
ที่ระดับราคาหุ้นละ0.66บาท)

เหตุการณ์
            BTประกาศเพิ่มทุน 1:1 ราคาไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 0.66 บาท: BTมีมติเพิ่มทุนโดยการออก
หุ้นสามัญใหม่จำนวน 6,674,700,582 หุ้น (Par 3.75 บาท) เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมใน
อัตราส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่(ยังไม่กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งธนาคารคาดว่าจะ
เป็นวันหลังจากวันสุดท้ายของการทำคำเสนอ Tender OfferโดยCIMB Bank) ในราคาไม่ต่ำ
กว่าหุ้นละ 0.66 บาท (เป็นราคาที่เท่ากับมูลค่าทางบัญชี ณ มิ.ย.51)
            ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขว่าการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้จะทำภายหลังจาก
การซื้อหุ้นของธนาคารโดยCIMB Bank จากFIDF(CIMBเสนอซื้อ 2,811 ล้านหุ้นหรือ
42.12% หุ้นละ 2.10 บาท คิดเป็นมูลค่าราว 5.9 พันล้านบาท) และการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด
ของธนาคาร(Tender Offer)โดย CIMB ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ สำหรับในกรณีที่ธนาคารได้รับ
การแจ้งจากFIDFว่าการซื้อขายหุ้นระหว่างCIMB Bank และ FIDF ไม่เกิดขึ้น ธนาคารจะออก
และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของธนาคารให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนที่กำหนดต่อไป (หมาย
เหตุ: ขณะนี้ธนาคารอยู่ในระหว่างรอการอนุญาตจากรมว.กระทรวงการคลังเพื่อขอให้ชาวต่าง
ด้าวถือหุ้นเกินกว่า 49%ได้)
           กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติการเพิ่มทุนในวันพุธที่ 3 ก.ย. 2551 และ
กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิเข้าร่วมประชุมวันที่ 14 ส.ค. 51

ความเห็น
          • บนเงื่อนไขได้รับการอนุมัติการถือครองหุ้นของต่างด้าวจากก.การคลัง ผู้ถือหุ้นเดิมจะได้
รับข้อเสนอTender Offer แต่จะอยู่ในระดับราคาเดียวกันกับที่ CIMBซื้อจากFIDFที่ 2.10 บาท
หรือไม่นั้นไม่ได้ถูกกำหนดในแบบรายงานการเพิ่มทุนครั้งนี้ และเป็นไปได้ที่จะเสนอซื้อในราคา
ใดก็ได้ ดังนั้นการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรในกรณีนี้มีความเสี่ยงมาก
           • หากCIMBทำการเสนอซื้อหุ้น(Tender Offer)ได้ทั้งหมด BTอาจต้องถูกถอดถอนออก
จากตลาดเนื่องจากสัดส่วนFree Float อาจจะต่ำกว่าข้อกำหนดของการซื้อขายตลาด
           • คาด BIS Ratio หลังได้รับเงินเพิ่มทุนครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ราว 15% ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อ
การขยายธุรกิจ
           • ปรับลดราคาเหมาะสมปี51จากเดิม 0.90 บาท มาที่ 0.70 บาท ซึ่งเท่ากับมูลค่าทาง
บัญชีปีนี้โดยได้รวมการเพิ่มทุนครั้งใหม่ที่ราคา 0.66 บาทต่อหุ้น(ซึ่งเป็นราคาที่น้อยว่าประมาณ
การเดิมของเรา) และคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ที่ราว 700 ลบ.
คงคำแนะนำ ขาย (สุนันทา  5941)
            
   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: 04/08/08 15:03:14 »

BT เอาใจคนรักแม่เปิดบริการโอนโลด รับของที่ระลึก ฟรี! ตลอดเดือนสิงหาคมนี้

   BT ต้อนรับเทศกาลวันแม่ด้วยแคมเปญสุดพิเศษ “โอนเงินให้แม่” เพียงใช้
บริการโอนโลดโอน เงินที่ไทยธนาคาร ทุกสาขาทั่วประเทศ รับของที่ระลึก ฟรี! ตลอด
เดือนสิงหาคมนี้ และพิเศษสุด  สำหรับผู้ที่โอนเงินให้แม่ในวันที่ 12 สิงหาคม 2551
นี้ จะได้รับสิทธิพิเศษฟรีค่าธรรมเนียมการโอน

   นายสุรชัย จิตตรัตนเสนีย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย
ธนาคาร  ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)(BT) เปิดเผยว่า เพื่อต้อนรับเทศกาลวันแม่ที่
กำลังจะมาถึงนี้ อีกทั้งยังเพื่อเป็นการคืนกำไรให้แก่ลูกค้าที่ต้องการโอนเงินให้แก่
มารดาผู้มีพระคุณ ธนาคารจึงได้จัดแคมเปญพิเศษ “โอนเงินให้แม่”  โดยไม่จำกัดว่า
จะต้องเป็นลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารเท่านั้น ลูกค้าทั่วไปที่ไม่มีบัญชีเงินฝาก
กับธนาคารก็สามารถใช้บริการกับไทยธนาคารสาขาใกล้บ้านได้ เพียงทำการโอนเงิน
ด้วย “บริการโอนโลด” ที่ไทยธนาคารทุกสาขาทั่วประเทศ ตลอดเดือนสิงหาคมนี้รับ
ของที่ระลึกสุดพิเศษ“กล่องเก็บรัก”
   พร้อม  “การ์ดรักแม่”  และพิเศษสุด สำหรับผู้ที่โอนเงินให้คุณแม่ด้วย
บริการโอนโลดในวันที่ 12 สิงหาคม 2551 นี้ นอกจากจะได้รับของที่ระลึกจากธนาคาร
แล้ว ยังจะได้รับสิทธิพิเศษฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงินอีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถสอบ
ถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ไทยธนาคารทุกสาขา หรือ BT Care Center หมายเลข
โทรศัพท์ 0-2626-7777 กด 0

