ขอเกริ่นก่อนว่ากระทู้นี้อาจจะแทงใจดำบางคน
ผมจะไม่ว่าพวกข่าวลือต่างๆ พวกองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แต่ผมอยากจะสะท้อนให้ทุกคนเห็นว่าปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนเจ็บตัวคือตัวเราเองทั้งนั้นครับ
ถ้ารู้ว่ารับไม่ได้ไม่ต้องอ่านต่อก็ได้ครับ
และผมยิ่งดีรับฟังความเห็นของคนที่เห็นไม่ตรงกับผม
เรามัวแต่โทษปัจจัยที่เกิดขึ้นภายนอก แต่ไม่โทษภายในตัวเรา
ความเสี่ยงมันสูงขึ้นเรื่อยๆที่ดัชนีสูงขึ้น แต่ที่ผมเห็นยิ่งสูงยิ่งซื้อ ยิ่งสูงยิ่งโลภ ยิ่งช่วยกันเชียร์ มันเป็นภาพเดิมๆที่เห็นทุกๆรอบ
จริงๆตอนดัชนีสูงๆเป็นจังหวะที่ควรจะทยอยขายบ้าง หรือถ้าจะให้ดีก็ถือ let profit run เพื่อรอสัญญาณขาย
ผมเห็นหลายๆคนนะครับที่รอดได้ เพราะเค้ามองเห็นสัญญาณอันตราย
เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครอยากออกมาซ้ำเติมคนที่เจ็บ
แต่ผมกลับเห็นว่าถ้าเรามั่วแต่มองแต่ภายนอก เราจะไม่รู้ความจริงว่าใครที่คือที่อันตรายที่สุดในตลาด
เราควรจะยอมรับว่าเกมนี้มันไม่ได้เล่นกันง่ายๆ เพื่อที่จะนำไปพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น ให้สามารถสู้ได้แม้ใครจะใช้ลูกไม้ยังไงก็ตาม
ขอนำข้อความจาก
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I8434037/I8434037.html มาแปะ
สวัสดีครับ โมเดลพวกเฮดจ์ฟันจะคล้ายๆกับพวกเรา เล่นแบบนี้เข้าทางพวกเราครับ อิอิ

จากคุณ : MudleyGroup
เค้าเรียกช่วงทำโทษครับช่วงนี้ 12 ปี กับประสบการณ์ที่ผมผ่านมาในตลาดจนถึงปัจจุบันนี้ยังไงก็อย่างนั้นไม่เคย เปลี่ยน ตามระบบทำตามวินัยรับรองสบายครับ ขอให้มีเงินเล่นได้ทุกระดับราคาก็พอ

จากคุณ : MudleyGroup
ไม่ได้พูดผลตอบแทนเพื่อทีเจตนาว่าจะโอ่ จะคุยนะครับ
แค่จะบอกว่า อยู่ห้องที่เล่นเป็นระบบ มีระบบ เล่นตามระบบ
ก็ได้ผลตอบแทนตามระบบ
โดยไม่ต้อง ดิ้นๆ ถูกตลาด เหวี่ยงขึ้น เหวี่ยงลง มันสบายใจกว่ากันเยอะเลยครับ
สองวันนี้ ใครยังถูกมันเหวี่ยงบ้างครับ ยกมือขึ้น
ถ้าดิ้นตามมันแล้วยังพอได้เงิน ก็ยังพอใช้ได้ แต่ก็ยังเหนื่อย
ถ้าเหนื่อยด้วย เสียด้วย ใช้ไม่ได้เลย
อิสรภาพที่แท้จริง ต้อง ได้ โดยไม่เหนื่อยใจไปด้วยครับ
จากคุณ : ฉินจัง
เห็นด้วยกับคุณฉินจัง เลยครับ ระบบที่ดีก็คือระบบที่สอดคล้องตามวิธีความเป็นไปของธรรมชาติของมัน เราไม่ต้องไปฝืนทั้งกายและใจ