            
            
 

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
merrit
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 149


« ตอบ #11 เมื่อ: 06/08/08 19:07:48 »

 BT เผย ขายตราสารหนี้ CDO หมดแล้ว ได้รับเงินกว่า 2.57 พันลบ. และจะบันทึก
เข้างบ Q3/51           

   ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) (BT) เปิดเผยว่า ตามที่ได้ลงทุนใน
ตราสารหนี้ต่างประเทศประเภท CDO (Collateralised Debt Obligation) นั้น ธนาคาร
ขอแจ้งให้ทราบว่า ธนาคารได้ดำเนินการขายตราสาร Corp. CDOs ของธนาคารทั้ง
หมดแล้ว โดยวิธีการประมูลจาก Arranger ต่างๆ และนักลงทุนรวมประมาณ 6 ราย
โดยธนาคารได้รับเงินจากการขายทั้งสิ้น 77.04 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,579
ล้านบาท) โดยเงินที่ได้จากการขายดังกล่าวจะบันทึกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2551
   ทั้งนี้ ตราสาร Corp. CDOs ทั้งหมด ธนาคารได้มีการตั้งสำรองด้อยค่าไว้
แล้วจำนวน 211.93 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 7,095 ล้านบาท)            
            
 

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   06/08/08   เวลา   17:49:11

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: 07/08/08 09:55:30 »

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : BT ธนาคารไทยธนาคารขายซีดีโอ รับเงิน 2.5 พัน
ล้านบาท
   
              BT ธนาคารไทยธนาคารขายซีดีโอ รับเงิน 2.5 พันล้านบาท (ที่มา : หนังสือ
พิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)
   นายฐาภพ คลี่สุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักกรรมการผู้จัดการ ธนาคาร
ไทยธนาคาร เปิดเผยว่าตามที่ธนาคารไทยธนาคาร ได้ลงทุนในตราสารหนี้ต่าง
ประเทศ ประเภทซีดีโอ (Collateralised Debt Obligation) นั้น ธนาคารได้ดำเนินการ
ขายตราสาร Corp. CDOs ของธนาคารทั้งหมดแล้ว โดยวิธีการประมูลจากผู้จัดแจง
(Arranger) และนักลงทุนรวมประมาณ 6 ราย โดยธนาคารได้รับเงินจากการขายทั้ง
สิ้น 77.04 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,579 ล้านบาท)

ความเห็นนักวิเคราะห์ :
   SCRI เชื่อว่าการตัดสินใจขายตราสาร CDOs ของไทยธนาคาร จะส่งผลดี
ในแง่จิตวิทยาต่อธนาคารในประเด็นการลงทุนที่มีผลขาดทุนจากตราสารดังกล่าวมา
โดยตลอด แม้ธนาคารพาณิชย์ไทยอื่นๆ จะยังมีนโยบายถือตราสารดังกล่าวเนื่องจาก
มีการสำรองไปในสัดส่วนที่สูงแล้ว   
   SCRI ประมาณการเงินที่ได้รับจากการขายทั้งสิ้นประมาณ 2,579 ล้านบาท
จะมีผลต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่จะเพิ่มขึ้นใน Q3/51 โดยจะส่งผลต่อเนื่องไปยัง กำไร
สุทธิต่อหุ้นอีกประมาณ 0.23 บาท/หุ้น จากสิ้นสุด Q2/51 ที่ BT มี มูลค่าหุ้นทางบัญชี
ที่ระดับ 0.67บาท/หุ้น
   จากประเด็นการขายหุ้น BT โดยกองทุนฟื้นฟูฯ ไปให้ CIMB group ที่อยู่
ระหว่างการพิจารณาจากกระทรวงการคลัง และยังไม่สรุปผล โดย CIMB เสนอซื้อใน
ราคาที่สูงมาก 2.10 บาท/หุ้น และประเด็นการเพิ่มทุนหลังจากการเสนอซื้อ ทำให้เชื่อ
ว่า ฐานะทางการเงินของ BT ปัจจุบัน ยังขาดความชัดเจนและยังไม่โดดเด่น SCRI 
แนะนำ ลงทุนในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง ได้แก่ BBL
และ  KBANK
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: 08/09/08 11:44:02 »

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : BT ในระยะยาวยังคงมีมุมมองที่เป็นลบ

                BT นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการคลัง เผยว่ายังไม่เรียกพิจารณา
อนุมัติเพิ่มสัดส่วนต่างชาติถือหุ้นไทยธนาคารเกิน 49% คาดหากดีลกองทุนเพื่อการ
ฟื้นฟูฯ ขายหุ้นให้ CIMB Bank ไม่สำเร็จ คงต้องควบรวมกับกรุงไทย ด้านผู้ถือหุ้น
อนุมัติเพิ่มทุนเป็น 5 หมื่นล้านบาท  นายพีระศิลป์ ศูภผลศิริ กล่าวว่า แม้ CIMB Bank
ไม่เข้าถือหุ้น ยังต้องเดินหน้าเพิ่มทุนเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง  (ที่มา  :  หนังสือพิมพ์
ประชาชาติธุรกิจ)
      
ความเห็นนักวิเคราะห์ :
   ปัจจุบันสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างการยื่นเรื่อง
เสนออนุมัติให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในธนาคารไทยธนาคาร (BT) ได้เกิน 49%
มากกว่าที่กฎหมายกำหนด ตามที่กองทุนฟื้นฟูเป็นผู้เสนอ โดยคาดว่า สศค. จะเสนอ
ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาในสัปดาห์นี้ SCRI มีความเห็นว่า หาก กระทรวง
การคลังอนุมัติให้ขยายเพดานผู้ถือหุ้นของ BT มากกว่า 49% จะส่งผลดีต่อ BT ใน
เรื่องความชัดเจนของผู้ถือหุ้นใหม่ CIMB ที่เสนอราคาซื้อขายในระดับสูงที่ 2.10
บาท/หุ้น สูงกว่ามูลค่าทางบัญชีของ BT ปัจจุบันที่ระดับ 0.66 บาท/หุ้น อย่างไรก็ตาม
ประเด็นความเสี่ยงที่กระทรวงการคลังต้องพิจารณาประกอบยังคงอยู่ที่เรื่องความเสีย
หายจากการลงทุนในตราสาร CDO ของธนาคาร, การเข้าเพิ่มทุนในอดีตของกองทุน
ฟื้นฟู ซึ่งหากมีความล่าช้าอาจส่งผลให้ CIMB ไม่สามารถเข้าซื้อหุ้น BT ได้
   สำหรับประเด็นข่าว การควบรวมกับ KTB SCRI มีมุมมองที่เป็นลบเนื่องจาก
เชื่อว่า จะไม่ส่งผลดีต่อทั้งสองธนาคารเนื่องจากการควบรวมจะไม่เอื้อต่อการทำ
ธุรกิจ แต่จะส่งผลลบต่อต้นทุนการดำเนินงานให้เพิ่มขึ้น
   สำหรับกรณีการเพิ่มทุน BT มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนในทุกกรณี ไม่ว่าการ
ซื้อขายหุ้นธนาคารระหว่าง CIMB Bank และกองทุนฯฟื้นฟูจะเกิดขึ้นหรือไม่ โดยส่วน
ของผู้ถือหุ้นสิ้นสุด ณ มิ.ย. 51 อยู่ในระดับต่ำเพียง 4.4 พันล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์
อยู่ในระดับสูง 2.07 แสนล้านบาท และคาดว่าอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์
เสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่า ธปท. กำหนดที่ระดับ 8.5% ทั้งนี้เนื่องจากมีผลประกอบ
การขาดทุนสุทธิในรอบครึ่งแรกของปี 2551 จำนวน 1,874 ล้านบาท สำหรับงบการ
เงินรวม และ ขาดทุนสุทธิ 2,757 ล้านบาท สำหรับงบการเงินเฉพาะธนาคาร สาเหตุ
หลักจากการรับรู้การขาดทุนของมูลค่ายุติธรรมของตราสาร CDO    ในกรณีที่หากการ
ซื้อขายหุ้นธนาคาร ระหว่าง CIMB และ กองทุนฟื้นฟูฯ ไม่เกิดขึ้น คณะกรรมการ
ธนาคารก็จะดำเนินการออกและการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัด
ส่วนต่อไป
   คำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐาน :  ในกรณีหากกระทรวงการคลังอนุมัติ
ให้มีการขยายเพดานผู้ถือหุ้นต่างชาติถือครองหุ้นใน BT มากกว่า 49% SCRI มีมุม
มองที่ดีขึ้นเนื่องจากจะทำให้ธนาคารได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นต่างประเทศ และ
น่าจะส่งผลให้ราคาเสนอซื้อ Tender offer ต่อผู้ถือหุ้นรายย่อยอยู่ที่ระดับ 2.10บาท/
หุ้น ซึ่งเป็นราคาเดียวกับราคาที่เสนอให้กับกองทุนฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักลง
ทุนจะสามารถเก็งกำไรจากประเด็นดังกล่าว ในระยะยาว SCRI ยังคงมีมุมมองที่เป็น
ลบ สำหรับ BT เนื่องจาก ปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนตัวทั้งในเรื่องฐานะการเงินในปัจจุบันที่
คาดว่าอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่คาดว่าจะต่ำกว่าที่ธปท กำหนด รวม
ถึงความสามารถในการทำกำไรที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ และความเสี่ยงในการควบรวมและ
การเพิ่มทุนหากผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่สามารถเข้าซื้อหุ้นได้ จึงแนะนำให้นักลงทุนระยะ
ยาวเปลี่ยนตัวเล่นเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีราคาไม่แพงและปัจจัยพื้นฐานที่
ดีกว่าได้แก่ BBL / SCB และ KBANK
            
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: 17/09/08 13:12:38 »