จากคุณ : MudleyGroup
เป็นไปตามระบบของเค้าหล่ะครับ ส่วนข่าวเป็นเพียงเรื่องราวข้ออ้าง
Macro model ของประเทศเรารับเงินได้จำกัด ตามที่ผมอัพภาพไว้ในบล็อคน่ะครับ ดังนั้นตลาดต้องมีลงหนักๆเพื่อปรับสภาพโครงสร้างทางการเงินของตลาดแต่โมเดล ของผมที่มาจับยังอยู่ในช่วงทดลองเหมือนกันเลยไม่กล้าให้ความเห็นมากครับ แล้วส่วนตัวมี positions เล็กน้อยในบ้านเรา เลยไม่อยากออกมาชี้นำครับ เพราะเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง
ปล.ส่งรุปให้ดูว่าผม ก็ทำตามโมเดลเหมือนกันครับ แต่ถ้าเอาพอรตออกมาโชว์ก่อนเหตุการณ์ก็จะกลายเป็นเราไปชี้นำคนอื่นได้ครับ เลยพยามสงบเสงี่ยมเจียมตัวเอาไว้ก่อน แล้วพยามเสนอในมุมมองทางวิชาการมากกว่า แต่บางทีบ้านเราอาจจะชอบ แนวๆว่า ตลาดจะลงจะขึ้นมากกว่า ข้อมูลของผมเลยไม่เป็นที่น่าสนใจในสายของคนอื่นสักเท่าไร

ค่าเงินเป็นเปรียบเสมือนหัวใจของกองทุนครับ จุดอ่อนของกองทุนฝรั่งก็คือการถือเงินสกุล US$ เนี่ยครับ ดังนั้นหากค่าเงิน $มันแย่ก็จะพยามดิ้นรนไม่ให้มูลค่า Asset ของ กองทุนของตัวเองตำต่ำลงในแง่ของมูลค่าเงิน ซึ่งทางเลือกในปัจจุบันก็สามารถเปลี่ยนถ่ายสินทรัพย์ได้ง่ายและรวดเร็ว เราจึงเห็นราคาของ สินทรัพย์หลายๆอย่างในตลาดโลกผันผวนมาก เค้า move ไป move มาตลอดเวลาครับ ดังนั้นการจะไปเพ่งเล็งในสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งว่าจะดี ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงในปัจจุบันครับ
อีกอย่างเราเครื่องไม้ เครื่องมือไม่พร้อมเหมือนพวกเค้าสิ่งที่ทำได้คือระบบกับการบริหารเงินเนี่ย หล่ะครับ ที่ช่วยให้เราสั่งสมสินทรัพย์ขึ้นมาได้บ้าง

จากคุณ : MudleyGroup
ดังนั้นที่ผมพยามอยากให้เพื่อนๆมีระบบที่ดี ทำตามอย่างมีวินัย เทรดดิ้งอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องเป็นเหยื่อกับกลลวงของพวกนั้น ถือเป็นความตั้งใจอันสูงสุดของผมเลยก็ว่าได้ ผมเลยไม่ค่อยอยากจะบ่งว่าอะไรมันจะดีหรือแย่ในอนาคตเท่าไร เพราะ สินทรัพย์ที่แท้จริงล่้วนมีวัฏจักรดีและร้ายหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าผมไปแนะนำแนวทางคาดการณ์ดีหรือร้าย ก็จะทำให้เพื่อนๆขาดภูมิคุ้มกัน เวลาเกิดเหตุการณ์เลวร้ายในสินทรัพย์ที่ตัวเองกำลังลงทุนอยู่ได้