บล.เอเซียพลัส : BT แนะนำ ถือ Fair value 0.90 บาท

            รักษาการ รมว.คลัง เปิดเผยว่าได้แจ้งให้ ธปท. ยืนยันความจำเป็นที่ BT จะต้องเพิ่มทุน
เพื่อขายหุ้นให้แก่ CIMB Bank (สัญชาติมาเลเซีย) โดยล่าสุดได้มีหนังสือยืนยันจาก ธปท. แล้ว
ว่าหากไม่ดำเนินการจะมีผลกระทบต่อฐานะเงินกองทุน (BIS ratio) ที่ขณะนี้ต่ำกว่าเกณฑ์แล้ว
อีกทั้งสัญญาการซื้อหุ้น BT ของ CIMB Bank มีกำหนดเวลาเพียง 5 เดือน ซึ่งจะครบในเดือน
พ.ย.2551 นี้
             เป็นปัจจัยบวกต่อ BT ในการแก้วิกฤติการเงินของธนาคารฯ ไปได้อีกขั้นหนึ่ง เพราะเริ่ม
สัญญาณที่ รมว.คลัง มีแนวโน้มจะอนุมัติให้ต่างชาติเข้าถือหุ้นใน BT เกิน 49% ได้ตาม พรบ.
สถาบันการเงินฉบับใหม่ เนื่องจาก BT อยู่ในสถานะเงินกองทุนที่อยู่ในขั้นวิกฤติ ต่ำกว่าเกณฑ์ที่
กำหนดคือ 8.5% ผลจากการขาดทุนต่อเนื่องหลายไตรมาส จากการตั้งสำรองหนี้ฯ และตั้งสำรอง
ด้อยค่าของเงินลงทุนในตราสาร CDO โดยล่าสุด BT ได้เสนอแผนการเพิ่มทุนให้คลังฯ อนุมัติ
กล่าวคือ เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 2.50 หมื่นล้านบาท เป็น 5 หมื่นล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญ
ใหม่จำนวน 6.674 พันล้านหุ้น (พาร์ 3.75 บาท) รวม 2.50 หมื่นล้านบาท ให้จัดสรรหุ้นสามัญ
เพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right offering) สัดส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายยัง
ไม่กำหนด โดยให้สามารถเสนอขายต่ำกว่าราคาพาร์ได้แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 0.66 บาท/หุ้น (เท่ากับ
BVS ณ สิ้น 2Q51) ซึ่งการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ มีเงื่อนไขคือ การออกและเสนอขายหุ้น
เพิ่มทุนให้ดำเนินการภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นของธนาคารฯ โดย CIMB Bank จาก FIDF
และภายหลังการทำ Tender offer โดย CIMB Bank (CIMB Bank มีกำหนดจะเข้าซื้อหุ้น
จาก FIDF ในราคา 2.10 บาท) ทั้งนี้หาก CIMB Bank สามารถเข้าซื้อหุ้นใน BT ได้ ก็จะทำให้
การเพิ่มทุนประสบความสำเร็จ และเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น BT ที่อาจมีการเข้ามาเก็งกำไร
ระยะสั้น จากราคา Tender offer ที่สูงกว่าราคาหุ้นปัจจุบันมาก      
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: 06/11/08 09:03:54 »

แจ้งประกาศการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการของธนาคาร06/11/2551 08:58

         BT : แจ้งประกาศการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการของธนาคาร
ที่ ทธ.สกญ. 535/2551

                                       วันที่ 6 พฤศจิกายน 2551


เรื่อง  การประกาศเจตนาในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการของ ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)

เรียน  กรรมการและผู้จัดการ
      ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

      ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) ( กิจการ  หรือ  ธนาคาร ) ขอแจ้งให้ทราบว่า ธนาคารได้รับ
แจ้งจาก CIMB Bank Berhad ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารประสงค์จะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ 
ได้ยื่นแบบประกาศเจตนาในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (แบบ 247-3) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว (รายละเอียดตามเอกสารแนบ) ทั้งนี้ CIMB Bank Berhad จะปฏิบัติ
ตามขั้นตอน และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต่อไป

      จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

     
                                          ขอแสดงความนับถือ


                                        (นายฐาภพ คลี่สุวรรณ)
                               ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่


งานเลขานุการคณะกรรมการและผู้ลงทุนสัมพันธ์
สำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่
โทรศัพท์ 0-2638-8287



 

ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย     วันที่   06/11/08   เวลา   8:59:54

 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: 06/11/08 13:33:00 »

บล.ฟินันซ่า : BT แนะนำ ถือ ประเมิน 2009 Prospective BVS ที่ 1 บาท

ถือเพื่อ Tender Offer ที่ 2.10บาท
   -BT แจ้ง CIMB ซื้อหุ้นทั้งหมดจาก FIDF แล้ว หุ้นละ 2.10 บาท
   -คาดว่า CIMB จะทำคำเสนอซื้อหุ้นได้ในราว 1-2 เดือนจากนี้
   -แนะนำนักลงทุนตอบรับคำเสนอซื้อ เนื่องจาก 1.ราคาเสนอซื้อที่ 2.10 บาท เท่ากับ
2.5 เท่าของมูลค่าทางบัญชีล่าสุด 2.เพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนและความเป็นไปได้ที่
จะนำหุ้นออกจากตลาดในอนาคต

News
BT แจ้ง CIMB ซื้อหุ้นทั้งหมดของ FIDF แล้ว
   BT แจ้งว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(FIDF) ได้ขายหุ้น
BT จำนวน2,811,862,559 หุ้น หรือ 42.1271% ของทุนเรียกชำระแล้วให้แก่ CIMB  Bank
Berhad เสร็จสิ้นแล้วเมื่อวานนี้(5พ.ย.51) ในราคาหุ้นละ 2.10 บาท รวมเป็นเงิทั้งสิ้น 5.9 พัน
ลบ. ภายหลังจากนี้ CIMB จะทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของธนาคาร(Tender Offer) อีก
57.87% ตามหลักเกณฑ์ของกลต.ต่อไป

FSL Comments
คำแนะนำ ถือเพื่อตอบรับคำเสนอซื้อหุ้น ที่ 2.10 บาท
   CIMB ควรจะทำคำเสนอรับซื้อหุ้นที่เหลือที่ราคาเดียวกันกับที่ซื้อจาก FIDF คือ
2.10 บาทต่อหุ้น ตามหลักการคุ้มครองผู้ถือหุ้นรายย่อยจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เรา
แนะนำถือเพื่อตอบรับคำเสนอซื้อหุ้นจาก CIMB (ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นราว 1-2 เดือนจากนี้)
เนื่องจาก
   1.ราคาหุ้นที่ 2.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 2.5 เท่าของมูลค่าทางบัญชีล่าสุด(30ก.ย.08)
ที่ 0.84 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงสุดเมื่อเทียบกับราคาซื้อขายเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารปัจจุบันที่ราว 0.93
เท่าของมูลค่าบัญชี
   2.ภายหลังจากการทำคำเสนอ Tender Offer ซึ่งเราคาดว่า
 CIMB น่าจะเป็นผู้คุ้มครองหุ้นส่วนใหญ่มากกว่า 90% BT อาจต้องถูกถอดออกจากตลาดหาก
สัดส่วน Free Float ต่ำกว่าข้อกำหนดของการซื้อขาย และผู้ถือหุ้นที่ยังคงถือครองหุ้นอยู่ มีโอกาส
สูญเสียสภาพคล่องในการซื้อขาย
   3. BT จะทำการเพิ่มทุนอีกเท่าตัวโดยจะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน
1:1 โดยวันสุดท้ายของการทำ Tender Offer น่าจะเป็นวันปิดสมุดจดทะเบียนผู้มีสิทธิซื้อหุ้น
โดยกำหนดราคาของหุ้นเพิ่มทุนไม่ต่ำกว่าหุ้น 0.66 บาท ดังนั้นเพือ่หลีกเลี่ยงผลของการเพิ่มทุน
ต่อ EPS และมูลค่าทางบัญชี(หากราคาเพิ่มทุนเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีล่าสุดจะเป็น
ปัจจัยลบต่อมูลค่าทางบัญชี)จึงควรรับคำเสนอซื้อ
   4. BT ไม่มีความน่าสนใจในเชิงปัจจัยพื้นฐานอยู่แล้ว โดย 9M08 มีผลขาดทุนสุทธิ
974 ลบ. จากการรับรู้ขาดทุนการปรับมูลค่ายุติธรรม CDO ราว 1 พันลบ. และมีผลขาดทุนสะสม
ที่ 8.7 พันลบ. บนประมาณการว่า BT จะกลับมามีกำไรปกติได้ราว 3 พันลบ. ในปี 09 และรวมผล
การเพิ่มทุนที่ราคา 0.66 บาทต่อหุ้น เราประเมิน 2009 Prospective BVS ที่ 1 บาท ดังนั้นที่
ระดับราคาเสนอซื้อที่ 2.10 บาท คิดเป็น 2.1 เท่าของ 09 Prospective BVS ซึ่งเป็นที่ระดับที่
น่าสนใจอยู่ดี

หมายเหตุ
กลุ่มCIMB
   CIMB เป็นสถาบันการเงินชั้นนำที่มีขนาดสินทรัพย์กว่า 57,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
และเป็นสถาบันการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศมาเลเซีย โดยมีมูลค่าตลาด
รวม (Market Capitalization) กว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจัดเป็นอันดับที่ 6 ของ
ภูมิภาค ทั้งนี้ CIMB มีความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดการเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็น
อย่างดี ประกอบกับได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่คือ Khazanah นอกจากนี้ CIMB ถือเป็น
สถาบันการเงินที่มีประสบการณ์ในการควบรวมกิจการ โดยได้เข้าควบรวมกิจการซึ่งมีมูลค่ารวม
กันกว่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ระหว่างปี 2548 ถึงปี 2550 ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อ Southern
Bank Berhad ในเดือนมิถุนายน 2549 และการเข้าซื้อธนาคาร Bumiputra-Commerce
Bank Berhad ซึ่งมีขาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศมาเลเซียในเดือนมิถุนายน 2548            
            


บล.ฟินันซ่า : BT (Bt1.83) >>> “ซื้อ” วันนี้เพื่อขายให้ CIMB 17 พ.ย. รับไป
เต็มๆ 14% แบบไม่มีความเสี่ยง
   
       เช้านี้ BT แจ้งรายละเอียดเพิ่มถึงการทำคำเสนอซื้อ (Tender Offer) ของ
พันธมิตรใหม่ “CIMB”หลังวานนี้ CIMB เพิ่งจ่ายเงินค่าหุ้นให้กองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF)
ไป 6 พันลบ. (2,812 ล้านหุ้น @ 2.10บาท) แลกกับการเข้าถือหุ้น 42% ใน BT
       หลักการ คือ CIMB ต้องทำเสนอซื้อหุ้น BT ในส่วนที่เหลือทั้งหมดอีก 58% หรือ
3,863 ล้านหุ้นที่ราคาเดียวกับที่ซื้อจาก FIDF คือ 2.10 บาท/หุ้น
      เมื่อหักพันธมิตรเก่าอย่าง “TPG Newbridge” ที่ถือ BT อยู่ ~44% พบว่าฟรีโฟรท
ที่แท้จริงที่อยู่ในมือรายย่อยที่จะไปทำเทนเดอร์คือ 14% หรือ 923 ล้านหุ้น
       ทั้งนี้ที่ปรึกษาทางการเงินคาด 17 พ.ย. จะเป็นวันแรกของการตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น
BT (ซึ่งโดยปกติใช้เวลา 25 วันทำการ ก็เสร็จเรียบร้อย)
      จากราคาเทนเดอร์ที่ 2.10 บาท หักฟี & แวต ผู้ถือหุ้นได้รับสุทธิ 2.09 บาท
       “ซื้อ” ตรงนี้เพื่อไปขายคืนให้ CIMB จะได้รับผลตอบแทนสุทธิแบบไร้ความ
เสี่ยงถึง 14% ภายในระเวลาไม่ถึงเดือน            
            