ถ้า เพื่อนๆที่ตั้ังใจมีวินัย ก็จะเข้าใจถึงความตั้งใจเผยแพร่แนวการลงทุนที่ถูกวิธีและเหมาะสมกับราย ย่อยอย่างพวกเราๆเพื่อจะเอาตัวรอดในสนามเกมส์การเงินอันเต็มไปด้วยกลลวงแบบ นี้ ผมอยุ่ในวงการนี้เจอผู้คนหลายแบบ และไม่ค่อยชอบกับแนวคิดที่เค้าจะหากินบนหยาดเหงื่อและแรงงานของคนทำงานอย่าง พวกเราๆสักเท่าไร ดังนั้นหน้าที่ของผมคือเปิดโปงเท่าที่จะทำได้ครับถ้าไม่โดนอุ้มไปเสียก่อน เน้อ อิอิ
จากคุณ : MudleyGroup
ขออนุญาตนิดนึงนะครับ
จากที่คุณครูใหญ่โพสใน Blog ล่าสุด
การที่คนนึงเทรดบ่อยครั้งแค่ไหนส่วนนึงจะขึ้นกับความถนัดของเค้าไหมครับ
พูดในกรณีนักลงทุนรายย่อย
อย่างคนที่ถนัดหรือชอบเทรดระยะสั้น
ก็น่าจะมีจำนวนครั้งของการเทรดหรือการตัดสินใจมากกว่าคนที่เล่นในกรอบที่ยาวกว่า
ผมสงสัยว่าการเก็บสถิติของแต่ละคน
เช่น อัตราจำนวนครั้งที่กำไร หรือขาดทุน
โดยเป็นสถิติปัจจุบันที่เกิดขึ้นจริง
จะสามารถเป็นตัวช่วยบอกคน ๆ นั้นได้ไหมครับ
ว่าลักษณะที่เค้าทำอยู่ มันดีหรือไม่ดี
เข้าลักษณะของการตัดสินใจที่บ่อยครั้งเกินไป แบบที่คุณครูใหญ่ว่าหรือไม่
และสามารถเอาไปปรับปรุงวิธีการของเค้าได้
จากคุณ : ดอกไม้ DSM
ตอบ คุณ ดอกไม้ครับ
การที่เราจะเทรดบ่อย เล่นสั้นหรือ ยาว ก็จะขึ้นอยุ่กับความถนัดของเค้าและโมเดลที่เค้าออกแบบมา อย่างโมเดล kzm ก็เป็นกึ่งผสมไรแบบนี้
ตอน นี้กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในวงการการเงินว่า Back test เก็บค่าสถิติของเทรดเดอร์นั้นจะช่วยบอกถึงประสิทธฺภาพได้หรือไม่ แต่ในความเห็นของตัวผมเอง และ เฮดจ์ฟันมักจะมองว่า สถิติไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้อนาคต เพราะว่ากลไกทุกอย่างในโลกนี้มันผันแปรอยุ๋ตลอดเวลา เทรดเดอร์คนหนึ่งเมื่อทำกำไรได้มากๆ ก็จะส่งผลให้คนอีกส่วนขาดทุนมากๆเช่นกัน ดังนั้นคนกลุ่มซึ่งสูญเสียผลประโยชน์ของตัวเองก็จะพยามปรับปรุงโมเดลและรุ ปแบบการเทรดของตัวเองใหม่เพื่อที่จะกลับมาเอาชนะให้ได้เพราะมนุษย์พยามจะพํม นาตัวเองอยุ่เสมอเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ดังนั้นเทรนใน อนาคตตลาดจะมีการผันแปรมาก โมเดลแบบที่ต่อสู้กันตรงๆเนี่ย ไม่สามารถการันตีถึงโอกาสชนะในอนาคตได้ นี่เลยเป็นสาเหตุว่าพอผมเห็นอนาคตแบบนี้ เลยเลือกที่จะหยิบโมเดลประเภทที่เราไม่ต้องต่อสู็กับเค้าโดยตรงมา ถึงแม้ว่าผมจะมีโมเดลที่ต้องต่อสู้โดยตรงกับตลาดมากมาย เป็นต้นครับ