 

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: 17/11/08 11:03:13 »

 หลักทรัพย์ BT 
 แหล่งข่าว BT 
  หัวข้อข่าว ชี้แจงผลดำเนินงานงวดเก้าเดือน สิ้นสุด 30 ก.ย.51 (สอบทานแล้ว) 
  วันที่/เวลา 14 พ.ย. 2551 18:54:00   

  ที่ ทธ. ดกง. 93/2551

                                         วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551

เรื่อง     ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551
         ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

เรียน     กรรมการและผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

         ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ขอชี้แจงผลประกอบการที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบ
บัญชีรับอนุญาต สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 เป็นดังนี้

         ผลประกอบการตามงบการเงินรวม มีขาดทุนสุทธิ 974 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน
2,018 ล้านบาท (งวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 2,992 ล้านบาท)

          สำหรับงบการเงินเฉพาะธนาคาร มีผลขาดทุนสุทธิ 1,908 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน
1,349 ล้านบาท (งวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 3,257 ล้านบาท) เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล ลดลง
2,311 ล้านบาท หรือร้อยละ 22 ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ลดลง 2,291 ล้านบาท หรือร้อยละ 37 สำรองค่าเผื่อหนี้
สูญและหนี้สงสัยจะสูญ ลดลง 1,560 ล้านบาท หรือร้อยละ 50 และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ลดลง 93 ล้านบาท เป็นผลจาก
การรับรู้ขาดทุนการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภท Collateralized Debt
Obligations (CDO) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในงวดเก้าเดือนของปีปัจจุบัน จำนวน 2,943 ล้านบาท เปรียบเทียบกับ
งวดเก้าเดือนของปีก่อนจำนวน 2,804 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2551 ธนาคารได้จำหน่าย CDO ทั้งหมด
มีกำไรจำนวน 970 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพจากบริษัทในเครือลดลง 672 ล้านบาท เนื่องจาก
ในปี 2551 บริษัทในเครือได้มีการจำหน่ายเงินลงทุนในลูกหนี้ให้สถาบันการเงินอื่น และกำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง 
400 ล้านบาท นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 98 ล้านบาท หรือร้อยละ 3

          มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (Book Value per Share) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 สำหรับงบการเงิน
เฉพาะธนาคารอยู่ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น และสำหรับงบการเงินรวม 0.84 บาทต่อหุ้น

          จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


                                         ขอแสดงความนับถือ


                                   (นายประเสริฐ หวังรัตนปราณี)
                        ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านการเงินและควบคุม
                                 ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)


   
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: 17/11/08 11:05:05 »

หลักทรัพย์ BT 
 แหล่งข่าว BT 
  หัวข้อข่าว ชี้แจงผลดำเนินงานงวดสามเดือน สิ้นสุด 30 ก.ย.51 (สอบทานแล้ว) 
  วันที่/เวลา 14 พ.ย. 2551 18:50:00   

  ที่ ทธ. ดกง. 92 / 2551

                                       วันที่ 14 พฤศจิกายน 2551

เรื่อง     ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551
         ที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

เรียน     กรรมการและผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

         ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ขอชี้แจงผลประกอบการที่ผ่านการสอบทาน
จากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 เป็นดังนี้

         ผลประกอบการตามงบการเงินรวม มีกำไรสุทธิ 1,010 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน
จำนวน 4,046 ล้านบาท (งวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 3,036 ล้านบาท)

         สำหรับงบการเงินเฉพาะธนาคาร มีผลกำไรสุทธิ 990 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน
จำนวน 4,249 ล้านบาท (งวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 3,260 ล้านบาท) เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยและ
เงินปันผล ลดลง 896 ล้านบาท หรือร้อยละ 26 ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ลดลง 338 ล้านบาท หรือร้อยละ 21
สำรองค่าเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ ลดลง 1,065 ล้านบาท หรือร้อยละ 73 และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 
3,536 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาสที่ 3 ของปีก่อนธนาคารรับรู้ขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนใน
ตราสารหนี้ต่างประเทศประเภท Collateralized Debt Obligations (CDO) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง จำนวน
2,528 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2551 ธนาคารได้จำหน่าย CDO ทั้งหมด มีกำไรจำนวน 970
ล้านบาท นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ย ลดลง 205 ล้านบาท หรือร้อยละ 15

         มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (Book Value per Share) ณ วันที่ 30 กันยายน 2551 สำหรับงบการเงิน
เฉพาะธนาคารอยู่ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น และสำหรับงบการเงินรวม 0.84 บาทต่อหุ้น


         จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

                                       ขอแสดงความนับถือ


                                   (นายประเสริฐ หวังรัตนปราณี)
                        ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านการเงินและควบคุม
                                ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)



   
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
cirkit
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #19 เมื่อ: 17/11/08 11:08:13 »

หลักทรัพย์ BT 
 แหล่งข่าว BT 
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานบจ.&รวมบ.ย่อยไตรมาส3/08(F45-3)(สอบทานแล้ว) 
  วันที่/เวลา 14 พ.ย. 2551 18:44:00   

                  สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)
                           ธนาคาร ไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)

                                                     สอบทาน
                                                 (หน่วย : พันบาท)
                                        สิ้นสุดวันที่  30 กันยายน
 งบการเงินรวม
                                  ไตรมาสที่ 3                 งวด 9 เดือน
              ปี                2551        2550          2551        2550

   กำไร (ขาดทุน) สุทธิ         1,009,926    (3,036,424)   (974,237)   (2,992,254)
   กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)  0.15        (1.45)        (0.15)       (1.67)


  งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                   ไตรมาสที่ 3             งวด 9 เดือน
              ปี                2551        2550        2551        2550

   กำไร (ขาดทุน) สุทธิ        989,536   (3,259,745)    (1,908,187)   (3,256,984)
   กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)  0.15    (1.47)          (0.30)        (1.70)

  ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต
 

  หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
                ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

  "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
   การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
   ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                               ลงลายมือชื่อ _______________________
                                      ( นายประเสริฐ  หวังรัตนปราณี )
                               ตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส
                                      ด้านการเงินและควบคุม
                                      ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ



 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Re: BT
nana
doohoon
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 26,081



« ตอบ #20 เมื่อ: 19/03/09 13:06:16 »

รายงานพิเศษ“สุภัค ศิวะรักษ์” กับบทบาทผู้บังคับหางเสือ BT

โอกาสถึงฝั่งฝันมากแค่ไหน?

ในวงการ CEO แบงก์ เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก“สุภัค ศิวะรักษ์” นักบริหารการเงินที่มีภาระหน้าอันหนักหน่วงเมื่อเทียบกับผู้นำแบงก์คนอื่น   ๆ  หลังจากทำหน้าที่เป็นผู้บริหารให้กับธนาคารที่ประสบกับอาการป่วยเรื่อรังมานานอย่าง  TMB  หรือ  ธนาคารทหารไทย จำกัด  (มหาชน) จนพ้นวิกฤตและสามารถลุกขึ้นยืนเคียงข้างธนาคารอื่นได้อย่างเชิดหน้าชูตา

ล่าสุดกับการเข้าตำแหน่ง MD คนใหม่ให้กับ BT หรือ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)   หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  กรรมการผู้จัดการใหญ่ แทน นายพีรศิลป์ ศุภผลศิริ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2552 เป็นต้นไป

แน่นอนว่าการเข้ามารับบทบาทเป็นผู้บังคับหางเสือให้กับ BT ซึ่งเป็นธนาคารที่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่ามีปัญหาไม่ต่างไปจาก TMB เท่าใดนัก นี่จึงเป็นเรื่องยากมากที่ MD คนใหม่จะต้องอาศัยความรู้ความสามารถสูงเพื่อฉุดดึงให้แบงก์ที่ยังลุกไม่ขึ้นอย่าง BT อยู่ในทิศทางที่ดีต่อไป

อย่างไรก็ตาม เป็นที่สังเกต และน่าจะเป็นคำถามของคนส่วนใหญ่เช่นกันว่า ทำไมถึงเลือกที่จะให้  สุภัค เข้ามารับภาระหน้าที่เป็นผู้บริหารให้กับ BT ซึ่งเป็นไปได้ไหมที่ทุกคนลงมติว่า สุภัค เป็นผู้ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะสามารถทำให้ TMB ซึ่งมีสภาพไม่ต่างไปจาก BT ลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง

ดังนั้น BT ภายใต้การบริหารของ MD คนใหม่จะอยู่ในทิศทางใด ..คงได้แต่รอให้วันเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์และเชื่อว่าคงจะไม่นานเกินไปที่วงการแบงก์ไทยจะได้เห็นฝีมือของผู้บริหารที่มากไปด้วยประสบการณ์อย่าง สุภัค เพราะเท่าที่สามารถนำพา TMB ก้าวผ่านวิกฤตมาได้ ก็น่าจะพิสูจน์ให้ทุกคนรู้แล้วว่า MD คนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาแน่นอน...

“สุภัค” ผู้บังคับหางเสือ BTคนใหม่

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อดีต “สุภัค” เคยดำรงตำแหน่ง CEO ให้กับ TMB ตั้งแต่ธ.ค.2546 ถึง ก.ค.2551 ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่าธนาคารธหารไทยเป็นธนาคารที่มีปัญหารุมเร้ามากมายที่สุดในจำนวนแบงก์ไทย จนปัญหาที่รุมเร้าใน TMB บานปลายจนยากที่แก้ไขได้ สุดท้ายก็ได้พันธมิตรให้อย่า ไอเอ็นจีกร็บเข้ามาเป็นผู้ดูแล และสามารถยืนได้ในวันนี้

แน่นอนว่าก่อนที่ สุภัค จะพ้นออกจากตำแหน่ง CEO ของ TMB บุคคลผู้นี้ไได้วางรากฐานที่มีความแข็งแกร่งให้กับธนาคาร ไม่ว่าด้วยความสำเร็จจากการเพิ่มทุน หรือการวางแนวทางการบริหารในด้านอื่นๆ  ก็ตาม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เสริมสร้างและนำธนาคาร TMB ให้ก้าวหน้าเติบโตต่อไป

ล่าสุดกับการเข้ามารับตำแหน่ง  MD  หรือเป็นผู้ที่ทำให้หน้าบังคับหางเสือให้กับ BT ธนาคารที่ยังต้องอาศัยการฟูมฟักรักษาที่ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด  เพื่อให้ธนาคารแห่งนี้เดินไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิมได้

แน่นอนว่าความอดทนและหนักแน่นที่ สุภัค ต้องยืนหยัดเคียงข้าง TMB มานาน น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่พยายามจะฉุดให้แบงก์ที่ปาวยมานานลุกขึ้นมายืนได้ ในขณะที่ BT ก็มีความต้องการไม่ต่างจาก TMB เช่นกัน

BT   ถือเป็นธนาคารที่มีขนาดเล็ก   และมีปัญหารุมเร้ามาตลอด   โดยธนาคารประสบกับผลการขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งธนาคารประสบผลขาดทุน 4,423.03 ล้านบาท ปี 2550 ขาดทุนเพิ่มขึ้น เป็น 6,928.73 ล้านบาท และล่าสุดปี 2551 BTขาดทุน 1,989.80 ล้านบาท