ส่วน เรื่องการตัดสินใจจากการเทรดสั้นเทรดยาวนั้น หากเราควบคุมความเสี่ยงได้ เราจะสามารถพัฒนาการเทรดสั้นให้ดีขึ้นได้เฉกชั้นตัดสินใจนานๆครั้งได้ครับ แต่การจะทำแบบนั้นโมเดลเราต้องสร้างมาดีมากครับ ถ้าพวกเดย์เทรดทั่วๆไปเทรดตามกราฟอย่างเดียวไปวันๆ ก็จะโดนขอบเขตความเสี่ยงตามกราฟที่ผมเสนอเล่นงานด้วยกันทั้งนั้น
จากคุณ : MudleyGroup
ผมเข้าใจตัวเองอย่างนึงว่าผมมีความรู้น้อยมาก ๆ
ทำให้ตามคำสอนของคุณ MudleyGroup ไม่ค่อยเข้าใจ
ความคิดตัวเอง มันวน ๆ ยังไงพิกลครับ
เมื่อก่อนผมคิดว่าคนที่เก่งเทคนิคัลจะต้องแม่นมาก ๆ
ต่อมาผมคิดว่า เราใช้เทคนิคัลต่าง ๆ และพัฒนาฝีมือเพื่อเพิ่มโอกาสชนะในการเทรด
พออ่านไปอีกพบว่า
ความน่าจะเป็นจากการใช้เทคนิคัลต่าง ๆ มันน่าจะต้องประกอบด้วยการบริหารเงิน
หลายคนบอกว่า เค้าไม่ได้แม่นถึง 60 - 70 %
แต่เวลาเค้าชนะ เค้าได้มากกว่าครั้งที่แพ้
ได้เป็นเทคนิคัล + การบริหารเงิน
บางทีผมก็สงสัยว่า เราจะหัดเทคนิคัลไปทำไมนะ
เพราะใช้ KZM แล้วหัดใช้เทคนิคตามที่คุณ MudleyGroup แนะนำ ก็ดีมากแล้ว
อะไรเป็นจุดที่เราควรพัฒนาตัวเอง
คราวนี้มาถึงคำว่าโมเดล
เทคนิคัล + การบริหารเงิน แล้วยังต้องบวกด้วยแนวคิด ถึงจะเป็นโมเดลใช่ไหมครับ
ถ้าดูตัวอย่างจาก KZM แล้วถอดออกมาเป็นชิ้น
มันไม่ใช่ง่าย ๆ เลยนะครับ
จากคุณ : ดอกไม้ DSM
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I8434037/I8434037.htmlจะเห็นว่าทั้งเรื่องระบบการเล่น ทั้ง reward/risk ratio ทั้ง money&risk management ซึ่งเป็นเรื่องของกลยุทธ์
และพวกค่าเงินต่างๆที่ผมนำมาเสนอ ไม่ว่าจะในชื่อ plamuek76 หรือ Robinhood ถ้าใครสนใจคงจะจำได้
บทสรุปออกมาให้เห็นบางส่วนแล้วครับ
ดังนั้นผมคิดว่านับตั้งแต่วินาทีนี้ไป พวกเราน่าจะทบทวนวิธีการ พฤติกรรม และแนวคิดในการเล่นของตัวเองกันใหม่ครับ
เลิกเชื่อพวกแนะนำหุ้นไม่ว่าเค้าจะเป็นใคร เพราะไม่มีใครรู้จริง และเราเสียเค้ามาจ่ายเงินแทนรึเปล่า
เลิกนั่งทำนายดัชนีโดยอาศัยเทคนิคัลหรือพื้นฐาน เครื่องมือพวกนี้ประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นเมื่อเราใช้เป็น
วิธีใช้คือนำมาเข้าระบบ รวมพวก money&risk management และ reward/risk ratio ลงไป
เลิกเสียเวลากับปัจจัยภายนอกกันได้แล้วครับ