นั่นแสดงให้เห็นว่าการที่ธนาคารจะยืนหยัดต่อไปท่ามกลางการแข่งขันด้านการเงินที่รุนแรงในปัจจุบันคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะด้วยขนาดของธนาคารยังไม่สามารถเทียบเท่าธนาคารใหญ่ได้ ก็ยิ่งเป็นแรงกดดันที่ทำให้ BT ยากที่จะก้าวผ่านวิกฤตได้

อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 สินเชื่อด้อยคุณภาพยังคงลดลงเป็นจำนวน 6,735 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.8 จากปีก่อน เหลือ 69,777 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามของธนาคารในการเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ การแก้ไขหนี้เสีย และการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ

นอกจากนี้    ธนาคารยังได้ตั้งค่าใช้จ่ายในการปฏิรูปธนาคารเพื่อสร้างพื้นฐานของธนาคารให้แข็งแกร่ง ในปี 2551 ด้วยการตั้งค่าเผื่อค่าใช้จ่ายจำนวน 850 ล้านบาทสำหรับการปรับโครงสร้างด้านบุคลากร ซึ่งจะดำเนินการในปี 2552

พร้อมกับการปรับปรุงพอร์ตการลงทุนของธนาคารเพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุนและการรับผลขาดทุนจากการด้อยค่าจากการลงทุนในตราสารทุน (เป็นจำนวน 523  ล้านบาท)  และจากตราสารอนุพันธ์ (เป็นจำนวน 428 ล้านบาท) น่าจะเป็นโอกาสดีให้กับการดำเนินการของธนาคารต่อไปในอนาคต

ที่สำคัญได้ผู้นำองค์กรเบอร์ 1 ซึ่งไม่ย่อท้อต่อหน้าที่อย่างสุภัค แน่นอนว่า BT มีปัญหาหลายอย่างที่รอให้สะสาง และด้วยคุณสมบัติครบถ้วน และเคยผ่านงานด้านการบริหารงานในธนาคารพาณิชย์ใหญ่ๆ มาแล้ว ย่อมส่งผลในทิศทางที่ดีให้ BT ได้

สิ่งแรกที่กรรมการผู้จัดการใหญ่จะต้องทำ คือ ดึงตัวเองออกมาให้ได้ว่าต้องการเป็นธนาคารแบบใด  เจาะกลุ่มไหน สร้างแบรนด์ตัวเองให้ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องการสร้างกำไรเหมือนที่ผ่านมาแล้ว เนื่องจากปัญหาที่ผ่านมามีหลายอย่างที่ต้องสะสาง

โดยต้องหาทางป้องกันความเสี่ยงให้ได้ก่อน จะเห็นได้จากที่ผ่านมาขาดทุนจากการไปลงทุนตราสารหนี้ที่ใช้สินทรัพย์เป็นหลักประกัน(ซีดีโอ)  ที่ธนาคารถือครองไว้  14,463 ล้านบาท หรือประมาณ 420 ล้านเหรียญสหรัฐ เลยทีเดียว ดร.สุภัค ต้องชัดเจนในการหาเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงให้ได้ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยขึ้นมาอีก

อย่างไรก็ตาม การบริหารงานภายใต้มือ MD คนใหม่จะอยู่ในทิศทางใด..คงไม่มีใครรู้ดีไปกว่า  สุภัค  ผู้ที่ยอมรับแล้วว่า  BT คือเป้าหมายที่จะต้องทำอย่างไรก็ได้เพื่อที่จะให้ธนาคารแห่งนี้กลับมาเป็นที่ยอมรับของนักลงทุน  และสามารถพลิกผลขาดทุนให้มาเป็นกำไรอย่างยั่งยืนได้....

ล้อมกรอบ

ประวัติทำงานของสุภัค

นายสุภัค  ศิวะรักษ์ ถือเป็นบุคคลสำคัญที่คร่ำหวอดในวงการการเงินมานาน ปัจจุบันอายุ 52 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์และภาษาอังกฤษ Georgetown University U.S.A ,ปริญญาโท ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ Tufts University U.S.A และระดับปริญญาเอก เศรษฐศาสตร์ จาก Pennsylvania University , U.S.A

ก่อนนี้เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ธ.ค.2546 - ก.ค.2551 และเป็นประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย   และ   กรรมการบริหารการเปลี่ยนแปลง  and  Diplomacy,  Tufts University, Massachusetts, U.S.A. และดำรงตำแหน่งกรรมการ กรรมการบริหาร และประธานกรรมการบริหารค่าตอบแทน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIMBANK)

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เห็นชอบให้ นายสุภัค ศิวะรักษ์ ดำรงตำแหน่ง  กรรมการผู้จัดการใหญ่  ธนาคารไทยธนาคาร  จำกัด (มหาชน) หรือ BT ตามที่แบงก์ไทยได้ยืนหนังสือเพื่อขออนุมัติ ไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การดำรงดำแหน่งของนายสุภัค ได้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2552 เป็นต้นไป

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ตลาดหุ้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เรื่องศาสตร์เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เรื่องศิลป์เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ
หน้า: [1] ขึ้นบน ส่งหัวข้อนี้ พิมพ์ 
ดูหุ้น  |  กระดานสนทนา  |  คุย คุ้ย หุ้น  |  คุ้ยหุ้นรายตัว (ผู้ดูแล: Tungong, plamuek76)  |  หัวข้อ: BT « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!